ภาพถ่ายอันน่าทึ่งของ เสือชีตาห์ - National Geographic Thailand

ภาพถ่ายอันน่าทึ่งของเสือชีตาห์

ภาพถ่ายอันน่าทึ่งของ เสือชีตาห์

สัตว์บกที่รวดเร็วที่สุดในโลกนั้นถ่ายภาพได้ยากมาก แต่ช่างภาพเหล่านี้จับภาพ เสือชีตาห์ ขณะเคลื่อนไหวไว้ได้

“เสือชีตาห์”สามารถเร่งความเร็วจนถึง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงสามวินาที ขนที่เป็นลายจุดของมันช่วยพรางตัว ทำให้มันออกล่าในเวลากลางวันได้ ผิดกับสัตว์วงศ์แมวอื่นๆ นอกจากนี้เสือชีตาห์ยังมีกระดูกสันหลังที่ยาวและยืดหยุ่น รวมทั้งมีโพรงจมูกใหญ่ ซึ่งช่วยให้มันฟื้นตัวหลังจากเร่งความเร็ว

อย่างไรก็ตาม องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น จัดให้เสือชีตาห์อยู่ในภาวะล่อแหลมต่อการสูญพันธุ์ มีเสือชีตาห์ราว 7,100 ตัวเท่านั้นที่ยังอยู่ตามธรรมชาติในหกประเทศของทวีปแอฟริกาและอิหร่าน กิจกรรมของมนุษย์ผลักดันพวกมันออกจากพื้นที่ร้อยละ 91 ของถิ่นกระจายพันธุ์ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเคยครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ของแอฟริกาและเอเชีย

บางครั้งผู้คนฆ่าเสือ เพราะคิดว่ามันเป็นภัยคุกคามปศุสัตว์ เสือชีตาห์ยังถูกรถชนและถูกลักลอบล่าเพื่อเอาอวัยวะด้วย นอกจากนี้ บางครั้งบางคราวนักล่าอันดับสูงสุดชนิดนี้ยังถูกฆ่าเพื่อเอาเนื้อมาเป็นอาหาร

เรื่อง เอไลนา แซคอส

ภาพถ่ายเสือชีตาห์
เสือชีตาห์ทรงตัวเพื่อพุ่งทะยานในนามิเบีย
Photograph by Julia Wimmerlin, National Geographic Your Shot
ภาพถ่ายเสือชีตาห์
ลูกเสือสองตัวยึดอิมพาลาไว้แน่นที่เขตสงวนแห่งชาติมาไซมาราในเคนยา
Photograph by Alison Buttigieg, National Geographic Your Shot
ภาพถ่ายเสือชีตาห์
เสือชีตาห์ทำเครื่องหมายแสดงอาณาเขตของมันในอุทยานแห่งชาติฮวังเกของซิมบับเว
Photograph by B. Colin, National Geographic Your Shot
ภาพถ่ายเสือชีตาห์
เมื่อดวงอาทิตย์สาดแสงมา เสือชีตาห์เพศเมียตัวนี้ก็อ้าปากหาวในอึนดูตู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตอนุรักษ์ธรรมชาติโงรองโกโรในแทนซาเนีย
Photograph by Mohammed AlNaser, National Geographic Your Shot
ภาพถ่ายเสือชีตาห์
แม่เสือยืนอยู่ใกล้ๆขณะที่สองเสือพี่น้องเลียขนให้กันและกัน
Photograph by Sonalini Khetrapal, National Geographic Your Shot
ภาพถ่ายเสือชีตาห์
แม่เสือชีตาห์ไล่ล่ากาเซลล์ทอมสันในเซเรงเกติ ประเทศแทนซาเนีย
Photograph by Roie Galitz, National Geographic Your Shot
ภาพถ่ายเสือชีตาห์
เสือเพศเมียชื่อ มาไลกา คุ้มครองลูกของมันในเขตสงวนแห่งชาติมาไซมาราของเคนยา หลังจากสิงโตเพศเมียฆ่าลูกของมันไปหนึ่งตัว มันก็เหลือลูกห้าตัว
Photograph by Mohammed Yousef, National Geographic Your Shot
ภาพถ่ายเสือชีตาห์
เสือชีตาห์วัยรุ่นสามตัวออกวิ่ง ขณะที่แม่ของมันมองดูอยู่ในบอตสวานา
Photograph by Chris Mclennan, National Geographic Your Shot

 

อ่านต่อหน้า 2

เรื่องแนะนำ

เสียงเพรียกจากมวลบุปผา

ความสร้างสรรค์ระหว่างธรรมชาติไม่มีที่สิ้นสุดดังจะเห็นได้จากกรณีของค้างคาวกินนํ้าต้อยและเถาไม้เลื้อยที่ผลิดอกยามคํ่าคืน ซึ่งใช้ชีวิตร่วมกันในป่าเขตร้อนลุ่มตํ่าของอเมริกากลาง ค้างคาวลิ้นยาวสีนํ้าตาล (Glossophaga commissarisi) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีปีกตัวเล็กจ้อยที่มีขนาดร่างกาย ไม่ใหญ่กว่านิ้วโป้ง และโผบินท่ามกลางมวลดอกหมามุ่ย (Mucuna holtonii) เพื่อลิ้มเลียนํ้าต้อยเฉกเช่นนกฮัมมิงเบิร์ดและแมลงภู่ โดยผสมเกสรเป็นการแลกเปลี่ยน ในเวลากลางวัน ดอกได้อวดสีสันสดใส แต่ในยามคํ่าคืน กระทั่งเฉดสีสุกสว่างที่สุดก็ยังซีดจางในแสงจันทร์ ดอกหมามุ่ยจึงต้องหันไปพึ่งเสียงเพื่อดึงดูดค้างคาว ที่สถานีชีววิทยาลาเซลวาทางเหนือของคอสตาริกา เถาหมามุ่ยเก่าแก่ที่ยังงอกงามเลื้อยกระหวัดถักทอเป็นเพดานใบไม้เหนือที่ว่างในป่า และทอดกิ่งเขียวยาวที่มี ดอกหมามุ่ยนับสิบ ๆ ดอกลงสู่เบื้องล่าง เมื่อสิ้นแสงอาทิตย์ ดอกตูมของเถาหมามุ่ยเตรียม แต่งองค์ทรงเครื่องรอรับค้างคาว เริ่มจากกลีบดอกสีเขียวอ่อนด้านบนสุดที่หุ้มดอกตูมอยู่ค่อย ๆ เปิดขึ้นในแนวตั้ง ราวกับไฟส่งสัญญาณวับวาม ถัดจากกลีบส่งสัญญาณนี้ ลงไปเป็นกลีบด้านข้างเล็ก ๆ สองกลีบที่สยายออกราวกับปีก เผยให้เห็นร่องด้านบนของฝักถั่วอันเป็นที่มาของกลิ่นคล้ายกระเทียมโชยอ่อนไปไกลเย้ายวนให้ทาสติดปีกรุดมาเยือน ค้างคาวใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเป็นเครื่องมือในการระบุสิ่งกีดขวางหรือเป้าหมาย พวกมันใช้เส้นเสียงสร้างเสียงที่สั้น รัว ส่งผ่านรูจมูกหรือปาก และตีความรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมายังหูที่ไวต่อเสียง ข้อมูลที่กลับเข้ามาได้รับการประมวลอย่างรวดเร็วและ ต่อเนื่อง ช่วยให้ค้างคาวสามารถปรับเส้นทางการบินกลางอากาศได้อย่างคล่องแคล่ว ค้างคาวส่วนใหญ่กินแมลงเป็นอาหาร พวกมันมักส่งสัญญาณเสียงอันทรงพลัง ครอบคลุมระยะทางไกล ๆ ขณะที่ค้างคาวกินนํ้าต้อยส่งสัญญาณเสียงที่แผ่วเบา แต่ ซับซ้อนกว่า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกว่า การกลํ้าความถี่ (frequency modulation) สัญญาณอย่างหลังนี้ชดเชย […]

ใครจะถึงเส้นชัยก่อนระหว่างยูเซน โบลต์ กับเสือชีตาห์

ในป่า เสือชีตาห์คือนักล่าที่รวดเร็วที่สุด แต่จะเป็นอย่างไรหากจับผู้รวดเร็วที่สุดในสัตว์กับในมนุษย์มาแข่งขันด้านความเร็วกัน เชิญพบกับการแข่งวิ่งระหว่างยูเซน โบลต์และเสือชีตาห์ ในปี 2009 ยูเซน โบลต์สร้างสถิติใหม่ด้วยการวิ่งระยะทาง 100 เมตรในเวลาเพียงแค่ 9.58 วินาทีเท่านั้น นั่นทำกับความเร็ว 28 ไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ยังห่างไกลหลายขุมกับเสือชีตาห์ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 70 ไมล์ต่อชั่วโมง หากจับทั้งคู่มาแข่งกันในระยะทาง 100 เมตร เสือชีตาห์จะใช้เวลาเพียงแค่ 5.9 วินาทีเท่านั้น เข้าถึงเส้นชัยก่อนโบลต์ตั้ง 3.5 วินาที ความเร็วยอดลมกรดของชีตาห์นี้หาสัตว์ใดเปรียบได้ ซึ่งหากจะให้ทั้งคู่เข้าเส้นชัยพร้อมกันล่ะก็ โบลต์ต้องวิ่งนำไปก่อนถึง 60 เมตร แล้วจึงค่อยปล่อยตัวชีตาห์ เราจึงจะเห็นทั้งเจ้าแห่งความเร็วในโลกของมนุษย์และโลกของสัตว์วิ่งเข้าสู่เส้นชัยพร้อมกันอย่างสง่างาม   อ่านเพิ่มเติม : บรรดาสัตว์เชื่องช้าเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต, มดปากตะขอโจมตีเหยื่อเร็วกว่ากระพริบตา

บันทึกอายุ 2,000 ปี บ่งชี้ถึงจำนวนลิงจมูกเชิดสีทองในอดีต

บันทึกทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นจำนวนประชากรของลิงจมูกเชิดสีทองที่มากมายในอดีต แต่ปัจจุบันพวกมันมีสถานะใกล้สูญพันธุ์

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย

นกชนิดนี้เลียนแบบงู เมื่อเผชิญอันตราย เมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม นกคอพัน (Eurasian wryneck) จะเงยหน้าและหมุนคอของมันไปด้านหลัง 180 องศา ความสามารถพิเศษนี้มีขึ้นเพื่อจำแลงร่างกายของมันให้เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ล่าสุดอันตราย มันคือการเลียนแบบรูปลักษณ์ของ “งู” นั่นเอง ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจพฤติกรรมของพวกมัน แต่ ณ พวกเขาทราบแล้วว่านี่คือวิธีป้องกันตัวจากอันตราย ผู้ล่าที่ตั้งใจจัดการมันจะเผชิญความสับสนว่ามันกำลังจะล่านกหรืองูกันแน่ อีกทั้งยังสามารถตวัดลิ้นยาวออกมาเพื่อการแสดงที่แนบเนียนได้อีกด้วย นกคอพันอยู่ในวงศ์ของนกหัวขวาน แต่พวกมันไม่มีพฤติกรรมเจาะต้นไม้เพื่อสร้างรัง นกคอพันสร้างรังในหลุมอื่นๆ ที่สัตว์ทำไว้แทน มีถิ่นอาศัยในยุโรปไปจนถึงเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออก ในประเทศไทยเองพบนกคอพันช่วงที่มันอพยพหนีฤดูหนาว และปัจจุบันถือเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย   อ่านเพิ่มเติม กิ้งก่าคาเมเลี่ยนไม่ได้เปลี่ยนสีเพื่อพรางตัวอย่างเดียว