รู้จักกับรางวัลโนเบล - National Geographic Thailand

รู้จักกับรางวัลโนเบล

รู้จักกับรางวัลโนเบล

รางวัลโนเบล (Nobel Prize) เป็นรางวัลประจำปีที่ยกย่องเชิดชูความสำเร็จทางสติปัญญาอันโดดเด่นของมนุษยชาติ

รางวัลที่ได้รับยกย่องว่าทรงเกียรติสูงสุดนี้จะมอบให้แก่ผู้สร้างผลงานเป็นที่ยกย่องใน 6 สาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี วรรณกรรม สรีรวิทยาหรือการแพทย์ การส่งเสริมสันติภาพ และเศรษฐศาสตร์

รางวัลนี้ก่อตั้งขึ้นโดยอัลเฟรด โนเบล นักวิทยาศาสตร์และผู้ใจบุญชาวสวีเดน หลังถึงแก่กรรมเมื่อปี 1896 เขายกสมบัติส่วนใหญ่ให้เพื่อการนี้

การมอบรางวัลโนเบลครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1901 และจากนั้นมาก็มอบให้แก่บุคคลและองค์กรรวมแล้วกว่า 900 รางวัล

ผู้ได้รับรางวัลมักเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคล (สองหรือสามคน) และจะได้รับการเรียกขานว่า “ผู้ได้รับรางวัลโนเบล” หรือ Nobel Laureate

ผู้ได้รับรางวัลมักได้รับการเสนอชื่อจากเพื่อนร่วมวงการ ก่อนจะผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เป็นความลับของคณะกรรมการรางวัลโนเบลในฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี

ผู้ได้รับการคัดเลือกจะเข้ารับรางวัลในพิธีซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม อันเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของอัลเฟรด โนเบล

การมอบรางวัลโนเบลทุกสาขา ยกเว้นสาขาสันติภาพ จะจัดขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน โดยสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสวีเดนทรงเป็นผู้พระราชทานรางวัล ส่วนรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจะมีพิธีมอบในกรุงออสโล โดยคณะกรรมการรางวัลโนเบลของนอร์เวย์ และสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งนอร์เวย์ทรงเป็นผู้พระราชทานรางวัล

รางวัลโนเบลประกอบด้วยเงินรางวัลจำนวนหนึ่ง ใบประกาศเกียรติคุณ และเหรียญทองคำ 18 กะรัตรูปใบหน้าของผู้ก่อตั้งรางวัล นั่นคือ อัลเฟรด โนเบล

 

อ่านเพิ่มเติม : สินค้าที่ “ผลิตในจีน” จริงๆแล้วผลิตที่ไหน, เหตุใดคนรุ่นใหม่ในยุโรปจึงเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิส

เรื่องแนะนำ

มาทำโลงศพของคุณกันเถอะ!

ทุกๆ สัปดาห์ กลุ่มผู้สูงอายุในนิวซีแลนด์มีกิจกรรมที่พวกเขาทำร่วมกันนั่นคือการทำโลงศพ มันอาจฟังดูน่ากลัวแต่บรรยากาศการทำงานของเขานั้นเป็นไปอย่างสนุกสนานและอบอุ่นด้วยมิตรภาพ ชมรม DIY โลงศพของตัวเองนี้มีชื่อว่า “Coffin Clubs” มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถรับมือกับความตายได้ดียิ่งขึ้น ด้วยกระบวนการสร้างและตกแต่งโลงศพของตนเอง ที่สุดท้ายแล้วหากยังไม่ได้ใช้ก็สามารถนำไปเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านได้ นอกจากนั้นการพบปะสังสรรค์ผู้สูงอายุในวัยเดียวกันยังช่วยลดความเครียด ความโดดเดี่ยว ตลอดจนลดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในงานศพจริงอีกด้วย ติดตามเรื่องราวของพวกเขาได้ผ่านภาพยนตร์สั้นที่จัดทำโดย  Briar March ในรูปแบบมิวสิเคิล   อ่านเพิ่มเติม : ฤาษีประหลาดแห่งหน้าผาศักดิ์สิทธิ์, ผู้คนที่ตกค้างอยู่ในโรงแรมหรูสมัยสหภาพโซเวียต

การหวนคืนของตาลีบัน จะสร้างภัยต่ออนาคตของ ชาวอัฟกานิสถาน อย่างไร

อิสรภาพที่ ชาวอัฟกานิสถาน ได้มาตั้งแต่ปี 2001 กำลังอยู่ในอันตราย เมื่อกลุ่มหัวรุนแรงยึดประเทศได้สำเร็จเนื่องจากการถอนตัวของสหรัฐฯ ท่ามกลางหมอกควันสีน้ำเงินของควันจากเตาฮุคคา (บารากุ) ในคาเฟ่แห่งหนึ่งในไอโนมีนา ย่านหรูหราขนาดใหญ่ในเมืองกันดาฮาร์ อัฟกานิสถาน เหล่าชายหนุ่มนั่งทอดตัวอยู่บนเก้าอี้นุ่ม จิบกาแฟใต้โทรทัศน์จอแบนที่ฉายภาพมิวสิควีดีโอร้อนแรง ลำตัวเปลือยเปล่าของหญิงสาวถูกเซ็นเซอร์โดยสถานีโทรทัศน์ แม้ ชาวอัฟกานิสถาน จะเป็นคนสังคมอิสลามอนุรักษ์นิยม แต่พวกเขาเหล่านี้คือคนรุ่นใหม่หัวทันสมัยที่อาศัยอยู่ในเมือง เป็นคนรุ่นที่เติบโตหลังการล่มสลายของรัฐบาลตาลีบัน และมีความทรงจำถึงผู้ปกครองคลั่งศาสนาจอมกดขี่ที่เกิดในเมืองแห่งนี้เเต่เพียงเลือนลาง ในความหรูหราและบรรยากาศชานเมืองปกติในย่านชุมชนแห่งนี้ เป็นเรื่องง่ายที่เหล่าชนชั้นกลางและสูง ซึ่งหลายคนได้รับเงินเดือนจากรัฐบาล จะลืมสงครามที่ปะทุอยู่โดยรอบ “คนที่นี่ไม่กังวลครับ” สุไลมาน อาร์ยัน ครูสอนภาษาอังกฤษวัย 28 ปีที่ทำงานและพักอาศัยในย่านนี้ กล่าว แต่นั่นเป็นเรื่องของอดีต เพราะในตอนนี้ ความสงบได้แตกสลายลงแล้ว ในช่วงเวลาเพียงไม่นาน กลุ่มตาลีบันเข้ายึดพื้นที่ในชนบท และด้วยความรวดเร็วจนน่าใจหาย กลุ่มติดอาวุธซึ่งกำลังฮึกเหิมเนื่องจากมีการทำสัญญากับสหรัฐอเมริกาที่ไม่มีรัฐบาลอัฟกานิสถานร่วมอยู่ด้วยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020 กลุ่มติดอาวุธนี้ได้ยึดหัวเมืองสำคัญในอัฟกานิสถานได้เกือบทั้งหมด ในจำนวนนั้นรวมถึงกันดาฮาร์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ จนเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ยี่สิบปีหลังสหรัฐฯ รุกรานอัฟกานิสถานเพื่อขับไล่พวกเขาและกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ออกจากอำนาจเพื่อตอบโต้เหตุการณ์ก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงเหล่านี้ต้องระเห็จไปซ่อนตัวในปากีสถานและเริ่มรวบรวมและรื้อฟื้นกำลังใหม่ เมื่อสหรัฐฯ มุ่งความสนใจและทุ่มสรรพกำลังไปกับสงครามอิรัก [เมื่อปี 2003 […]

สวาซิแลนด์เปลี่ยนชื่อเป็นเอสวาตินีแล้ว

สวาซิแลนด์ถือเป็นประเทศล่าสุดที่เปลี่ยนชื่อของประเทศมาเป็น "เอสวาตินี" มาย้อนชมประวัติศาสตร์กันว่าก่อนหน้านี้มีประเทศไหนอีกบ้างที่เคยเปลี่ยนชื่อ