อสรพิษ คมเขี้ยวสังหารจากแอฟริกา - National Geographic Thailand

อสรพิษ คมเขี้ยวสังหารจากแอฟริกา

ในแต่ละปีชาวแอฟริกันหลายหมื่นคนเสียชีวิตจากการถูกงูกัด การได้รับการรักษาอาจเป็นเรื่องยากลำบาก และเซรุ่มต้านพิษจาก อสรพิษ นี้ยังขาดแคลน นี่คือวิกฤติด้านสาธารณสุข

องค์การอนามัยโลกชี้ว่า ในแต่ละปี ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากการถูกงูกัดมากถึง 138,000 คน และราวร้อยละ 95 ของผู้เสียชีวิตจาก อสรพิษ นี้อาศัยอยู่ในชุมชนชนบทที่ยากจนในประเทศกำลังพัฒนา

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดแห่งหนึ่งคือภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกา ซึ่งเชื่อกันว่ามีผู้เสียชีวิตจาก การถูกงูกัดมากถึงปีละ 30,000 คน แต่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการถูกงูกัดบางคนบอกว่า ยอดจริงอาจเป็นสองเท่าของจำนวนดังกล่าว ปัจจัยหลักคือยารักษาชนิดเดียวที่แก้พิษของงูอันตรายได้ คือเซรุ่มต้านพิษงูขาดแคลนอย่างรุนแรง ความซับซ้อนอยู่ที่ผู้เคราะห์ร้ายจำนวนมากไม่ไปโรงพยาบาล เพราะไม่มีเงินหรือเดินทางลำบาก หรือเพราะไม่เชื่อในการแพทย์แผนตะวันตก หรือไปถึงโรงพยาบาลไม่ทันเวลา เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยขาดการฝึกอบรมการรักษาผู้ถูกงูกัด และแม้จะมีเซรุ่มให้ใช้ ราคาก็แพงเกินไปสำหรับผู้เคราะห์ร้ายหลายคน

อสรพิษ, งูไวเปอร์แรด, งู
งูไวเปอร์แรดซึ่งเคลื่อนไหวช้าและหากินในเวลากลางคืน สังเกตเห็นได้ยากท่ามกลางกองใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น

นอกจากนี้ เซรุ่มต้านพิษงูที่เชื่อถือได้ส่วนใหญ่ในแอฟริกาต้องแช่เย็นเพื่อคงความเสถียรและประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง แม้แต่ในเขตเมือง การรักษาความเย็นให้เซรุ่มจึงแทบเป็นไปไม่ได้

เมื่อปี 2017 เพื่อให้วิกฤติด้านสาธารณสุขที่เกิดจากการถูกงูกัดได้รับความสนใจและดึงดูดเงินทุนมาสนับสนุนงานวิจัยและการรักษา องค์การอนามัยโลกจึงเพิ่มการถูกงูพิษกัดเข้าไปในบัญชีรายชื่อโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย ซึ่งรวมถึงโรคพิษสุนัขบ้า โรคไข้เลือดออก และโรคเรื้อน และต่อมาในปี 2019 องค์การอนามัยโลกแถลงเป้าหมาย การลดจำนวนผู้เสียชีวิตและพิการจากการถูกงูพิษกัดในแต่ละปีให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2030 นับเป็นพันธกิจที่อาจ มีมูลค่าเกือบ 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อสรพิษ, งูแมมบา
งูแมมบาเขียวพันธุ์ตะวันออกซึ่งปราดเปรียวและอาศัยอยู่บนต้นไม้ เป็นงูแมมบาหนึ่งในสี่ชนิดของแอฟริกา การกัดของงูแมมบาสามารถปล่อยพิษทำลายระบบประสาทที่ออกฤทธิ์เร็ว โดยทำให้กล้ามเนื้อระบบหายใจเป็นอัมพาต ส่งผลให้เสียชีวิตจากการหยุดหายใจ

เหยื่อผู้ถูกงูกัดชาวแอฟริกันส่วนใหญ่เป็นชาวนาซึ่งเดินเท้าเปล่าหรือสวมรองเท้าแตะไปทำงานในทุ่งนาห่างไกล ทำให้พวกเขาเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง เมื่อถูกงูพิษกัด การแข่งกับเวลาก็เริ่มขึ้น การพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาล ที่ใกล้ที่สุดอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง แม้แต่หลายวัน ถึงตอนนั้นก็อาจสายเกินไป

พิษของงูในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้าซึ่งเป็นวงศ์ที่รวมถึงงูแมมบาและงูเห่า ทำให้คนเสียชีวิตได้ภายในเวลา ไม่กี่ชั่วโมง พิษที่ทำลายระบบประสาททำให้กล้ามเนื้อระบบหายใจเป็นอัมพาตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หายใจไม่ได้ แต่พิษของงูในวงศ์งูแมวเซาอาจใช้เวลาหลายวันกว่าจะทำให้เสียชีวิต โดยพิษจะไปขัดขวางการแข็งตัวของเลือด ทำให้เกิดการอักเสบ เลือดไหล และเนื้อเยื่อตาย

งูเห่า, งู
งูเห่าป่าแผ่แม่เบี้ยในท่าป้องกันตัว งูเห่าในแอฟริกาปรับตัวให้เข้ากับถิ่นอาศัยของมนุษย์ได้ดี

เมื่อผู้เคราะห์ร้ายไปถึงมือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โอกาสรอดชีวิตขึ้นอยู่กับสองปัจจัยสำคัญ ได้แก่ มีเซรุ่ม ต้านพิษงูที่เชื่อถือได้ไหม และถ้ามี เจ้าหน้าที่เหล่านั้นรู้วิธีการฉีดไหม บ่อยครั้งในภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกา คำตอบของทั้งสองคำถามคือ ไม่

เหยื่องูกัดหลายรายไม่ได้รับการพาไปโรงพยาบาลเลยด้วยซ้ำ หลายครอบครัวอาจหันไปขอความช่วยเหลือจากหมอพื้นบ้านแทน โดยหมอเหล่านั้นอาจประคบแผลด้วยสมุนไพรหรือขี้เถ้าจากการเผากระดูกสัตว์ หรือขันชะเนาะแขนขาที่ถูกงูกัด ซึ่งอาจขัดขวางการไหลเวียนของเลือดจนเป็นอันตราย การรักษาด้วยสมุนไพรบางชนิดอาจบรรเทาความเจ็บปวดและลดอาการบวมได้จริง แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตผู้เคราะห์ร้ายได้

กระนั้น การป้องกันการถูกงูกัดย่อมดีกว่าการรักษา การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน จึงเป็นมาตรการที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ เช่น สวมรองเท้าเมื่อเดินในสถานที่ที่น่าจะมีงู และส่องไฟฉายในเวลากลางคืน

งูไวเปอร์
เป็นเรื่องง่ายที่จะบังเอิญเหยียบงูไวเปอร์กาบูน ซึ่งหลบซ่อนโดยการพรางตัวอย่างสมบูรณ์แบบและมักนอนนิ่งบนพื้นป่าเป็นเวลาหลายชั่วโมง พิษของงูไวเปอร์ขนาดใหญ่ชนิดนี้ทำให้เลือดไม่แข็งตัว

เรื่องและภาพถ่าย โตมัส นิโกลง

สามารถติดตามเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนธันวาคม 2563

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม เพราะมีอสรพิษจึงมีเรา เมื่องูคือตัวขับเคลื่อนวิวัฒนาการ

อสรพิษ
ภาพเขียนการต่อสู้ระหว่างเทพธอร์กับยอร์มุนกานดร์ งูยักษ์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากโลกิและนางยักษ์แองเกอร์โบดา ตามคำทำนายวันสิ้นโลกของชาวไวกิ้ง งูยักษ์จะสู้กับเทพธอร์ และถูกเทพธอร์กำจัดไปในที่สุด แต่เทพธอร์เองก็จะเสียชีวิตจากพิษงูเช่นกัน
ขอบคุณภาพจาก https://www.ancient-origins.net

เรื่องแนะนำ

ปลาไหลกัลเปอร์ทำนักวิทยาศาสตร์หยุดหัวเราะไม่ได้

ปลาไหลกัลเปอร์ทำนักวิทยาศาสตร์หยุดหัวเราะไม่ได้ ทีมสำรวจใต้ทะเลลึกไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน จากคลิปวิดีโอแล้วคุณผู้อ่านคิดว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนบอลลูนสีม่วงเข้มนี้คือตัวอะไร? เมื่อมองเข้าไปใกล้ ทีมนักวิทย์จึงได้รู้ว่า ที่แท้เจ้าวัตถุทรงประหลาดนี้คือปลาไหลกัลเปอร์ (Eurypharynx pelecanoides) และส่วนบอลลูนที่เห็นก็คือปากของมัน ปลาไหลกัลเปอร์ที่มีถิ่นอาศัยในเขตใต้ทะเลลึกสามารถอ้าขยายปากของมันออกกว้างเพื่อกินเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมัน ภายในมีฟันซี่เล็กๆ เต็มปากที่ใช้จัดการกับเหยื่อ วิวัฒนาการนี้มีขึ้นเพื่อช่วยให้พวกมันเอาชีวิตรอดจากสภาพแวดล้อมอันยากลำบากของใต้ทะเลลึก นอกจากนั้นมันยังเป็นพวกที่กินไม่เลือกอีกด้วย ทว่าสำหรับพฤติกรรมของปลาไหลกัลเปอร์ตัวนี้ เนื่องจากไม่มีเหยื่อในปาก ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่าการพองปากของมันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม แน่นอนว่าพวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ รูปร่างที่ทั้งตลกและน่าทึ่งของมันยามขยายปากออกสุดนั้น ทำเอาทีมนักวิจัยถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว   อ่านเพิ่มเติม หมึกสาย: นักมายากลแปดหนวด

แมลงเม่า ทำไมชอบบินเข้าหาแสงไฟ

แมลงเม่าคือระยะที่มีปีกของวงจรชีวิตปลวก เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เช่นช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนสู่ฤดูฝน เรามักพบ แมลงเม่า นับร้อยนับพันออกมาบินว่อนรอบดวงไฟ และเมื่อแมลงเม่าออกมาจากจอมปลวก สัตว์อื่นๆ ที่กินแมลงเป็นอาหารอย่าง จิ้งจก ตุ๊กแก และคางคก ต่างออกมาชุมชนคล้ายงานเลี้ยงมื้อใหญ่ แมลงเม่าคือปลวกในระยะสืบพันธุ์ เป็นแมลงที่มีการเปลี่ยนรูปร่างไม่สมบูรณ์แบบ โดยตัวอ่อนจะมีลักษณะคล้ายตัวเต็มวัยแต่ยังไม่มีปีกหรืออวัยวะสืบพันธุ์ วงจรชีวิตของปลวกเริ่มจากไข่ที่ฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อน และตัวอ่อนนี้สามารถเจริญเป็นสามวรรณะ คือ วรรณะปลวกงาน วรรณะปลวกทหาร และวรรณะสืบพันธุ์ วรรณะปลวกงานเป็นแรงงานของรังปลวก ทำหน้าที่ในการสร้างรัง และหาอาหารให้แก่ปลวกในวรรณะอื่นๆ วรรณะปลวกทหาร มีหัวกะโหลกแข็งและใหญ่ มีกรามขนาดใหญ่เป็นเหมือนคีมใช้ต่อสู้ วรรณะปลวกงานและทหารไม่มีการเปลี่ยนรูปหรือพัฒนาการต่อไปอีกเหมือนกับปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ ปลวกในวรรณะสืบพันธุ์เมื่อโตเต็มวัยจะมีปีก การมองเห็นที่ดีและมีระบบสืบพันธุ์ที่สมบูรณ์ เรียกปลวกในระยะนี้ว่า “แมลงเม่า” แมลงเม่าออกจากรังเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนหรือมีความชื้นสูง แมลงเม่าจะออกจากรังและบินไปรวมกันในบริเวณที่มีแสงสว่างจ้า เช่น หลอดไฟ เพื่อกระตุ้นการตกไข่ โดยร่างกายของปลวกมีการพัฒนาให้มีความแข็งและมีสีเข้ม เพื่อให้ทนต่อแสงไฟและความชื้นของอากาศ เมื่อผสมพันธุ์แล้ว แมลงเม่าจะสลัดปปีกออกและหาสถานที่สร้างรังและวางไข่ โดยแมลงเม่าตัวเมียจะกลายเป็นราชินีปลวก แมลงเม่าคือปลวกระยะตัวเต็มวัยที่มีปีก ปัจจุบัน ปลวกกระจายตัวอยู่ทุกทวีปทั่วโลกประมาณสองพันชนิด จอมปลวกหนึ่งจอมมีสมาชิกปลวกประมาณหนึ่งพันตัว ส่วนใหญ่ปลวกสร้างรังจากดินและมีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อน เมื่อปลวกตัวเมียถึงช่วงสืบพันธุ์ มันมักจะออกจากจอมปลวกเดิมเพื่อหาคู่ผสมพันธ์ และหาสถานที่สำหรับสร้างอาณาจักรใหม่ ตัวเมีย (หรือราชินีปลวก) จะเริ่มผลิตไข่จำนวนหลายร้อยใบ ตัวอ่อนส่วนใหญ่ที่มาจากไข่นางพญาปลวกจะเจริญไปเป็นปลวกงาน […]