ตามติดชีวิตนกอพยพกับการใส่ห่วงขา ที่อาจบอกได้ถึงความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ - National Geographic Thailand

ตามติดชีวิตนกอพยพกับการใส่ห่วงขา ที่อาจบอกได้ถึงความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ตามดูการทำงานของนักปักษีวิทยา เมื่อติดห่วงขานกแล้ว

วิทยาศาสตร์เล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับนกบ้าง

เมื่อนักปักษีวิทยาติดอุปกรณ์ติดตามเข้าที่ตัวนก ซึ่งอาจจะเป็นเพียงห่วงขาที่ระบุหมายเลขประจำตัว หรือเครื่องติดตามด้วยดาวเทียม (satellite telemetry) ซึ่งสามารถติดในนกที่ขนาดใหญ่ขึ้นได้ พวกเขาจะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับนกตัวนั้นโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวันเดือนปี สถานที่พบ ความยาวปีกและหาง ขนาดของปากและขา สุขภาพและความสมบูรณ์ของนก รวมทั้งระยะการผลัดขน เพศ อายุ และถ้าหากนกตัวนั้นถูกจับได้อีกครั้ง การเปรียบเทียบรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันก็จะช่วยให้บรรดานักวิจัยสามารถวาดภาพวงจรชีวิตของนกตัวนั้นได้ดีขึ้น

รายละเอียดและระยะเวลาของสถานที่พบยังมีความสำคัญเป็นพิเศษในชนิดนกที่อพยพ การศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปีช่วยให้นักปักษีวิทยาทั่วโลกวาดภาพเส้นทางบินอพยพ หรือ flyways ที่บรรดานกหลายหลากชนิดใช้อพยพหนีหนาวและกลับไปทำรังวางไข่เป็นประจำทุกปี

นกอพยพ

นกนางนวลแกลบขั้วโลกเหนือ (Arctic tern, Sterna paradisaea) เจ้าของขนาดตัวเพียง 28-41 เซนติเมตร ที่เดินทางมากกว่า 70,000 กิโลเมตรระหว่างขั้วโลกเหนือและใต้ในแต่ละปี ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา, Svalbard

นกบางชนิดมีระยะทางการอพยพที่ไกลอย่างน่าทึ่ง เช่น นกนางนวลแกลบขั้วโลกเหนือ (Arctic tern, Sterna paradisaea) ที่อพยพไปกลับระหว่างขั้วโลกเหนือและใต้ หรือเป็นระยะทางมากถึง 70,000 กิโลเมตรในแต่ละปี แม้มันเองจะมีขนาดตัวเพียง 28-41 เซนติเมตรเท่านั้น ในปี 2019 มีการค้นพบซากนกนางนวลแกลบขั้วโลกเหนือที่ Forvie National Nature Reserve ในสกอตแลนด์ [1] ซึ่งมีบันทึกย้อนหลังกลับไปถึง 32 ปีนับจากถูกนักวิจัยใส่ห่วงขาตั้งแต่ยังเป็นลูกนก เท่ากับว่านกนางนวลแกลบตัวนี้อาจได้เดินทางมากกว่า 2,240,000 กิโลเมตรตลอดช่วงชีวิตของมัน หรือเท่ากับระยะทางจากโลกไปถึงดวงจันทร์ได้ 6 เที่ยวเลยทีเดียว

นักปักษีวิทยา

การขึงตาข่ายจะเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ตามกิจวัตรประจำวันของนก พอเริ่มสาย แดดเริ่มร้อน โอกาสที่นกจะติดตาข่ายก็น้อยลงตาม นักวิจัยในภาพคือ ฟิลลิป ดี. ราวด์ นักปักษีวิทยาชื่อดังผู้มีคุณูปการต่อวงการนกไทย นอกจากจะเป็นผู้เขียนร่วมในหนังสือคู่มือนกเมืองไทยภาษาอังกฤษที่ตีพิมพ์ในปี 1991 แล้ว ‘อาจารย์ฟิล’ ยังเป็นนักวิจัยที่มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมออีกด้วย ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา, เพชรบุรี

การศึกษาชีวิตนกและเส้นทางบินอพยพของมัน นอกจากจะช่วยให้พวกเราอนุรักษ์พวกมันได้ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้พวกเราเข้าใกล้ความเข้าใจระบบนิเวศที่ซับซ้อนของโลกนี้มากขึ้นอีกนิด เช่น เมื่อนกชายเลนอพยพขึ้นมาจากออสเตรเลียเพื่อกลับบ้านในตอนเหนือของทวีปเอเชียและรัสเซียตะวันออกไกล พวกมันจะแวะพักที่เกาะลิบงในทะเลอันดามันของประเทศไทยเป็นเวลาสั้นๆ ซึ่งในตอนนั้นเองที่เมล็ดหญ้าทะเลที่พวกมันกินปะปนเข้าไปกับอาหารหรือติดตัวมากระจายอยู่ที่นี่ [2] ส่งผลให้เกาะลิบงในจังหวัดตรังกลายเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และส่งผลโดยตรงเป็นบวกต่อจำนวนประชากรพะยูนในพื้นที่นั่นเอง

นักปักษีวิทยาใส่ห่วงขานกอย่างไร

ตาข่ายดักนก

 

 

 

 

 

 

ที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง ซึ่งมีการศึกษาวิจัยนกอพยพตามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการที่นำโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยเป็นประจำทุกปี ตาข่ายจะถูกขึงในเทรลด้านในลึกเข้าไปของเกาะเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้มาท่องเที่ยว และปกป้องนกจากความร้อน ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา, เกาะมันใน ระยอง

การใส่ห่วงขานกเป็นงานที่แข่งกับเวลา งานจะเริ่มขึ้นตั้งเช้าตรู่โดยกางตาข่ายซึ่งผลิตด้วยวัสดุพิเศษที่จะไม่บาดตัวนก (เป็นคนละอย่างกับตาข่ายดักจับนกทั่วไป) เมื่อกางตาข่ายแล้วก็ต้องเดินดูบ่อยๆ เพื่อรีบนำนกที่เข้ามาติดตาข่ายออกโดยไวให้พ้นจากผู้ล่า ความเครียด และความร้อน จากนั้นจึงนำไปวัดขนาดต่างๆ บันทึกรายละเอียดและภาพ รวมทั้งใส่ห่วงขาหรืออุปกรณ์ติดตามชนิดอื่น เป็นขั้นตอนที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้ห่วงนั้นแน่นหรือหลวมเกินไป หรือมีส่วนไม่สบพอดียื่นออกมาจนเป็นที่ลำบากในการใช้ชีวิตตามปรกติของนก ก่อนจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

ห่วงขานก

ตาข่ายที่ดักนกเพื่อการวิจัยนี้ผลิตจากวัสดุพิเศษที่ไม่ทำอันตรายกับตัวนก แต่ถึงอย่างนั้นการแกะนกออกจากตาข่ายก็ต้องใช้ความระมัดระวังและทำอย่างเบามือ บางครั้ง… ก็มีการสู้กลับกันบ้างเล็กน้อย ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา

 

 

อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ ตั้งแต่ตาข่ายไปจนถึงชิ้นส่วนอุปกรณ์ติดตามนกได้รับการผลิตมาเป็นพิเศษ เพื่อการวิจัยทางปักษีวิทยาโดยเฉพาะ ต้องไม่มีส่วนคมที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวนก มีขนาดที่เหมาะสมและรบกวนการใช้ชีวิตของนกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ น่ายินดีที่เทคโนโลยีในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก จนสามารถผลิตเครื่องติดตามด้วยดาวเทียมที่มีแบตเตอรี่ในตัวได้มีขนาดเล็กและน้ำหนักที่เบามากขึ้นกว่าเดิมมาก เครื่องติดตามด้วยดาวเทียมที่ใช้งานวิจัยเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนและเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นนั้น มีน้ำหนักรวมทั้งหมดน้อยกว่า 6 กรัม หรือน้อยกว่า 4% ของนกเสียอีก [3]

ห่วงขานก

เทคนิคในการจับนกด้วยมือเดียวที่เรียกว่า ‘ringer’s hold’ คือใช้สามนิ้วที่มีกำลังที่สุดในการจับตัวนกไว้ โดยให้คอนกอยู่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง และใช้นิ้วนางกับนิ้วก้อยจับขานก ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา

ปัจจุบัน นกมีห่วงขาที่มีอายุมากที่สุดที่พวกเรารู้จักคือ “วิสดอม” เลย์ซานอัลบาทรอส (Laysan albatross, Phoebastria immutabilis) ซึ่งครองตำแหน่งนกในธรรมชาติที่อายุยืนที่สุดด้วย คุณแม่วิสดอมในวัยผู้ใหญ่ได้รับการติดห่วงขาเป็นครั้งแรกในปี 1956 และประมาณว่าในตอนนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 70 ปี โดยทาง United States Geological Survey หรือ USGS คาดการณ์ว่าวิสดอมผ่านการเดินทางมามากกว่า 4,800,000 กิโลเมตร หรือเท่ากับการเดินทางรอบโลก 120 ครั้งด้วยกัน [4]

ใช้คีมพิเศษบีบให้ห่วงสบกันสนิทไม่มีขอบที่เกินมาจนเกะกะและอาจเกี่ยวติดกับอะไรจนเป็นอันตรายต่อตัวนก และตรวจสอบว่าห่วงไม่แน่นหรือไม่หลวมจนรูดผ่านข้อเข่าของนกขึ้นไปได้ ภาพอาจดูหวาดเสียวเล็กน้อยเพราะขานกที่ไม่มีกล้ามเนื้อแบบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นดูช่างบอบบางเสียเหลือเกิน แต่ถ้าเราใส่ห่วงได้ถูกต้อง นกก็จะเรียบร้อยปลอดภัยดี ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา

เปโดร เวลาสโก นักกีฏวิทยาชาวสเปนได้กล่าวไว้ “การอนุรักษ์โดยปราศจากการศึกษาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้” (‘It’s not possible to do the conservation without the study,” Pedro Velasco.) [5] และนั่นก็เป็นสิ่งที่นักวิจัยทั่วโลกเห็นต้องตรงกันว่า การทำความเข้าใจเส้นทางและสิ่งที่แต่ละชนิดพันธุ์ต้องการในระหว่างการอพยพนั้นส่งผลโดยตรงต่อการอนุรักษ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ตามเส้นทางบินอพยพเอเชียตะวันออกที่กำลังถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากฝึมือมนุษย์ [3]

 

 


นกอพยพ

ห่วงขานก

เมื่อใส่ห่วงขาแล้ว นักวิจัยจะลงมือวัดและบันทึกรายละเอียดทางกายภาพต่างๆ ตั้งแต่ความยาวปีก ปาก หาง ไปจนถึงขา รายละเอียดเหล่านี้ถ้าลำพังของนกตัวเดียวอาจดูไม่มีความหมายมาก แต่หากเรามีข้อมูลมากเพียงพอและสามารถแบ่งปันกับเครือข่ายนักวิจัยอื่นๆ ทั่วโลกได้ ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นเครื่องบ่งชี้ที่สำคัญว่าชนิดพันธุ์นั้นมีความเสี่ยงต่อความเปลี่ยนแปลงในสภาวะแวดล้อมมากน้อยเพียงใด ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา

ระหว่างปี 2016 และ 2017 กลุ่มนักวิจัยชาวไทยและต่างประเทศ นำโดย Andrew J. Pierce ทำการติดเครื่องติดตามด้วยดาวเทียมกับเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนเพศเมีย 4 ตัว และเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นเพศเมียอีก 4 ตัว ระหว่างการอพยพลงใต้ผ่านประเทศไทย พวกเขาพบว่าเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนอพยพหนีหนาวเป็นระยะทางมากกว่า 3,000 กิโลเมตรจากสุมาตราถึงติมอร์-เลสเต และใช้เวลาที่นั่นราว 84-173 วัน ก่อนจะเริ่มการเดินทางกลับสู่แหล่งทำรังวางไข่ทางตอนใต้และตะวันออกของประเทศจีน รวมระยะทางโดยสมบูรณ์  14,688 และ 9,694 กิโลเมตร ตามลำดับ สามในสี่ของเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่นเพศเมียที่ถูกติดตาม ใช้เวลา 168–173 วัน ช่วงฤดูหนาวในซาบะฮ์ กาลีมันตัน และหมู่เกาะบังกาเบอลีตุง ก่อนเดินทางขึ้นเหนืออีกครั้ง เหยี่ยวตัวหนึ่งเดินทางกว่า 7,757 กิโลเมตรใน 53 วัน และระยะทางในแต่ละวันนั้น อาจมีตั้งแต่ 382 ถึง 800 กิโลเมตร [3]

นกแต้วแล้ว

เสร็จสิ้นขบวนการทั้งหมด เจ้านกก็อาจมีความยุ่งเหยิงเล็กน้อย ตัวที่ต้องเก็บข้อมูลภาพถ่ายด้วยจึงจำเป็นต้องแต่งสวยกันสักหน่อยก่อนจะบันทึกภาพเป็นหลักฐานต่อไป ซึ่ง ‘ภาพติดบัตร’ ที่ถูกต้องของนกนั้นจะเป็นภาพโปรไฟล์จากด้านข้าง แบบเจ้าแต้วแล้วธรรมดา (blue-winged pitta, Pitta moluccensis) ตัวนี้ ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา

แม้เป็นเพียงข้อมูลชุดเริ่มต้นและยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม แต่เราสามารถจะประเมินได้ว่านกอพยพจำนวนมาก อาจใช้ช่วงเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของมันไปกับการอพยพมากกว่าการหากินในพื้นที่หนีหนาวและพื้นที่ทำรังวางไข่เสียอีก การอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพและให้ได้ผลจริง จึงจำต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมือของนานาชาติตลอดเส้นทางอพยพ มิใช่เป็นความรับผิดชอบของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

นกอพยพแวะพักที่ไหนระหว่างทาง

ทุกวันนี้ ประเทศไทยเป็นสมาชิกภาคีอนุสัญญาแรมซาร์ หรืออนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ของพื้นที่ชุ่มน้ำ และมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ทั้งหมด 15 แห่ง และเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการอนุรักษ์นกอพยพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Migratory Waterbirds Conservation Committee หรือ MWCC)

เพชรบุรี

บรรยากาศช่วงเช้าขณะตามนักวิจับไปขึงตาข่าย ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา, เพชรบุรี

อย่างไรก็ตาม การลดลงของพื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพ ไปจนถึงการขุดทำลายพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อนกอพยพ เช่น การก่อสร้างท่าเทียบเรือบริเวณอ่าวปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและพื้นที่แรมซาร์ไซต์, การก่อสร้างในแหลมปะการัง จังหวัดพังงา และโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่เกาะพระทอง (ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระ-เกาะพระทอง, และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ขึ้นทะเบียนแรมซาร์เช่นเดียวกัน) ที่อาจถูกทำลายไปเงียบๆ ถ้าหากไม่เป็นข่าวขึ้นมาเสียก่อน ก็ยังนับว่าน่าเป็นกังวลอย่างยิ่ง

แหลมปะการัง พังงา

แหลมปะการัง จังหวัดพังงา, 13 ธันวาคม 2021 ภาพโดย เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง

พื้นที่แวะพักผ่อนและหากินระหว่างเส้นทางบินอพยพของนก เช่น พื้นที่ชุ่มน้ำที่สมบูรณ์ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออัตราการอยู่รอด การลดลงของพื้นที่ที่เปรียบเสมือนเป็นปั๊มน้ำมันเหล่านี้ ทำให้นกต้องบินเป็นระยะทางที่ไกลขึ้นระหว่างแต่ละจุด นอกจากนี้ พวกมันยังต้องเผชิญกับการล่าและอันตรายจากทั้งธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ รวมทั้งการสภาพแวดล้อมและแหล่งอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปจากภาวะโลกรวน มีการประมาณว่า ทุกๆ ปี กลุ่มนกจับคอน (passerine หรือ songbird) มากถึง 25 ล้านตัวเฉพาะในเส้นทางบินอพยพทะเลดำ-เมดิเตอร์เรเนียนจะไม่ได้กลับบ้านของพวกมันในยุโรป เนื่องจากการล่าอย่างล้างผลาญที่ผิดกฎหมายในประเทศระหว่างการเดินทาง เช่น ไซปรัส และอิตาลี ทำให้จำนวนนกป่าในธรรมชาติลดลงอย่างฮวบฮาบ [6]

เหยี่ยวเพเรกริน

เหยี่ยวเพเรกรินที่พบได้ในประเทศไทยมีทั้งชนิดย่อยอพยพและชนิดย่อยประจำถิ่นที่พบได้ยากกว่า ในภาพนี้เป็นเหยี่ยวอพยพพร้อมด้วยซากนกกวักที่มันล่ามาได้ ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา, เกาะมันใน ระยอง

นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (yellow-breasted bunting, Emberiza aureola) เคยเป็นนกอพยพที่พบได้มากที่สุดชนิดหนึ่งของเอเชีย ในปี 1968 เพียงปีเดียวก็มีนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองมากถึง 194,000 ตัวถูกจับมาขายในตลาดเมืองไทย [7] โดยพวกมันจะหนีหนาวมาพักแถบอินเดีย เอเชียอาคเนย์ และจีนตอนใต้ แต่จากนกอพยพจำนวนหลักหมื่นหลักแสนในอดีต การล่าอย่างไม่บันยะบันยังทำให้ประชากรของพวกมันลดลงกว่า 90% ทั่วโลกจนถูกจัดให้อยู่ในระดับเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ (Critically Endangered) จนบางคนอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองเป็นนกพิราบพาสเซนเจอร์ (passenger pigeon, Ectopistes migratorius) ของเอเชีย ในอดีตนกพิราบของอเมริกาเหนือชนิดนี้ถูกล่าอย่างหนัก จากนกจำนวนมหาศาลที่รวมฝูงแล้วมืดฟ้ามัวดินจนที่ใครๆ ก็ไม่คิดว่าสูญพันธุ์ได้ ก็เป็นไปแล้วในที่สุด ซึ่งนอกจากนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองแล้ว นกจาบปีกอ่อนชนิดอื่น เช่น นกจาบปีกอ่อนหัวเทา (chestnut-eared bunting, Emberiza fucata), นกจาบปีกอ่อนเล็ก (little bunting, Emberiza pusilla) นกจาบปีกอ่อนสีตาล (chestnut bunting, Emberiza rutila) ฯลฯ ก็กำลังลดลงด้วยสาเหตุเดียวกัน นอกจากการล่าโดยเจตนาแล้ว ตาข่ายดักนกที่ขึงในไร่นาเพื่อป้องกันพืชไร่ นอกจากจะเป็นสาเหตุการตายของนกอพยพจำนวนมากแล้ว ยังทำลายประชากรนกอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องไปด้วยอย่างสูญเปล่า [8]

นกจับแมลงคิ้วเหลือง (Narcissus flycatcher, Ficedula narcissina) นกจับแมลงชนิดนี้ใช้เส้นทางบินอพยพที่ข้ามทะเลเป็นหลัก และเป็นนกอพยพผ่านหรือ passage migrant ที่จะแวะพักหากินเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา, เกาะมันใน ระยอง

สำหรับในเมือง สาเหตุการตายของนกอพยพจำนวนมากในแต่ละปีมาจากการบินชนกระจกและถูกสัตว์เลี้ยงทำร้าย เมื่อปี 2017 มีเหตุการณ์นกอพยพบินหลงพายุแล้วชนกระจกของตึกสูงในรัฐเท็กซัสตายในครั้งเดียวเกือบ 400 ตัว แต่ไม่ใช่เฉพาะตึกสูงเท่านั้นที่เป็นอันตรายกับพวกมัน แม้เพียงกระจกหน้าต่างตามบ้านก็อาจเป็นอันตรายกับนกที่บินมาชนเพราะมองไม่เห็น โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม และเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ที่มีประชากรนกอพยพผ่านนอกเหนือไปจากนกประจำถิ่นที่อยู่เดิม ซึ่งพวกเราสามารถช่วยป้องกันได้ด้วยการติดสติ๊กเกอร์ลายเหยี่ยวที่กระจก หรือใช้ปากกายูวีขีดกระจกไว้ ซึ่งปากกายูวีนี้ไม่ปรากฏต่อสายตาของมนุษย์ แต่จะสามารถช่วยชีวิตนกได้เป็นจำนวนมาก ถ้าหากพบนกชนกระจก ในกรณีที่ไม่หนักมาก นกอาจมีอาการมึนงงสักพัก ซึ่งเราสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากสัตว์อื่น และอาจนำนกไปไว้ในที่ปลอดภัยที่เงียบสงบจนสามารถบินต่อไปได้เอง หรือนำส่งสัตวแพทย์ถ้าหากมีอาการบาดเจ็บ

นอกจากนี้ ถ้าหากพบเจอนกป่วยหรือตายผิดปรกติ เรายังสามารถรายงานเข้าไปที่กลุ่มเฟซบุ๊ก “พันตา” PANTA (EcoHealth Detectives) (https://www.facebook.com/groups/515376388512666) เพื่อช่วยเหลือนักวิจัยไทยในการเฝ้าระวังสุขภาพสิ่งแวดล้อมของพวกเราเอง หรืออัพโหลดข้อมูลเพื่อแบ่งปันกับนักวิจัยนานาชาติผ่านแอปพลิเคชั่น iNaturalist ที่พัฒนาโดย California Academy of Sciences และ National Geographic Society เพื่อเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คของนักธรรมชาติวิทยา เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์พลเมือง และผู้ที่มีความสนใจในธรรมชาติ ในการทำแผนที่ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพจากทั่วโลก

ในวันข้างหน้า ถ้าหากเทคโนโลยีของเราดีขึ้นยิ่งกว่านี้ เราอาจได้ศึกษาติดตามการเดินทางอันยากลำบากและมหัศจรรย์ของเพื่อนร่วมโลกได้อีกหลายชนิด อย่า ฝูงวาฬสีเทาที่ออกเดินทางจากอะแลสกา ลัดเลาะลงใต้ตามชายฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือเป็นระยะทางกว่า 20,000 กิโลเมตรเพื่อให้กำเนิดลูกน้อยที่คาบสมุทรแคลิฟอร์เนียในประเทศเม็กซิโก ชีวิตลึกลับของเต่ามะเฟือง หรือตามติดแมลงปอบ้านปีกแผ่กว้าง Pantala flavescens หรือที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “globe wanderer” เมื่อมันบินข้ามมหาสมุทรก็เป็นได้

……

เรื่องและภาพ  สิริพรรณี สุปรัชญา

อ้างอิง:

[1] “Remains of UK’s Oldest Arctic Tern Found at Nature Reserve.” BBC News, 7 July 2019, www.bbc.com/news/uk-scotland-north-east-orkney-shetland-48899961. Accessed 23 Apr. 2022.

[2] Sánchez, Marta & Green, Andy & Castellanos, Eloy. (2006). Internal transport of seeds by migratory waders in the Odiel Marshes, South-west Spain: consequences for long-distance dispersal. Journal of Avian Biology. 37. 201 – 206. 10.1111/j.2006.0908-8857.03719.x.[3] Pierce, Andrew J., et al. “Determining the Migration Routes and Wintering Areas of Asian Sparrowhawks through Satellite Telemetry.” Global Ecology and Conservation, vol. 31, Nov. 2021, p. e01837, 10.1016/j.gecco.2021.e01837.

[4] Fears, Darryl. “Albatross Named Wisdom Astounds Scientists by Producing Chick at Age 62.” Washington Post, 5 Feb. 2013, www.washingtonpost.com/national/health-science/albatross-named-wisdom-astounds-scientists-by-giving-birth-at-age-62/2013/02/05/f46a68a6-6fc5-11e2-8b8d-e0b59a1b8e2a_story.html. Accessed 23 Apr. 2022.

[5] “Cocooned – Secrets of the Spanish Moon Moth – Documentary.” www.youtube.com, 6 Feb. 2018, www.youtube.com/watch?v=DzPyp8D_87Y. Accessed 23 Apr. 2022.

[6] “Why Millions of Songbirds Never Return from Their Wintering Grounds.” www.youtube.com, 22 Apr. 2022, www.youtube.com/watch?v=_uxvdIgex8s. Accessed 23 Apr. 2022.

[7] “BirdLife International Asia – Three Months Countdown to the Convention of Migratory Species COP12 in Manila” www.facebook.com, 10 July 2017, web.facebook.com/BirdLifeInternationalAsia/photos/a.1562847693951593/1944327772470248. Accessed 23 Apr. 2022.
[8] Yong, Ding Li, et al. “The Specter of Empty Countrysides and Wetlands—Impact of Hunting Take on Birds in Indo-Burma.” Conservation Science and Practice, 8 Mar. 2022, 10.1111/csp2.12668. Accessed 23 Apr. 2022.

อ่านเพิ่มเติม

มหากาพย์นกอพยพ

นกอพยพ

เรื่องแนะนำ

79 ปี เขาดิน ในความทรงจำ

79 ปี เขาดิน ในความทรงจำ เรียบเรียงข้อมูลและภาพจาก หนังสือ 75 ปีสวนสัตว์ไทย องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จากหนังสือ หนังสือ 75 ปีสวนสัตว์ไทย (75th Year of Thai Zoos) จัดทำโดยองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงประวัติของสวนสัตว์ดุสิต [เขาดิน] ว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสวนพฤกษชาติขึ้นในเขตพระราชอุทยานสวนดุสิต พระนคร สำหรับเป็นที่เสด็จประพาสต้นและสำราญพระราชอิริยาบถ  ที่ได้ชื่อว่า “เขาดินวนา” ก็เพราะมีการนำดินมาถมสร้างเป็นเนินเขากลางน้ำ จนเป็นคำที่เรียกติดปากสืบมา  นับถึงวันนี้เขาดินฯ มีอายุ 79 ปี และกำลังย้ายไปสู่พื้นที่ใหม่ในช่วงเวลาอันใกล้ พร้อมขับเคลื่อนสู่ความเป็นสวนสัตว์สมัยใหม่ (modern zoo) เช่นเดียวกับนานาประเทศ  ในฐานะที่เป็นสถานที่สำคัญที่คนไทยผูกพันมาแสนนานตั้งแต่วัยเด็ก เขาดินผ่านการร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อยดังประวัติย่อข้างล่างนี้   พ.ศ. 2444 วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2444 คราวที่พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสหมู่เกาะชวา “ฮิส […]

ทูตแห่งจระเข้

เรื่อง ฤทธิยา เตชะแสน เบรดี บาร์ นักวิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พิธีกรรายการ “Dangerous Encounters” ทางช่อง National Geographic Channel อาจเป็นบุคคลเดียวในโลกที่จับจระเข้ครบทั้ง 23 ชนิดพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ เขาเคยปีนข้ามรั้วเข้าไปวัดขนาดของจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในประเทศฟิลิปปินส์ และรอดชีวิตจากการถูกงูเหลือมกัดในถ้ำที่อินโดนีเซียเมื่อปี 2007 แม้จะจับจระเข้มาแล้วกว่า 5,000 ตัว แต่บาร์ยอมรับว่า กลัวงูมากที่สุด   ทำไมคุณถึงกลัวงูมากกว่าจระเข้ งูที่ผมกลัวคือพวกที่มีพิษครับ ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือใหญ่แค่ไหน เพราะพวกมันเป็นอันตราย ส่วนจระเข้ ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือใหญ่แค่ไหน ถ้าคุณพลาด ก็ไม่ถึงกับตายหรอกครับ แต่กับงู พลาดเพียงครั้งเดียว คุณก็ตายได้แล้วครับ ผมยังไม่พร้อมที่จะตายครับ   ทำไมคุณถึงยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อศึกษาสัตว์เลื้อยคลาน ผมอยากรู้เรื่องสัตว์เหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และให้ความรู้แก่ผู้อื่น คนทั่วไปมีความรู้ เกี่ยวกับสัตว์เหล่านี้น้อยมาก หลายคนมองว่าพวกมันเป็นวายร้าย ผมรู้สึกว่าตัวเองต้องเป็น ทูตสันถวไมตรีให้พวกมัน ผมบอกผู้คนทั่วโลกว่า ถ้าผมพูดว่า สัตว์ตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ต้องการความช่วยเหลือ พวกคุณจะบริจาคเงินให้ผมแทบไม่ทัน […]

หมึกสายวงฟ้า หนึ่งในหมึกมีพิษร้ายแรงที่สุด

ตั้งแต่กบลูกดอกสีเขียวนีออนไปจนถึงผีเสื้อจักรพรรดิ สิ่งมีชีวิตสีสันฉูดฉาดที่สุดในธรรมชาติบางชนิด วิวัฒนาการสีสันขึ้นมาเพื่อเป็นคำเตือนกับผู้ล่าว่า “อย่ายุ่งกับฉันนะ” เช่นเดียวกับ หมึกสายวงฟ้า หรือหมึกบลูริง ซึ่งมีสีสันสดใส และพบได้บ่อยที่นอกชายฝั่งเคียมา รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ หมึกสายวงฟ้า ถูกคุกคามจากผู้ล่า วงแหวนสีน้ำเงินจะกะพริบวาววามไปทั่วร่างกายของพวกมัน เพื่อเป็นคำเตือนที่แสดงออกตามวิวัฒนาการ สำหรับผู้ล่าที่อาจจะกำลังคิดว่า หมึกบลูริงจะเป็นมื้ออาหารมื้อถัดไป หรือในกรณีของมนุษย์ สีน้ำเงินโดดเด่นฉูดฉาดดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นของเราได้เสมอ ตั้งแต่ทะเลญี่ปุ่นจนถึงออสเตรเลีย มีหมึกสายวงฟ้ากระจายพันธุ์อยู่อย่างน้อย 10 ชนิดพันธุ์ บางชนิดพบได้ตามชายฝั่งน้ำตื้น ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับมนุษย์มักลงไปใช้ประโยชน์จากบริเวณนั้น ในประเทศไทย สามารถพบหมึกสายวงฟ้าได้ทั่วทะเลไทย ส่วนใหญ่อยู่ตามพื้นท้องทะเล หรือบางครั้งพวกมันติดมากับเรืออวนลาก สำหรับหมึกสายวงฟ้าที่พบในแนวปะการัง เป็นชนิดที่ไม่พบหรือมีน้อยมากในเมืองไทย https://pmdvod.nationalgeographic.com/NG_Video/331/259/00000159-651a-d262-a5d9-659fda590000-161222-specials-tos-blue-ring-octopus-841742__971967.mp4 แม้จะมีรูปร่างขนาดเล็กและลำตัวนุ่มนิ่ม แต่หมึกสายวงฟ้า (Hapalochlaena fasciata) เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในมหาสมุทร มันสามารถฆ่ามนุษย์ได้ด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว ในน้ำลายของหมึกชนิดนี้มีส่วนผสมของพิษ เทโตรโดท็อกซิน (tetrodotoxin) เช่นเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่างรุนแรง ส่งผลให้ระบบหายใจล้มเหลว จาก รายงานที่ผ่านมาพบว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสามรายในออสเตรเลียเนื่องจากปลาหมึกบลูริง แต่ในประเทศไทยยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากหมึกสายวงฟ้า (ชมวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ https://video.nationalgeographic.com/video/news/00000161-e2c1-dcda-a37f-f3d792a70000) อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า มนุษย์ควรกลัวพวกมัน “เช่นเดียวกับสัตว์ส่วนใหญ่ […]