ชีวิตต้องสู้! ลูกสัตว์เหล่านี้เติบโตโดยปราศจากความช่วยเหลือจากพ่อแม่ - National Geographic Thailand

ชีวิตต้องสู้! ลูกสัตว์เหล่านี้เติบโตโดยปราศจากความช่วยเหลือจากพ่อแม่

โดย ลิซ แลงเลย์

“มีแม่นกไล่ลูกตนเองออกจากรังหรือไม่?” คำถามแปลกๆ เกี่ยวกับสัตว์ประจำสัปดาห์นี้ โดย ฮันน่า ผู้อ่านจากทางบ้าน เดเนียล โรบี้ ผู้ศึกษานกวิทยาจากมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอนตอบคำถามนี้โดยระบุว่าตัวเขาไม่เคยเห็นพฤติกรรม หรือบันทึกใดๆ ว่านกทำแบบนั้น “บรรดานักพ่อแม่จะเรียกลูกๆ ของมันมาเกลี้ยกล่อมให้พวกมันออกไปจากรังเสีย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม”

คำถามดังกล่าวสร้างความสงสัยคาใจ “อะไรผลักดันให้ลูกสัตว์ออกไปเผชิญโลกภายนอก ก่อนที่พวกมันจะพร้อมเสียอีก?”

 

นกเมกาพอด (Megapodes)

นกส่วนใหญ่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่เมื่อมันยังมีอายุน้อย แต่สำหรับนกในกลุ่มเมกาพอด สัตว์ประเภทไก่ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ทางตะวันออกของออสเตรเลีย, นิวกินี, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เหล่านี้ เป็นข้อยกเว้น

“นกพวกนี้ไม่แม้แต่ฟักไข่ของพวกมัน” โรบี้กล่าว ตรงกันข้ามพวกมันสร้างเนินดินจากเศษไม้ และนำไข่เข้าไปวางไว้ในนั้น ซึ่งข้อมูลจากคู่มือชีววิทยานกนั้นกล่าวไว้ว่า เนินของพวกมันมีขนาดใหญ่เท่าๆ กับรถยนต์เลยทีเดียว

พ่อแม่นกจะควบคุมอุณหภูมิด้วยการเปลี่ยนพืชที่ปกคลุมเนิน และเมื่อไข่ฟักเป็นตัวพวกมันจะขุดออกมาจากเนินและวิ่งตรงเข้าไปในพงหญ้า โดยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม่ของพวกมัน จากนั้นใน 24 ชั่วโมง ลูกนกก็จะบินได้

 

กิ้งก่าเวสเทิร์นเฟนซ์

ในทางตรงกันข้ามกิ้งก่าส่วนใหญ่ “วางไข่ กลบซ่อนไข่ของมันและจากไป” Nassima Bouzid นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว

เนื่องจากว่าพวกมันมี Cloaca ช่องเปิดที่เป็นท่อรวมกันของระบบสืบพันธุ์และระบบขับถ่ายของเสีย ซึ่งBouzid กล่าวว่า กิ้งก่าอย่างเวสเทิร์นเฟนซ์จากอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี ที่เธอทำการศึกษามักคิดว่าไข่เป็นอะไรที่น่าอึดอัดและแปลกประหลาด และเมื่อมันขับออกมาจากตัวแล้ว มันก็จะไม่คิดถึงเรื่องนี้อีก

Bouzid กล่าวว่า การขาดการดูแลของพ่อแม่ในกิ้งก่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้พ่อแม่กิ้งก่ามีลูกได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสของการอยู่รอด

กิ้งก่าเวสเทิร์นเฟนซ์
กิ้งก่าเวสเทิร์นเฟนซ์ จากศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าเนแบรสกา

 

กิ้งก่าคาเมเลียน ลาบอร์ด

หนึ่งในสายพันธุ์กิ้งก่าไปไกลกว่านั้น ไม่ใช่แค่ลูกกิ้งก่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อแม่ของพวกมัน แต่กิ้งก่าคาเมเลียนสายพันธุ์นี้ไม่เคยพบเจอกิ้งก่าโตเต็มวัยตัวอื่นๆ ในสายพันธุ์ของพวกมันเลยด้วย

ที่ป่าทางตะวันตกเฉียงใต้ของมาดากัสการ์ กิ้งก่าคาเมเลียน ลาบอร์ด “วางไข่ก่อนที่หน้าหนาวจะมาถึง ไข่เหล่านี้จะฟักเป็นตัวก่อนฤดูฝน” Bouzid กล่าว ไข่ของกิ้งก่าคาเมเลียน ลาบอร์ด ใช้เวลานาน 8 – 9 เดือนในการพัฒนาตัวอ่อนซึ่งเมื่อถึงเวลาที่พร้อม กิ้งก่าที่โตเต็มวัยก็แก่ตายไปแล้ว

และจากนั้นบรรดาลูกกิ้งก่ารุ่นใหม่เหล่านี้ “จะเติบโตโดยที่ไม่เคยพบกับกิ้งก่าโตเต็มวัยเลย” Bouzid กล่าว “คุณสามารถจินตนาการได้ว่า หากพวกมันไม่มีโอกาสวางไข่ ประชากรของพวกมันจะหายไปหมด” และขณะนี้ผืนป่าซึ่งเป็นบ้านของพวกมันกำลังถูกคุกคาม อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม

กิ้งก่าคาเมเลียน
กิ้งก่าคาเมเลียน ลาบอร์ด วัยรุ่นตัวหนึ่งกำลังเกาะกิ่งไม้ พวกมันมีพฤติกรรมการวางไข่ที่เป็นเอกลักษณ์ ภาพถ่ายจากอุทยานแห่งชาติ Kirindy Mitea ในมาดากัสการ์

 

ผีเสื้อและมอธ

แมลงจำนวนมากได้รับการดูแลเมื่อมันยังเป็นตัวอ่อน แต่ไม่ใช่สำหรับผีเสื้อและมอธ (ผีเสื้อกลางคืน) พวกมันวางไข่บนใบไม้ จากนั้นก็ปล่อยให้ลูกๆ เผชิญโลกด้วยตนเอง

“ผีเสื้อบางชนิดวางไข่ใกล้กับรังมด เพื่อที่มดจะได้ดูแลตัวหนอน มันเหมือนกับโมเสสที่ลอยน้ำมาเลยค่ะ” Katy Prudic นักกีฏวิทยา จากมหาวิทยาลัยอริโซนากล่าว

ยกตัวอย่างพฤติกรรมของผีเสื้อฟ้าใหญ่ พวกมันจะปล่อยสารที่ดึงดูดมดแดงให้เข้ามาใกล้ และทำให้ตัวเองมีกลิ่นแบบเดียวกับตัวอ่อนมด เพื่อที่มดแดงจะได้พาตัวหนอนกลับรังไปดูแล

ตัวอ่อนผีเสื้อบางชนิดปกป้องตนเองจากนักล่าด้วยสารเคมีที่เป็นพิษ จากพืชที่มันอาศัยอยู่ บางชนิดใช้วิธีการพรางตัวไปกับสิ่งแวดล้อมอย่างแนบเนียน

ยกตัวอย่างเช่นมอธชนิดหนึ่งในภาคตะวันออกของอเมริกาเหนือ พรางตัวแนบเนียนไปกับเปลือกไม้ และหากมันบังเอิญตกลงมา มันก็สามารถกลับขึ้นไปบนเปลือกไม้ที่เกาะอยู่ได้ ด้วยไหมที่พ่นออกมาติดกับเปลือกไม้เอาไว้

 

อ่านเพิ่มเติม : 13 ความงดงามของสุดยอดภาพถ่ายนกประจำปีวานรน้อย แห่งโมร็อกโก

เรื่องแนะนำ

ก้าวย่างจากเงื้อมเงา

เรื่อง ริชาร์ด คอนนิฟฟ์ ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์ เรากำลังนั่งรอเสือดาวอยู่ในความมืดข้างเส้นทางเดินป่าตามแนวตะเข็บอุทยานแห่งชาติสัญชัยคานธีในประเทศอินเดีย อันเป็นพื้นที่ป่าขนาด 104 ตารางกิโลเมตรใจกลางมหานครมุมไบ อพาร์ตเมนต์สูงหลายชั้นปลูกเรียงรายอยู่ฝั่งตรงข้ามอุทยานนี่เอง ขณะนี้เป็นเวลา 22.00 น. เสียงล้างจานและเสียงกล่อมเด็กเข้านอนดังลอดหน้าต่างที่เปิดอยู่ เสียงหัวเราะของเด็กวัยรุ่น เสียงเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ และเสียงผู้คน 21 ล้านคนจ้อกแจ้กจอแจราวกับเครื่องจักรขนาดมโหฬารณ ที่ใดที่หนึ่งในป่ารอบตัวเรา เสือดาวกำลังเงี่ยหูฟังอยู่เช่นกัน ภายในอุทยานและบริเวณโดยรอบมีเสือดาวอาศัยอยู่ประมาณ 35 ตัว โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละตัวมีอาณาเขตราวสี่ตารางกิโลเมตร ทั้งๆที่เสือดาวสามารถออกหากินเป็นระยะทางวันละ 15 กิโลเมตร เสือดาวที่นี่ยังถูกล้อมรอบด้วยชุมชนเมืองที่แออัดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีประชากรหนาแน่นถึงราว 30,000 คนต่อตารางกิโลเมตร กระนั้นเสือดาวก็ยังใช้ชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข  อาหารส่วนหนึ่งของพวกมันคือกวางดาวและสัตว์ป่าอื่นๆภายในเขตอุทยานแต่เสือดาวหลายตัวยังหากินไปตามแนวชายขอบที่ไม่ได้ล้อมรั้วแยกธรรมชาติจากอารยธรรม  ขณะที่เมืองกำลังหลับใหล พวกมันก็แอบย่องไปตามตรอกซอกซอยด้านล่าง เที่ยวลักกินสุนัข แมว หมู หนู ไก่ และแพะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ติดสอยห้อยตามอารยธรรมของมนุษย์ เสือดาวกินคนด้วย แต่ก็เกิดขึ้นนานๆครั้ง ช่วงสายๆของวันเสาร์วันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ในแถบชนบทของเมืองชุนนาร์ ห่างจากมุมไบไปทางทิศตะวันออก 150 กิโลเมตร รถยนต์สังกัดหน่วยงานรัฐบาลแล่นเข้ามาจอดที่บ้านไร่หลังเล็กแต่ดูมีฐานะ บรรยากาศคุกรุ่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทุกคนยังควบคุมอารมณ์ไว้ได้ […]

ไดโนเสาร์ กลายเป็นสมบัติในห้องนั่งเล่น

ทุกวันนี้ นักสะสมฟอสซิลมีอยู่ทั่วไป หลายคนไม่เพียงสะสมอย่างจริงจังจนแทบจะเป็นนักบรรพชีวินวิทยามืออาชีพ ขณะที่นักสะสมรายอื่นๆ ดูเหมือนจะแค่สนองรสนิยมชมชอบอสุรกายตัวใหญ่ยักษ์ น่ากลัวและแสนแพง แบบเด็กผู้ชายทั่วไป ความหลงใหลในบรรพชีวินวิทยาในหมู่นักสะสมนั้นหมายความว่า ไดโนเสาร์ และสัตว์ร่างยักษ์อื่นๆ ในรูปฟอสซิลอาจไปโผล่ในบ้านหรือสำนักงานต่างๆ ได้เกือบทุกแห่งหนทั่วโลก

เสือชีตาห์คงศีรษะได้อย่างไรขณะวิ่งด้วยความเร็ว?

เสือชีตาห์ คงศีรษะได้อย่างไรขณะวิ่งด้วยความเร็ว? เป็นที่รู้กันดีว่า เสือชีตาห์ คือจ้าวแห่งความเร็ว แต่นอกเหนือจากรูปร่างเพรียวลม กล้ามเนื้ออันแข็งแรงแล้ว ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญอีกซึ่งร่างกายของมันต้องการอย่างมากเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็ว ผลการศึกษาใหม่ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2018 ในวารสาร Scientific Reports แสดงให้เห็นว่าหูชั้นในของเสือชีตาห์นั้นมีส่วนช่วยให้การล่าเหยื่อของมันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และการวิจัยครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ทีมวิจัยทำการวิเคราะห์หูชั้นในของสัตว์ในวงศ์แมวใหญ่   ว่าด้วยเรื่องหู หากคุณมองภาพสโลวโมชั่นของเสือชีตาห์ขณะกำลังวิ่ง จะเห็นได้ว่ามันสามารถคงหัวของมันให้นิ่งอยู่ได้ ซึ่งช่วยให้ดวงตาของมันจับจ้องไปที่เหยื่ออย่างไม่ให้คลาดสายตาระหว่างการล่า เพื่อที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของกระดูกเสือชีตาห์ว่ามีส่วนช่วยในเรื่องนี้อย่างไร Camille Grohe มุ่งเป้าไปที่การศึกษาหูชั้นใน หูชั้นในเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย มันประกอบไปด้วยช่องว่างที่บรรจุของเหลวและเซลล์ขนที่ทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์รับการเคลื่อนไหวของศีรษะ ด้วยภาพถ่ายความละเอียดสูง Grohe และทีมงานของเขาสแกนกระโหลกศีรษะจำนวน 21 กระโหลก ในจำนวนนี้บางกระโหลกเป็นของสัตว์สายพันธุ์อื่นในวงศ์แมวใหญ่ มีจำนวน 7 กระโหลกที่เป็นของเสือชีตาห์ นอกจากนั้นพวกเขายังสแกนกระโหลกศีรษะของเสือชีตาห์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในอดีตด้วย เพื่อหาดูว่าหูชั้นในของพวกมันมีวิวัฒนาการอย่างไร ผลการตรวจสอบพวกเขาพบว่าหูชั้นในของเสือชีตาห์ไม่ได้เหมือนกับสัตว์อื่นๆ ในวงศ์แมวใหญ่ ด้วยระบบการรักษาสมดุลที่มีขนาดใหญ่ของมัน และช่องภายในหูที่ยาวกว่าส่งผลให้ความสามารถในการคงศีรษะและดวงตาของมันให้อยู่นิ่งมีมากกว่าเสืออื่นๆ “กายวิภาคภายในหูของมันสะท้อนให้เห็นถึงการตอบสนองของร่างกายต่อการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มากขึ้น” John Flynn ผู้ร่วมการวิจัยกล่าว ในระหว่างการแถลงข่าวผลการค้นพบ โดยที่สำคัญก็คือลักษณะเหล่านี้ไม่ถูกพบในเสือชีตาห์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว นั่นหมายความว่าความพิเศษนี้เพิ่งจะถูกพัฒนาขึ้นไม่นาน ในฐานะของสัตว์บกที่มีความรวดเร็วมากที่สุดในโลก ร่างกายของมันถูกสร้างเพื่อการวิ่งอย่างแท้จริง ด้วยน้ำหนักที่เบา กระดูกสันหลังที่ยาวและมีความยึดหยุ่น เอื้อให้มันสามารถทำความเร็วจาก […]