สารคดี Playing with Sharks : ดำน้ำเล่นกับฉลาม สัตว์(ร้าย)ที่น่าสงสารที่สุดในโลก

สารคดี Playing with Sharks : ดำน้ำเล่นกับฉลาม สัตว์(ร้าย)ที่น่าสงสารที่สุดในโลก

Playing with Sharks สารคดีเรื่องของ วาเลรี เทย์เลอร์ นักดำน้ำ ช่างภาพและนักอนุรักษ์ฉลามจะเปลี่ยนมุมมองฉลามจากเครื่องจักรสังหารแห่งท้องทะเล กลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่น่าสงสาร เพราะมนุษย์นั้นร้ายกับพวกมันเสียยิ่งกว่า

หากค้นลึกไปในจิตใต้สำนึกความกลัวของมนุษย์ คงไม่มีใครมองฉลามเป็นสัตว์ที่น่ารัก น่าเอ็นดู หรือเป็นเพื่อนที่แสนดีของมนุษย์ แต่ วาเลรี เทย์เลอร์ นักทำสารคดีและช่างภาพใต้น้ำหญิง วัย 85 ปี ที่อุทิศทั้งชีวิตของเธอเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของฉลามกลับยืนยันว่า ฉลามคือเพื่อนที่แสนดีของเธอ ผ่านเรื่องราวของสารคดี Playing with Sharks ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่ให้บริการในประเทศไทยผ่านเว็บสตรีมมิ่ง Disney+ Hotstar ในขณะนี้

“ฉลามไม่ต่างจากสุนัข หากคุณเข้าใจมัน ทัศนคติก็จะเปลี่ยนไป” เธอกล่าวไว้ในช่วงต้น ก่อนที่สารคดีเรื่องนี้จะนำพาผู้ชมไปพบกับชีวิตสุดอัศจรรย์ของวาเลรี และโลกใต้น้ำที่มีฉลามเป็นตัวเอก และไม่ใช่ในรูปแบบของตัวร้ายตามที่เราคุ้นชิน

นี่คือเรื่องราวของสารคดีที่เผยให้เห็นถึงการอุทิศชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งให้กับฉลาม ที่เบื้องหน้าของคนทั่วไปคือสัตว์ตัวอันตราย

สาวผมบลอนด์สุดเซ็กซี่ และฉลาม

ภาพสารคดีเปิดขึ้นด้วยชายหาดและท้องทะเลของออสเตรเลียในช่วงปี 1950 ที่วาเลรีเติบโตขึ้นมา ในห้วงที่ทะเลยังคงอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยปลานานาชนิด นอกจากกลุ่มคนที่ออกมาพักผ่อนหย่อนใจตามชายหาด ยังมีภาพที่แสดงถึงงานอดิเรกยอดนิยมของเหล่าชายหนุ่มคือการออกเรือไปล่าปลา ภาพฟุตเทจเก่าในสารคดีจากยุคนั้นเผยให้เห็นถึงเหล่าปลาเล็กใหญ่ที่แหวกว่ายในท้องทะเลซึ่งโดนทั้งฉมวก เหล็กแหลม หรืออุปกรณ์ล่าปลาต่างๆ จากเหล่าชายหนุ่มกำยำที่ลากจับมันขึ้นมาบนท้องทะเล

ยิ่งได้ปลามากเท่าไหร่ ปลาที่จับได้มีขนาดใหญ่มากเพียงใด ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความเก่งกล้าสามารถของผู้ที่จับมากมากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่สามารถล่าฉลามที่สิ้นลมให้ออกมาอวดแผ่ได้ไม่ต่างอะไรจากผู้กล้า แต่วาเลรี ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มนักล่าปลาซึ่งเป็นหญิงสาวเพียงไม่กี่คนท่ามกลางชายหนุ่มเหล่านั้นกลับคิดต่างออกไป แม้เธอจะจับปลาได้มากมาย ที่ทั้งชีวิต เธอฆ่าฉลามไปเพียงตัวเดียว

playing with shark

Playing with Shark

เมื่อภาพฉลามที่ถูกฆ่าผ่านสายตาของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงตัดสินนับจากนั้นว่า จะล่าฉลามโดยการใช้เพียงกล้องถ่ายภาพเท่านั้น และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในโลกใต้น้ำและฉลามของเธอ

วาเลรี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายฉลาม ได้มีส่วนสร้างภาพของฉลามผ่านสายตาของผู้คนทั่วโลกผ่านผลงานสารคดี และที่ปรึกษาด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับฉลาม

ในช่วงทศวรรษ 1960 ที่โลกใต้น้ำยังคงเต็มไปด้วยข้อมูลไม่มีการค้นพบ หรือเป็นโลกอันน่าสะพรึง ได้ก่อให้เกิดความต้องการเรียนรู้โลกแห่งนี้มากขึ้น ฉลามกลายเป็นสัตว์ที่ผู้คนให้ความสนใจเฝ้าชมผ่านหน้าจอหรือภาพถ่าย และภาพของหญิงสาวผมบลอนด์สวมชุดว่ายน้ำแวกว่ายท้าคมเขี้ยวของฉลามกลายเป็นภาพจำแสนทรงเสน่ห์ของวาเลรีที่ดึงดูดผู้คนตามสื่อต่างๆ พร้อมกับรอน เทย์เลอร์ สามีของเธอที่คอยเคียงข้างไปในทุกการผจญฉลามของเธอ โดยในส่วนนี้สารคดีได้ฉายภาพฟุตเทจเก่าในยุคนั้นที่ทำให้ พร้อมกับภาพสารคดีใต้น้ำในยุค 60 ที่ให้อารมณ์ถึงการผจญภัยแหวกว่ายใต้ทะเลในรูปแบบที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา

playing with shark

จอวส์ (JAWS) – ความสำเร็จที่เสริมภาพลักษณ์ (ในแง่ร้าย) ของฉลามทั่วโลก

ในช่วงกลางเรื่อง สารคดีเรื่องนี้เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตวาเลรี เมื่อนักสร้างภาพยนตร์หนุ่มรุ่นใหม่อย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก จากฮอลลิวู้ดตัดสินใจสร้างภาพยนตร์จากนวนิยายเรื่อง JAWS ก็ได้ติดต่อวาเลรีให้มาเป็นที่ปรึกษาและฝึกสัตว์ร้ายอย่างฉลามตลอดการถ่ายทำภาพยนตร์Playing with Sharks ได้เผยให้เห็นถึงเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์และการทำงานกับฉลามที่น่าตื่นตาตื่นใจในยุคนั้น และเมื่อภาพยนตร์ออกฉายก็กลายเป็นกระแสที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก

“ตอนแรกฉันนึกมันจะเป็นเพียงหนังเกรดบีธรรมดาเท่านั้นเอง” วาเลรีเปิดใจถึงภาพยนตร์ที่เธอมีส่วนร่วมในความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับมาส่วนปลูกฝังความหวาดกลัวของคนทั่วโลกที่มีต่อฉลาม หลายคนไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเลเนื่องจากกลัวฉลามขึ้นมาทำร้ายอย่างภาพยนตร์ “อุบัติเหตุถึงชีวิตเนื่องจากการเดินทางไปทะเลยังเกิดขึ้นมากกว่าการถูกฉลามทำร้าย” วาเลรีกล่าว แต่ถึงกระนั้น แม้หลังภาพยนตร์ออกฉาย วาเลรีกับรอนจะออกไปปรากฏตัวตามสื่อต่างๆ เพื่อเล่าว่าฉลามมิใช่เป็นสัตว์ที่ดุร้าย แต่กลับเป็นสัตว์ในท้องทะเลที่นิสัยดีที่เราควรเปลี่ยนทัศนคติ ทว่าทัศนคติลบต่อฉลามของผู้คนอันเนื่องมาจากภาพยนตร์ที่เธอมีส่วนสร้างก็ไม่อาจเลือนหายจากสังคมไปโดยง่าย

มิหนำซ้ำ ภาพความดุร้ายของฉลามได้ทำหน้าที่เปรียบเหมือน “ใบอนุญาตฆ่า” ของผู้คนที่มองฉลามเป็นโอกาสในการล่าเพื่อเกมกีฬา ด้วยข้ออ้างว่ามันคือสัตว์ดุร้ายที่สมควรถูกกำจัดไปจากท้องทะเลให้ได้มากที่สุด และน้อยคนนั้นที่จะขัดขวางความคิดนี้ ฉลามจำนวนมากถูกล่ามากขึ้น และพวกมันเริ่มสูญหายไปจากท้องทะเลมากขึ้น แต่สารคดียังฉายให้เห็นถึงความพยายามของวาเลรีและรอนที่พยายามบอกเล่าเรื่องราวที่ถูกต้องของฉลามในแบบที่เธอเชื่อให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการจัดตั้งพื้นที่อนุรักษ์ฉลามในท้องทะเลออสเตรเลีย

บั้นปลายชีวิตเพื่อฉลาม

ท้ายที่สุดแล้ว วาเลรีในวัย 85 ปี ยังคงเป็นคนที่เราอาจกล่าวได้ว่าเป็นหญิงชราที่ยังคงมีใจรักในการดำน้ำใต้ทะเลและออกไปพบเจอกับฉลาม ชนิดพันธุ์ที่เธอรักและใช้ชีวิตเพื่อปกป้องพวกมันมาโดยตลอด

เรามิอาจกล่าวได้ว่าผู้คนทั้งโลกจะเข้าใจถึงภาพลักษณ์ของฉลามที่เป็นสัตว์ที่สุดแสนน่ารักในสายตาของเธอ แต่ภาพของสารคดีตลอดทั้งเรื่องนี้ที่เผยให้ภาพของเธอที่แหวกว่ายใต้ทะเลเคียงข้างฉลามได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผ่านกาลเวลาหลายยุคหลายสมัย อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจถึงความเชื่อของเธอ และอาจลบล้างภาพสัตว์ร้ายออกไป และตื่นตาตื่นใจกับภาพที่หญิงคนหนึ่งแหวกว่ายไปยังโลกใต้ทะเลเคียงข้างไปกับฉลามอย่างมีความสุข

รับชมภาพยนตร์สารคดีPlaying with Sharks โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้แล้ววันนี้ทางสตรีมมิง Disney+ Hotstar

เรื่อง เกียรติศักดิ์ หมื่นเอ


อ่านเพิ่มเติม ฉลาม นักล่าแห่งท้องทะเลไทย ที่กำลังสิ้นลายเพราะมนุษย์

ฉลาม

เรื่องแนะนำ

ช่วงวัยที่ลูกสุนัขน่ารักที่สุด

ลูกสุนัขมีช่วงวัยที่เรียกได้ว่า "น่ารักที่สุด" อยู่ระหว่างอายุ 6 - 8 สัปดาห์ งานวิจัยชิ้นนี้บ่งชี้ว่าสุนัขวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่ออยู่เคียงข้างมนุษย์อย่างแท้จริง

ติดอยู่ในกาลเวลา

  น้อยนักที่ฟอสซิลของไดโนเสาร์จะคงสภาพเหมือนเมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ และมีรูปทรงสามมิติ แต่กระบวนการในภาพประกอบนี้แสดงให้เห็นว่า โนโดซอร์ที่พบในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ตัวนี้เป็นข้อยกเว้นที่หายากยิ่ง มันถูกฝังอยู่ในตะกอนใต้สมุทร และนอนอยู่ในหลุมที่ฝังร่างของมันมากว่า 110 ล้านปี จนกระทั่งคนงานเหมืองช่างสังเกตคนหนึ่งค้นพบเข้าโดยบังเอิญ นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า แม่น้ำที่หลากท่วมพัดพาโนโดซอร์ตัวนี้ลอยออกสู่ทะเล โดยไม่ถูกกินและไร้ร่องรอยความเสียหาย เมื่อ 110 ล้านปีก่อน ทวีปอเมริกาเหนือต่างจากปัจจุบันมาก โนโดซอร์ตัวนี้ถูกฝังอยู่ในทางน้ำขนาดใหญ่ซึ่งครั้งหนึ่งแทรกตัวเข้ามาภายในภาคพื้นทวีป มันอาจอาศัยอยู่ใกล้แนวชายฝั่งอันอบอุ่นและอุดมไปด้วยพืชพรรณ จากการถูกฝังสู่การค้นพบ ในที่สุดซากที่ขึ้นอืดก็ปริแตก จมลงสู่ก้นทะเล และถูกตะกอนกลบฝังอย่างรวดเร็ว 1 ตะกอนห่อหุ้มร่างของโนโดซอร์ เมื่อเวลาผ่านไป แร่ธาตุก็แทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ และรักษารูปทรงให้อยู่ในรูปสามมิติภายใน “โลงหิน” ของมัน 2 ชั้นตะกอนทับถมหนาขึ้นและแข็งตัวกลายเป็นหิน ระหว่างสมัยน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งที่ถอยร่นทิ้งตะกอนเพิ่มขึ้นอีก ต่อมามีพืชพรรณเกิดขึ้น ทำให้ดินคงที่ไม่เลื่อนไหล 3 คนงานเหมืองทรายน้ำมันขุดผ่านส่วนครึ่งตัวหลังของโนโดซอร์ก่อนจะสังเกตเห็น ครั้นแล้วคนงานตาไวคนหนึ่งก็เห็นลวดลายแปลกๆในก้อนหิน นั่นคือเกราะของโนโดซอร์ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง “เผยโฉมฟอสซิลไดโนเสาร์สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ” เผยโฉมฟอสซิลไดโนเสาร์สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ