ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

มันยากที่คุณจะไม่รู้สึกสงสารเจ้างูตัวน้อยที่กำลังถูกกลืนลงท้องของกบ

ภาพถ่ายที่บันทึกช่วงเวลาอันน่าทึ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความแปลกประหลาดของธรรมชาติ เมื่องูตัวหนึ่งกำลังถูกกลืนกินโดยผู้ล่าที่มีขนาดใหญ่กว่า นั่นคือสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกสีเขียว

ภาพถ่ายนี้ถูกโพสต์ลงในเว็บไซต์ Reddit เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมแคปชั่นว่า “เสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายก่อนลงสู่กระเพาะ” จากภาพแสดงให้เห็นสัตว์ 2 ชนิดกำลังอ้าปากค้าง ซึ่งสำหรับเจ้างูแล้วดูเหมือนว่านี่จะเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายในการเอาชีวิตรอดออกมาจากลำคอของกบให้ได้

โจดี้ โรวเลย์ นักอนุรักษ์ชีววิทยาและนักสำรวจจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก อธิบายชนิดของกบตัวนี้ผ่านทางทวิตเตอร์ว่ามันคือกบต้นไม้ออสเตรเลียที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Litoria Caerulea” สัตว์ที่พบได้ทั่วไปในออสเตรเลียและนิวกินี โดยตัวเมียเมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวประมาณ 4 นิ้ว ส่วนตัวผู้มีขนาดเล็กกว่า โตเต็มที่มีขนาดราว 3 นิ้ว

โดยทั่วไป สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกล่าแมลงเป็นอาหาร แต่ในบางครั้งมีรายงานว่าพวกมันล่าหนูตัวเล็กและกบเหมือนกันด้วย “มันล่าอะไรได้มากขึ้น ตราบใดที่เหยื่อมีขนาดเล็กกว่าปากมัน” คาเรน ลิปส์ นักอนุรักษ์ด้านชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์กล่าว หากกบสามารถกินสิ่งนั้นได้ล่ะก็ มันก็จะกิน

เธออธิบายว่าสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก, สัตว์เลื้อยคลานและปลามักกลืนเหยื่อเข้าไปทั้งตัว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นพวกมันท้องป่องหลังมื้ออาหาร

เนื่องจากงูนั้นมีลำตัวเพรียวและยาว ดังนั้นมันจึงเป็นงานยากสำหรับกบที่จะกลืนมันลงท้อง ลิปส์อธิบาย ซึ่งภาพถ่ายนี้น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายในการหนีสู่อิสรภาพของเจ้างู ไม่ว่ามื้ออาหารนี้จะพิเศษหรือธรรมดา มันยากที่จะระบุหากไม่ทราบที่มาของภาพเนื่องจากไม่เป็นที่ชัดเจนว่าภาพนี้ถูกถ่ายในป่า หรือในกรงเลี้ยง และจากข้อมูลหลายสายพันธุ์ของกบก็ล่างูเป็นอาหาร ซึ่งในหลายครั้งงูเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่าพวกมันด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามนี่อาจเป็นเพียงภาพถ่ายเดียวที่บันทึกช่วงเวลาที่งูตัวหนึ่งพยายามเลื้อยออกมาจากกบเอาไว้ได้

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

กบมีพิษรอดจากพิษตัวเองได้อย่างไร?

เรื่องแนะนำ

ฟอสซิลสลอธยักษ์จากยุคโบราณถูกค้นพบในถ้ำใต้น้ำ

ในถ้ำใต้น้ำของรัฐยูกาตัง ประเทศเม็กซิโก มีฟอสซิลของสัตว์ขนาดใหญ่จากโลกในยุคโบราณถูกเก็บซ่อนไว้ มันคือหัวกระโหลกของสลอธยักษ์ที่เชื่อกันว่าจ่าจะมีอายุเมื่อ 10,000 ปีก่อน นักวิจัยประมาณน้ำหนักคร่าวๆ ของสลอธตัวนี้อยู่ที่ราว 226 กิโลกรัม และฟอสซิลชิ้นนี้น่าจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ของสลอธที่มีชื่อว่า Xibalbaonyx oviceps จากการค้นพบสลอธมีวิวัฒนาการมากมายตั้งแต่การเป็น Megalonyx jeffersonii สลอธในยุคโบราณ น้ำหนักตัว 907 กิโลกรัม จนมาถึงการเป็นสลอธตัวจ้อยที่หนักไม่ถึง 5 กิโลกรัม ในปัจจุบัน   อ่านเพิ่มเติม : ที. เร็กซ์ หลีกไป สไปโนซอร์มาแล้ว, ไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ใหม่ มีสี่ปีกแต่บินไม่ได้

วิลเดอบีสต์ตัวน้อยวิ่งตามรถ เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแม่ของมัน

คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกไว้โดย Zaheer และ Asma Ali ขณะที่ทั้งคู่กำลังขับรถผ่านอุทยาน Kgalagadi ในแอฟริกาใต้ ลูกวิลเดอบีสต์ตัวหนึ่งวิ่งตามรถยนต์คันสีฟ้าข้างหน้า และเมื่อรถคันดังกล่าวมันก็หยุดด้วย พร้อมคลอเคลียอยู่ข้างรถยนต์ไม่ห่าง เหตุผลที่ลูกสัตว์ตัวน้อยนี้วิ่งตามรถยนต์น่าจะเป็นเพราะขนาดใหญ่ของรถยนต์ Zaheer ให้ความเห็นกับหนังสือพิมพ์ Citizen ของแอฟริกาใต้ เนื่องจากในธรรมชาติวิลเดอบีสต์จะอยู่รวมกันเป็นฝูง และมันมักจะวิ่งตามบางวัตถุขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ จากสัญชาตญาณของการตามหัวหน้าฝูง ในช่วงหนึ่งของวิดีโอจะเห็นว่าลูกวิลเดอบีสต์พยายามเลียรถยนต์คันสีฟ้านี้ นั่นทำให้เดาได้ว่าเจ้าวิลเดอบีสต์นี้คงคิดว่าวัตถุดังกล่าวเป็นแม่ของมัน นับเป็นเคราะห์ดีของลูกสัตว์ หลัง Ali พยายามไล่ให้มันลงไปจากถนน เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ วิลเดอบีสต์ตัวหนึ่งก็เข้ามาได้จังหวะพอดี และลูกสัตว์ตัวน้อยก็เปลี่ยนความสนใจไปตามวิลเดอบีสต์ตัวเต็มวัยแทน และเมื่อมันได้กลับเข้าฝูงอีกครั้งมันก็ตรงปรี่ไปหาแม่เพื่อดื่มนมจากเต้า ลูกวิลเดอบีสต์จะอยู่ติดกับฝูงตลอดเวลา การมีสัตว์ตัวใหญ่อยู่รายรอบจะช่วยปกป้องมันจากผู้ล่าอย่างสิงโต หรือเสือชีต้า แม่วิลเดอบีสต์จะตกลูกครั้งละ 1 ตัว ในแต่ละปีจะมีลูกวิลเดอบีสต์เกิดใหม่ประมาณ 500,000 ตัว พวกมันเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นเดินได้เองในเวลาไม่กี่นาทีหลังคลอด ฤดูตกลูกของวิลเดอบีสต์จะเกิดขึ้นก่อนการอพยพครั้งใหญ่ประจำปี ในช่วงเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน เมื่อพวกมันเดินเท้าแสวงหาทุ่งหญ้าที่เขียวขจีกว่าเก่า โดยการอพยพของวิลเดอบีสต์เป็นหนึ่งในการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดของเหล่าสรรพสัตว์บนโลกใบนี้   อ่านเพิ่มเติม : ก็แค่อยากเล่นด้วย!, มาเป็นแม่ให้พวกเราหน่อย!