ทดลองให้ ปลาไหลไฟฟ้า ช็อตเพื่อวิทยาศาสตร์ - National Geographic Thailand

ทดลองให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์

ทดลองให้ ปลาไหลไฟฟ้า ช็อต เพื่อวิทยาศาสตร์

ในโลกใต้น้ำปลาไหลไฟฟ้าแพร่กระจายกระแสไฟฟ้าออกจากตัวเพื่อช็อคเหยื่อ แต่หากเหยื่อของมันอยู่บนผิวน้ำล่ะ? ผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่า ปลาไหลไฟฟ้า สามารถกระโจนขึ้นมาจากน้ำ และช็อตเหยื่อหรือศัตรูได้ด้วยการแนบส่วนอกของมันกับผิวเหยื่อ

Kenneth Catania นักชีววิทยาต้องการทราบว่ากระแสไฟฟ้าที่ปลาไหลปลดปล่อยออกมานั้นมีปริมาณเท่าไหร่ เขาทำการทดลองกับตนเอง โดยปล่อยให้ปลาไหลไฟฟ้าช็อตแขนของเขา กระแสไฟฟ้าที่ได้รับจะถูกส่งต่อไปวัดปริมาณยังแอมมิเตอร์ ซึ่งผลที่ได้ในการช็อตต่อครั้งปลาไหลไฟฟ้าปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าราว 40 มิลลิแอมป์ ปริมาณดังกล่าวมากพอที่จะสร้างความเจ็บปวดให้แก่ม้าตัวโตๆ ได้ ด้าน Catania เองบรรยายความรู้สึกว่าตอนที่ถูกช็อตนั้นเขารู้สึกราวกับเดินเข้าไปชนกับรั้วไฟฟ้าเลยทีเดียว

 

อ่านเพิ่มเติม

การทดลองว่าด้วยความอิจฉา

เรื่องแนะนำ

นวัตกรรมใหม่ช่วยสัตว์ใต้ทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัย

นวัตกรรมใหม่ช่วยสัตว์ใต้ทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัย อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นผลงานการประดิษฐ์ของสถาบันวิทยาศาสตร์แคลิฟอร์เนียร่วมกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์เบย์ ซึ่งจะช่วยในการเก็บตัวอย่างสัตว์ใต้ทะเลลึกให้พวกมันขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างปลอดภัย นวัตกรรมใหม่นี้เป็นท่อแรงดันที่มีชื่อสั้นๆ ว่า SubCAS เนื่องจากการที่บรรดาสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกเหล่านี้อาศัยอยู่ที่ระดับความลึกมากกว่า 30 เมตร การเปลี่ยนแปลงความดันขณะขึ้นสู่ผิวน้ำเมื่อนักวิทยาศาสตร์เก็บพวกมันไปยังห้องปฏิบัติการอาจกลายเป็นเรื่องอันตรายต่ออวัยวะภายในได้ ดังนั้นหลักการทำงานของ SubCAS คือช่วยลดการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว ด้วยฟองอากาศที่ล้อมรอบกระบอกบรรจุตัวอย่าง เมื่อนักดำน้ำดำลงไปยังความลึกราว 55 เมตร พวกเขาจะนำกระบอกบรรจุตัวอย่างสอดเข้าไปในกระบอกที่ใหญ่กว่า และใส่ฟองอากาศเข้าไปให้อยู่ในช่องงว่างระหว่างสองกระบอก เพื่อสร้างห้องปรับความดันขึ้นมา ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกจะถูกบรรจุเข้าไปในกระบอกขนาดเล็ก เมื่อนักดำน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำ ฟองอากาศจะขยายและรักษาความดันภายในกระบอกไว้ และเมื่อนักดำน้ำดำถึงระดับความลึก 30 เมตรจากผิวน้ำ พวกเขาจะค่อยๆ ปล่อยฟองอากาศออกมา กระบวนการนี้ใช้เวลาราว 2 – 3 วัน ตัวอย่างที่ถูกจับมาได้จึงจะสามารถปรับตัวเข้ากับความดันใหม่ใกล้ผิวน้ำ   อ่านเพิ่มเติม ทำไมสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกจึงมักมีสีดำ?

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ ใครจะคิดว่าอูฐสามารถทำความเร็วได้มากถึง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเหนือจากการเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศรุนแรงสุดขั้วอย่างทะเลทรายแล้ว อูฐยังเป็นสัตว์สำคัญของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พวกเขาใช้อูฐในการขนส่ง, ใช้เป็นอาหาร ไปจนถึงเป็นความบันเทิง เช่น การแข่งอูฐ ในโอมาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของผู้คนในภูมิภาคอาหรับ จากวิดีโอภาพมุมสูง การแข่งขันครั้งนี้ถูกบันทึกผ่านโดรนให้เรามีโอกาสได้ชมธรรมเนียมของชาวอาหรับกัน ปกติแล้วในการแข่งขันนิยมใช้อูฐหนอกเดียวมากกว่าอูฐสองหนอก ทว่าการแข่งจะต่างจากการแข่งขันสัตว์อื่นๆ เนื่องจากจ็อกกี้จะไม่ขึ้นขี่หลังอูฐ แต่จะใช้รีโมทคอนโทรลควบคุมแส้ให้ตวัดไปมาในอากาศเป็นการสั่งอูฐ โดยจ็อกกี้แต่ละคนนั้นจะนั่งอยู่ในรถยนต์ที่วิ่งขนานไปกับอูฐนั่นเอง หากสงสัยว่าเหตุใดอูฐจึงเอาชีวิตรอดท่ามกลางทะเลทรายได้ และเหล่านี้คือวิวัฒนาการที่มันปรับตัวขึ้นมาโดยเฉพาะ ภายในหนอกของอูฐประกอบด้วยไขมันที่มันจะนำมาใช้เมื่อไม่มีอาหารกิน นอกจากนั้นอูฐยังมีขนตายาวมากเพื่อป้องกันทรายพัดเข้าตา นอกจากนั้นอูฐยังสามารถอุดจมูกได้ทันทีที่ต้องการ พายุทรายจึงไม่มีผลใดๆ กับมัน และพวกมันยังมีมีพื้นเท้าที่กว้างกว่าสัตว์อื่นๆ ช่วยไม่ให้จมลงในทรายอ่อนๆ ได้อีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

กลุ่มแม่ชีผู้ช่วยอะโซโลตล์ไม่ให้สูญพันธุ์

กลุ่มแม่ชีผู้ช่วยอะโซโลตล์ไม่ให้สูญพันธุ์ เจ้าสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “อะโซโลตล์” พวกมันเป็นซาลาแมนเดอร์ที่มีมีถิ่นอาศัยเพียงที่เดียวในโลกคือ ในทะเลสาบ Pátzcuaro ของเม็กซิโก ทว่าตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาการประมงเกินขนาด, การบุกรุกที่อยู่อาศัยของมัน ไปจนถึงการที่ต้องตกเป็นเหยื่อของสัตว์อื่นๆ ที่ตัวใหญ่กว่า ทำให้อะโซโลตล์เหล่านี้กำลังมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ จากการศึกษาล่าสุดพบว่าในธรรมชาติมีอะโซโลตล์เหลืออยู่เพียงไม่ถึง 100 ตัวเท่านั้น นับเป็นโชคดีที่แม่ชีกลุ่มหนึ่งในเม็กซิโกร่วมมือกับองค์กรต่างประเทศในความพยายามที่จะอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้เอาไว้ พวกเธออาศัยอยู่ในอาศรมใกล้กับทะเลสาบ และใช้ซาลาแมนเดอร์สายพันธุ์นี้ในการผลิตยาแก้ไอมานานกว่า 150 ปี ทว่าทุกวันนี้พวกเธอไม่ได้ทำเช่นนั้นแล้ว แต่ดูแลมันเพื่อช่วยให้มันขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้อะโซโลตล์รอดพ้นจากการสูญพันธุ์ ด้านบรรดาผู้เชี่ยวชาญเองกล่าวยกย่องการทำงานของแม่ชีกลุ่มนี้ ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญที่ช่วยอนุรักษ์ซาลาแมนเดอร์หายากเหล่านี้   อ่านเพิ่มเติม ค้างคาว: นักล่าแห่งรัตติกาล