มารู้จักกับ เสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เหยื่อของการล่า

มารู้จักกับเสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เหยื่อของการล่า

มารู้จักกับ เสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เหยื่อของการล่า

ข่าวน่าเศร้าเกิดขึ้นกับบรรดาสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เมื่อเจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเข้ามาตั้งแคมป์ยังบริเวณจุดห้ามตั้ง จากการตรวจสอบภายในเต๊นท์ที่พักพบซากของสัตว์ป่าหลายชนิดได้แก่ ซากเสือดำที่ถูกชำแหละและถลกหนังแล้ว, ซากไก่ฟ้าหลังเทาและเนื้อเก้ง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสือดำ ที่ปัจจุบันถือว่าเป็นสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์

จากภาพข่าวแม้จะดูเหมือนว่าสัตว์ที่ต้องสูญเสียชีวิตไปกับการล่าเพื่อความบันเทิงอันไม่เกิดประโยชน์นี้จะดูมีจำนวนเพียงน้อยนิด  เพชร มโนปวิตร รองหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ในระบบนิเวศแล้วสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่หรือเล็กล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น เก้ง สัตว์กินพืชที่พบได้ทั่วไปและมีปริมาณมากนี้ถือเป็นผู้ถ่ายทอดพลังงานในห่วงโซ่อาหาร หากไม่มีเก้ง ผู้ล่าอย่างเสือดาวและหมาในก็ปราศจากอาหาร ส่วนไก่ฟ้าหลังเทา นกขนาดเล็กนี้คุ้ยเขี่ยหากินตามพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นตัวหนอน ไส้เดือน หรือผลไม้สุกที่ร่วงหล่นตามพื้น

เพชรกล่าวว่า “เสือดำผู้ล่าสำคัญในระบบนิเวศที่ช่วยควบคุมประชากรของสัตว์อื่นๆ ภายในป่า และปัจจุบันทั่วโลกมีประชากรของเสือดำเหลือเพียงไม่เกิน 2,500 ตัวเท่านั้น” ความสูญเสียของชีวิตเหล่านี้จึงเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อระบบนิเวศ อีกทั้งยังเป็นบทท้าทายสำคัญต่อข้อกฎหมายไทยและการบังคับใช้อีกด้วย เมื่อประชาชนทั่วไปต่างรอดูว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างอุกอาจและน่าสะเทือนใจในพื้นที่เขตอนุรักษ์นี้อย่างไร

สำหรับเสือดำ(Indochinese Leopard)  ที่ถูกฆ่าในข่าวนี้ เป็นเสือดาว (Leopard) ในวงศ์เสือและแมว (Felidae) ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Panthera pardus ปัจจุบันจากการจัดสถานะโดย IUCN พวกมันเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ โดนมีปัจจัยหลักจากการบุกรุกพื้นที่ป่าและการล่าโดยน้ำมือมนุษย์

ภาพถ่ายของเสือดำจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ภาพถ่ายโดย DNP/ThailandWildlife.com

เสือดำ­­เป็นเสือขนาดใหญ่ รองลงมาจากเสือโคร่ง มีขนาดและรูปร่างเหมือนเสือดาวทุกประการแต่มีสีดำตลอดตัว  พบได้ในป่าทุกชนิด ทั้งป่าทึบ ป่าโปร่ง และป่าที่มีโขดหิน ว่องไวและดุ  มักอยู่ลำพังตัวเดียว และอยู่เป็นคู่ในระยะผสมพันธุ์เท่านั้น  มักกระโดดจากต้นไม้เพื่อจับเหยื่อบนพื้นดินและลากเหยื่อขึ้นต้นไม้ ไม่ให้สัตว์อื่นมาแย่ง  มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535  ถ้าหากไม่ถูกล่า มันอาจอยู่ได้ถึง 12-15 ปี

ภาพถ่ายของเก้งจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประเทศไทย
ภาพถ่ายโดย Davide Lepore

เก้งธรรมดา (barking deer- Muntiacus muntjak) หรืออีเก้ง หรือฟาน เป็นกวางขนาดเล็กสูงถึงไหล่ 45-58 ซม. น้ำหนัก 14-18 กก. สีส้มแกมแดง มีสีดำปนตามตัวตามขาขึ้นอยู่กับชนิดย่อย มีขนาดเล็กกว่าเนื้อทรายเล็กน้อย ลูกเล็กบางตัวมีจุดขาวตามตัว  ตัวเมียและลูกไม่มีเขา  เขาของเก้งสั้นกว่าของกวางมาก  เขี้ยวคมมาก ใช้แทะเปลือกไม้ได้อย่างดี  ชอบอยู่เดี่ยว อยู่เป็นคู่ หรืออยู่ด้วยกันสองสามตัวพ่อแม่ลูก  หากกินลูกไม้ป่าและหญ้าในเวลากลางคืน และช่วงเช้าหรือเย็น ค่อนข้างเชื่อง  ในหนังสือ สัตว์กีบ ของนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล และ ดร. จารุจินต์ นะภีตะภัฏ บรรยายว่า “เวลาเห็นหรือได้กลิ่นอะไรแปลก ก็มักร้องดัง ‘เอิ๊บ เอิ๊บ’ ทุก 5-6 วินาที เพื่อเป็นอาณัติสัญญาณให้พวกพ้องรู้  บางครั้งก็ร้องอยู่นานจนพรานรีบวิ่งย่องเข้าไปยิงได้ใกล้ๆ  เวลาได้ยินเสียงพรานเป่าใบไม้ หรือปี่เสียงเล็กๆ แหลมๆ ดัง ‘แอ๋ๆๆ’ มันมักเข้าไปหาและถูกยิงได้ง่ายๆ”  เก้งอยู่ได้นานถึง 15 ปี  ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

ไก่ฟ้าหลังเทาแข้งเทา (Kalij Pheasant ชนิดย่อย lineata) ที่มาภาพ https://www.thainationalparks.com/species/kalij-pheasant

ไก่ฟ้าหลังเทา (Kalij Pheasant – Lophura leucomelanos  ในกรณีนี้สันนิษฐานว่าเป็นชนิดย่อย ไก่ฟ้าหลังเทาแข้งเทา (Lophura leucomelanos lineata) ซึ่งอยู่ในเขตป่าตะวันตกตอนบน มีหงอนยาวสีดำ ลำตัวด้านบนมีลายบั้งละเอียดมากสีขาวสลับดำ ทำให้มองเป็นสีเทา ลำตัวด้านล่างสีดำ ข้างอกและข้างลำตัวมีลายขีดสีขาว แข้งและตีนสีเทา อยู่ตามป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่ ป่าดิบ ที่ราบถึงความสูง 1,600 เมตร เป็นนกประจำถิ่น พบไม่บ่อย หรือพบบ่อยเฉพาะบางพื้นที่  กินแมลง ตัวหนอน ไส้เดือน สัตว์ขนาดเล็ก และเมล็ดพืชบางชนิด เช่น เมล็ดหญ้า ขุยไผ่ ผลไม้สุก เป็นอาหาร เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

 

อ่านเพิ่มเติม

เกร็ดความรู้ว่าด้วย “เสือดำ”

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม

บนเส้นทางของเต่าทะเล เรื่อง มารีอานา ฟูเอนเตส การยกเต่าทะเลหนักหลายสิบกิโลกรัมขึ้นเรือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่มารีอานา ฟูเอนเตส นักชีววิทยาทางทะเลเชิงอนุรักษ์ทำเพื่อช่วยเหลือสัตว์เลื้อยคลานใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ เต่าทะเลอาศัยอยู่ในน่านนํ้าอุ่นทั่วโลก ตอนนี้ ฟูเอนเตสพุ่งเป้าไปที่ประเทศหมู่เกาะ อย่างบาฮามาส ที่ซึ่งรัฐบาลประกาศกันพื้นที่ในทะเลร้อยละ 20 ของประเทศให้เป็นเขตคุ้มครอง เต่าทะเลไม่ใช่สัตว์ชนิดแรกที่ฟูเอนเตสหลง รัก “ตอนแรกฉันอยากศึกษากระเบนราหูค่ะ” เธอบอกพลางนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่ได้ ใกล้ชิดกับกระเบนราหูตัวหนึ่ง ในขณะเป็น นักศึกษาฝึกงานในบราซิล ฟูเอนเตสเริ่มหันมาสนใจเต่าทะเลซึ่งอาจมีอายุยืนได้กว่าร้อยปี “ความจริงที่ว่าพวกมันคือผู้รอดชีวิต ทำให้ฉันอยากอนุรักษ์พวกมันไว้” ฟูเอนเตสบอก   แผนภูมิจุดบนยักษ์แห่งท้องทะเล เรื่อง แบรด นอร์แมน ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลที่ได้ชื่อว่าลี้ลับที่สุดชนิดหนึ่ง แต่แบรด นอร์แมน นักชีววิทยาทางทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้เวลาเกือบ 25 ปี ค่อยๆ เผยความลับของพวกมันทีละน้อย ลวดลายที่คล้ายกลุ่มดาวบนผิวหนังของฉลามวาฬเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ด้วยสิ่งนี้ นอร์แมนได้ให้ความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญโดยใช้อัลกอริทึมทางดาราศาสตร์ในการพัฒนาเครื่องมือค้นหา เพื่อสแกนและระบุอัตลักษณ์ของฉลามวาฬแต่ละตัว นำไปสู่องค์ความรู้ในการติดตามฝูงฉลามวาฬและการอนุรักษ์ นอร์แมนผู้ได้รับรางวัลโรเล็กซ์เอนเทอร์ไพรส์ (Rolex Awards for Enterprise) มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลักดันให้ฉลามวาฬได้รับการบรรจุเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เขาพูดถึงความพยายามในการคลี่คลายความลับเกี่ยวกับการอพยพของพวกมัน ว่า “เราหวังจะพบกุญแจไขปริศนาข้อใหญ่ที่สุด นั่นคือ […]

วงแตกกระจาย! เมื่อช้างพุ่งเข้าใส่เพราะอยากเล่นด้วย

ความสงบของทุ่งหญ้าริมถนนสายหนึ่ง ในแอฟริกาใต้เป็นอันต้องพังพินาศลง เมื่อจู่ๆ เจ้าช้างตัวผู้ก็วิ่งตรงเข้ามา พร้อมส่งเสียงดังลั่น ทำเอาฝูงไฮยีน่าที่อยู่ในบริเวณนั้นแตกกระจายวิ่งหนีออกไป อย่างไรก็ตามพฤติกรรมที่ดูเหมือนจะเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวนี้ เกิดขึ้นจากการที่ช้างต้องการเล่นกับฝูงไฮยีน่า เสียงร้องที่ต่ำและรวดเร็วของมันน่าจะเป็นการบ่งบอกถึงพฤติกรรมขี้เล่นของช้างหนุ่มตัวนี้ ที่กำลังอยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งในฤดูนี้ช้างตัวผู้ส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวขึ้น จากในคลิปวิดีโอจะเห็นว่า รถตำรวจค่อยๆ ถอยหลังออกมาช้าๆ ซึ่งเป็นวิธีการที่ถูกต้องในการรับมือ เพื่อป้องกันช้างพุ่งเข้าใส่   อ่านเพิ่มเติม : อย่างงง! แพะขึ้นไปติดบนสายไฟได้อย่างไร?, ความน่ารักของลูกหมี หลังได้รับการช่วยเหลือโดยเจ้าหน้าที่

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์หลายร้อยใบถูกพบในจีน

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ หลายร้อยใบถูกพบในจีน เป็นครั้งแรกของโลกที่นักบรรพชีวินวิทยาซึ่งกำลังลงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนค้นพบ ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ โบราณนับร้อยใบ เจ้าของไข่เหล่านี้คือเทอโรซอร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคไดโนเสาร์ และภายในไข่บางใบมีฟอสซิลของตัวอ่อนเทอโรซอร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบมา แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะศึกษาเทอโรซอร์มานานมากกว่า 2 ศตวรรษ แต่ไม่เคยมีรายงานการพบไข่มาก่อน จนกระทั่งในต้นศตวรรษที่ 20 มีการพบฟอสซิลของไข่บ้างประปรายเฉลี่ยน้อยกว่าหนึ่งโหลต่อปี ต้องขอบคุณบรรดานักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยบรรพชีวินวิทยาในจีนสำหรับการค้นพบในครั้งล่าสุดนี้ ที่ค้นพบฟอสซิลไข่จำนวน 215 – 300 ใบเลยทีเดียว Xiaolin Wang หัวหน้าการวิจัยเล่าว่า ทีมของเขายังพบตัวอ่อนของเทอโรซอร์อีก 16 ตัวภายในไข่และเชื่อว่ายังมีไข่อีกมากที่ยังซ่อนตัวอยู่ในก้อนหิน รอให้พวกเขาไปค้นพบ รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยสารวาร Science “มันเป็นปรากฏการณ์การค้นพบที่หายากมาก” David Hone นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอนกล่าว “วิทยาศาสตร์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และการค้นพบครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง” ไข่ที่ค้นพบน่าจะเป็นของเทอโรซอร์สายพันธุ์ Hamipterus tianshanensis ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าในอดีตเมื่อร้อยล้านปีก่อน พวกมันมีชีวิตอยู่ในบริเวณที่เป็นภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ในปัจจุบันมันเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่บินได้ ด้วยระยะห่างระหว่างปีกทั้งสองข้างเมื่อโตเต็มที่ จะมีความยาวถึง 10 ฟุต เชื่อกันว่าพวกมันอาศัยอยู่ใกล้กับน้ำ จับปลาเป็นอาหาร และมีพฤติกรรมคล้ายกับนกกระสาในปัจจุบัน “บริเวณที่ค้นพบอยู่ในทะเลทรายโกบี ที่นั่นมีลมแรง เต็มไปด้วยผืนทรายกว้าง มีสิ่งมีชีวิตและพืชอาศัยอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น” Shunxing […]

ค้างคาวแฝดตัวติดกันถูกพบในป่าของบราซิล

เรื่อง เชียนา มอนทานารี ในบางครั้งสองหัวก็ไม่ได้ดีกว่าหัวเดียวเสมอไป ค้างคาวฝาแฝดตัวติดกันนี้ทั้งสองเป็นเพศผู้ ถูกพบใต้ต้นมะม่วง ภายในป่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล เมื่อปี 2001 ผู้ที่พบมันเล่าว่าเจ้าค้างคาวตัวนี้เสียชีวิตแล้วในตอนนั้น เขาจึงบริจาคมันให้กับมหาวิทยาลัยรีโอเดจาเนโรเพื่อทำการศึกษา และเมื่อเดือนที่ผ่านมา ผลการศึกษาได้ถูกเผยแพร่โดย Marcelo Nogueira “เราเชื่อว่าแม่ของค้างคาวแฝดตัวนี้ห้อยตัวอยู่บนต้นไม้ ในตอนที่ให้กำเนิดลูกทั้งสอง” Nogueira อธิบาย น่าประหลาดใจที่ตัวอย่างของค้างคาวตัวติดกันที่ถูกพบนี้ นับเป็นตัวอย่างที่ 3 แล้ว แต่ปรากฏการณ์เกิดฝาแฝดตัวติดกันในสัตว์ยังคงนับเป็นเรื่องหาได้ยาก เมื่อเทียบกับในมนุษย์ เนื่องจากมีสัตว์จำนวนน้อยที่จะรอดชีวิต ในมนุษย์การเกิดกรณีของแฝดตัวติดกันมีความเสี่ยงถึง 80% ต่อชีวิต ส่วนในสัตว์เมื่อปราศจากความช่วยเหลือทางการแพทย์แล้วอัตราความเสี่ยงจึงสูงกว่านี้ ในสหรัฐอเมริกา ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับการเกิดของฝาแฝดตัวติดกัน พบว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จำนวน 1 ใน 200,000 คน ด้านนักวิจัยเชื่อว่า ลูกแฝดค้างคาวคู่นี้เป็นค้างคาวที่เพิ่งเกิดใหม่ โดยดูจากลักษณะทางกายภาพ พวกเขาสันนิษฐานว่าพวกมันอาจตายตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ หรือตายขณะคลอด จากรกที่ยังคงติดอยู่กับตัวพวกมัน ผลเอ็กซเรย์แสดงให้เห็นว่า พวกมันมีคอและหัวแยกออกจากกัน แต่ใช้กระดูกสันหลังร่วมกัน ร่างกายของทั้งคู่มีขนาดๆ เท่ากัน และแต่ละตัวมีหัวใจของตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ นอกเหนือจากเป็นเรื่องแปลกประหลาดแล้ว Nogueria อธิบายว่า การศึกษาพวกมันจะช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาของตัวอ่อนค้างคาวมากขึ้น “พวกเราหวังว่ากรณีนี้จะช่วยให้เราเข้าใจพัฒนาการของตัวอ่อนในครรภ์ค้างคาวมากขึ้น […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.