เป็นคุณจะทำอย่างไร? เมื่อปากจระเข้อยู่ใกล้แค่เอื้อม - National Geographic Thailand

เป็นคุณจะทำอย่างไร? เมื่อปากจระเข้อยู่ใกล้แค่เอื้อม

เป็นคุณจะทำอย่างไร? เมื่อปากจระเข้อยู่ใกล้แค่เอื้อม

ฉันเห็นสิ่งหนึ่งเมื่อเข้าใกล้กับ จระเข้ มากที่สุดในชีวิต : เครื่องจักรสังหารโบราณ พวกมันอาศัยอยู่บนโลกนี้มาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์และเอาชีวิตรอดมาได้จากการสูญพันธู์ครั้งใหญ่ ไม่มีใครทราบว่าเป็นเพราะพวกมันโชคดีหรือเป็นผลมาจากการออกแบบทางธรรมชาติที่สง่างาม บางทีพวกมันอาจจะมีชีวิตต่อไปอีกยาวนานกว่ามนุษย์เราก็เป็นได้

David Doubilet ช่างภาพคู่หูผู้เป็นสามี และตัวฉันกำลังทำงานในแนวป่าโกงกางของอุทยานแห่งชาติทางทะเล Gardens of the Queen เขตอนุรักษ์พันธุ์ทางทะเลแห่งนี้ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่, ป่าโกงกาง และแนวปะการัง ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียนห่างไปทางตอนใต้ราว 55 ไมล์จากประเทศคิวบา ด้วยความที่สถานที่แห่งนี้แยกตัวอย่างโดดเดี่ยวและได้รับการปกป้องทางธรรมชาติอย่างดี จึงเต็มไปด้วยปลามากมายหลากหลายชนิด เอื้อต่อการขยายพันธุ์ของจระเข้ท้องถิ่น

ในขณะนั้นตัวฉันกำลังสำรวจแมงกะพรุนที่ลอยตัวอยู่เหนือฉัน ส่วน David ว่ายน้ำตามอยู่หลังฉันและเขาก็ส่งเสียงดังขึ้นมา

เมื่อฉันหันกลับไปก็ปะทะเข้ากับจระเข้อย่างจัง ในระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้ว ดูเหมือนว่าเจ้าสัตว์เลื้อยคลานตัวนี้จะคุ้นชินกับมนุษย์มาก่อน มันเคลื่อนที่ช้าๆ และไม่มีท่าทางของความก้าวร้าว แต่สถานการณ์อาจเปลี่ยนไปหาก David ต้องการเตือนฉันยิ่งกว่านี้

จระเข้
จระเข้อเมริกันสามารถพบได้ทั่วไปในป่าโกงกางของอุทยานแห่งชาติทางทะเล Gardens of the Queen

เราเคยทำงานร่วมกับจระเข้แม่น้ำไนล์ในบอตสวานามาก่อน รวมไปถึงจระเข้น้ำเค็มในออสเตรเลีย และจระเข้อเมริกันในคิวบา ตัวฉันตื่นเต้นมากที่ได้เห็นจระเข้อเมริกันใกล้ขนาดนั้น เพราะกับจระเข้แม่น้ำไนล์และจระเข้น้ำเค็มฉันไม่เคยมีโอกาสนี้

ผู้คนพากันถามว่าฉันโกรธไหมที่ David กลับถ่ายภาพแทนที่จะพยายามช่วยเหลือฉัน คำตอบของฉันคือ ฉันต่างหากที่จะฆ่าเขาถ้าเขาไม่เก็บภาพในจังหวะนั้น ฉันไม่ได้กลัวจระเข้ ตัวฉันทำงานกับธรรมชาติมาแล้วมากมาย เจ้าจระเข้ตัวนั้นแค่สำรวจตามปกติ แล้วมันก็ว่ายน้ำจากไป

ในตอนนั้นฉันไม่ได้หวาดกลัวอะไร มันเป็นความรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากกว่าที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตนี้ใกล้ๆ

เรื่อง เจนนิเฟอร์ เฮเยส บอกเล่าแก่อเล็กซา คีเฟอร์

 

อ่านเพิ่มเติม

เปิดชีวิตเสี่ยงตายของนักล่าจระเข้

เรื่องแนะนำ

คืนชีพแรดขนจากยุคน้ำแข็ง

คืนชีพ แรดขน จากยุคน้ำแข็ง แรดขน ตัวนี้มีชื่อเรียกว่า ซาช่า ทีมนักวิทยาศาสตร์รัสเซียเองยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเมื่อ 10,000 ปีก่อน เจ้าซากดึกดำบรรพ์นี้เป็นตัวผู้หรือตัวเมีย แต่ชื่อของมันก็ถูกเรียกติดปากไปแล้ว แตกต่างจากช้างแมมอธที่อาศัยอยู่ในยุคน้ำแข็ง ซากของแรดขนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบเจอ ช่วงเวลาการวิวัฒนาการของมันก็ยังไม่แน่ชัด รวมไปถึงวิถีชีวิตของมันตลอดจนอาหารและอายุขัย ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ยังคงคลุมเครือ   คืนชีพให้ซาช่า ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสาขาบรรพชีวินวิทยา, สถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซียและสถาบันวิทยาศาสตร์รัฐซาฮา ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ร่วมกันคืนชีพให้แก่ซาซ่า ซากชิ้นส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ของมันเก่าจนกลายเป็นสีเทา เมื่อตอนที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ไปค้นพบเข้า พวกเขาต้องประหลาดใจที่ในเวลาต่อมาพบว่าสีขนจริงของแรดขนสายพันธุ์นี้เป็นสีน้ำตาลบลอนด์อ่อน ผลการวิเคราะห์ฟันของมันพบว่า เจ้าสัตว์ตัวนี้ตายลงเมื่อมีอายุได้ประมาณ 7 เดือน ความที่ว่ามันยังเป็นลูกสัตว์อยู่นั้น สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดานักวิทยาศาสตร์ ข้อมูลจากวารสาร Siberian Times ซาช่ามีความยาวประมาณ 5 ฟุต สูง 2 ฟุตครึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นแรดขนาดใหญ่ เนื่องจากแรดในปัจจุบันกว่าจะมีขนาดเท่านี้ได้ก็ต้องรอให้มีอายุถึง 18 เดือน (ไม่ใช่แค่น้ำแข็งเท่านั้นที่รักษาร่างของสิ่งมีชีวิตไว้ได้ อำพันเองก็เช่นกัน) Olga Potapova เป็นนักวิทยาศาสตร์จากเขตสำรวจซากดึกดำบรรพ์ Mammoth Site of Hot Springs […]

แมงมุมบางตัวก็เลี้ยงลูกด้วยนมได้เหมือนกันนะ

จะเป็นไปได้หรือ? ที่สัตว์ขาปล้องอย่างแมงมุมจะเลี้ยงลูกด้วยนมได้ งานวิจัยนำโดยสถาบันวิทยาศาสตร์จีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงนี้

การสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำอาจหมายถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของอุรังอุตังตาปานูลี

อุรังอุตังตาปานูลี เอปสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปีที่แล้ว อาจจากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากการมาของโครงการการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อนในเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อุรังอุตังตาปานูลี เอปสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบในปี 2560 และยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเอปที่หายากที่สุดในโลก ดูท่าจะไม่รอดเสียแล้ว หลังจากได้มีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อนมูลค่ากว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐท่ามกลางที่อยู่อาศัยที่เหลืออยู่อันน้อยนิดบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อุรังอุตังตาปานูลีเพียง 800 ตัวเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในป่าบาตังโตรู (Batang Toru) ในจังหวัดสุมาตราเหนือ โดยเป็นจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย อีกทั้งยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายากอย่างเช่น เสือสุมาตรา และลิ่นซุนดา (หรือตัวนิ่ม) สัตว์ที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างรุนแรงต่อการสูญพันธุ์ และในบริเวณเดียวกันได้มีโครงการสร้างเขื่อนและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มูลค่ากว่าหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ Indonesia Forum of the Environment กลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย ได้ออกมาฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อให้หยุดการสร้างเขื่อน โดยมีหลักฐานว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะตามมาจากโครงการนี้ ที่จะส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง อีกทั้ง นักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการออกมาเปิดเผยว่า ลายเซ็นต์ของเขาถูกปลอมแปลงเพื่อให้การขอรับใบอนุญาตที่สำคัญผ่านการอนุมัติ และเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการตัดสินได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อขัดแย้งและผลกระทบที่องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวอ้างนั้น ไม่ถือว่าเป็นความจริงแต่อย่างใด ทางองค์กรมีแผนที่จะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน “เราจะใช้ช่องทางกฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมดในการต่อสู้ครั้งนี้” Dana Prima Tarigan ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสุมาตราเหนือ กล่าวกับผู้สื่อข่าว ทั้งที่เมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว ทั่วโลกเพิ่งจะรับรู้กันว่ามีการค้นพบเอปชนิดใหม่เกิดขึ้น […]