ตามหาแมลงกลางพงไพร ป่าแอมะซอน - National Geographic Thailand

ตามหาแมลงกลางพงไพรแอมะซอน

การทดลองแนวทางใหม่ในผืน ป่าแอมะซอน พบแมลงนับร้อยชนิดอาศัยอยู่ในบริเวณที่สูงขึ้นไปจากผืนป่า

เช้าอากาศปลอดโปร่งวันหนึ่งของเดือนมกราคมที่มาเนาส์ เมืองท่าของบราซิลซึ่งแวดล้อมไปด้วยป่าดิบชื้น ฉันกับนักกีฏวิทยากลุ่มหนึ่งแยกย้ายกันไปซื้อข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อใช้ระหว่างการสำรวจใน ป่าแอมะซอน ยี่สิบนาทีต่อมา ระหว่างเข้าแถวรอจ่ายเงิน เห็นได้ชัดเจนว่า เรามีความคิดแตกต่างกันเกี่ยวกับสิ่งที่จะไปทำ

ฉันได้ถั่วลิสง ลูกเกด และสเปรย์กันแมลง ส่วนนักกีฏวิทยาซึ่งทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงวัน (dipterist) ซื้อผักผลไม้ช้ำๆถุงใหญ่ เนื้อไก่ใกล้หมดอายุหลายถาด และเนื้อปลาพีค็อกแบสเป็นชิ้นๆห่ออยู่ในพลาสติกใส

“ผมขอมะเขือเทศช้ำที่สุดที่มีในร้าน มันฝรั่งและหัวหอมเอาแบบยิ่งเน่ายิ่งดี แมลงวันชอบของแบบนั้นแหละครับ” ดัลตง ดี โซซา อามอริง ศาสตราจารย์ด้านกีฏวิทยาจากมหาวิทยาลัยเซาเปาลู บอก

นักกีฏวิทยา, ป่าแอมะซอน, แมลง
นักกีฏวิทยามักมุ่งความสนใจอยู่บนพื้นดิน ในการสำรวจครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์หันไปศึกษาชีวิตแมลงที่ระดับ ความสูงต่างๆบนหอวิจัยสูง 40 เมตรแทน พวกเขาพบว่าแมลงมีความหลากหลายอย่างน่าประหลาดใจ รวมถึง ชนิดพันธุ์ใหม่ๆ นับร้อยชนิด

อามอริงเล่าว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงวันมักใช้อาหารเน่าเหม็นเป็นเหยื่อล่อสำหรับกับดักบนพื้นดิน ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่ของพวกเขามุ่งเน้น แต่ในการสำรวจครั้งนี้ เขาและเพื่อนร่วมงาน ได้แก่ ไบรอัน บราวน์ ภัณฑารักษ์แผนกกีฏวิทยาที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี สตีเวน มาร์แชลล์ ศาสตราจารย์ กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยเกวลฟ์ในออนแทรีโอ จูเซ อัลเบร์ชีโน ราฟาเอล จากสถาบันวิจัยป่าแอมะซอนแห่งชาติ (อินปา) และผู้ช่วยวิจัยอีกสองคน มีภารกิจใหม่ที่แตกต่างออกไป

เรามุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นเวลาสองชั่วโมงสู่หอคอยเหล็กสูง 40 เมตรที่สร้างขึ้นในผืนป่าบริสุทธิ์ของป่าดิบชื้น หอคอยซึ่งสร้างเมื่อปี 1979 นี้ใช้วัดการแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างต้นไม้กับบรรยากาศ จนไม่นานมานี้ มันยังเป็นสถานที่สำหรับการทดลองทางกีฏวิทยาแนวทางใหม่ด้วย

ผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงวันสงสัยมาหลายปีแล้วว่า ชนิดพันธุ์แมลงวันที่อาศัยอยู่ตามพื้นป่าแอมะซอนแตกต่างจากชนิดที่พบบนต้นไม้สูง แต่ไม่มีใครทราบว่าแตกต่างกันอย่างไร

ผึ้ง, ผึ้งกล้วยไม้, ผึ้งน้ำหวาน
ผึ้งกล้วยไม้สีเหลือบ ซึ่งเป็นญาติในเขตร้อนของผึ้งหึ่งและผึ้งน้ำหวาน เป็นหนึ่งในแมลงมากมายที่นักกีฏวิทยา เก็บตัวอย่างที่หอสังเกตการณ์ในบราซิล

หลังจากไปทำการทดลองอื่นที่หอคอยหลายครั้ง ราฟาเอลเริ่มคิดว่า ถ้าเขาใช้หอคอยหาคำตอบจะเป็นอย่างไร ในปี 2017 เขาวางกับดักแมลงห้าอันที่ระดับความสูงแตกต่างกันบนหอคอย เริ่มจากระดับพื้นดิน แล้ววางห่างกันแปดเมตรสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงระดับ 32 เมตร เขาหวังว่าวิธีนี้จะเผยความรู้ความเข้าใจใหม่ๆเรื่องการแบ่งระดับความสูงของแมลงในผืนป่า

สองสัปดาห์ต่อมา ราฟาเอลกลับมาพร้อมอามอริง และดีใจที่พบว่ากับดักเต็มไปด้วยแมลง เมื่อทั้งสอง ส่งตัวอย่างแมลงไปให้เพื่อนร่วมวิจัยตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น พวกเขาก็ยิ่งตื่นเต้น ในบรรดาแมลงวันกว่า 16,000 ตัวที่เก็บรวบรวมได้ในสองสัปดาห์ มีนับพันชนิดที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถจำแนกได้ทันที

เมื่อพูดถึงอาณาจักรสัตว์ แมลงเปรียบเหมือนห้วงทะเลลึกของโลก กล่าวคือมีส่วนที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้จักอีกมากมายมหาศาล
สถาบันสมิทโซเนียนลงความเห็นว่า “ชนิดพันธุ์แมลงที่ยังไม่ได้รับการจำแนก (ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์แล้ว) มีมากกว่าชนิดพันธุ์แมลงที่ตั้งชื่อแล้วเสียอีก” แมลงวันมีความหลากหลายมากเป็นพิเศษ โดยได้รับการจำแนกแล้วกว่า 124,000 ชนิด แต่นักวิทยาศาสตร์คาดว่ายังมีอีกนับไม่ถ้วนรอคอยการค้นพบอยู่

ด้วง, ป่าแอมะซอน
ด้วงงวงซึ่งเป็นที่รู้จักจากส่วนปากที่ยื่นยาว เป็นแมลงกลุ่มใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่ง คอสีเหลือบของด้วงงวงตัวนี้เกิดจากการพับโครงสร้างคล้ายเส้นขนให้แบนราบ ซึ่งอาจใช้ทำหน้าที่ดึงดูดคู่ผสมพันธุ์หรือทำให้สัตว์นักล่าสับสน

ป่าแอมะซอนเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตอย่างน้อยร้อยละสิบของความหลากหลายทางชีวภาพเท่าที่รู้จักของโลก และมีแมลงนับแสนชนิด แต่เราอยู่ในช่วงเวลาอันไม่แน่นอนของป่าดิบชื้นและหมู่แมลง

การศึกษาเมื่อปี 2019 ชี้ว่า ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ชนิดพันธุ์แมลงประมาณหนึ่งในสามจะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะสูญเสียถิ่นอาศัยจากการทำเกษตรแบบเข้มข้น มลพิษจากยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนปัจจัยอื่นๆ

แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาที่นักวิทยาศาสตร์บังเอิญพบแมลงชนิดใหม่ในป่าแอมะซอน แต่ปริมาณแมลงวันหน้าตาไม่คุ้นเคยที่จับได้ในกับดักของราฟาเอลบนหอคอยนั้นน่าประหลาดใจมาก “เหมือนกับพวกเขาค้นพบทวีปใหม่ในแง่ระดับความใหม่เลยละครับ” บราวน์กล่าว

นักกีฏวิทยา, ป่าแอมะซอน
ไบรอัน บราวน์ เตรียมดูดแมลงวันหลังค่อมเข้าไปในท่อเพื่อเก็บไว้ศึกษาภายหลัง เขาพรมน้ำผึ้งเจือจางลงบนใบไม้ เพื่อล่อแมลงวัน และผึ้งที่แมลงวันโจมตี “จะสักมีกี่คนครับ” เขาถามแกมประชด “ที่เต็มใจอาบเหงื่อต่างน้ำอยู่ในป่า ที่ล้อมรอบด้วยผึ้งและแตน”

ยิ่งไปกว่านั้น หลายชนิดพบในกับดักที่วางไว้สูงจากระดับพื้นดินขึ้นไปเท่านั้น “การพบสัตว์ต่างชนิดที่แยกอาศัยอยู่ในเรือนยอดไม้นั้นน่าอัศจรรย์ครับ” อามอริงบอกในเวลาต่อมา “เกือบสองในสามของความหลากหลายของแมลงวันพบในกับดักที่ระดับแปดถึง 32 เมตร แต่ไม่พบที่ระดับพื้นดิน นั่นหมายถึงสิ่งที่จะสูญเสียไปอย่างมากมาย เมื่อต้นไม้ใหญ่ถูกตัดโค่น”

ดูเหมือนว่าแมลงวันลึกลับหลายชนิดอยู่ในวงศ์แมลงวันหลังค่อม ซึ่งเป็นแมลงหลังโก่งขนาดเท่าเม็ดเกลือ บางชนิดเป็นปรสิตที่วางไข่ในตัวผึ้ง มด และแมลงอื่นๆ

บราวน์เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องวงศ์แมลงวันหลังค่อมชั้นแนวหน้าคนหนึ่งของโลก เขารู้ว่าจำเป็นต้องเห็นแมลงวันหลังค่อมชนิดใหม่เหล่านี้ในธรรมชาติด้วยตนเอง และอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ “ผมคิดอยู่เสมอว่าอีกนิดเดียว เราจะสูญเสียสิ่งมีชีวิตหลายชนิดไปเพราะกิจกรรมการเกษตร” เขาพูดเศร้าๆ

เรื่อง เฮลีย์ โคเฮน กิลลิแลนด์
ภาพถ่าย เครก คัตเลอร์ และ ไบรอัน บราวน์

สามารถติดตามสารคดี ตามหาแมลงกลางพงพนา ฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนเมษายน 2564

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม แมลง หายไปไหนกันหมด

เรื่องแนะนำ

ฟอสซิลทวดกบโบราณในอำพัน

ฟอสซิลที่เกือบสมบูรณ์ของกบจากยุคครีเตเชียสไม่ใช่อะไรที่พบได้ง่ายนัก และขณะนี้มันกำลังเป็นแหล่งข้อมูลขิ้นสำคัญในการศึกษาวิวัฒนาการของกบ

โครงการสะพานเชื่อมสัตว์ป่าในบราซิล

หน่วยงานอนุรักษ์บราซิลรายงานว่าสะพานเชื่อมสำหรับสัตว์ป่าที่สร้างขึ้นใหม่นี้จะช่วยอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ หลังสัตว์หลายชนิดลดจำนวนลงเมื่อผืนป่าถูกแบ่งแยก

ภาพบีบคั้นหัวใจ การต่อสู้ของแรดเพื่อความอยู่รอด

โดย อเล็กซา คีย์เฟ ในปี 2016 ประมาณการณ์แรดที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกอยู่ที่ราว 29,500 ตัว ในจำนวนนี้ 70% อาศัยอยู่ในแอฟริกาใต้ Brent Stirton ช่างภาพผู้เป็นชาวแอฟริกาใต้ ได้รับการยกย่องจากนานาชาติหลังภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงการคุกคามประชากรแรดถูกเผยแพร่ออกไป การล่านอแรดอย่างผิดกฎหมายนี้ มีการประมาณตัวเลขในปี 2015 ว่ามีแรดถูกฆ่าเพื่อเอานอเฉลี่ยสี่ตัวต่อวันเลยทีเดียว เนื่องในวันแรดโลก เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวบรวมภาพถ่ายของ Stirton มาให้ได้ชมกัน   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายสัตว์เผยความจริงที่น่ากังวลของสิ่งแวดล้อม, 13 ความงดงามของสุดยอดภาพถ่ายนกประจำปี