บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลา "เขาดิน" - National Geographic Thailand

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลาเขาดิน

บรรยากาศวันเด็ก ก่อนอำลา”เขาดิน”

เมื่อ 63 ปีที่แล้ว นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เชิญชวนให้ประเทศต่างๆ เห็นความสำคัญและความต้องการของเด็กและกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทของตนด้วย  รัฐบาลในยุคนั้นจึงจัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค  ในยุคนั้นงานวันเด็กแห่งชาติจัดในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม  แต่พอถึง พ.ศ. 2508 ก็เปลี่ยนมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม เพื่อความสะดวกของผู้ปกครองและเป็นช่วงที่อากาศดีกว่าช่วงฤดูฝนอย่างเดือนตุลาคม

เขาดิน

เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตเป็นหน่วยงานราชการที่จัดงาน วันเด็ก ซึ่งได้รับความนิยมจากเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองตลอดมา  แต่รู้กันหรือไม่ว่า เขาดินที่เปิดทุกวันและเนืองแน่นโดยเฉพาะวันเด็กนี้ มีความเป็นมาอย่างไรประวัติคร่าวๆ ของ เขาดินหรือสวนสัตว์ดุสิตแห่งนี้ย้อนไปถึงสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการสร้างสวนพฤกษชาติในเขตพระราชวังสวนดุสิต

ต่อมาในรัชสมัยของรัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนพฤกษชาติแห่งนี้ให้กว้างขวาง และดีกว่าที่เป็นอยู่รวมถึงเปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย เขาดินในตอนแรกจึงมีสถานะเป็นสวนสาธารณะไม่ใช่สวนสัตว์ดังปัจจุบัน จนกระทั่งต่อมาทางเทศบาลกรุงเทพฯ ริเริ่มย้ายเอาสัตว์บางชนิดจากสวนอื่นๆ มาอาศัยที่นี่ รวมถึงขอให้ทางสำนักพระราชวังส่งช้างหลวงเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสชม สวนสัตว์ดุสิตจึงได้ฤกษ์เปิดตัวในฐานะสวนสัตว์แรกของไทยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481

(ชมภาพเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเขาดินได้ ที่นี่ )

เอ่ยถึง เขาดินแล้ว ต้องเอ่ยถึงตำนานคู่เขาดินอย่าง ฮิปโปโปเตมัสที่ชื่อ แม่มะลิขวัญใจที่ใครๆ มาเขาดินก็ต้องมาชม ปัจจุบันแม่มะลิอายุ 52 ปีแล้ว และได้ชื่อว่าเป็นฮิปโปโปเตมัสที่มีอายุมากที่สุดในประเทศไทยเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เคยบอกว่าหากแม่มะลิเป็นคน จะมีอายุเทียบเท่ากับ 100 ปีเพราะปกติแล้วฮิปโปโปเตมัสมีอายุขัยแค่ราว40 ปีเท่านั้น แม่มะลิให้กำเนิดลูกหลานฮิปโปไปแล้วมากมาย ทุกวันนี้ถึงจะแก่ขึ้น นอนเยอะขึ้น แต่ แม่มะลิ ยังคงต้อนรับเด็กๆ ที่มาเที่ยวเขาดินอย่างดีทุกครั้ง ในฐานะตำนานตลอดกาลของเขาดิน

(ที่ต่างประเทศเองก็มีฮิปโปโปเตมัสขวัญใจ ต่างกันที่ตัวนั้นชื่อ ฟิโอนา)

เมื่อปี 2561 วันเด็กที่เขาดินคนแน่นขนัดกว่าทุกปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาดินกำลังจะย้ายไปยังสถานที่ตั้งแห่งใหม่  แม่มะลิยังคงทำหน้าที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้เด็กๆ ได้สมกับที่เป็น แม่มะลิ ฮิปโปขวัญใจมหาชน

เอกรัตน์ ปัญญะธารา บรรณาธิการภาพของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกฉบับภาษาไทย ได้ไปเก็บภาพแม่มะลิกับเด็ก กล่าวว่า “ผมไม่แน่ใจว่า นี่จะเป็นวันเด็กปีสุดท้าย ก่อนที่เขาดินจะย้ายจากสถานที่ตรงนี้หรือเปล่า แต่ แม่มะลิ และสัตว์น้อยใหญ่ของ เขาดิน ได้ทำหน้าที่ของพวกมันที่นี่ในวันเด็กเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา  แม่มะลิ เองเป็นฮิปโปแก่มากแล้ว แต่เธอก็ยังคงสร้างความสนุกสนานและตื่นเต้นให้เด็กๆ ได้เสมอครับ”

เรื่อง กองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ภาพ เอกรัตน์ ปัญญะธารา

 

อ่านเพิ่มเติม : ชมฝีมือการวาดแผนที่ของเด็กๆ ที่ชนะการประกวดระดับโลกสรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร

 

ติดตามข้อมูลดีๆได้ที่นี่

เรื่องแนะนำ

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า เหตุใดเจ้ากิ้งก่าเหล่านี้จึงถูกนำมาเกาะอยู่บนเสา แล้วถูกเป่าด้วยลมแรงจากเครื่องเป่าใบไม้? นี่อาจดูเหมือนการรังแกสัตว์ แต่แท้จริงแล้วทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองอะไรบางอย่าง… ก่อนที่เฮอร์ริเคนเออร์มา กับเฮอร์ริเคนมารีอาจะเข้าพัดถล่มหมู่เกาะแคริบเบียนในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์เดินทางไปที่หมู่เกาะ Turks และหมู่เกาะ Caicos เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกิ้งก่าโดยเฉพาะ พวกเขารวบรวมกิ้งก่าอาโนล์จำนวนหนึ่ง และจับพวกมันเข้าร่วมการทดลอง โดยใช้เครื่องเป่าใบไม้จำลองสถานการณ์ว่ากำลังเกิดเฮอร์ริเคนขึ้น เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของกิ้งก่า จากการทดลองทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่า กิ้งก่าที่มีอุ้งตีน และขาหน้าที่ยาวกว่า มีโอกาสที่จะรอดชีวิตจากเฮอร์ริเคนได้มากกว่า เนื่องจากพวกมันมีความสามารถในการเกาะเกี่ยวเสาได้ดีกว่ากิ้งก่าทั่วไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้บ่งชี้ว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้เกิด “การคัดเลือกทางธรรมชาติ” ของกิ้งก่าเหล่านี้เข้า (กิ้งก่าที่มีอุ้งตีนเล็ก ขาหน้าสั้นไม่สามารถรอดชีวิตจากพายุได้จึงล้มตายไปในที่สุด) ทั้งนี้ในการศึกษาครั้งต่อๆ ไป ทีมนักวิทยาศาสตร์ตั้งใจหาคำตอบเพิ่มเติมว่าภัยพิบัติอื่นๆ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม จะมีผลต่อวิวัฒนาการของสัตว์อย่างไรบ้าง   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า

เคยเห็นกันหรือไม่? ผีเสื้อกินน้ำตาเต่า

เคยเห็นกันหรือไม่? ผีเสื้อกินน้ำตาเต่า ไม่เอา ไม่ร้องนะ เดี๋ยวเค้าซับน้ำตาให้เอง ผีเสื้อในคลิปนี้กำลังดูดดื่มกับน้ำตาเต่า จริงๆนะ สัตว์กินเนื้อ เช่น เสือ และสิงโต ได้โซเดียมหรือเกลือแร่จากเนื้อสัตว์ที่มันกิน แต่สัตว์กินพืช เช่น แมลงอย่างผีเสื้อ ต้องหาโซเดียมจากแหล่งอื่นๆ ถ้าเป็นกลางป่าดิบแอมะซอนล่ะ จะหาแหล่งโซเดียมจากที่ไหนได้นะ คำตอบคือก็น้ำตาเต่าไงล่ะ ผีเสื้อตัวเบาแสนเบาใช้ตัวจับหรือเซนเซอร์ที่เท้าและขาในการลิ้มรสอาหารกระบวนการนี้จึงไม่ทำอันตรายเต่าแม้แต่น้อย ช่างอ่อนหวาน (และเค็ม) เสียนี่กระไร   อ่านเพิ่มเติม : เหตุใดวาฬสเปิร์มจึงยืนในน้ำ, แม้จะเรียกกันติดปากว่า “หมีโคอาล่า” แต่แท้จริงแล้ว โคอาล่า ไม่ใช่ “หมี”

ลิงหายากจากป่าแอมะซอน ถูกพบอีกครั้งในรอบ 80 ปี

นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้พบหน้าลิง Vanzolini saki มานานกว่า 80 ปีแล้ว จนกระทั่งล่าสุดหลังการวิจัยและสำรวจป่าแอมะซอนที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยสามารถจับภาพของลิงตัวดังกล่าว ในขณะที่กำลังมีชีวิตและปีนป่ายไปมาระหว่างกิ่งไม้เอาไว้ได้ ลิง Vanzolini saki เป็นลิงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากลิงซากิ (saki) สายพันธุ์อื่นๆ เพราะมันมีขนสีทองตลอดท่อนขาของมัน และหางของมันไม่สามารถใช้จับเกี่ยวกิ่งไม้ได้เหมือนลิงพันธุ์อื่นๆ ดังนั้นมันจึงวิ่งไปมาบนกิ่งไม้ใหญ่ด้วยขาทั้ง 4 ข้าง หนึ่งในทีมนักวิจัยกล่าวว่าลิงชนิดนี้เคลื่อนไหวไปมาคล้ายกับแมวบ้านมากกว่าลิงด้วยกัน ทั้งนี้ข่าวการค้นพบดังกล่าวนับเป็นข่าวดี ที่แสดงให้เห็นว่าป่าแอมะซอนเต็มไปด้วยความหลากหลายและยังมีสายพันธุ์อีกมากมายรอให้เราไปค้นพบ   อ่านเพิ่มเติม : แจกความสดใสด้วยความร่าเริงของควอกก้าน้อย, สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน