ถุงพลาสติก ในส่วนลึกที่สุดของมหาสมุทร - National Geographic Thailand

พบถุงพลาสติกในส่วนลึกที่สุดของมหาสมุทร

พบ ถุงพลาสติก ในส่วนลึกที่สุดของมหาสมุทร

“ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา” ในมหาสมุทรแปซิฟิก คือจุดที่ต่ำสุดของเปลือกโลกเท่าที่ทราบในปัจจุบัน ด้วยความลึกมากถึง 36,000 ฟุต หรือราว 10.9 กิโลเมตร แต่หากคุณคิดว่าสถานที่อันห่างไกลเช่นนั้นจะรอดพ้นจากวิกฤติขยะพลาสติกที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกแล้วล่ะก็…คุณคิดผิด เพราะผลการศึกษาล่าสุดเปิดเผยว่า ถุงพลาสติก แบบเดียวกันกับที่พบได้ตามร้านสะดวกซื้อได้ถูกพบที่ระดับความลึก 36,000 ฟุต ของร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบมันเข้าขณะกำลังสำรวจข้อมูลที่เก็บมาได้ โดยในจำนวนนี้มีข้อมูลจากทั้งวิดีโอและภาพนิ่งตลอดการดำน้ำสำรวจ 5,010 ครั้ง ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

(อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับฐานข้อมูลได้ ที่นี่)

จากข้อมูลที่พวกเขารวบรวมได้ ขยะที่พบมากที่สุดคือขยะพลาสติก โดยมีถุงพลาสติกเป็นจำนวนมากที่สุด ส่วนขยะประเภทอื่นๆ ได้แก่ ยาง, เหล็ก, ไม้, เสื้อผ้า ไปจนถึงขยะอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้จำแนกประเภท ซึ่งในจำนวนพลาสติกที่นักวิทยาศาสตร์พบนั้น 89% เป็นพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่นขวดน้ำหรือภาชนะต่างๆ

แม้จะดูเหมือนว่าสถานที่ลึกลับอย่างร่องลึกมาเรียนานั้นจะมืดมิด และไร้ซึ่งชีวิต แต่ในความเป็นจริงมันคือบ้านของชีวิตอันหลากหลายมากกว่าที่คิด ยานสำรวจของ NOAA’s Okeanos Explorer ลงพื้นที่สำรวจบริเวณดังกล่าวในปี 2016 พวกเขาพบสิ่งมีชีวิตจำพวกปะการัง, แมงกะพรุน และหมึกยักษ์อาศัยอยู่ ซึ่งข้อมูลจากผลการศึกษาล่าสุดนี้ชี้ว่าจากภาพถ่ายทั้งหมดพวกเขาพบว่ามี 17% ของขยะพลาสติกที่มีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์น้ำ เช่น การที่พวกมันติดอยู่ในเศษขยะเป็นต้น

(สุดท้ายแล้วขยะที่เราทิ้งจะวนกลับมาหาเราเอง วงจรนี้เป็นอย่างไรลองชม อนิเมชั่น นี้ดู)

 

พลาสติกเหล่านี้มาจากไหน?

ผลการศึกษาใหม่นี้เป็นเพียงแค่หนึ่งในงานวิจัยที่มองหาผลกระทบอันแพร่หลายจากปัญหาขยะพลาสติกในปัจจุบัน ขยะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวถูกพบได้ทั่วไป และมันต้องใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะย่อยสลายไปตามธรรมชาติ

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 มีรายงานการค้นพบว่าร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนานั้นมีมลพิษสะสมมากกว่าแม่น้ำบางแห่งในประเทศจีนเสียอีก โดยทีมวิจัยตั้งสมมุติฐานว่าบรรดาสารเคมีต่างๆ ที่ปรากฏในร่องน้ำลึกนั้นอาจมาจากการย่อยสลายของขยะพลาสติกในร่องน้ำตื้น

และเมื่อเร็วๆ นี้ เพิ่งมีรายงานการค้นพบล่าสุดพบว่า อุปกรณ์ทำประมงคือประเภทของขยะพลาสติกที่พบมากที่สุดในแพขยะใหญ่แห่งแปซิฟิก ที่ซึ่งขยะจำนวนมากถูกกระแสน้ำพัดมากองรวมกันบนน่านน้ำที่ตั้งอยู่ระหว่างรัฐฮาวายและรัฐแคลิฟอร์เนีย และขณะนี้แพขยะดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่ารัฐเท็กซัสแล้ว

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

แพขยะพลาสติกแห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

เรื่องแนะนำ

ร่วมทะยานไปกับฝูงนกอพยพ

ร่วมทะยานไปกับฝูงนกอพยพ เป็นเวลาร่วม 20 ปีแล้ว ที่ Christian Moullec ร่วมบินไปกับบรรดานกอพยพ ตัวเขาเลี้ยงห่านกำพร้าจำนวนหนึ่งที่บ้านในฝรั่งเศส และช่วยนำทางพวกมันให้บินไปสู่เส้นทางที่ถูกต้อง เมื่อถึงฤดูอพยพ ด้วยเครื่องบินขนาดเล็กของเขา ณ ตอนนี้ชายผู้ได้รับสมญานามว่า “เบิร์ดแมน” เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากเห็นท้องฟ้าในแบบที่เขาเห็น ให้ขึ้นมาร่วมบินไปกับเขาและฝูงนก โดยจุดประสงค์เพื่อนำรายได้ไปช่วยสำหรับการอนุรักษ์นก ลองชมฟุตเทจจากบนท้องฟ้าที่ Moullec โผบินไปกับฝูงนก แล้วคุณจะเห็นว่าชีวิตของเขานั้นอัศจรรย์มากแค่ไหน   อ่านเพิ่มเติม : นกอินทรีเหล่านี้คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน, เหยี่ยวรู้จักจุดไฟเผาป่า

วาฬเพชฌฆาตปะทะวาฬสีน้ำเงิน

ฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันโจมตีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันคงไม่ได้กำลังล่าเหยื่อ เรื่อง ซาราห์ กิบเบ็นส์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เมืองมอนเตเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (drone) บันทึกภาพฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันเข้าโจมตีวาฬสีน้ำเงิน วาฬออร์กาเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ วาฬเพชฌฆาต อาหารของพวกมันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล เช่น โลมา และแมวน้ำ แต่ในกรณีนี้ ผู้ล่าที่น่าเกรงขามคงไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อกรกับวาฬสีน้ำเงินตัวเต็มวัย ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก จากข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ วาฬสีน้ำเงินมีความยาวลำตัวได้ถึงหนึ่งร้อยฟุต และหนักกว่า 200 ตัน จากภาพที่บันทึกได้ วาฬสีน้ำเงินสบัดตัวไปทางด้านข้างอย่างแรง คล้ายกับเป็นการสร้างกำแพงน้ำ และว่ายออกไปอย่างรวดเร็วให้พ้นวิถีของวาฬออร์กา แนนซี แบล็ก นักชีววิทยาทางทะเล กล่าว เธอบันทึกภาพเหตุการณ์นี้ได้จากดาดฟ้าเรือชมวาฬ เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการโจมตี “พวกมันอาจจะกำลังหยอกเล่นเฉยๆ ค่ะ” แบล็กกล่าว “วาฬออร์กาแหย่วาฬสีน้ำเงิน เหมือนอย่างที่แมวเล่นกับเหยื่อของมัน วาฬชนิดนี้มีนิสัยขี้เล่นและชอบเข้าสังคม” แบล็กดำเนินธุรกิจนำชมวาฬในชื่อ Monterey Bay Whale Watch ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เธอเฝ้าสังเกตวาฬออร์กาและสัตว์ชนิดอื่นๆ ในกลุ่มคีตาเชียน (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล) แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าวาฬออร์กา […]

ฟลามิงโก : “บ็อบ” ทูตสันถวไมตรีเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ

รู้จักกับ ฟลามิงโก "บ็อบ" จากนกที่ได้รับการช่วยชีวิตหลังประสบอุบัติเหตุ จนกลายมาเป็นขวัญใจเด็กๆ และทำหน้าที่ทูตสันถวไมตรีเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ลุ่ม แม่น้ำโขง กำลังอยู่ในภาวะแห้งแล้งขั้นอันตราย

ชาวประมงบนริมฝั่ง แม่น้ำโขง ที่จังหวัดหนองคาย ประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ภาพถ่ายโดย SOE ZEYA TUN, REUTERS แม่น้ำโขง สายนี้หล่อเลี้ยงอารายธรรมมาเป็นเวลานับพันปี ขณะนี้กำลังแห้งแล้ง และไม่อาจทนกับการจู่โจมการจากการก่อสร้างเขื่อน การทำประมงเกินขนาด และการขุดทราย (sand mining) ได้อีกต่อไป กรุงพนมเปญ, กัมพูชา – เป็นเวลาหลายเดือนมาแล้วที่บรรดาโลมาอิรวดี (Irrawaddy dolphin) ว่ายน้ำมาติดตาข่ายดักปลาของชาวประมงซึ่งถูกพบเห็นในแม่น้ำโขงที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต เป็นจุดที่ห่างจากแหล่งอาศัยดั้งเดิมทางตอนเหนือของกัมพูชา นักอนุรักษ์ธรรมชาติต่างพยายามช่วยเหลือบรรดาสัตว์ที่กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในแม่น้ำแห่งนี้แม้จะต้องแข่งกับเวลาที่กำลังหมดลง สำหรับชาวกัมพูชา โลมามีบทบาทในเชิงเปรียบเทียบตามความเชื่อ มันแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของลำน้ำโขง ชะตาชีวิตของปลาเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความสมดุลของธรรมชาติ แม่น้ำโขงก็เช่นกัน สัญญาณเหล่านี้กำลังแสดงให้เห็นว่า แม่น้ำที่ได้ชื่อว่ามีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกำลังอยู่ในภาวะที่บีบคั้นในระดับลุ่มแม่น้ำ เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่วิกฤตสิ่งแวดล้อมกำลังปรากฏขึ้นลางๆ ในเส้นทางน้ำที่มีความยาวกว่า 4,300 กิโลเมตร และไหลผ่านถึง 6 ประเทศ แม่น้ำโขงไม่อาจทนกับการจู่โจมการจากการก่อสร้างเขื่อน การทำประมงเกินขนาด และการขุดทรายได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในภาวะอ่อนแอ แม่น้ำสายนี้ก็ยังคงทรงพลังเนื่องจากมีผู้คนกว่า 60 ล้านคนที่ยังคงพึ่งพิงแม่น้ำสายนี้ในการหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ในปี 2019 […]