ภาพหาชมยากเมื่อเสือดาวกินกันเอง - National Geographic Thailand

ภาพหาชมยากเมื่อเสือดาวกินกันเอง

ภาพหาชมยากเมื่อเสือดาวกินกันเอง

นักวิทยาศาสตร์สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่หาชมได้ยากเอาไว้ได้ เมื่อเสือดาวตัวผู้ตัวหนึ่งลากพวกเดียวกันเองขึ้นไปกินบนต้นไม้

ดูเหมือนว่าเสือดาวหนุ่มที่โชคร้ายตัวนี้จะหลงเข้ามายังอาณาเขตของเสือดาวที่โตกว่า โดยหารู้ไหมว่าการกระทำดังกล่าวได้นำมันไปสู่ความตาย ปกติแล้วกรณีที่เสือดาวจะหันมาล่ากันเองนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ทีมนักวิทยาศาสตร์เล่าว่าเจ้าเสือดาวตัวนี้ใช้เวลาในการจัดการกับเหยื่อสายพันธุ์เดียวกับมันอยู่นาน 90 นาที ก่อนที่จะกลับเข้าถ้ำของมันไป

ทั้งนี้แม้กรณีเสือกินพวกเดียวกันเองจะหาได้ยาก แต่ในอดีตเคยมีบันทึกไว้เช่นกัน ย้อนกลับไปในปี 1960 มีบันทึกเสือดาวกินลูกของมันเอง และในปี 2013 ช่างภาพสัตว์ป่าในบอตสวานารายงานพบเสือดาววัยหนุ่มกำลังกินลูกเสือดาวเช่นกัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการที่มันทำเช่นนั้นก็เพราะต้องการสังหารลูกติดของเสือดาวตัวเมียที่เกิดขึ้นกับเสือดาวตัวผู้ตัวอื่นๆ

 

อ่านเพิ่มเติม

เกร็ดความรู้ว่าด้วย “เสือดำ”

เรื่องแนะนำ

ทะเลร้อนคร่าแปซิฟิก

เรื่อง เครก เวลช์ ภาพถ่าย พอล นิกเคลน ช่วงปลายปี 2013 บริเวณน้ำอุ่นอันน่าพิศวงเริ่มก่อตัวขึ้นในอ่าวอะแลสกา ระบบความกดอากาศสูงที่คงอยู่นานสะกดพายุให้สงบนิ่ง โดยปกติแล้วลมจะพัดกวนให้ผิวทะเลเย็นลง ในทำนองเดียวกับที่การเป่ากาแฟร้อนๆช่วยคายความร้อนออกมา แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ความร้อนภายใน “มวลน้ำอุ่นยักษ์” นี้กลับสะสมตัวขึ้น และแปรสภาพไปเป็นบริเวณกว้างกว่าเดิมโดยเลียบไปตามชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ ในบางบริเวณอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ย 4 องศาเซลเซียส  ในช่วงสูงสุด มวลน้ำอุ่นนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 9 ล้านตารางกิโลเมตร จากเม็กซิโกถึงอะแลสกา คิดเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศเสียอีก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งทำให้โลกอุ่นขึ้นมีส่วนก่อให้เกิดเหตุการณ์นี้หรือไม่ ไม่มีใครรู้แน่ชัด แนวคิดที่ยังถกเถียงกันอยู่แนวคิดหนึ่งเสนอว่า น้ำแข็งทะเลในแถบอาร์กติกซึ่งหดหายไปอย่างรวดเร็วทำให้กระแสลมกรดขั้วโลก (polar jet stream) แปรปรวนมากขึ้น เอื้อให้ระบบลมฟ้าอากาศคงอยู่นานขึ้น ทฤษฎีซึ่งเป็นที่ยอมรับมากกว่าชี้ว่า ความร้อนนี้เป็นผลจากความผันผวนตามปกติของบรรยากาศในกระแสลมกรดซึ่งความอบอุ่นในเขตร้อนกระตุ้นให้เกิดขึ้น แต่แม้กระทั่งนักวิจัยผู้สนับสนุนทฤษฎีหลังนี้ก็ไม่จำเป็นต้องตัดบทบาทรองของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศออกไป พฤติกรรมประหลาดนี้ทำความเข้าใจได้ยาก เพราะมหาสมุทรขนาดใหญ่แห่งนี้ยุ่งเหยิงมาก รูปแบบที่คาบเกี่ยวกันซึ่งคงอยู่ได้นานหลายทศวรรษ ควบคุมการแกว่งของอุณหภูมิ  ทุกๆสองสามปีหรืออาจถึงทศวรรษ มหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออกเปลี่ยนจากบริเวณน้ำเย็นที่อุดมด้วยอาหารเป็นบริเวณที่น้ำอุ่นขึ้น อันเป็นวัฏจักรที่เรียกว่า การผันผวนทุกสิบปีของมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Decadal Oscillation) ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ทวีปอเมริกาเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น กระแสน้ำสายหลักในมหาสมุทรกระแสหนึ่ง คือกระแสน้ำแคลิฟอร์เนีย นำน้ำเย็นจากแคนาดาลงไปทางใต้ถึงบาฮากาลีฟอร์เนีย ตลอดเส้นทางนั้นลมพัดน้ำอุ่นบนพื้นผิวออกนอกชายฝั่ง ทำให้น้ำทะเลที่เย็นและอุดมสารอาหารมากกว่าลอยตัวขึ้นจากด้านล่าง […]

ภารกิจช่วยสรรพสัตว์ออกจากสงครามซีเรีย

ภารกิจช่วยสรรพสัตว์ออกจาก สงครามซีเรีย ประเทศซีเรียดำดิ่งเข้าสู่สงครามการเมือง(สงครามซีเรีย)ในช่วงปี 2011 หลังการเกิดอาหรับสปริง การเคลื่อนไหวทางสังคมที่บรรดาประชาชนในหลายประเทศภูมิภาคอาหรับตัดสินใจลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลอำนาจเผด็จการ ในหลายประเทศพลังประชาชนประสบผลสำเร็จและนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แต่น่าเศร้าที่ในซีเรียไม่เป็นเช่นนั้น และสงครามยังคงดำเนินยึดเยื้อมาจนปัจจุบัน สงครามทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถหนีออกนอกประเทศได้มีชีวิตอย่างยากลำบาก สรรพสัตว์เองก็เช่นกัน เมื่อสงครามกลางเมืองเกิดขึ้นผู้คนพากันหนีเอาตัวรอด สวนสัตว์ถูกทิ้งร้างปราศจากคนดูแล ณ สวนสัตว์ Magic World ในเมืองอเลปโปยังคงมีสัตว์จำนวนหนึ่งติดค้างอยู่ภายในตลอด 6 ปีของสงครามที่เกิดขึ้น บางตัวป่วย บางตัวตั้งท้อง พวกมันกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สารคดีเรื่องนี้ติดตามการทำงานขององค์กร Four Paws ในปลายปี 2017 กับภารกิจเสี่ยงตายพาพวกมันออกมาจากเมืองอเลปโป เพื่อเดินทางไปยังชายแดนตุรกี และขนส่งไปยังจุดหมายปลายทางคือพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าในจอร์แดนที่ซึ่งพวกมันจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หากภารกิจสุดท้าทายครั้งนี้ประสบความสำเร็จ   อ่านเพิ่มเติม สรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร

ลูกสลอธพบแม่อีกครั้งเพราะเสียงร้อง

ลูกสลอธพบแม่อีกครั้งเพราะเสียงร้อง ณ ชายหาดของคอสตาริกา ลูกสลอธสามนิ้วเท้าตัวหนึ่งกำลังร้องระงม เพราะมันพลัดหลงกับแม่ เคราะห์ดีที่นักท่องเที่ยวไปพบมันเข้า และนำลูกสลอธตัวดังกล่าวส่งต่อมาให้กับศูนย์ดูแลสัตว์จากัวร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของศูนย์ช่วยกันออกไปตามหาแม่ของมันในเวลาต่อมา แต่ไม่เป็นผล… เสียงร้องอันน่าปวดใจของลูกสลอธจุดประกายบางอย่างให้พวกเขาได้ไอเดียใหม่ เจ้าหน้าที่ของศูนย์ลองอัดเสียงของลูกสลอธน้อย จากนั้นเปิดเสียงของมันด้วยลำโพงตัวเล็กๆ แทนในระหว่างการตามหา ทันใดนั้นสลอธตัวเมียตัวหนึ่งก็มีปฏิกิริยาตอบรับต่อเสียงร้อง พวกเขาลองส่งลูกสลอธให้มันดม ว่าใช่กลิ่นของลูกที่พลัดพรากจากไปหรือไม่ และในที่สุดสองแม่ลูกก็ได้พบกันอีกครั้ง! แม้ว่าสลอธสามนิ้วเท้าสีน้ำตาลเหล่านี้จะไม่ใช่สัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ แต่ปัจจุบันถิ่นอาศัยของพวกมันกกลังได้รับผลกระทบจากมนุษย์ ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนการวางแนวเสาไฟฟ้า   อ่านเพิ่มเติม สลอธถึงจะช้าแต่ไม่ได้โง่