ไก่เองก็สนใจมนุษย์ - National Geographic Thailand

ไก่เองก็สนใจมนุษย์

ไก่เองก็สนใจมนุษย์

เรารู้ดีว่าแสงสว่างที่ให้ความอบอุ่นในหน้าหนาวนั้นสำคัญแค่ไหน ไก่เองก็รู้เช่นกัน

คำถามจากทางบ้านที่ส่งมายังเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก โดย Danielle Smith ถามว่า “ทำไมไก่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในตอนกลางวันเพื่อกกไข่ด้วย” และนี่คือคำตอบที่เราได้รับจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ปีก

ไก่นั้นเป็นสัตว์ที่ต้องการแสงเพื่อฟักไข่ รายงานจาก Claudia Dunkley นักวิทยาศาสตร์ด้านสัตว์ปีกจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียกล่าว

หลังการสัมผัสกับแสงแดดหรือแสงจากหลอดไฟเป็นเวลา 12 ชั่วโมง สมองส่วนไฮโปทาลามัสของไก่จะผลิตฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายพร้อมสำหรับการวางไข่ ฮอร์โมนดังกล่าวมีชื่อว่า โกนาโดโทรปิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดเดียวกันกับที่ช่วยกระตุ้นการสืบพันธุ์ในมนุษย์

ในฤดูหนาว เมื่อแสงอาทิตย์มีจำนวนชั่วโมงลดน้อยลง นกบางชนิดจะเลื่อนช่วงเวลาผสมพันธุ์ออกไป หรือหยุดวางไข่แต่สำหรับไก่ พวกมันไม่จำเป็นต้องมีคู่เพื่อที่จะวางไข่ ปกติแล้วไก่บ้านจะออกไข่ได้เองทุกๆ 24 ชั่วโมง โดยเป็นไข่ที่ไม่ได้ผ่านการปฏิสนธิ

เจ้าไก่บ้านที่เรารู้จักกันมานานนี้สืบเชื้อสายมาจากไก่ป่าที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในภูมิภาคทางตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชียเมื่อราว 8,000 ปีก่อน

เนื่องจากนกวิวัฒนาการให้พวกมันต้องคุ้ยเขี่ยมองหาอาหารทั้งวัน “ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่พวกมันจะมีความสามารถในการรับรู้ที่มีความซับซ้อนสำหรับบางสิ่งบางอย่างโดยเฉพาะ” ซึ่งนอกเหนือจากความสามารถในการรับแสง กกไข่แล้ว ก็เช่นความสามารถอื่นๆ อย่างการนำทาง รายงานจาก Richard Blatchford นักวิทยาศาสตร์ด้านสัตว์ปีกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส กล่าว

อาทิ การทดลองกับลูกไก่ ลูกไก่ที่ถูกฝึกมาแล้วสามารถเลือกเส้นทางไปยังอาหารได้อย่างถูกต้องแม่นยำ “จริงๆ ไก่ถูกนำมาศึกษาเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจของสัตว์มานานแล้วครับ” เขากล่าวเสริม

ไก่โร๊ดไอส์แลนด์เรดมีติ่งหูสีแดง แต่วางไข่สีน้ำตาล ซึ่งปกติแล้วไก่มีติ่งหูสีอะไรมักวางไข่เป็นสีเปลือกตามนั้นด้วย

ไก่สามารถจดจำไก่ตัวอื่นๆ ได้มากถึง 30 ตัว ลูกไก่ที่เพิ่งเกิดมาก็สามารถจดจำภาพแม่ของมันได้ การทดลองก่อนหน้าพบว่าลูกไก่มักจดจำสามเหลี่ยมสีแดงเป็นกรณีพิเศษ นั่นแสดงให้เห็นว่านกมีภาพจำของวัตถุบางอย่างซ่อนอยู่ในมันสมองของพวกมัน เท่านั้นยังไม่พอพวกมันยังสามารถจดจำใบหน้าคนได้อีกด้วย และดูเหมือนว่าบรรดานกจะชอบมนุษย์ที่หน้าตาดีมากเป็นพิเศษ

รายงานการศึกษาในปี 2002 พบว่า ไก่มีความชื่นชอบในใบหน้าของมนุษย์ไม่ต่างจากที่เราชอบคนสวยหล่อด้วยกัน “ประเด็นสำคัญคือเรื่องของความสมมาตร” คุณลักษณะสำคัญที่น่าดึงดูดตามธรรมชาติ Blatchford กล่าว

ในการทดลองพวกเขาฝึกไก่สี่ตัวเพื่อดูปฏิกิริยาของพวกมันเมื่อมองไปที่รูปภาพใบหน้าของผู้หญิงทั่วไปและไก่อีกสองตัวสำหรับการมองดูใบหน้าของผู้ชายทั่วไป จากนั้นทีมวิจัยแสดงภาพของใบหน้าที่ขึ้นชื่อว่าสวยและหล่อให้บรรดาไก่พวกนี้ชม ผลก็คือพวกมันแสดงออกซึ่งความสนใจมากกว่าใบหน้าทั่วๆ ไปที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีการทดลองนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก แต่ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความชื่นชอบในวัตถุที่มีความสมมาตรซึ่งคล้ายคลึงกันทั้งในมนุษย์และสัตว์

บางที ครั้งต่อๆ ไป ที่ไก่บางตัววิ่งหนีคุณนั่นอาจหมายความว่า…..

เรื่อง ลิซ แลงเล่ย์

 

อ่านเพิ่มเติม

ชาวมายาเลี้ยงหมาแมวขายเพื่อบูชายัญตั้งแต่ก่อนคริสตกาล

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : ทำไมหมีดำตัวนี้ถึงมีขนสีขาว

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วที่ชาวคีตาซูบนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของแคนาดารู้จักหมีชนิดนี้และตำนานของมัน ตามที่เล่าขาน กาเรเวนผู้สร้างสรรพสิ่งได้เปลี่ยน โลกจากหินที่เย็นจนเป็นนํ้าแข็งให้กลายเป็นสวนเขียวชอุ่ม แต่เพื่อเตือนใจถึงสมัยนํ้าแข็ง กาเรเวนจึงทำให้หมีดำหนึ่งตัวในทุกๆ สิบตัวเป็นสีขาว ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือหมีเคอร์โมดี (Kermode bear) แต่คนท้องถิ่นเรียกว่าหมีศักดิ์สิทธิ์ จากสกุลและชนิดพันธุ์ มันคือหมีดำ แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่ (ไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม) มีการกลายพันธุ์ในยีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตสารสี ลูกของพวกมันจะมีขนสีขาว เพื่อยืนยันเรื่องนี้นักวิจัยเก็บตัวอย่างขนหมีแล้วนำมาวิเคราะห์ดีเอ็นเอ จากหมี 220 ตัว มี 22 ตัวที่ได้รับยีนขนสีขาวมาจากทั้งพ่อและแม่ และหมีทั้ง 22 ตัวนั้นมีสีขาว ฤดูผสมพันธุ์ของพวกมันอยู่ในช่วงเดือน พฤษภาคมถึงกรกฎาคม เช่นเดียวกับหมีทุกชนิด เอ็มบริโอที่ได้รับการผสมแล้วจะเลื่อนเวลาการฝังตัวในผนังมดลูกของหมีเพศเมียออกไป ถ้าหมีเพศเมียไม่แข็งแรงพอที่จะตั้งท้อง เอ็มบริโอจะไม่ฝังตัวและ มันจะไม่ตกลูกในปีนั้น แต่ถ้ามันมีสุขภาพดีและแข็งแรง เอ็มบริโอจะฝังตัวในฤดูใบไม้ร่วง และลูกหมีครอกละหนึ่งถึงห้าตัวจะลืมตามาดูโลกในฤดูหนาวปีนั้น   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สัตว์ก็มีหัวใจ, สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

ต่อยให้ได้ถ้านายแน่จริง

ต่อยให้ได้ถ้านายแน่จริง สัตว์ไหนๆ ต่างก็ต่อสู้กันเป็นเรื่องปกติ ยิ่งในช่วงฤดูผสมพันธุ์ด้วยแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เรามักจะเห็นสัตว์ตัวผู้เข้าต่อสู้กันเพื่อแย่งตัวเมีย ฟุตเทจของ Hare (สัตว์ชนิดหนึ่งคล้ายกระต่าย) ที่กำลังตบตีกันนี้ถูกถ่ายจากอุทยานแห่งชาติ Cairngorn ในสกอตแลนด์ แต่ที่แตกต่างก็คือมันเป็นศึกสงครามระหว่างตัวผู้และตัวเมีย! จากในวิดีโอมี Hare ตัวผู้สองตัวและตัวเมียอีกหนึ่งตัว ตัวผู้ตัวหนึ่งกำลังต่อสู้กับตัวเมีย ในขณะที่อีกตัวกำลังดูเชิง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสาเหตุที่พวกมันต้องต่อสู้กันเป็นเพราะขณะนี้ยังไม่ใช่ช่วงฤดูผสมพันธุ์ ดังนั้นแล้วตัวเมียจึงไม่ยินยอม หรือไม่ก็เจ้าตัวเมียอาจกำลังลองเชิงตัวผู้ทั้งสองว่าตัวไหนที่แข็งแรงกว่ากัน เพื่อที่มันจะได้เลือกผสมพันธุ์กับตัวผู้ที่ดีที่สุดก็เป็นได้   อ่านเพิ่มเติม ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก?

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก? กิจกรรมเวิร์คช็อปถ่ายภาพสัตว์ป่าภายใต้ชื่อ Untamed นี้ได้ทดลองวางกระจกบานใหญ่เอาไว้ ด้วยความคาดหวังที่จะเข้าใจในสติปัญญาของบรรดาแมวใหญ่ที่อาศัยอยู่ภายในผืนป่าอเมซอนให้ดียิ่งขึ้น ผลการทดลองทั้งแมวใหญ่และสัตว์อื่นๆ มีปฏิกิริยาต่อเงาสะท้อนของตนเองที่หลากหลายต่างกันไป บางตัวหวาดกลัว บางตัวเกิดความสงสัย เป็นเรื่องยากที่จะให้สัตว์แยกแยะ หรือจดจำภาพของตนเองในกระจก ในโลกนี้มีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่ทำได้ ส่วนในมนุษย์ก็ต้องรอให้ทารกนั้นๆ มีอายุราว 18 ถึง 24 เดือน ถึงจะสามารถเข้าใจได้ว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นในกระจกคืออะไร สำหรับในโลกของสัตว์ โลมา ช้าง และลิงบางสายพันธุ์สามารถรู้ได้ว่าพวกมันกำลังมองตัวเองอยู่ ส่วนสัตว์บางชนิดทำได้แค่ยืนงุนงงอยู่หน้ากระจกเท่านั้น   อ่านเพิ่มเติม ทำไมอัณฑะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดอยู่ในร่างกาย?