ทุ่งมัวร์แห่ง สกอตแลนด์ - National Geographic Thailand

ทุ่งมัวร์แห่งสกอตแลนด์

ทุ่งมัวร์แห่ง สกอตแลนด์

เวลา 18.00 น. ตรงของวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 2015 ในเมืองคิงกุสซี  สกอตแลนด์ จอร์จ พีรี ตัวแทนผู้ได้รับมอบหมายจากเอริก ฮีเรมา ผู้ประกอบการชาวดัตช์  เข้าครอบครองบาลาวิลต่อจากอัลแลน แมกเฟอร์สัน-เฟลตเชอร์ ผู้เป็นเจ้าของเดิม การซื้อขายมูลค่าราว 6.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้แปลความได้ว่า ที่ดิน 28 ตารางกิโลเมตร พร้อมคฤหาสน์หินสีเทายุคศตวรรษที่สิบแปดซึ่งออกแบบโดยโรเบิร์ต แอดัม  ตลอดจนทุ่งมัวร์ที่แผ่กว้างเป็นเนินสูงๆต่ำๆ  แม่น้ำสเปย์ช่วงยาวห้า กิโลเมตรที่พาดผ่าน รวมทั้งซาราห์ ผีผู้สิงสถิตอยู่ที่นี่ จะไม่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกตกทอดต่อเนื่องในตระกูลมายาวนาน 225 ปีอีกต่อไป

“ที่ผ่านมาแม้จะเป็นวิถีชีวิตที่ดีเลิศ แต่ถึงเวลาแล้วครับ” แมกเฟอร์สัน-เฟลตเชอร์ บอกในเวลาต่อมา ระหว่างจิบวิสกี้  ในกระท่อมชาวไร่ที่บูรณะใหม่ตรงมุมหนึ่งของที่ดิน ซึ่งเขายังเก็บรักษาไว้ให้ตนเองกับมาจอรีผู้เป็นภรรยา น้ำเสียงของแมกเฟอร์สัน-เฟลตเชอร์ ชายผมขาวผู้อบอุ่นอ่อนโยน ฟังดูโล่งอก

แมกเฟอร์สัน-เฟลตเชอร์ ในวัย 65 ปีและพร้อมแล้วที่จะเกษียณบอกว่า ลูกๆ “ฉลาดแล้ว” ที่ไม่สนใจรับช่วงเป็นเจ้าของต่อ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาบั่นทอนทั้งหัวใจและกระเป๋าสตางค์ “หนทางเสียเงินที่รวดเร็วที่สุดคือการถือครองที่ดินในไฮแลนด์” เขาเหน็บแนม  ท้ายที่สุด รัฐสภาสกอตแลนด์ก็มีแผนจะดันร่างกฎหมายปฏิรูปที่ดินออกมา ซึ่งจะส่งผลให้การถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินขนาดใหญ่เช่นนี้มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่วและยากลำบากมากขึ้น แผนการนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความตึงเครียดทางชนชั้นที่ยืดเยื้อมายาวนาน และการถกเถียงว่าด้วยอนาคตของทุ่งมัวร์ (moor) ซึ่งเป็นภูมิทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของสกอตแลนด์

ทุ่งมัวร์เช่นทัศนียภาพนี้ที่มองเห็นจากสกอร์ชวท ยอดเขายอดหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์ เป็นภูมิทัศน์ที่เรียบง่าย โล่งกว้าง และแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อย ความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ การอนุรักษ์ และการบริหารจัดการ ซ่อนเร้นอยู่ใต้พื้นผิวของพื้นที่ที่ได้รับการดูแลเหล่านี้

เพื่อเตรียมต้อนรับเจ้าของใหม่ ข้าวของในบ้านถูกขนย้ายออกไปจนเหลือแต่พื้นไม้เนื้อแข็งกับผนังบุไม้ ภาพเขียนบรรพบุรุษถูกปลดลงมา ข้าวของในตู้เสื้อผ้าถูกเก็บออกไปเกลี้ยง ทั้งเสื้อโค้ท กางเกง หมวกแก๊ป และเสื้อกั๊ก นอกจากนี้ยังมีบรรดาหัวสัตว์ที่มีตาเป็นลูกแก้วซึ่งประดับอยู่ตามฝาผนัง (กวางตัวผู้ กาเซลล์ ควายป่าแอฟริกาสองตัว และนกต่างๆที่ล่าเป็นเกมกีฬา)  โต๊ะอาหารไม้มะฮอกกานี ชุดถาดเสิร์ฟเนื้อเป็นเงินพร้อมฝาครอบ และเชิงเทียนหรูหลากกิ่งก้าน ทั้งหมดถูกนำไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ

แทนที่จะทำเป็นรีสอร์ตล่าสัตว์ตามธรรมเนียมอังกฤษขนานแท้ที่ซึ่งลูกค้ายอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อท่องทุ่งมัวร์ ล่ากวางแดง ยิงไก่ป่า และตกปลาแซลมอน บาลาวิลจะกลายเป็นบ้านพักของครอบครัว แฮนนาห์ ฮีเรมา ภรรยาของผู้ซื้อ บอกว่าจะใช้ตัวคฤหาสน์เป็นที่ให้ “เด็กๆไว้วิ่งเล่น”  (เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา  เจ้าของใหม่ได้ยื่นคำร้องซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาขณะที่เขียนสารคดีเรื่องนี้ เพื่อขอปรับเปลี่ยนกลุ่มอาคารในไร่ให้เป็นศูนย์นักท่องเที่ยวที่มีร้านกาแฟ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับจัดงานต่างๆ และลานจอดรถที่สามารถรองรับรถได้ 140 คันสำหรับรถยนต์และรถบัส  ชุมชนในละแวกใกล้เคียงกังวลถึงผลกระทบด้านลบต่อหมู่บ้านของพวกเขา ต่างต่อต้านไม่เห็นด้วย

โคลิน เมอร์ด็อก ซึ่งบริหารจัดการประชากรกวางที่นิคมเรอแร็กฟอร์เรสต์ใกล้กับล็อกคาร์รอน ให้อาหารกวางเพื่อกระตุ้น การเจริญเติบโตของเขากวาง นอกเหนือจากบริการล่ากวางแล้ว นิคมแห่งนี้ยังจัดทัวร์ท่องธรรมชาติเป็นรายได้เสริม

บาลาวิลตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาและพื้นที่สูงที่เรียกว่า สกอตติชไฮแลนด์  ฟากหนึ่งขนาบด้วยแม่น้ำสเปย์ อีกฟากขนาบด้วยเทือกเขาโมนาลีแอท พื้นที่ 24 ตารางกิโลเมตรจากทั้งหมด 28 ตารางกิโลเมตรของบาลาวิลเป็นทุ่งมัวร์  ซึ่งเป็นภูมิทัศน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  และถูกกระหน่ำจากพายุทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบเดียวกับที่พัดพาบาลาวิลไปสู่อ้อมแขนผู้ซื้อชาวต่างชาติ (เมื่อค่าเงินปอนด์ตกลงภายหลังสหราชอาณาจักรลงคะแนนเสียงออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป การกว้านซื้อที่ดินในสกอตแลนด์มาไว้ในครอบครองโดยเงินตราต่างชาติก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในปี 2015 และ2016 ผู้ซื้อจากนานาชาติคว้าที่ดินครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 16 แปลงที่ประกาศขาย)

ทุ่งมัวร์เป็นภูมิทัศน์เรียบโล่ง  มีแต่พรรณไม้พุ่มและทุ่งหญ้าที่ลมพัดกระหน่ำ ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งตา นอกจากนี้ คำว่าทุ่งมัวร์ยังรวมถึงทุ่งฮีทที่แห้งกว่าในเขตไฮแลนด์ และภูมิทัศน์ที่ชุ่มน้ำกว่าของพรุในหลายพื้นที่ของสกอตแลนด์

ห้องบอลรูมกวางที่นิคมมาร์ลอดจ์ ซึ่งประดับด้วยเขากวางทั้งสิ้น 2,435 กิ่ง สร้างขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1890 เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานสังสรรค์ทางสังคม ปัจจุบันห้องนี้ใช้จัดงานแต่งงานเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้ ทุ่งมัวร์ยังเป็นจุดขายบนแผ่นพับประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของสำนักงานท่องเที่ยวสกอตแลนด์  ผลการสำรวจโดยรัฐบาลพบว่า  ผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อมโยงทุ่งมัวร์ที่ปกคลุมไปด้วยดอกเฮเทอร์สีม่วง  ล็อก (loch) หรือทะเลสาบ และกวางแดงที่ปรากฏอยู่ในทิวทัศน์อันงดงามว่า  เป็นภูมิทัศน์ที่สะท้อนความเป็นสกอตแลนด์   ภูมิทัศน์แบบทุ่งมัวร์ซึ่งดูเหมือนเป็นอย่างที่เห็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร  แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ทุ่งมัวร์ “เป็นพื้นที่ธรรมชาติ ไม่ใช่ที่รกร้าง” ดังคำกล่าวของแอดัม สมิท นักชีววิทยา ผู้อำนวยการองค์การกองทุนเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการล่าสัตว์ในสกอตแลนด์ (Game and Wildlife Conservation Trust) ในการรักษาพื้นที่ทุ่งมัวร์เฮเทอร์ให้เป็นดังเดิมจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการโดยการเลือกเผาเป็นจุดๆ เป็นระยะๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ป่างอกเงยขึ้นมาปกคลุมภูมิประเทศ

การแทะเล็มหญ้ามากเกินไปของกวางและแกะ การบุกรุกแผ่ขยายของป่าละเมาะ และการอนุรักษ์เขตแดนส่วนหนึ่งไว้เป็นพื้นที่ป่าไม้ ทำให้สกอตแลนด์สูญเสียพื้นที่ทุ่งเฮเทอร์ไปมากกว่าร้อยละ 25 นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา แต่การสูญเสียนี้น่ากังวลหรือไม่ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล การก้าวเข้าไปในทุ่งมัวร์คือการก้าวลงไปจมอยู่ในบึงแห่งการต่อสู้ช่วงชิง ความขุ่นเคือง และการเรียกร้องความเที่ยงธรรม ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นตรงกัน  แต่นักวิทยาศาสตร์อย่างสมิทแย้งว่าทุ่งมัวร์เป็นหนึ่งในถิ่นอาศัยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดในบริเตน นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดคือการท่องเที่ยว  รวมทั้งผลประโยชน์เชิงสิ่งแวดล้อม เพราะทุ่งมัวร์ชุ่มน้ำซึ่งได้แก่ทุ่งมัวร์ที่ประกอบด้วยพรุพีต (peat bog) เป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอน ดังนั้นจึงช่วยบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เรื่อง เคที นิวแมน
ภาพถ่าย จิม ริชาร์ดสัน

เรื่องแนะนำ

ข้าคือแม่น้ำ… แม่น้ำคือข้า – นิวซีแลนด์มอบสถานะบุคคลให้แม่น้ำของ ชาวเมารี

“แม่น้ำสายใหญ่ ไหลจากเทือกเขาลงสู่ทะเล ข้าคือแม่น้ำ แม่น้ำคือข้า” ด้วยคำกล่าวนี้ ชนเผ่าเมารีแห่งฟังกานุยในนิวซีแลนด์ประกาศสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาด ของตนกับแม่น้ำที่เปรียบดังบรรพชน แม่น้ำสายนี้เกิดจากทุ่งหิมะของภูเขาไฟสามลูกทางตอนกลางของเกาะเหนือ ชนเผ่าเมารีกลุ่มต่างๆ มีตำนานเล่าขานว่า น้ำตาหยดหนึ่งของนภบิดรหรือเทพแห่งท้องฟ้าตกลงสู่ตีนเขาลูกที่สูงที่สุดในบรรดาขุนเขาเหล่านี้ นั่นคือภูเขารัวพีฮูอันโดดเดี่ยว และแม่น้ำสายนี้จึงถือกำเนิดขึ้น แม่น้ำที่เอ่อท้นเพราะได้น้ำจากแควมากมายไหลคดเคี้ยวดุจปลาไหลแหวกว่ายผ่านแดน แห่งขุนเขา ตลอดระยะทาง 290 กิโลเมตรสู่ทะเล หากเดินทางตามถนนสูงชันเลียบแม่น้ำสายนี้ เราจะเห็นนักพายเรือแคนูลอยล่องไปตามช่วงที่นิ่งสงบของแม่น้ำ เป็นหนึ่งเดียวกับกระแสน้ำ กิ่งไม้ใบไม้ และฟองคลื่นขาว ก่อนจะจ้วงไม้พายลึกทะยานผ่านช่วงที่สายน้ำเชี่ยวกราก นี่คือแม่น้ำที่ชนพื้นเมืองแห่งฟังกานุยควบคุม ดูแล และพึ่งพามากว่า 700 ปี นี่คือ อาวาทูพัว แม่น้ำแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา แต่เมื่อผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปมาถึงในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า อำนาจตามประเพณีของชนเผ่าต่างๆก็ถูกลดทอน และท้ายที่สุดก็สูญสิ้นไปด้วยกฎหมายของรัฐบาล นับแต่นั้น ชนพื้นเมืองได้แต่เฝ้ามองแม่น้ำของพวกเขาทรุดโทรมและถูกย่ำยี แก่งน้อยใหญ่ ถูกระเบิดเพื่อเปิดร่องน้ำให้เรือกลไฟของนักท่องเที่ยวแล่นได้สะดวกขึ้น และเปิดทางสู่การยึดครองที่ดินที่อยู่ลึกเข้าไป กรวดก้นแม่น้ำถูกขุดไปทำหินโรยทางรถไฟและทำถนน ที่น่าเศร้าที่สุดคือน้ำจากต้นน้ำถูกผันไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่ขยายตัว ทำให้กระแสน้ำตามธรรมชาติในลำน้ำตอนบนแห้งเหือด ซึ่งถือเป็นการดูหมิ่นทางวัฒนธรรมอย่างถึงแก่น เพราะตามคติความเชื่อของเมารี หัวคือส่วนศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของบุคคล และสำหรับพวกเขา แม่น้ำสายนี้คือบุคคล เป็น ทูพูนา หรือบรรพบุรุษคนหนึ่งจริงๆ แต่เมื่อวันที่ 20 มีนาคม […]

ภาวะโลกร้อนทำลายสุขภาพเด็กทั่วโลก และเป็นภัยคุกคามไปจนชั่วชีวิตของพวกเขา

งานศึกษาครั้งใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เด็กที่เพิ่งเกิดใหม่ต้องพบกับความไม่มั่นคงทางอาหาร การแพร่ระบาดของโรค มลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ภาวะอากาศสุดขั้ว ทำให้พวกเขาใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก จนอาจป่วยง่ายและตายเร็วขึ้น โฉมหน้าที่แท้จริงของภาวะโลกร้อนไม่ใช่น้ำแข็งขั้วโลกละลายหรือหมีขั้วโลกไร้ที่อยู่อาศัย แต่เป็นชะตากรรมของลูกหลานของเราเอง เด็กที่เกิดในวันนี้จะป่วยเร็วขึ้นและตายเร็วขึ้น เนื่องจากผลกระทบที่ส่งผลต่อร่างกายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามรายงานการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ 120 คนจาก 35 สถาบันทั่วโลกที่เผยแพร่ในวารสาร Lancet เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2019 ใจความสำคัญของรายงานระบุว่า เนื่องจากอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น เด็กที่เกิดใหม่ในช่วงนี้อาจประสบปัญหาภาวะทุพโภชนาการ ปัญหาราคาอาหารแพงจนไม่สามารถเข้าถึงได้ การแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่กระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น ปัญหามลภาวะทางอากาศ (PM 2.5) ที่ย่ำแย่ลงทุกขณะ และภาวะภูมิอากาศสุดขั้วที่จะรุนแรงขึ้นเมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศนี้จะส่งผลต่อสุขภาพเด็กตั้งแต่เกิดจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ โดยทางแก้ปัญหานี้ คือโลกต้องรักษาข้อตกลงปารีสที่ไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส อันจะส่งผลให้อากาศสะอาดขึ้น บ้านเมืองสะอาดขึ้น และภัยธรรมชาติอาจลดความรุนแรงลง แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น เด็กๆ ที่เพิ่งเกิดมาใหม่จะต้องพบกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหาร การแพร่กระจายของเชื้อโรคที่กินวงกว้างและรุนแรง สภาพมลพิษทางอากาศย่ำแย่ และภัยธรรมชาติที่พร้อมเกิดขึ้นอย่างรุนแรงทุกเมื่อ ความไม่มั่นคงทางอาหาร เนื่องการจากเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรราคาแพงขึ้น เช่นในประเทศอียิปต์ ราคาขนมปังในขณะนี้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 และตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการผลิตผลทางการเกษตรลดลงต่อเนื่อง […]

ภารกิจเสี่ยงตายบนภูเขาไฟ

ภารกิจเสี่ยงตายบนภูเขาไฟ จินตนาการถึงการทำงานใกล้กับปากปล่องภูเขาไฟอันร้อนระอุ ภารกิจดังกล่าวคงไม่สะดวกสบายนัก ทีมนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้เอาชีวิตของตนเองมาเสี่ยงเพื่อเก็บตัวอย่างของลาวาที่พวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟนีรากองโก (Nyiragongo) ในประเทศคองโก สำหรับการศึกษาเกี่ยวกับแกนโลกให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ร่วมติดตามการทำงานของพวกเขาผ่านภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายทอดความสวยงามและยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟโดย Darren Aronofsky ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง และติดตามเรื่องราวของการกำเนิดโลกใบนี้เพิ่มเติมได้ในซีรี่ส์สารคดีชุด One Strange Rock ที่จะพาคุณผู้อ่านไปสำรวจกับสถานที่สุดพิเศษที่ไม่มีที่ไหนเหมือนในจักรวาล นั่นคือโลกของเราเอง   อ่านเพิ่มเติม 13 สิ่งที่ทำให้กำเนิดชีวิตขึ้นบนโลก