พฤติกรรมแกล้งตาย นอกจากใช้หลอกผู้ล่าได้แล้ว ยังใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นได้อีก

มีสัตว์หลายชนิดที่แกล้งตาย และไม่ใช่เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงผู้ล่า

งู สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง นก และสัตว์ต่างๆ วิวัฒน์ พฤติกรรมแกล้งตาย ขึ้นมาด้วยหลากหลายเหตุผล

ในบรรดาวิธีการที่สัตว์ต่างๆ วิวัฒนาการเพื่อหลีกหนีผู้ล่า พฤติกรรมแกล้งตาย อาจเป็นหนึ่งวิธีที่สร้างสรรค์มากที่สุด และเสี่ยงอันตรายมากที่สุดเช่นกัน

ในวงการวิทยาศาสตร์ คำว่า แธนาโทซิส (Thanatosis) หรือภาวะอัมพาตชั่วคราว หรือการแกล้งตาย สามารถพบได้ทั่วไปในอาณาจักรสัตว์ ตั้งแต่นกไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงปลา นักแกล้งตายที่โด่งดังที่สุดอาจจะเป็นโอพอสซัมเวอร์จิเนียที่พบได้ในแถบอเมริกาเหนือ โดยมันจะเปิดปาก แลบลิ้นออกมา ขับถ่ายมูล และปล่อยของเหลวที่มีกลิ่นเน่าเสีย เพื่อโน้มน้าวผู้ล่าว่า ร่างกายของมันเน่าเสียเกินกว่าที่จะกินได้แล้ว

หนูตะเภาและกระต่ายหลายสายพันธุ์มีพฤติกรรมแกล้งตาย เช่นเดียวกับงูหลากหลายชนิด เช่น งูเท็กซัสสีคราม กลุ่มสัตว์ปีกที่เป็นนักต้มตุ๋นประกอบด้วย นกกระทาญี่ปุ่น ไก่บ้าน และเป็ดป่า ฉลามบางชนิดถึงขั้นแกล้งหงายท้อง โดยมันจะงอหลังของมัน และคงสภาพนั้นไว้ชั่วขณะหนึ่ง ฉลามมะนาว (Lemon shark) จะแสดงการว่ายน้ำอย่างติดขัด หายใจลำบาก และแสดงการสั่นกลัวในบางเวลา

พฤติกรรมแกล้งตาย, สัตว์แกล้งตาย, แกล้งตาย, พฤติกรรมสัตว์
โอพอสสัมแกล้งตายเมื่อรู้ตัวว่าผู้ล่ากำลังเข้ามาจู่โจม

สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังหลากหลายสายพันธุ์มีพฤติกรรมอาการอัมพาตชั่วคราว ทำให้พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องทั่วไปสำหรับพวกมัน หรืออย่างน้อยทำให้พวกมันเป็นสายพันธุ์ที่ถูกศึกษามากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเจอนักล่า ตั๊กแตนแคระญี่ปุ่นจะแกล้งตายด้วยการเหยียดขาออกไปในหลายๆ ทิศทาง จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกกบจะกลืนพวกมันได้

โดยทั่วไป นักวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจแน่ชัดถึงพฤติกรรมที่น่าสนใจเหล่านี้ โรซาลินด์ ฮัมฟรีย์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ในสหราชอาณาจักร กล่าวในอีเมล มันยากที่จะไปเก็บข้อมูลในป่า และยังมีความกังวลทางจริยธรรมเกี่ยวกับการสร้างการทดลองที่ให้ผู้ล่าจู่โจมเหยื่อ เธอกล่าว เหล่านี้คือข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์ทราบแล้ว

“โอกาสสุดท้าย”

แมลงหลากชนิดแกล้งตายหลังจากที่ถูกผู้ล่าจับได้ เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า อัมพาตหลังการปะทะ เข่น ตัวอ่อนของแมลงช้างยุโรป (Euroleon nostras) – แมลงมีปีกที่เป็นผู้ล่าที่น่าเกรงขาม สามารถแกล้งตายได้นานถึง 61 นาทีอย่างน่าอัศจรรย์ ในขณะที่ ชาร์ล ดาร์วิน กลับประหลาดใจที่บันทึกได้ว่า ด้วงสามารถแกล้งตายได้ถึง 23 นาที

เรื่องราวประมาณว่า : นักล่า เช่น นกกระจอก สังเกตเห็นกลุ่มของตัวอ่อนของแมลงช้าง และบินถลาลงไปเพื่อจับพวกมัน ในบางครั้ง นกกระจอกทำตัวอ่อนร่วงจากปาก สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ ตัวอ่อนตัวนั้นก็แกล้งตาย

มันเป็นโอกาสสุดท้ายของชีวิตคุณ” แอนา เซนโดวา-แฟรงก์ นักวิจัยรับเชิญของมหาวิทยาลัยบริสทอลแห่งสหราชอาณาจักร และผู้ร่วมเขียนงานวิจัยพฤติกรรมการแกล้งตายในวารสาร Biology Letters เดือนมีนาคม 2021 กล่าว

พฤติกรรมแกล้งตาย, สัตว์แกล้งตาย, แกล้งตาย, พฤติกรรมสัตว์
ตั๊กแตนตำข้าวตัวผู้จะมีอาการเป็นอัมพฤกษ์ชั่วคราวหลังจากผสมพันธุ์เสร็จ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเมียกัดกินตัวของมัน

อาการอัมพาตหลังการปะทะแตกต่างจากวิธีหยุดนิ่งภายใต้การควบคุมของจิตใจ “เหมือนเวลาโจรบุกขึ้นบ้านคุณ และคุณหยุดอยู่นิ่งๆ เพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกพบเห็น” เซนโดวา-แฟรงก์ กล่าวและอธิบายเสริมว่า แต่มันคือกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่อยู่นอกเหนืออำนาจของจิตใจ เช่น อัตราการเต้นหัวใจเต้นช้าลง

การแกล้งตายเพื่อการหาอาหารและการผสมพันธุ์

ในขณะที่สิ่งมีชีวิตมากมายแกล้งตายเพื่อหลีกหนีความตาย สิ่งมีชีวิตบางชนิดได้ค้นพบการใช้เทคนิคนี้เพื่อจุดประสงค์อื่น เช่น ในแมงมุมเนิร์สซารีมีพฤติกรรมที่ตัวเมียมักจะกินตัวผู้ เพื่อผสมพันธุ์ ตัวผู้จะสะสมอาหาร โดยยึดติดตัวของมันเองเข้ากับอาหารเหล่านั้น จากนั้นมันจะแกล้งตาย เมื่อตัวเมียลากอาหารที่มียตัวผู้ติดอยู่ไปมา และเริ่มกินอาหาร ตัวผู้ที่ติดอยู่ในอาหารจะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง และพยายามจะผสมพันธุ์กับตัวเมีย และบางครั้งพวกมันก็ประสบความสำเร็จ ไทร์น บิลเดอะห์ ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา มหาวิทยาลัยอาร์ฮุส ประเทศเดนมาร์ก กล่าว

การแกล้งตายดูเหมือนจะเป็นความพยายามผสมพันธุ์ของตัวผู้ เป็นพฤติกรรมเพิ่มเติมหรือแทนที่จะ เป็นกลยุทธ์ตอบโต้การถูกล่า” เธอเขียนในอีเมล “บางทีมันสามารถเป็นได้ทั้งสองบทบาท

ในทางตรงกันข้าม แมลงปอหาบเร่ทุ่งหญ้า (moorland hawker dragonfly) ตัวเมีย พยายามอย่างมากเพื่อหลีกเลี่ยงการผสมพันธุ์ มันจะหยุดบินและดิ่งกระแทกลงพื้นเพื่อหลีกหนีตัวผู้ที่ดุดัน ซึ่งสามารถทำร้ายมันได้

ปลาหมอสีในทวีปอเมริกากลางจะแกล้งตายอยู่บนพื้นผิวใต้ทะเลสาบเพื่อที่จะล่อลวงปลาและเหยื่อชนิดอื่น เมื่อปลาตัวอื่นว่ายเข้ามาเพื่อหวังกัดกินร่างของมัน ปลาหมอสีจะตื่นขึ้นและจู่โจม ในทำนองเดียวกัน ปลาเก๋าในประเทศบราซิลก็มีการแกล้งตายเพื่อล่อเหยื่อที่เป็นปลาวัยเยาว์

การป้องกันที่แปลกแต่ประสบความสำเร็จ

อาการอัมพาตชั่วคราวสามารถมองได้ว่าเป็น “พฤติกรรมที่แปลกสำหรับการพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อป้องกันตัวเอง หากเราคิดว่าเหยื่อพยายามดิ้นรนและหลบหนีเมื่อถูกจับ” ฮัมฟรีย์กล่าวและเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม มันมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้อาการอัมพาตชั่วคราวอาจประสบความสำเร็จในการลดความน่าจะเป็นของการจู่โจมครั้งต่อไป

ยกตัวอย่างเช่น ในการทดลองกับแมลงช้างของชาวอังกฤษ นักวิทยาศาสตร์พบว่า ตัวอ่อนที่แกล้งตายนานกว่าตัวอื่นจะมีโอกาสที่จะถูกกินโดยผู้ล่าน้อยกว่า ซึ่งผู้ล่าอาจถูกหลอกหรือถูกทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนจาากการตอบสนองของตัวอ่อน

เป็ด และสัตว์ปีกบางชนิด มักแกล้งตาย เพื่อหลีกเลี้ยงการถูกล่า

ในการทดลองเมื่อปี 1975 นักวิทยาศาสตร์เฝ้าดูสุนัขจิ้งจอกแดงในกรงเลี้ยง ล่าเป็ด 5 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เป็ดส่วนใหญ่ทำการแกล้งตายทันทีเมื่อถูกสุนัขจิ้งจอกจับ จากนั้นสุนัขจิ้งจอกจะนำร่างของเป็ดกลับรังเพื่อเป็นอาหารต่อไป สุนัขจิ้งจอกที่มีประสบการณ์จะรู้ว่าต้องฆ่าเป็ด หรือทำให้มันพิการทันที แต่สุนัขจิ้งจอกที่ขาดประสบการณ์จะปล่อยเป็ดที่คิดว่าตายแล้วไว้บางครั้ง ทำให้เหยื่อของพวกมันหนีไปได้

นี่คือเหตุผลว่าทำไม เซนโดว่า-แฟรงค์ เรียกพฤติกรรมนี้ว่า “โอกาสสุดท้าย

การขยับตัวอาจเป็นการการันตีความตาย แต่การแกล้งตายจะทำให้มีโอกาสรอด ไม่ว่าจะน้อยเพียงใดก็ตาม

เรื่อง: คริสทีน พีเตอร์สัน
แปลและเรียบเรียง: จอมพล ละมูนกิจ
โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษไทย


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กุ้งเดินพาเหรด เบื้องหลังปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าทึ่ง

เรื่องแนะนำ

พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้

ไม่บ่อยนักที่จะพบลูกสิงโตขาวในธรรมชาติ เนื่องจากพวกมันมักตายตั้งแต่ยังเล็ก มีเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่เติบโตไปเป็นสิงโตขาวตัวเต็มวัยได้

โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งบุรีรัมย์ ที่ฟื้นคืนฝูงนกกระเรียนพันธุ์ไทยจากการสูญพันธุ์

โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่การฟื้นคืนฝูง นกกระเรียน พันธุ์ไทยจากการสูญพันธุ์ และทำให้ชาวบ้านหันมาทำนาอินทรีย์กันทั้งชุมชน โลกของเรามี นกกระเรียน 15 ชนิด ตั้งแต่นกกระเรียนพันธุ์ยุโรป นกกระเรียนพันธุ์ไซบีเรีย นกกระเรียนพันธุ์ออสเตรเลีย นกกระเรียนกู่แห่งทวีปอเมริกา มาจนถึงนกกระเรียนพันธุ์ไทย (Eastern Sarus Crane) ที่มีขนาดใหญ่โตที่สุด เมื่อโตเต็มวัย โดยมีความสูงถึง 1.8 เมตร จึงนับเป็นนกบินได้ที่สูงที่สุดในโลก เชื่อว่าทุกคนรู้จักชื่อนกกระเรียน แล้วรู้หรือไม่ว่า นกกระเรียนพันธุ์ไทย เคยสาบสูญไปจากธรรมชาติเมืองไทยนานถึง 50 ปี แต่ตอนนี้พวกมันได้กลับมาแล้ว ซึ่งเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเหล่านักอนุรักษ์ และชาวนาแห่งอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ ใน ‘โครงการการปล่อย นกกระเรียน พันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ’ เมื่อ 50 ปีก่อน บริเวณนี้คือ พื้นที่ชุ่มน้ำ แหล่งอยู่อาศัยตามธรรมชาติอันสมบูรณ์ของเหล่านกกระเรียน มาวันนี้เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปจากหนองน้ำกลายเป็นทุ่งนา ความเป็นอยู่ของชาวบ้านถูกชี้วัดด้วยผลผลิตข้าวจำนวนมหาศาลในแต่ละปี ฉะนั้นการกลับมาของฝูงนกกระเรียนจึงเป็นความท้าทายของทั้งนกและคน ความท้าทายของการเพาะพันธุ์นกกระเรียน เลี้ยงดูให้เติบโตอและเตรียมความพร้อมให้พวกมันออกไปใช้ชีวิตได้ตามธรรมชาติว่ายากแล้ว แต่การทำงานร่วมกับชาวบ้านเจ้าของที่นาในปัจจุบันนั้นยากยิ่งกว่า เพราะความสำเร็จของภารกิจนี้คือ นกต้องอยู่รอดได้ด้วยตัวเองในธรรมชาติ ดังนั้นชาวบ้านในชุมชนจึงต้องเข้าใจและเต็มใจทำมาหากิน ไปพร้อมกับนกกระเรียนที่มาหากินและอยู่อาศัยในพื้นที่นาของตัวเอง จากจุดเริ่มต้นโครงการ ใน พ.ศ. […]

ฟอสซิลเห็บในอำพัน

ฟอสซิลเห็บ ในอำพัน เป็นที่รู้กันว่าเห็บชอบอาศัยอยู่ในขนสุนัข แต่อำพันที่มีเส้นขนของไดโนเสาร์อยู่ภายในนี้ได้เผยข้อมูลใหม่ว่าเห็บในโลกโบราณนั้นก็ชอบอาศัยอยู่ในขนของไดโนเสาร์เช่นกัน นักวิทยาศาสตร์เข้าตรวจสอบก้อนอำพันที่บรรจุเส้นขนของไดโนเสาร์จากยุคครีเตเชียสเอาไว้ พวกเขาพบร่างของเห็บจำนวนหนึ่งติดอยู่ในก้อนอำพันด้วย นับเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นแรกที่ชี้ให้เห็นว่าเห็บคอยกวนใจบรรดาสิ่งมีชีวิตต่างๆ มาแล้วหลายล้านปี โดยหนึ่งในเห็บที่พวกเขาพบนั้นมีอยู่ตัวหนึ่งดูดเลือดเข้าไปจนท้องป่องเลยทีเดียว   อ่านเพิ่มเติม พบฟอสซิลลูกนกจากยุคไดโนเสาร์อยู่ในอำพัน

มาเป็นแม่ให้พวกเราหน่อย!

โดมินีก ลีเวอร์ ช่างภาพ บันทึกวิดีโอที่เผยปฏิสัมพันธ์ที่หาดูได้ยากระหว่างแรกคูนกับมนุษย์ระหว่างออกไปตกปลาเทราต์สายรุ้งในลำธารแอ๊ปเปิ้ลครีก ลีเวอร์ซึ่งมาจากแทนซาเนียและอยู่ระหว่างเดินทางในสหรัฐฯ ได้ยินเสียงร้องแหลมเล็กๆ ดังแว่วมา “ตอนนั้นเป็นช่วงกลางวัน [ผม] มองก้มมองเท้าของตัวเอง แล้วก็เห็นแรกคูนสามตัววิ่งเข้ามาหา แล้วเริ่มปีนขึ้นมาตามขาผม ผมปล่อยให้พวกมันทำอย่างนั้น” ลีเวอร์เล่าในอีเมล เขาเล่าต่อว่า จากนั้น พวกมันก็ปีนขึ้นไปที่ไหล่และเริ่มเลียหูเขา ลีเวอร์คิดในตอนนั้นว่า พวกมันอาจสูญเสียแม่ไป จากนั้น นักตกปลาอีกคนก็มาเห็นเข้า และเอาปลาตายที่เขาพบข้างลำธารมาเลี้ยงพวกมัน สองวันต่อมา ลีเวอร์กลับไปที่ลำธารนั้นอีกครั้งและพบว่า ชายคนที่เอาปลาเลี้ยงลูกแรกคูนสร้างรังเล็กๆให้พวกมัน หลังพบว่าพวกมันน่าจะเสียแม่ไป เขากลับมาคอยดูพวกมันทุกวัน “ตั้งแต่นั้น ผมก็ติดกับเขาอยู่เรื่อยๆ เขาบอกผมว่า พวกมันสบายดี และเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นเรื่อยๆ และใช้เวลาอยู่กับคนน้อยลงเช่นกัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีครับ” ลีเวอร์บอก แรกคูนพบเห็นได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ โดยอาศัยอยู่ตั้งแต่ในย่านชานเมืองไปจนถึงชนบทพวกที่อาศัยหรือป้วนเปี้ยนอยู่ตามชานเมืองและสวนสาธารณะมักคุ้นเคยกับมนุษย์ แต่การที่พวกมันปีนป่ายตามเนื้อตัวของคนก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ “พฤติกรรมของพวกมันขณะปีนป่ายอยู่บนเนื้อตัวของชายคนนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ที่พวกมันเลือกเขานี่สิน่าสนใจ” ซูซาน แมกโดนัลด์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยยอร์กและนักสำรวจของเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ผู้ศึกษาพฤติกรรมของแรกคูน บอก เธอพอจะเดาคำตอบได้ข้อหนึ่งที่ทำให้พวกมันสนใจเขาเป็นพิเศษ “คุณลองดูสิ เขาไว้หนวดไว้เคราเหมือนแรกคูนไหมล่ะ” เธอบอกกลั้วหัวเราะ “พวกมันมีเหตุผลที่วิวัฒน์ใบหน้าเหมือนใส่หน้ากากขึ้นมาก็เพื่อให้สามารถจดจำซึ่งกันและกันได้ ชายคนนั้นตัวใหญ่ มีขนตามตัวและไว้หนวดเครา เผลอๆอาจจะมีปลาด้วย” แมกโดนัลด์ บอก แมกโดนัลด์เสริมว่า […]