พบกับบ๊อบ ทูต ฟลามิงโก แห่งคูราเซา - National Geographic Thailand

พบกับบ๊อบ ทูตฟลามิงโกแห่งคูราเซา

พบกับบ๊อบ ทูต ฟลามิงโก แห่งคูราเซา

หากคุณผู้อ่านกำลังตะลอนอยู่บนเกาะคูราเซา ประเทศหนึ่งในทะเลแคริบเบียน แล้วบังเอิญเห็นนก ฟลามิงโก นั่งอยู่หลังพวงมาลัย โปรดจงอย่าแปลกใจเพราะนั่นคือ “เจ้าบ๊อบ”

ในฐานะของทูตสันถวไมตรี ฟลามิงโก แห่งแคริบเบียนประจำองค์กรไม่แสวงหากำไรนาม Fundashon Dier en Onderwijs Cariben บ๊อบมีหน้าที่ตะลอนไปทั่วเมืองพร้อมกับ Odette Doest ผู้เป็นทั้งเจ้าของและสัตวแพทย์ท้องถิ่น พวกเขาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงเดินได้เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่า และเรื่องราวอันน่าประทับใจนี้ถูกบันทึกไว้ผ่านภาพถ่ายโดย Jasper Doest ผู้เป็นญาติ

Odette ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่านี้ขึ้นในปี 2016 เพื่อรองนับจำนวนสัตว์ป่าต้องการความช่วยเหลือที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งในจำนวนนี้รวมไปถึงบ๊อบด้วยเช่นกัน เรื่องราวของมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อบ๊อบตกลงมาใส่หน้าต่างของโรงแรมจนได้รับบาดเจ็บ

“บ๊อบสงบมากเลยค่ะ ตอนที่ฉันพามันมายังศูนย์ ดูเหมือนว่ามันเองก็โล่งใจไม่น้อยที่ได้พวกเราดูแล” Odette กล่าว นอกเหนือจากอาการบาดเจ็บแล้ว ดูเหมือนว่าบ๊อบจะเคยเป็นนกฟลามิงโกที่อาศัยอยู่ในกรงเลี้ยงมาก่อน มันทุกข์ทรมานจากโรคอุ้งเท้าอักเสบ หรือ bumblefoot ซึ่งเป็นอาการป่วยที่พบได้ทั่วไป เมื่อสัตว์นั้นๆ ต้องอาศัยอยู่บนพื้นเรียบแข็ง เช่นคอนกรีตเป็นเวลานาน เนื่องจากปกติแล้วฟลามิงโกเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บนพื้นทราย อาการป่วยนี้ทำให้มันใช้ชีวิตยากลำบากขึ้นและมีน้ำหนักตัวลดลง

ฟลามิงโก
บ๊อบอยู่หลังพวงมาลัยรถในขณะที่ Odette เป็นคนขับ ทั้งคู่กำลังเดินทางไปโรงเรียนด้วยกัน
ฟลามิงโก
Odette และบ๊อบเดินทางมาถึงโรงเรียนเพื่อสอนเด็กๆ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของสัตว์ป่าบนเกาะ

 

แขกแปลกหน้า

บ๊อบเดินทางไปเยี่ยมเยือนโรงเรียนหลายแห่งในคูราเซา การเดินทางของบ๊อบเป็นดั่งสะพานเชื่อมผู้คนท้องถิ่นกับนกประจำถิ่นที่อาศัยอยู่บนเกาะ “ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาไม่เคยเห็นสัตว์ป่าตัวเป็นๆ ใกล้ๆ มาก่อน คิดดูว่ามันน่าตื่นเต้นแค่ไหนที่จู่ๆ ก็มีนกฟลามิงโกที่สูงกว่าเราเดินเข้ามาในชั้นเรียน” Jasper กล่าว

นั่นทำให้เด็กๆ ในคูราเซาได้เรียนรู้เกี่ยวกับนกฟลามิงโก และรู้จักที่จะชื่นชมพวกมันในระยะไกล รวมไปถึงรู้จักที่จะไม่รบกวนพวกมันขณะกำลังกินอาหาร

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ Odette ไปออกรายการโทรทัศน์ เธอขออนุญาตโปรดิวเซอร์ว่าจะสามารถพาฟลามิงโกมาด้วยได้หรือไม่ ซึ่งโปรดิวเซอร์คิดว่าเธอหมายความถึงฟลามิงโกพลาสติก “พวกเขาอึ้งไปเลยตอนที่บ๊อบเดินเข้าสตูดิโอ” Jasper เล่าให้ฟัง

ฟลามิงโก
หลังเสร็จสิ้นงานในศูนย์อนุรักษ์ Odette พาบ๊อบกลับมาบ้านด้วย พวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกับลูกชายของ Odette แมว 9 ตัวและสุนัขอีก 10 ตัว
ฟลามิงโก
Odette ผ่าตัดปีกขวาที่ได้รับบาดเจ็บให้แก่นกฟลามิงโกตัวอื่น

 

เรื่องแนะนำ

ความรู้ประจำวัน: ทำไมลิงเหล่านี้ถึงมีตูดใหญ่สีชมพู?

ความรู้ประจำวัน: ทำไมลิงเหล่านี้ถึงมีตูดใหญ่สีชมพู? รู้ได้อย่างไรว่าลิงแมนดริลตัวไหนรูปหล่อที่สุดในฝูง คำตอบคือลิงตัวที่มีสีสันโดดเด่นสะดุดตามากที่สุด เช่นเดียวกับลิงสายพันธู์อื่นๆ ในฝูงของลิงมีลำดับชั้นทางสังคม ลิงตัวผู้ที่มีสีสันบนใบหน้าและบนก้นจัดจ้านโดดเด่นที่สุดจะได้อยู่ในลำดับสูงที่มีอำนาจเหนือลิงตัวผู้ตัวอื่นๆ การจะยกตัวเองขึ้นมาสู่ลำดับสูง พวกมันต้องโค่นลิงตัวผู้เดิมให้ได้ และเมื่อทำได้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของมันจะถูกหลั่งออกมามากขึ้น ส่งผลให้สีสันบนใบหน้าเข้มขึ้น และขนที่ก้นจะร่วงเพื่อที่จะได้ขับสีแดงของก้นให้เห็นเด่นชัดมากกว่าเดิม คุณลักษณะเหล่านี้คือสัญลักษณ์ของการเป็นลิงตัวผู้ที่มีสุขภาพดี และมียีนที่ดี ซึ่งจะดึงดูดลิงตัวเมียในฝูงให้อยากผสมพันธุ์กับมัน เพื่อให้กำเนิดลูกที่แข็งแรง   อ่านเพิ่มเติม ในโลกของลิงงวงช้าง จมูกยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี

โลมาปากขวดเพศผู้กุมมือเพื่อนระหว่างว่ายน้ำ

โลมาปากขวดเพศผู้กุมมือเพื่อนระหว่างว่ายน้ำ โลมาปากขวดเหล่านี้คือเพื่อนรักกัน สังเกตได้จากพฤติกรรมที่มันเอาครีบแตะกันระหว่างว่ายน้ำ ซึ่งบ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งคู่ นอกเหนือจากการสัมผัสทางกายภาพแล้ว พวกมันยังว่ายน้ำเคียงกันไปตลอดทางอีกด้วย ผลการศึกษาใหม่ทางวิทยาศาสตร์ เผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างโลมาปากขวดเพศผู้ฝูงหนึ่งของอ่าว Shark ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลียพบว่า โลมามีการแสดงออกทางกายภาพเพื่อบ่งชี้ถึงระดับความสัมพันธ์อันใกล้ชิด อีกทั้งพวกมันยังมีเสียงร้องเฉพาะ ที่ใช้ในการเรียก “ชื่อ” ของเพื่อน หรือคู่แข่งอีกด้วย ซึ่งพวกมันใช้เสียงร้องเหล่านี้ในการจดจำว่าโลมาตัวใดเป็นตัวใดภายในฝูง ทั้งนี้การรวมกลุ่มกันของโลมามีขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหาอาหาร และหาโลมาเพศเมียเพื่อผสมพันธุ์   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ

ก็แค่อยากเล่นด้วย!

ชีวิตที่ปราศจากการเล่นไม่ใช่ชีวิตที่สนุกสนานเท่าไหร่นัก แม้แต่ฮิปโปโปเตมัสก็เช่นกัน มาร์กริต ฮาร์ริส ได้ถ่ายวิดีโอช่วงเวลาที่เจ้าฮิปโปน้อยพยายามหยอกล้อเล่นกับจระเข้เอาไว้ ภายในอุทยานแห่งชาติ Hwange ในซิมบับเว “มันไม่ใช่ภาพที่หาชมได้ง่ายนะคะ ที่ลูกฮิปโปพยายามเล่นกับจระเข้ ส่วนเจ้าจระเข้ก็ไม่ทำอะไรมัน” ฮาร์ริสกล่าว ตัวเธอเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรพิทักษ์สัตว์ป่า Nikela ที่ให้ความช่วยเหลือ และอนุรักษ์สัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์เอาไว้ ในขณะที่ฮาร์ริสและสามีของเธอมองว่าลูกฮิปโปพยายามที่จะเล่นสนุก ด้านบรรดาผู้ชมคลิปวิดีโอในยูทูบกลับมองว่าเจ้าฮิปโปพยายามที่จะไล่จระเข้ออกไปจากอาณาเขตมากกว่า “เพราะฮิปโปไม่ได้รู้สึกถึงสัญญาณของการคุกคาม นั่นจึงเป็นไปได้ว่ามันแค่อยากจะเล่นเท่านั้น” เจน กายตัน นักสำรวจจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผู้ศึกษาเกี่ยวกับนิเวศวิทยาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในโมซัมบิกกล่าว “พฤติกรรมการเล่นสนุก เช่นในสุนัข เป็นอะไรที่พบได้ และสอดคล้องกันในสัตว์เลี้ยวลูกด้วยนม” เธอกล่าว หากฮิปโปพยายามที่จะไล่จระเข้ออกไปจากพื้นที่จริง มันจะส่งเสียงคำราม และแยกเขี้ยวให้เห็น พฤติกรรมการเล่นสนุกระหว่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลานนั้น เป็นเรื่องแปลก เพราะปกติแล้วสัตว์แต่ละชนิดจะเลือกเล่นกับสัตว์สปีชีส์เดียวกันมากกว่า “เป็นไปได้ว่าบริเวณนั้นไม่มีลูกฮิปโปตัวอื่นให้มันเล่นด้วย แต่ตัวฉันคิดว่าพฤติกรรมที่เราเห็นนี้เกิดจากความสงสัยใคร่รู้ตามประสาลูกๆของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่ะ” กายตันกล่าว ปกติแล้วจระเข้จะล่าลูกฮิปโปเป็นอาหาร แต่โชคดีที่ลูกฮิปโปตัวนี้มีขนาดใหญ่จนรอดพ้นจากคมเขี้ยวไปได้ “มองอีกมุมมันก็เป็นข้อดีนะคะ เพราะถ้าฮิปโปตัวนี้เป็นตัวเมีย ในอนาคตถ้ามันมีลูกมันก็จะสอนลูกของมันได้” กานตันกล่าว “การเล่นกับจระเข้ในตอนที่คุณยังเป็นเด็ก จะช่วยให้คุณเรียนรู้ว่าจระเข้มีพฤติกรรม และการตอบสนองอย่างไร” เรื่อง ฮันน่า หลาง   อ่านเพิ่มเติม […]

79 ปี เขาดิน ในความทรงจำ

79 ปี เขาดิน ในความทรงจำ เรียบเรียงข้อมูลและภาพจาก หนังสือ 75 ปีสวนสัตว์ไทย องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จากหนังสือ หนังสือ 75 ปีสวนสัตว์ไทย (75th Year of Thai Zoos) จัดทำโดยองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงประวัติของสวนสัตว์ดุสิต [เขาดิน] ว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสวนพฤกษชาติขึ้นในเขตพระราชอุทยานสวนดุสิต พระนคร สำหรับเป็นที่เสด็จประพาสต้นและสำราญพระราชอิริยาบถ  ที่ได้ชื่อว่า “เขาดินวนา” ก็เพราะมีการนำดินมาถมสร้างเป็นเนินเขากลางน้ำ จนเป็นคำที่เรียกติดปากสืบมา  นับถึงวันนี้เขาดินฯ มีอายุ 79 ปี และกำลังย้ายไปสู่พื้นที่ใหม่ในช่วงเวลาอันใกล้ พร้อมขับเคลื่อนสู่ความเป็นสวนสัตว์สมัยใหม่ (modern zoo) เช่นเดียวกับนานาประเทศ  ในฐานะที่เป็นสถานที่สำคัญที่คนไทยผูกพันมาแสนนานตั้งแต่วัยเด็ก เขาดินผ่านการร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อยดังประวัติย่อข้างล่างนี้   พ.ศ. 2444 วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2444 คราวที่พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสหมู่เกาะชวา “ฮิส […]