ขยะพลาสติก: ภัยคุกคามใหม่แห่งท้องทะเล -- เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

ขยะพลาสติก :  ภัยคุกคามใหม่แห่งท้องทะเล

ขยะพลาสติก :  ภัยคุกคามใหม่แห่งท้องทะเล

ลูกปลาเกิดใหม่กำลังกิน ขยะพลาสติก ขนาดจิ๋วแทนอาหาร หากลูกปลาตาย ปลาใหญ่จะมีจำนวนน้อยลง และนั่นอาจสะเทือนห่วงโซ่อาหารได้

เมื่อไม่นานมานี้ ฉันไปดำน้ำแบบสนอร์เกิลในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะโอวาฮูราว 750 เมตร สันเกาะช่วงนี้ลาดชันทีเดียว และพื้นทะเลก็หายไปอย่างรวดเร็วใต้ท้องเรือที่กำลังแล่นไปยังจุดดำน้ำ ตามปกติทิวเขาจะช่วยบังผืนน้ำบริเวณนี้จากลมค้า แต่วันนั้นสายลมอ่อนก่อให้เกิดคลื่นเบาๆ ทำให้ฉันเกือบพลาดสิ่งที่ตั้งใจมาดู นั่นคือคราบมันบางๆบนผิวน้ำซึ่งอุดมไปด้วยอนุภาคอินทรีย์ ที่ลูกปลาเกิดใหม่ใช้เป็นแหล่งอาหารและดิ้นรนเอาชีวิตรอดในช่วงสัปดาห์แรกๆของชีวิต

ฉันจุ่มหน้าลงในคราบมันนั้น รู้สึกเหมือนกำลังมองเข้าไปในแหล่งอนุบาลปลา ไข่ปลาลอยฟ่องเหมือนโคมไฟดวงจิ๋ว ถุงไข่แดงวับวาวกลางแสงแดด ตัวอ่อนปลาขนาดเท่าแมลงเต่าทองพุ่งไปมา ปลาสลิดหินบั้งขนาดเท่าปลายนิ้วที่ว่ายผ่านไปดูตัวใหญ่ขึ้นมาทีเดียว เบื้องล่างเราคือฝูงปลาตาโตหน้าตาเหมือนปลาแมกเคอเรลแต่ตาโตกว่า ขนาด 30 เซนติเมตร พวกมันกินทุกอย่างที่โชคร้ายเกิดมามีขนาดเล็ก

มัคคุเทศก์ของฉันวันนั้นคือเจมิสัน โกฟ นักสมุทรศาสตร์ และโจนาทาน วิตนีย์ นักชีววิทยาด้านปลาจากสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา ในโฮโนลูลู พวกเขาทำโครงการวิจัยที่มุ่งศึกษาฉากอันสับสนวุ่นวายนี้มาเกือบสามปีแล้ว

สิ่งที่โกฟและวิตนีย์ค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ และสิ่งที่เดวิด ลิตต์ชวาเกอร์ ถ่ายภาพได้จากตัวอย่างน้ำที่พวกเขาเก็บมา คือคราบมันนอกชายฝั่งฮาวายไม่ได้มีแค่ปลากับอาหารปลาเท่านั้น แต่ยังมีไมโครพลาสติก หรือขยะพลาสติกขนาดเล็กจิ๋วของมนุษย์รวมอยู่ด้วย และมีมากเสียจนตัวอ่อนปลากินมันในวันแรกๆของชีวิต

สำหรับลูกปลาแรกเกิด การกินคือการอยู่รอดต่อไปอีกวัน แต่ถ้าอาหารมื้อแรกคือขยะพลาสติก พวกมันจะไม่ได้พลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตพอที่จะอยู่รอดไปถึงวันที่สอง “พวกมันต่อสู้อย่างหนักกว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้ครับ” โกฟบอกและเสริมว่า “พวกมันฟักออกจากไข่ พบคราบมัน กินและเติบโต นี่คือปลาหนึ่งในสิบของหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่มาได้ขนาดนี้ พวกมันคือผู้โชคดี แล้วขยะพลาสติกก็ดันเข้ามาเสียนี่”

ขยะพลาสติก
ถุงมือสีฟ้ายังอยู่ในน้ำไม่นานพอที่จะมีชะตากรรมเดียวกับพลาสติกในมหาสมุทรส่วนใหญ่ ซึ่งถูกคลื่นและแสงแดดกัดกร่อนจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย หรือไมโครพลาสติก ด้านล่างนิ้วโป้งคือตัวอ่อนปลาใบขนุน ส่วนตัวที่เป็นลายทางตรงโคนนิ้วชี้คือปลาอีโต้มอญ
ขยะพลาสติก
คราบมันที่เกิดตามธรรมชาติบนผิวน้ำ ซึ่งปลาในมหาสมุทรหลายชนิดอาศัยเป็นแหล่งหากินจนเจริญเติบโต อุดมไปด้วยแพลงก์ตอนและอาหารปลาอื่นๆ และตอนนี้ก็รวมถึงพลาสติกด้วย ในภาพนี้คือปลาวัวหางพัดที่อายุราว 50 วันและมีความยาวห้าเซนติเมตร กำลังแหวกว่ายอยู่ในซุปพลาสติก

ขยะพลาสติกซึ่งส่วนใหญ่มาจากแม่น้ำหรือถูกทิ้งขว้างบนบก ไหลลงสู่มหาสมุทรในอัตราเฉลี่ยประมาณปีละเก้าล้านตัน ตามผลการศึกษาเมื่อปี 2015 ของเจนนา แจมเบ็ก จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย แสงแดด ลม และคลื่น ค่อยๆกร่อนทำลายพลาสติกในมหาสมุทรให้เป็นเศษเสี้ยวที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น หนึ่งในสิ่งที่เรายังไม่รู้และเป็นข้อวิตกใหญ่หลวงที่สุดคือ ไมโครพลาสติกซึ่งมีขนาดไม่ถึงห้ามิลลิเมตรเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อปลาอย่างไรบ้าง

ปลาคือแหล่งโปรตีนสำคัญของผู้คนเกือบสามพันล้านคน รวมทั้งนกทะเลและสัตว์ทะเลอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน แต่ผลการสำรวจชี้ว่า ประชากรปลาทั่วโลกลดลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 1970 การลดลงส่วนใหญ่เกิดจากการทำประมงเกินขนาด แต่มลพิษรวมถึงน้ำที่อุ่นขึ้นและกลายเป็นกรดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ส่งผลกระทบมากขึ้นด้วย

ปลาส่วนใหญ่ในมหาสมุทรเป็นพ่อแม่ที่แย่ พวกมันปล่อยไข่หลายพันหรือกระทั่งหลายล้านฟองกับสเปิร์มลงสู่มหาสมุทรอันไพศาลโดยไม่เคยเห็นหน้าลูกเลย เมื่อไข่ฟักเป็นตัวในอีกวันสองวันต่อมา ลูกปลาก็ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง

ปลาที่เพิ่งฟักเป็นตัวจะดูผิดรูปผิดร่าง หัวใหญ่เกินขนาด หางแทบไม่มี พวกมันต้องกินเป็นพายุบุแคมเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต ขณะที่ลูกมนุษย์พัฒนาร่างกายในมดลูก พัฒนาการหลักๆของปลาจะเกิดหลังลืมตาออกมาดูโลกที่โหดร้ายแล้ว

“ปลาฟักตัวเร็วสุดๆครับ” วิตนีย์บอก “พวกมันมีสมองขนาดเล็ก ครีบบางส่วนยังไม่มีด้วยซ้ำ ตับก็ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ระบบการได้ยินหรือการเห็นก็ด้วย พวกมันพัฒนาแค่ครึ่งๆกลางๆเท่านั้น แต่ว่ายน้ำ กินอาหาร และป้องกันตัวเองได้เป็นอย่างดีครับ”

ลูกปลาส่วนใหญ่ตายเพราะสัตว์นักล่าหรือการอดอาหาร “นั่นคือเหตุผลที่ปลาวางไข่จำนวนมากมายมหาศาลค่ะ” ซู สปอนอเกิล นักนิเวศวิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยออริกอนสเตต ผู้เชี่ยวชาญเรื่องชีวิตในระยะแรกๆของปลา บอก

ระยะตัวอ่อนนั้นอันตรายทุกย่างก้าว เริ่มจากความจำเป็นที่ตัวอ่อนปลาต้องหาอาหาร ซึ่งพวกมันจะหาได้จากคราบมันบนผิวน้ำที่ส่วนใหญ่ก่อตัวอยู่ในภูมิภาคชายฝั่งทั่วโลก ที่ใดก็ตามที่กระแสน้ำ น้ำขึ้นลง หรือคลื่นใต้น้ำทำให้ไขอินทรีย์ที่ลอยอยู่มารวมตัวและจับตัวกัน

ตัวอ่อนปลาบางส่วนว่ายน้ำไปหาคราบมัน บางส่วนลอยล่องไป เช่นเดียวกับไข่ที่ยังไม่ฟัก สัตว์นักล่ามารวมตัวกันบนคราบมันด้วย ถ้าลูกปลาหาทางหลบเลี่ยงการถูกกินและหาอาหารได้มากพอ มันจะมีความยาวราวห้าเซนติเมตรตอนบ่ายหน้ากลับไปยังถิ่นอาศัยถาวรของมัน หากกระแสน้ำเป็นใจ ก็จะพาพวกมันไปส่งถึงที่ หากกระแสน้ำไม่เป็นใจ ก็จะพัดพวกมันออกสู่ทะเล ชีวิตตัวอ่อนปลาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายตั้งแต่ยังไม่เจอขยะพลาสติกแล้ว

ขยะพลาสติก
หยดน้ำที่ได้จากผิวน้ำในช่องแคบอังกฤษมีคริลล์หน้าตาคล้ายกุ้งที่ยาวราวแปดมิลลิเมตร ครัสเตเชียน ขนาดเล็กกว่าที่มีขาสิบขา และดาวทะเลสีส้มที่เพิ่งโผล่ออกจากระยะตัวอ่อนที่เป็นเยื่อบางๆลอยน้ำ แผ่นสีขาวและใยสีแดงลุ่ยๆทางขวาคือพอลิเอทิลีน แต่สำหรับลูกปลา นี่อาจดูคล้ายอาหารเช่นกัน
ขยะพลาสติก
ตารางที่วาดบนจานเพาะเลี้ยงช่วยให้เจ้าหน้าที่เทคนิคของโนอาตรวจตัวอย่างและจำแนกสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้ เช่น ตัวอ่อนปลาสลิดหินบั้งทางซ้าย ซึ่งอยู่นอกแถวกลาง ช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้งหมดนี้กว้างหนึ่งเซนติเมตร
ขยะพลาสติก
นอกชายฝั่งฮาวาย  การลากตาข่ายดักปลานานแปดนาทีครั้งหนึ่งของนักวิจัยได้สิ่งมีชีวิต (ซ้าย) และพลาสติก (ขวา) จำนวนมาก ซึ่งถูกกระแสน้ำที่บรรจบกันพัดเข้าไปในคราบมันบนผิวน้ำ เจ้าหน้าที่เทคนิคจะใช้แหนบแยกพวกมันในห้องปฏิบัติการ โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะนับและวัดขนาดชิ้นส่วนพลาสติกแต่ละชิ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่เทคนิคใช้กล้องจุลทรรศน์จำแนกชนิดสัตว์ต่างๆ

วิทยาศาสตร์ยังไม่รู้แน่ชัดว่า พลาสติกเหล่านั้นก่ออันตรายอย่างไร แต่การทดสอบในห้องปฏิบัติการพบเงื่อนงำบางอย่าง พลาสติกลดความอยากอาหารและอัตราการเติบโตของปลาที่กินพลาสติกเข้าไป นั่นอาจส่งผลต่อการสืบพันธุ์และจำนวนประชากรได้ในที่สุด

ในห้องปฏิบัติการ วิตนีย์กับโกฟดูแลการผ่าตัวอ่อนปลากว่า 650 ตัว ส่วนใหญ่มีความยาวระหว่าง 8 ถึง 13 มิลลิเมตร พวกเขาพบพลาสติกในตัวอ่อนปลาร้อยละ 8.6 ที่จับได้ในคราบมัน นั่นฟังดูเหมือนไม่มาก และปลาที่อยู่ด้านนอกคราบมันก็มีพลาสติกน้อยกว่านั้นครึ่งหนึ่ง แต่นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการเอาชีวิตรอดของตัวอ่อนปลา อาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงของประชากรปลาซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นทอดๆขึ้นไปตามห่วงโซ่อาหาร

เรื่อง ลอรา ปาร์กเกอร์ 

ภาพถ่าย เดวิด ลิตต์ชวาเกอร์

อ่านสารคดีฉบับเต็มได้จาก นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม 2562 

 


อ่านเพิ่มเติม

การทำความสะอาดชายหาดไม่อาจเก็บขยะพลาสติกจำนวนหลายล้านชิ้น

 

เรื่องแนะนำ

รับมือไฟป่า ได้เร็วขึ้น ด้วยระบบ Sensor IOT

ทำไม…ต้องเข้าป่าเพื่อไปติดตั้งเสาสัญญาณ ทำไม…ถึงต้องเดินทางไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย กับภารกิจเดินเท้าเข้าป่า… เพื่อ รับมือไฟป่า ด้วยเทคโนโลยี Sensor IOT ปัญหาไฟป่าทางภาคเหนือที่ลุกลามอย่างหนักเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้หลายหน่วยงานเริ่มตระหนักถึงความรุนแรงที่อาจทวีเพิ่มมากขึ้นหากเรายังไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ล่าสุดก็มีข่าวดีเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างทีม AIS NEXT ร่วมกับหน่วยงานวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศ ญี่ปุ่น ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำเพื่อช่วยแก้ปัญหาและ รับมือไฟป่า ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งนี้คืออุปกรณ์ตรวจจับการเกิด ไฟป่าที่มีชื่อว่า “Sensor IOT” ซึ่งดำเนินการภายใต้โครงการ “โครงการดาวเทียม IOT เพื่อตรวจจับไฟป่า” รู้เร็ว จัดการเร็ว ก็จบปัญหา และ รับมือไฟป่า ได้เร็ว ทีม AIS NEXT เริ่มทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในสังคมมาได้สองปีแล้ว ปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องไฟป่า อันเนื่องมาจากสถานการณ์ไฟป่าที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อช่วงต้นปี 2563 ทำให้ต้องลงมือศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะผลกระทบจากไฟป่าเริ่มคุกคามเข้ามาสู่เมือง วันนี้จึงต้องเริ่มต้นให้เกิดองค์ความรู้ก่อน ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว สิ่งสำคัญคือต้องทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน “รู้เร็ว” นี่คือหัวใจหลักของโครงการนี้ ขั้นตอนต่อไปก็เป็นเรื่องการจัดการกำลังพลของเจ้าหน้าที่ให้ “จัดการเร็ว” ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจมีการนำอากาศยานไร้คนขับมาร่วมจัดการด้วยอีกทางหนึ่ง โดยตอนนี้กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้กันอยู่ การทำงานของอุปกรณ์ตรวจจับการเกิดไฟป่า “Sensor IOT” […]

เกรียตา ทุนแบร์ย เด็กสาววัย 16 ผู้ปลุกเยาวชนโลกออกเดินขบวนเพื่อต้านภาวะโลกร้อน

เพราะคนในรุ่นของเธอคือผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ผู้ใหญ่ได้ก่อเอาไว้อย่างใหญ่หลวง เกรียตา ทุนแบร์ย ตัดสินใจจัดการประท้วงเดี่ยวต่อรัฐบาลบ้านเกิดของเธอให้จัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง จนเป็นแรงบันดาลให้มีการเดินขบวนด้วยจุดประสงค์เดียวกันจากเยาวชนนับล้านคนทั่วโลก เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา เหล่าเยาวชนประมาณ 1.4 ล้านคน จาก 100 ประเทศทั่วโลก อาทิ เยอรมนี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเยียม ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา พร้อมใจกันหยุดเรียนเพื่อเข้าร่วมการประท้วงในระดับนานาชาติ ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ชาวโลกสนใจมหันตภัยของโลกที่ใกล้เข้ามาอย่าง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ” พวกเขารวมตัว ชูป้ายประท้วง ร้องรำทำเพลงและตะโกนในสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องเพื่อแสดงออกถึงสิ่งที่พวกเขาวิตกกังวลไปยังบรรดาผู้มีอำนาจบนโลกให้ตระหนักถึงปัญหานี้ “เราคือคนรุ่นแรกที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยิ่งยวด และเราจะเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่ออกมาทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้” – นาเดีย นาซาร์ หนึ่งในผู้จัดการประท้วงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวไว้ในการประท้วงครั้งนี้ การนัดประท้วงของเยาวชนในระดับนานาชาตินี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการประท้วงในเดือนสิงหาคม ปี 2018 โดย เกรียตา ทุนแบร์ย เด็กหญิงชาวสวีเดน วัย 16 ปี ที่ออกมาประท้วงเรียกร้องด้านนอกรัฐสภาในกรุงสต็อกโฮล์มเพื่อให้ผู้นำประเทศของเธอรับรู้ถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และออกมาตรการที่แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเกรียตาเรียกการประท้วงครั้งนี้ว่า “การประท้วงหยุดเรียนเพื่อสภาพภูมิอากาศ ” (School Strike for […]

ระดับน้ำแม่น้ำโขงต่ำที่สุดในรอบ 100 ปี และส่งผลสะเทือนใหญ่หลวงต่อธรรมชาติ

(ภาพปก) ภัยแล้งและเขื่อนต้นน้ำได้ลดระดับน้ำของแม่น้ำโขงให้ต่ำที่สุดในรอบร้อยปี และส่งผลกระทบต่อการวางไข่ของปลา อันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อแหล่งอาหารในภูมิภาคนี้ ภาพถ่ายโดย BEN DAVIES/LIGHTROCKET/GETTY ภาวะของภัยแล้งหลากหลายรูปแบบ และความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องของต้นน้ำของ แม่น้ำโขง อาจเป็นสาเหตุของภัยพิบัติในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ภัยแล้งอันรุนแรงที่เป็นเหตุให้ระดับน้ำของ แม่น้ำโขง แม่น้ำสายใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีระดับต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 100 ปี ครั้งนี้ สามารถส่งผลร้ายต่อบรรดาสัตว์น้ำ เช่นเดียวกับผู้คนนับสิบล้านคนที่อาศัยและทำมาหากินริมแม่น้ำ วิกฤตครั้งนี้เกิดจากฝนมรสุม (Monsoon Rain) ซึ่งมักเริ่มขึ้นปลายเดือนพฤษภาคมในภูมิภาคลำน้ำโขงไม่ตกต้องตามฤดูกาล ประกอบกับภาวะแห้งแล้งซึ่งมีที่มาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของโลกที่ได้ดำเนินมาจนถึงช่วงกรกฎาคม ทางด้านบรรดานักสังเกตการณ์กล่าวว่า สถานการณ์นี้ได้ย่ำแย่ยิ่งขึ้นเมื่อเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำในประเทศจีนและลาวได้กักเก็บน้ำเอาไว้เพื่อกิจการภายในประเทศตัวเอง บรรดาชาวนาในภูมิภาคนี้ไม่สามารถปลูกข้าวได้ดังเช่นเมื่อก่อน และเกรงว่าผลผลิตจะลดลงในฤดูเก็บเกี่ยว อีกทั้งปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลน้อยลงได้ส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ของปลาในลุ่มน้ำโขง เนื่องจากโดยปกติแล้ว บรรดาปลาจะอาศัยระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้เพื่อวางไข่ แต่ในปีนี้ มีการพบร่องรอยของการขยายพันธุ์ของปลาเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่า ทั้งภัยแล้งและการขัดขวางกระแสน้ำในแม่น้ำโขงกำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ปกติยิ่งมากขึ้น และอาจนำมาสู่การล่มสลายของระบบนิเวศทั้งหมด วงจรน้ำท่วม (Flood Pulse) แม่น้ำโขงมีจุดกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบต และไหลผ่านประเทศในทวีปเอเชีย 6 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ จีน เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ ที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงเป็นบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโลกของบรรดาปลาน้ำจืดที่ […]

Explorer Awards 2019 : ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

“ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนโลก คุณต้องเริ่มจากการไปตามหาโลก ไปเรียนรู้จากโลก ไปเข้าใจโลก ไปสำรวจโลก จนกว่าโลกจะเปลี่ยนตัวคุณ คุณถึงจะเปลี่ยนโลกได้” คือนิิยามของคำว่า การสำรวจ ของ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล นักเขียน และนักส่ื่อสาร ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงผลักดันโครงการอนุรักษ์ทะเลมากมายที่สัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรม