ภาพบีบคั้นหัวใจ การต่อสู้ของแรดเพื่อความอยู่รอด - National Geographic Thailand

ภาพบีบคั้นหัวใจ การต่อสู้ของแรดเพื่อความอยู่รอด

โดย อเล็กซา คีย์เฟ

ในปี 2016 ประมาณการณ์แรดที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกอยู่ที่ราว 29,500 ตัว ในจำนวนนี้ 70% อาศัยอยู่ในแอฟริกาใต้ Brent Stirton ช่างภาพผู้เป็นชาวแอฟริกาใต้ ได้รับการยกย่องจากนานาชาติหลังภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงการคุกคามประชากรแรดถูกเผยแพร่ออกไป การล่านอแรดอย่างผิดกฎหมายนี้ มีการประมาณตัวเลขในปี 2015 ว่ามีแรดถูกฆ่าเพื่อเอานอเฉลี่ยสี่ตัวต่อวันเลยทีเดียว เนื่องในวันแรดโลก เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวบรวมภาพถ่ายของ Stirton มาให้ได้ชมกัน

ชายสี่คนทำหน้าที่พิทักษ์แรด แรดตัวผู้ตัวนี้เป็นแรดขาวเหนือตัวสุดท้าย ใน Ol Pejeta Conservancy ของเคนยา ภาพถ่ายเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2011
หนึ่งในทีมรักษาความปลอดภัย (ผู้มีรอยสักต่อต้านการล่าแรด) ถือนอแรดจากฟาร์มแรดของ John Humeไว้ในมือ หนึ่งในฟาร์มแรดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ตั้งอยู่ในเมืองเคลิกส์ดอร์ป ของแอฟริกาใต้ ฟาร์มแห่งนี้มีแรดจำนวน 1,300 ตัว แรดจะถูกตัดนอไปขายทุกๆ 20 เดือนจากนั้นนอของพวกมันจะงอกขึ้นใหม่ Hume ผู้ก่อตั้งคาดหวังว่าการค้าแรดแบบถูกกฎหมายจะช่วยลดอัตราการล่าแรดเถื่อน ท่ามกลางเสียงต่อต้านจากบรรดานักอนุรักษ์
Johan Marais (คนซ้าย) สัตวแพทย์ทำการรักษาแผลให้แก่แรดที่ถูกตัดนอ ยางไม้ถูกนำมาใช้เพื่อปิดช่องว่างที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของมัน แรดตัวเมียตัวนี้ถูกล่าเอานอไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2015 เธอมีชื่อว่าโฮป หนึ่งปีต่อมาโฮปก็ตายลงจากอาการติดเชื้อในลำไส้
แม่ของลูล่าถูกฆ่าเอานอไปในอุทยานแห่งชาติ Kruger ขณะนี้เธออาศัยอยู่ในศูนย์ดูแลสัตว์ป่าแอฟริกา Dorota Ladosz เจ้าหน้าที่ในศูนย์ดูแลแรดน้อยตัวนี้เป็นอย่างดี ในระหว่างที่มันกำลังพักฟื้นจากแผลบาดเจ็บที่ได้รับจากการโจมตีโดยไฮยีน่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ในศูนย์จะไปพบมันเข้า
แรดเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูในพื้นที่อาณาเขตฟาร์มของ Hume นอแรดต่างจากงาช้างตรงที่มันสามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ เจ้าของฟาร์มเล่าว่าเขามีนอแรดเก็บไว้ในคลังมากถึง 5 ตัน ซึ่งน่าจะทำเงินได้ราว 45 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ การจัดประมูลนอแรดครั้งแรกในแอฟริกาใต้เกิดขึ้นเมื่อเดือนนสิงหาคมที่ผ่านมา
ซูดานรับแรดขาวเหนือจำนวน 3 ตัวจากสวนสัตว์ในสาธารณะเช็ก แรดเหล่านี้ไม่ผสมพันธุ์อันเนื่องมาจากความเป็นอยู่ที่คุมขังพวกมัน พวกเขามีแผนปล่อยมันกลับสู่ป่าในฐานะความพยายามครั้งสุดท้ายให้พวกมันผลิตลูกหลานก่อนที่จะสูญพันธุ์
ลูกแรดขาวเล่นกันในสวนสัตว์ ของจังหวัด KwaZulu-Natal ประเทศแอฟริกาใต้
นอแรดน้ำหนัก 8 ปอนด์นี้สามารถทำเงินได้มากถึงหลายแสนดอลล่าร์สหรัฐ ในตลาดมืด ในเอเชียมีความเชื่อกันว่านอแรดเป็นยา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วนอแรดถูกสร้างขึ้นจากเคราติน สารชนิดเดียวกันกับที่สร้างผมและเล็บของเรา
แรดขาวตัวนี้ (ตัวซ้าย) ถูกล่าในจังหวัด KwaZulu-Natal ประเทศแอฟริกาใต้ นักล่าแรดเถื่อนใช้เฮลิคอปเตอร์ติดตามมันและลูกวัย 4 เดือน ยิงมันด้วยลุกดอกยาสลบและตัดนอแรดออกด้วยเลื่อย ทีมอนุรักษ์พมมันเข้าก็เมื่อเวลาผ่านไปแล้วได้สัปดาห์ พวกเขาตามหาลูกของมัน แต่ในที่สุดก็พบเพียงร่าง ซึ่งเชื่อกันว่า
ลูกแรดน่าจะเสียชีวิตจากการขาดน้ำหรือความอดอยาก
แรดขาวในฟาร์มจะถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ฟื้นจากยาสลบ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการตัดนอ ในปี 2016 มีแรดถูกฆ่าเอานอในแอฟริกาใต้มากถึง 1,054 ตัว
บางคนระบุว่าแรดที่ไม่มีนอไม่สามารถปกป้องตนเองได้ตามธรรมชาติ ด้านผู้สนับสนุนโต้แย้งว่าการไม่มีนอช่วยให้มันรอดพ้นจากนักล่านอแรด ทั้งยังลดอัตราการเสียชีวิตจากการต่อสู้กันตามธรรมชาติของแรดในช่วงฤดูผสมพันธุ์

 

อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายสัตว์เผยความจริงที่น่ากังวลของสิ่งแวดล้อม13 ความงดงามของสุดยอดภาพถ่ายนกประจำปี

เรื่องแนะนำ

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม นกคอพัน (Eurasian wryneck) จะเงยหน้าและหมุนคอของมันไปด้านหลัง 180 องศา ความสามารถพิเศษนี้มีขึ้นเพื่อจำแลงร่างกายของมันให้เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ล่าสุดอันตราย มันคือการเลียนแบบรูปลักษณ์ของ “งู” นั่นเอง ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจพฤติกรรมของพวกมัน แต่ ณ พวกเขาทราบแล้วว่านี่คือวิธีป้องกันตัวจากอันตราย ผู้ล่าที่ตั้งใจจัดการมันจะเผชิญความสับสนว่ามันกำลังจะล่านกหรืองูกันแน่ อีกทั้งยังสามารถตวัดลิ้นยาวออกมาเพื่อการแสดงที่แนบเนียนได้อีกด้วย นกคอพันอยู่ในวงศ์ของนกหัวขวาน แต่พวกมันไม่มีพฤติกรรมเจาะต้นไม้เพื่อสร้างรัง นกคอพันสร้างรังในหลุมอื่นๆ ที่สัตว์ทำไว้แทน มีถิ่นอาศัยในยุโรปไปจนถึงเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออก ในประเทศไทยเองพบนกคอพันช่วงที่มันอพยพหนีฤดูหนาว และปัจจุบันถือเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย   อ่านเพิ่มเติม กิ้งก่าคาเมเลี่ยนไม่ได้เปลี่ยนสีเพื่อพรางตัวอย่างเดียว

พบอุรังอุตัง “เผือก” ในอินโดนีเซีย

เรื่อง ฮีเธอร์ แบรดี เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ปี 2017 อุรังอุตังเผือกตัวหนึ่งถูกนำมาจากหมู่บ้านในอินโดนีเซีย ที่ซึ่งมันถูกขังไว้ในกรง อุรังอุตังตัวนี้ มีอายุ 5 ปี ถูกพบในอำเภอกาปูอัสฮูลู บนเกาะบอร์เนียว หลังจากเรานำมันมาดูแล มันมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นราวสิบปอนด์ภายในไม่กี่สัปดาห์ กองทุนเพื่อความอยู่รอดของอุรังอุตังในบอร์เนียว ทำหน้าที่ในการดูแลสัตว์ในตระกูลไพรเมต ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Telegraph กล่าวว่า อุรังอุตังเป็นเอปที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ หมายความว่า พวกมันอยู่ห่างจากคำว่าสูญพันธุ์เพียงก้าวเดียว และตอนนี้ กองทุนฯ กำลังดูแลอุรังอุตังอยู่เกือบห้าร้อยตัว เจ้าหน้าที่กองทุนฯ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่มีการก่อตั้งมาตลอด 25 ปี เราไม่เคยดูแลอุรังอุตังเผือกมาก่อนเลย ทางกองทุนฯ ได้เปิดกิจกรรมการตั้งชื่อเจ้าเอปเผือกตัวนี้ โดยเปิดรับชื่อต่างๆ จากทั่วโลก และชื่อที่ถูกเลือกคือ “อัลบา” (Alba) ในภาษาละตินแปลว่า “สีขาว” และยังหมายถึง “รุ่งเช้า” ในภาษาสเปน “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รุ่งอรุณแห่งวันใหม่จะมาเยือนสัตว์ที่มีคุณค่าเหล่านี้” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวกับหนังสือพิมพ์ จาการ์ตาโพสต์ โดยธรรมชาติแล้ว ขนยาวๆ ของอุรังอุตังจะปรากฏสีน้ำตาลส้ม และเป็นที่รู้กันว่าพวกมันเป็นเอปที่ฉลาดมาก การพบอุรังอุตังเผือกเป็นเรื่องที่พบได้น้อยมาก แม้จะมีรายงานว่า พบภาวะเผือกในไพรเมตชนิดอื่น […]

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก ทำอย่างไรให้อาคารเย็นด้วยตัวมันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ? Mick Pearce สถาปนิกสามารถไขคำตอบนี้ได้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรังของปลวก ในธรรมชาติ จอมปลวกจะมียอดแหลมสูงที่ทำหน้าที่เป็นช่องระบายอากาศให้แก่รังที่อยู่ใต้ดิน และด้วยความที่รังของมันนั้นสร้างมาจากดิน ในเวลากลางวันดินจะช่วยดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ส่งผลให้ภายในรังปลวกมีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ Pearce ออกแบบอาคารอีสต์เกตในซิมบับเว ให้มีผนังด้านนอกที่มีลักษณะเหมือนหนาม ซึ่งได้ไอเดียมาจากพืชในทะเลทราย เนื่องจากพื้นผิวขรุขระจะช่วยลดการดูดกลืนความร้อนได้ดีกว่าผิวเรียบ นอกจากนั้นเขายังใช้หน้าต่างบานเล็ก เพื่อลดความร้อนที่ตัวอาคารจะดูดซับระหว่างวัน ภายในอาคารพิเศษตรงที่มีปล่องลมขนาดใหญ่ที่ช่วยถ่ายเทมวลอากาศร้อนและอากาศเย็นไปทั่วตัวอาคาร นอกจากนั้นเพดานที่สูงและพื้นคอนกรีตสองชั้นยังช่วยกักเก็บอากาศเย็นเอาไว้อีกด้วย ซึ่งจากทั้งหมดทั้งมวลนี้ส่งผลให้อาคารอีสต์เกตสามารถประหยัดพลังงานในการควบคุมภูมิอากาศภายในตัวอาคารถึง 90% และยังใช้พลังงานน้อยกว่าถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับอาคารขนาดใกล้เคียงกันในกรุงฮาราเร ของซิมบับเว   อ่านเพิ่มเติม สถาปัตยกรรมเซอเรียลยุคหลังโซเวียต

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.