สถานการณ์ทะเลไทย: ใครฆ่า ฉลามวาฬ - National Geographic Thailand

สถานการณ์ทะเลไทย: ใครฆ่า ฉลามวาฬ

สถานการณ์ทะเลไทย: ใครฆ่า ฉลามวาฬ

วันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีรายงานการพบซาก ฉลามวาฬ ลอยหงายท้องห่างจากบริเวณกองหินขาวในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จ.สตูล ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 30 นาทีกับการเดินทางด้วยเรือหางยาว สภาพซากมีเชือกพันหางไว้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วราว 1 สัปดาห์ ความสูญเสียครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน

หลายๆ กรณีที่ผ่านมามีการชันสูตรซาก ฉลามวาฬ ที่ตายในลักษณะมีเชือกผูกหาง พบว่าสาเหตุการตายเกิดจากภาวะช็อกเฉียบพลัน และมีความเป็นไปได้สูงที่จะหลงติดเข้าไปในเครื่องมือประมงประเภทอวนลาก ซึ่งทำให้ชาวประมงช่วยเหลือได้ไม่ทัน จะทราบอีกครั้งก็ตอนเก็บดึงอวนขึ้น ซึ่งฉลามวาฬก็ตายแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้เชือกผูกหางเพื่อลากออกจากอวน และทิ้งซากลงสู่ทะเล

ฉลามวาฬการติดเครื่องมือประมงโดยไม่ตั้งใจ (Bycatch) เป็นภัยคุกคามสำคัญของสัตว์ทะเลหายากหลายชนิด เป็นปัญหาที่ยังคงต้องหาทางแก้กันต่อไป เพราะแม้ฉลามวาฬจะได้รับการปกป้องคุ้มครองสูงสุดทางกฎหมายในฐานะสัตว์ป่าสงวนชนิดใหม่ของไทย แต่ภัยคุกคามในลักษณะนี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ และหลีกเลี่ยงได้ยาก

เครื่องมือบางประเภทเช่นอวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคู่ จัดว่าเป็นเครื่องมือประมงที่จับสัตว์น้ำแบบไม่เลือกชนิด และทำให้เกิดการจับสัตว์น้ำที่ไม่ตั้งใจจับเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึง ฉลามวาฬและปลาฉลามชนิดอื่นๆ ซึ่งมีสถานภาพน่าเป็นห่วงและไม่ใช่เป็นสัตว์น้ำเป้าหมายในการทำประมง

ฉลามวาฬเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่มาก โตเต็มที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 เมตร ฉลามวาฬตัวใหญ่ที่สุดที่เคยมีการบันทึกมีความยาวถึง 20 เมตร หนักถึง 42 ตันจากไต้หวัน แม้จะเป็นสมาชิกปลาฉลามและมีฟันซี่เล็กๆเท่าหัวไม้ขีดกว่า 3,000 ซี่ แต่ฉลามวาฬหากินด้วยการกรองแพลงตอน และสัตว์ทะเลตัวเล็กๆ เป็นอาหาร ด้วยการอ้าปากกรองน้ำทะเลราวๆ 5,000 ลิตรต่อชั่วโมงผ่านซี่กรอง (gill raker) ฉลามวาฬเป็นปลาที่อายุยืนมาก นักวิจัยประเมินว่าฉลามวาฬมีอายุเฉลี่ยราว 80 ปี โดยตัวผู้ต้องใช้เวลาราว 17 ปีจึงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ในขณะที่ตัวเมียอยู่ที่ 19 – 22ปี

ฉลามวาฬงานวิจัยในประเทศเบลีซ อเมริกากลาง พบว่าฉลามวาฬ 1 ตัวสร้างรายได้มากกว่า 70 ล้านบาทตลอดชั่วชีวิตผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว ในขณะที่ทั่วโลกมีการคำนวณว่าแต่ละปีฉลามวาฬสร้างรายได้กว่า 1,500 ล้านบาทในแต่ละปีให้กับประเทศที่มีกิจกรรมดำน้ำท่องเที่ยว สัตว์หายากอย่างฉลามวาฬจึงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมาก

ฉลามวาฬจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และได้รับการคุ้มครองทั้งโดยกฎหมายภายในประเทศ ได้แก่พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และพระราชกำหนดการประมง ที่กำหนดให้ฉลามวาฬเป็น “สัตว์ห้ามจับหรือนำขึ้นเรือ” มีโทษปรับสามแสนถึงสามล้านบาท และกฎหมายระหว่างประเทศ คือ CITES หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่ฉลามวาฬยังคงถูกคุกคามจากประมงผิดกฎหมาย หรือติดเครื่องมือประมงโดยไม่ตั้งใจ ดังเช่นกรณีนี้ รวมไปถึงขยะทะเล และการท่องเที่ยวที่ขาดความรับผิดชอบ

ฉลามวาฬจากสถิติการประมงทะเลระหว่าง ปีพ.ศ. 2541-2561 ปริมาณปลาฉลามและปลากระเบนที่จับได้ในประเทศไทยลดลงอย่างน่าตกใจ จากปริมาณสูงสุดเมื่อปี 2546 จับฉลามได้ 14,409 ตัน กระเบนได้ 18,131 ตัน เทียบกับปริมาณต่ำสุดเมื่อปี 2561 จับฉลามได้ 419 ตัน กระเบนได้ 2,311 ตัน เท่ากับว่าภายในเวลา 20 ปี ฉลามลดปริมาณลงกว่า 97% ในขณะที่กระเบนก็ลดปริมาณลงกว่า 90% ซึ่งปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้เป็นตัวบ่งชี้สถานภาพของสัตว์น้ำชนิดนั้นๆ ในธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ประมาณเกือบสองในสามของฉลามและกระเบนที่จับได้มาจากอ่าวไทย ที่เหลือมาจากฝั่งอันดามัน

สิ่งที่น่าสนใจก็คือจากข้อมูลดังกล่าว พบว่าอุปกรณ์ที่จับปลาฉลามในน่านน้ำไทยเป็น อวนลากแผ่นตะเฆ่ ถึง 85.17% และอวนลากคู่ 11.33% หมายความว่าฉลามที่ถูกจับได้ส่วนใหญ่ (96.5%) ติดเครื่องมือประมงสองชนิดนี้ อาจถึงเวลาที่เราต้องมีแนวทางการจัดการเครื่องมือประมงทั้งสองประเภทนี้ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่อนุญาตให้มีการทำประมง หรือการปรับปรุงเครื่องมือและระบบติดตามที่จะช่วยลดการจับสัตว์น้ำที่ไม่ใช่ชนิดเป้าหมาย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนกับทรัพยากรทางทะเล และลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์ทะเลหายาก

ทะเลไทยหากอยากให้ฉลามวาฬอยู่คู่ทะเลไทย สิ่งจำเป็นที่ต้องเกิดขึ้นคือมาตรการอนุรักษ์ในระยะยาวที่ตอบโจทย์สำคัญทั้งเรื่องของข้อมูล การจัดการเครื่องมือประมงที่มีความเสี่ยงสูงต่อสัตว์ทะเลหายากอย่างอวนลากแผ่นตะเฆ่ และอวนลากคู่ รวมไปถึงการท่องเที่ยวทางทะเลที่ขาดความรับผิดชอบ และช่วยกันแก้ปัญหาขยะทะเลด้วยการลดการสร้างขยะพลาสติกจากพวกเราทุกคนอีกด้วย

เรื่อง: เพชร มโนปวิตร
ภาพ: หาญนเรศ หริพ่าย


อ่านเพิ่มเติม ทะเลไทย ในคลื่นยักษ์ของนักท่องเที่ยว

ทะเลไทย

เรื่องแนะนำ

ฉลามและปลากระเบนทั่วโลกกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาความเสี่ยงสูญพันธุ์ของพวกมันมีทั้งการกำหนด การควบคุมการค้าขาย ฉลาม ในระดับนานาชาติ และสร้างแนวทางการประมงอย่างยั่งยืน ครั้งหนึ่ง พื้นที่ทะเลหลวงในหลายทวีป เคยมีฉลามและปลากระเบนอย่างอุดมสมบูรณ์ เช่น ปลาฉลามมาโกครีบสั้น (Shortfin makos) ฉลามที่มีความเร็วที่สุดโลกไล่ตามเหยื่อด้วยความเร็วมากกว่า 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปลาฉลามหัวค้อนหยัก (Scalloped hammerhead) ที่รวมตัวกันในผืนน้ำ กวาดสายตามองหาเหยื่อด้วยตาที่มีช่วงกว้างและอวัยวะรับประสาทสัมผัสที่ถูกสร้างมาเป็นพิเศษ สัตว์เหล่านี้แหวกว่ายไปทั่วน่านน้ำเปิดอันกว้างใหญ่ไพศาลและเข้าถึงได้ยากจนบรรดาชาวประมง และแม้กระทั่งนักชีววิทยาบางคน พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าการทำประมงเกินขนาดกำลังเป็นภัยคุกคามพวกมันในขณะนี้ “เมื่อทศวรรษที่แล้ว” Nicholas Dulvy ประธานร่วมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านปลาฉลามของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (the International Union for Conservation of Nature’s Shark Specialist Group) รำลึกย้อนไปว่า “เรายังเคยมีการถกเถียงอันร้อนแรงในเรื่องการจัดให้ฉลามในมหาสมุทรเป็นสัตว์ที่ถูกคุกคามอยู่เลย” ขณะนี้ การวิเคราะห์อันครอบคลุมทั้งจำนวนประชากรในอดีตและปัจจุบันได้เผยภาพที่ชัดเจนกับ Dulvy และ Nathan Pacoureau ผู้เขียนงานวิจัยร่วมจากมหาวิทยาลัย Simon Fraser แห่งแคนาดา ซึ่งพวกเขาพบว่า จำนวนประชากรฉลามและปลากระเบน 18 สายพันธุ์ได้ลดลงถึงร้อยละ 70 […]

หา…..เจ้าหมากลายเป็นสีฟ้าไปได้ไง?

เจ้าหมาสีฟ้าถูกพบใน Taloja เขตอุตสาหกรรมใกล้มุมไบ อินเดีย ขนสีฟ้าของมันเชื่อมโยงถึงขยะอุตสาหกรรมที่ถูกทิ้งลงแม่น้ำ Kasadi ซึ่งอยู่ใกล้เคียง เชื่อว่าเป็นสีย้อมจากโรงงานผลิตผงซักฟอก เจ้าหมาตัวดังกล่าวลงไปว่ายน้ำในแม่น้ำจึงทำให้สีติดตัวมันขึ้นมาด้วย (ชมคลิปวิดีโอเจ้าหมาสีฟ้าได้ที่นี่) ด้านเจ้าหน้าที่สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ท้องถิ่นจับหมาสีฟ้าได้ตัวหนึ่งและอาบน้ำให้มัน จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่ามันแข็งแรงและไม่พบการบาดเจ็บภายใน ทั้งนี้โรงงานดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว และผลการตรวจจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตามภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของเจ้าหมาสีฟ้า กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว และสำนักข่าวท้องถิ่นในอินเดียเองก็ตามติดข่าวนี้เช่นกัน ล่าสุดทางการอินเดียได้ปิดโรงงานแห่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุการปล่อยมลพิษทั้งทางอาการและน้ำลงสู่แม่น้ำ Kasadi อย่างไรก็ตาม ยังมีโรงงานกว่า 1 พันแห่ง เช่น โรงงานผลิตยา อาหาร และวิศวกรรม ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมนั้น แม่น้ำ Kasadi มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานมากและมีคลอไรด์ปนเปื้อนสูง ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชนในท้องถิ่นด้วย   อ่านเพิ่มเติม : เต่าทะเลติดแหได้รับการช่วยเหลือ, ลูกสลอธเรียนรู้การปีนจากเก้าอี้โยก

จู๋ปูเสฉวนที่ใหญ่ขึ้นช่วยพวกมันปกป้องบ้าน

ผลการศึกษาใหม่พบว่า ยิ่งปูเสฉวนหวงแหนและพิถีพิถันกับเปลือกหอยมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าพวกมันจะยิ่งวิวัฒน์อวัยวะเพศผู้ให้ใหญ่ขึ้นตาม เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านถูกขโมย