ช่างภาพสัตว์ป่า ใช้พลังรูปถ่ายช่วยชีวิตสัตว์ป่าสปีชีส์ที่ถูกคุกคามทั่วโลกได้อย่างไร

ช่างภาพสัตว์ป่า ใช้พลังของรูปถ่ายช่วยชีวิตสัตว์ป่าสายพันธุ์ถูกคุกคามทั่วโลกได้อย่างไร

The Power of Wildlife Photography พลังของการถ่ายภาพจากช่างภาพสัตว์ป่า ผู้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปทั่วโลก เพื่อใช้พลังของรูปถ่ายช่วยชีวิตสัตว์ป่าสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามในโลก

จากการสำรวจของ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature – IUCN) พบว่ามีสิ่งมีชีวิตมากกว่า 37,400 สายพันธุ์ทั้งสัตว์และพืชทั่วโลกกำลังถูกคุกคามจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ช่างภาพชาวอเมริกันของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก โจเอล ซาร์ตอร์ (Joel Sartore) ได้ทำโปรเจ็กต์สารคดี “Photo Ark” ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2005 ด้วยแนวคิดที่อยากถ่ายทอดชุดภาพถ่ายที่เปิดโอกาสให้เราได้จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเหล่าสัตว์โดยตรง และได้เห็นถึงความสวยงาม ความสง่าและความฉลาดที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมโลกกับเราเหล่านี้

นอกจากความต้องการที่อยากให้ผู้คนได้จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเหล่าสัตว์แล้ว โจเอล ยังอยากให้ Photo Ark เป็นแรงบันดาลใจให้คนตกหลุมรักสัตว์ป่า และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาหันมาใส่ใจสัตว์ในขณะที่ยังมีเวลา

โจเอล มีเป้าหมายอยากถ่ายภาพสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ตามบัญชีแดงของ IUCN ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสวนสัตว์และเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าให้ได้ 15,000 สายพันธุ์ ปัจจุบันเขาถ่ายภาพ portrait ของเหล่าสัตว์ในสตูดิโอไปมากกว่า 10,000 สายพันธุ์

โดยใช้พื้นหลังสีขาวและดำ และถ่ายทอดภาพที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดและสร้างความเห็นอกเห็นใจแก่ผู้พบเห็นได้อย่างแท้จริง Photo Ark ของเขาจึงไม่ใช่แค่ชุดภาพถ่ายสารคดีสัตว์ป่าทั่วไป แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองให้กับความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นการส่งสารถึงผู้คนว่าธรรมชาติและสัตว์เหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเรา

การสูญพันธุ์
นกกระจิ๊ดบักแมน (Vermivora bachmanii สถานะ CR อาจถึงขั้น EX) นกกระจิ๊ดพื้นถิ่นขนาดเล็กที่สุดชนิดหนึ่งของสหรัฐฯ อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว เนื่องจากการสูญเสียถิ่นอาศัยอย่างรุนแรงจากการพัฒนาที่ดินทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ รายงานการพบเห็นตัวที่ยังมีชีวิตครั้งสุดท้ายคือปี 1988

พลังของภาพถ่ายที่ช่วยเชื่อมต่อมนุษย์และธรรมชาติ

ซากดึกดำบรรพ์ชี้ให้เห็นว่าอัตราการสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมควรสูญพันธุ์เพียง 1 สายพันธุ์ในรอบ 1,000 ปี แต่ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างน้อย 2 สายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไป นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่ายังมีพืชและสัตว์อีกนับล้านสายพันธุ์กำลังถูกคุกคามจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และส่วนมากกิจกรรมของมนุษย์เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการสูญพันธุ์นี้

สิ่งนี้นำมาซึ่งการตระหนักรู้ว่าการอยู่รอดของสัตว์เกือบทุกสายพันธุ์อยู่ในกำมือของเหล่ามนุษย์ ถ้าเราลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง เราจะสามารถช่วยชีวิตสัตว์ได้มากมาย อย่างน้อยก็สัตว์สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และรูปถ่ายสามารถช่วยทำให้เกิดการตระหนักรู้ตรงส่วนนี้ได้

ดังนั้นพลังของภาพถ่ายคือการการพาผู้คนไปยังสถานที่ที่พวกเขาไม่สามารถไปได้ และได้เห็นในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นในรูปแบบที่ตัวอักษรก็ทำไม่ได้ รูปภาพจึงมีค่าดั่งคำพูดนับพันคำและธรรมชาติก็ต้องการรูปถ่ายเหล่านี้มากกว่าสิ่งอื่นใด

การสูญพันธฺุ์ฺ
กาเซลล์มอร์ (Nanger dama mhorr สถานะ CR) กาเซลล์ดามาชนิดย่อยนี้เคยแพร่กระจายอยู่ทั่วทะเลทรายสะฮาราตะวันตก  ปัจจุบันคงเหลืออยู่ในมาลี ชาด และไนเจอร์รวมกันแล้วน้อยกว่า 300 ตัว

ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีคนรู้จักตัวนิ่ม สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กินแมลงเป็นอาหาร ขี้อาย และไม่มีพิษภัย สามารถพบได้ที่ทวีปแอฟริกาและทวีปเอเชีย แต่ด้วยการทำงานของช่างภาพสัตว์ป่า ทำให้เราตระหนักได้ว่าตัวนิ่มเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถูกนำไปค้าผิดกฎหมายมากที่สุดในโลก เกล็ดของตัวนิ่มถูกนำไปใช้ในตำรับยาแผนโบราณ แต่ด้วยความสนใจจากทั่วโลกทำให้เกิดกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อปกป้องตัวนิ่มและมีความพยายามจะกำจัดการค้าผิดกฎหมายออกไป แต่หากไม่มีรูปถ่ายจากช่างภาพสัตว์ป่า การกระทำเหล่านี้อาจจะไม่มีทางเกิดขึ้น

ความสวยงามของภาพถ่ายสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสัตว์ได้ สภาพอันน่าเวทนาของเสือเบงกอลที่ถูกบันทึกภาพโดยเหล่าช่างภาพมากมาย เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์สัตว์ที่โด่งดังมากที่สุดในโลก ความงดงามของเสือเบงกอล ที่มีส่วนผสมอันลงตัวของความสวย ความสง่าและพลัง นำไปสู่การเรียกร้องที่ประสบความสำเร็จเพื่อหยุดกิจกรรมการล่าเสือ และปกป้องแหล่งที่อยู่ของมัน ภาพอันติดตราตรึงใจของเหล่าเสือจึงช่วยชีวิตพวกมันไว้จากการสูญพันธุ์

การสูญพันธุ์
ช้างเอเชีย (Elephas maximus สถานะ EN) ในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ช้างป่าประมาณ 100,000 ตัวเดินท่องทั่วเอเชีย  ตั้งแต่นั้นมา ประชากรช้างน่าจะลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ช้างไม่เพียงถูกฆ่าเพื่อเอางา แต่ยังเพื่อเอาเนื้อและหนัง และบางครั้งเพื่อแก้แค้นที่สร้างความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรด้วย

ร่องรอยความโหดร้ายของมนุษย์ที่ทิ้งไว้บนภาพถ่าย

การถ่ายภาพสามารถถ่ายทอดรูปภาพที่สวยงามออกมา ในขณะเดียวกันก็สามารถถ่ายทอดภาพอันน่าตกใจสู่สายตาผู้คนได้เช่นเดียวกัน ภาพถ่ายสามารถนำเสนอหลักฐานความเสียหายที่กระทำโดยมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้พืชและสัตว์หลายสายพันธุ์กลายเป็นสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ อย่างภาพการตัดไม้ทำลายป่า ภาพพื้นที่ที่กลายสภาพเป็นทะเลทราย และภาพการหายไปของธารน้ำแข็ง

ภาพมลพิษขยะพลาสติกในมหาสมุทรก็เป็นอีกภาพที่ทรงพลัง ภาพของนกทะเลที่กินถุงพลาสติกและเต่าที่ติดอยู่ในพลาสติกแพคขับเคลื่อนการรณรงค์ระดับโลกเพื่อหยุดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ภาพอันน่าสลดใจเหล่านี้ทำให้โลกเห็นถึงสาเหตุและผลกระทบ และทำให้เราเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตตามไปด้วย

ภาพถ่ายยังสามารถแสดงหลักฐานความตั้งใจของมนุษย์ในการทารุณกรรมสัตว์ ภาพอันน่าเศร้าใจของซากกอริลลาภูเขาที่ถูกยิงโดยเหล่าคนหาของป่าในป่าคองโก สร้างความโกรธแค้นให้คนทั่วโลก ภายในเวลา 3 เดือนหลังจากนั้น ได้เกิดข้อตกลงระหว่างประเทศขึ้นเพื่อปกป้องเหล่ากอริลลาที่ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้

เช่นเดียวกับภาพซากช้างไร้งา ที่ทำให้เกิดการระงับการค้างาช้างผิดกฎหมาย การใช้สัตว์เพื่อสร้างความบันเทิงก็ถูกลดความน่าเชื่อถือลง เนื่องจากมีภาพเบื้องหลังที่เผยให้เห็นถึงสภาพอันย่ำแย่ของเหล่าสัตว์ที่ถูกฝึก ตัวอย่างที่ยกมาเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการถ่ายภาพแบบ photojournalism มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเหล่าสัตว์

การสูญพันธุ์
ลิงวูลลีสีเทา (Lagothrix cana สถานะ EN) วัยอ่อนที่ซูบผอมจากบราซิลตัวนี้ถูกเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง  ตอนถูกจับมาแม่ของมันน่าจะถูกฆ่า มันได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจสิ่งแวดล้อมและได้รับการรักษา  กระนั้นก็ต้องใช้ชีวิตในกรงเลี้ยงไปตลอดชีวิต

ภารกิจถ่ายภาพเพื่อการอยู่รอดของเหล่าสัตว์

ภาพถ่ายสัตว์ป่าที่มีประสิทธิภาพสามารถสร้างรายได้ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเรื่องการอยู่รอดของสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ได้

เมื่อไม่นานมานี้ ภาพของโรมิโอ กบน้ำสายพันธุ์หายาก Sehuencas ถูกนำขึ้นไปอยู่บนเว็บไซต์หาคู่เว็บหนึ่งและเปิดรับเงินบริจาคเพื่อตามหาคู่ให้โรมิโอ ด้วยเงินบริจาคที่เพิ่มมากขึ้น การเดินทางไปประเทศโบลิเวียจึงเป็นไปได้ ที่นั่นมีการค้นพบกบสายพันธุ์เดียวกับโรมิโออีกมากกว่า 5 ตัว รวมทั้ง จูเลียต คู่ของโรมิโอก็อยู่ที่นั่นด้วย ทำให้ตอนนี้กบน้ำสายพันธุ์ Sehuencas สามารถดำรงสายพันธุ์ให้อยู่รอดต่อไปได้

การถ่ายภาพจึงไปสนับสนุนความพยายามเกือบทั้งหมดของนักอนุรักษ์สัตว์ป่า จากการช่วยสัตว์และพืชเป็นรายตัวไปสู่การช่วยเหลือทั้งสายพันธุ์ เจน กูดอล (Jane Goodall) นักวานรวิทยาคนแรกของโลก กล่าวว่า “เพียงเราเข้าใจ เราจะใส่ใจ เพียงเราใส่ใจ เราจะช่วยเหลือ เพียงเราช่วยเหลือ สัตว์ทั้งหมดจะปลอดภัย” สำหรับหลายคน การเข้าใจเริ่มจากการมองเห็น โจเอล ได้เสริมประโยคนี้ว่า “ภาพถ่ายเป็นตัวถ่ายทอดเสียงให้แก่สัตว์ที่ไม่มีเสียง ผู้คนไม่ต้องการใส่ใจเกี่ยวกับพวกมันถ้าหากพวกมันยังไม่เคยพบกับพวกเขา”

ภาพถ่ายนำพาเราไปเผชิญหน้ากับธรรมชาติในแนวทางที่เราไม่สามารถเพิกเฉยได้ เราสามารถกระตุ้นมโนธรรมและสร้างแรงบันดาลใจสำหรับโลกของเรา โดยการแชร์รูปถ่ายของสิ่งที่เราอาจสูญเสียและสร้างแรงบันดาลใจให้โลกเพื่อปกป้องในสิ่งที่เรายังมีอยู่

การสูญพันธุ์
ไม่มีผู้พบเห็นร่องรอยของเสือโคร่งจีนใต้ (Panthera tigris amoyensis สถานะ CR อาจถึงขั้น EW ) มานานกว่าหนึ่งทศวรรษแล้ว  สวนสัตว์เลี้ยงเสือชนิดนี้ไว้ในโครงการขยายพันธุ์ไม่ถึง 200 ตัว  ถ้าโครงการคืนเสือสู่ธรรมชาติของจีนล้มเหลว พวกมันอาจกลายเป็นเสือโคร่งชนิดย่อยที่สี่ที่สูญพันธุ์

เรื่อง ภัทราพร ชัยบุตร

(โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : สุดยอดภาพถ่ายจาก ‘ไมเคิล นิโคลส์’ ผู้เปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อสัตว์ป่าไปตลอดกาล

เรื่องแนะนำ

แมงมุมบางตัวก็เลี้ยงลูกด้วยนมได้เหมือนกันนะ

จะเป็นไปได้หรือ? ที่สัตว์ขาปล้องอย่างแมงมุมจะเลี้ยงลูกด้วยนมได้ งานวิจัยนำโดยสถาบันวิทยาศาสตร์จีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงนี้

ค้างคาวจำศีลในหิมะ

ค้างคาวจำศีลในหิมะ สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วชนิดใดกันนะที่อาศัยอยู่ในรูหิมะ ของญี่ปุ่น…มันคือค้างคาวจมูกท่อที่กำลังจำศีล หากไม่นับรวมหมีขั้วโลกแล้ว ค้างคาวน่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่สามารถมีชีวิตรอดแม้อาศัยอยู่ในกองหิมะได้ ต่างกันตรงที่พวกมันไม่มีขนหนาและชั้นไขมันเหมือนหมีขั้วโลก ในการเอาชีวิตรอดจากหิมะ ค้างคาวจมูกท่อจะลดอุณหภูมิร่างกายตลอดจนอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อใช้พลังงานน้อยที่สุด นี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พบหลังสงสัยมานานว่าเจ้าสัตว์ขนาดเล็กเหล่านี้สามารถเอาชีวิตรอดจากฤดูหนาวได้อย่างไร นอกจากนั้นภาพจากกล้องจับความร้อนยังแสดงให้เห็นว่าค้างคาวสามารถฟื้นคืนอุณหภูมิร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อบินหนีไปก่อนกองหิมะที่มันขุดรูอยู่อาศัยไว้จะถล่มลงมาทับอีกด้วย สำหรับสาเหตุที่พวกมันเลือกจำศีลในกองหิมะนั้น นักวิทยาศาสตร์คิดว่าเป็นเพราะเพื่อหลีกเลี่ยงจากการถูกล่า อีกทั้งยังง่ายต่อการหาน้ำอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ค้างคาวแวมไพร์มีชีวิตด้วยเลือดเพียงอย่างเดียวได้อย่างไร?

การท่องเที่ยวสัตว์ป่ากำลังทำร้ายสัตว์

ธุรกิจการท่องเที่ยวสัตว์ป่ากำลังเติบโตขึ้นในแอมะซอน พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนปอดของโลกและบ้านของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ บรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ แต่ปัจจุบันไม่ใช่แค่นั้น พวกเขายังได้สัมผัสกับสัตว์ป่าแบบใกล้ชิดอีกด้วย หลังชาวบ้านท้องถิ่นอาศัยความหละหลวมของเจ้าหน้าที่เป็นช่องทางในการเข้าป่า เพื่อจับสัตว์มาจัดแสดงสำหรับการท่องเที่ยว ทุกวันนี้ถ้าคุณมาเที่ยว คุณจะได้อุ้มสลอธหรือตัวกินมด ตลอดจนสัมผัสกับจระเข้และงูอนาคอนดาตัวเป็นๆ แม้แต่การว่ายน้ำกับโลมาแม่น้ำแอมะซอนก็ทำได้ การท่องเที่ยวลักษณะนี้กำลังทำร้ายสัตว์ป่าอย่างช้าๆ การให้อาหารพวกมันกำลังกระตุ้นความก้าวร้าว และการสัมผัสพวกมันอาจส่งผลต่อสุขภาพกายและจิตใจของพวกมันได้ และสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมองไม่เห็น เบื้องหลังของการเยี่ยมชมสัตว์ป่าอันน่าตื่นเต้นนี้ บรรดาสัตว์ทุกตัวล้วนต้องทนทุกข์จากการถูกกักขังซึ่งธรรมชาติของพวกมันนั้นควรที่จะได้อยู่ในป่า ไม่ใช่ในกรงเพื่อรอให้ความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว   อ่านเพิ่มเติม : ศึกชิงบ่อน้ำระหว่างช้างและหมาป่าแอฟริกา, เจน กูดดอลล์ กับการค้นพบที่ปฏิวัติความเข้าใจของเราเกี่ยวกับชิมแปนซีไปตลอดกาล

แรดอินเดีย : ยูนิคอร์นแห่งแคว้นอัสสัม

บนดินแดนแห่งการปลูกชาอันเลื่องชื่อ แรดอินเดีย ได้รับการพิทักษ์ไว้ให้ปลอดภัย Awesome Assam มหัศจรรย์ แรดอินเดีย แห่งอัสสัม แคว้นอัสสัมตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย นอกจากเป็นแหล่งผลิตชาชั้นเลิศแล้ว ยังเป็นถิ่นอาศัยของยูนิคอร์นอีกด้วย เพียงแต่ยูนิคอร์นนี้ไม่ใช่สัตว์ในเทพนิยายแต่หมายถึงแรดนอเดียว หรือแรดอินเดีย (Rhinoceros unicornis) ซึ่งมีชื่อเรียกกันอีกหลายชื่อ เช่น Greater One-Horned Rhinoceros และ Great Indian Rhinoceros เป็นต้น ด้วยลักษณะเด่นที่มีเพียงนอเดียว ชาวบ้านแถวนั้นจึงเรียกแรดอินเดียนี้ว่า “ยูนิคอร์น” ความน่าสนใจอีกอย่างของแรดอินเดียคือลำตัวของมันที่มีลักษณะเหมือนเกราะหนาหุ้มอยู่ ถ้าจะบอกว่าหน้าตาเหมือนแรดใส่ชุดเกราะก็คงไม่ผิด และยิ่งพินิจพิจารณา ยิ่งดูเหมือนสัตว์ดึกดำบรรพ์จากยุคจูราสสิก เรื่องและภาพ: สุวิมล สงวนสัตย์ นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย คาซิรังกา…มรดกโลก เราตั้งใจไปซาฟารีที่อุทยานแห่งชาติคาซิรังกา เพราะที่นี่มีประชากรแรดอินเดียถึง 2 ใน 3 ของโลก จากการทำสำมะโนประชากรแรดอินเดียล่าสุดที่อุทยานแห่งนี้ในปี 2018 พบว่ามีจำนวนแรดราว 2,413 ตัว ซึ่งถือว่ามีประชากรเยอะมากเมื่อเทียบกับช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ที่เป็นช่วงแห่งการล่าแรดอินเดียจนเกือบสูญพันธุ์ จำนวนแรดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลมาจากความพยายามในการอนุรักษ์ของทางภาครัฐที่จริงจังมากจนน่าชื่นชม เมื่อราวสองปีก่อน คาซิรังกาอยู่ในพาดหัวข่าวของบีบีซีว่าเป็น “อุทยานที่ยิงคน […]