ขยะทะเล ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป - National Geographic Thailand

ขยะทะเล ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป

ผลกระทบของขยะทะเลเกิดขึ้นอย่างชัดเจนต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ จนสามารถเรียกความสนใจจากประชาคมโลกให้หันกลับมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง หลายๆ ประเทศเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ผู้ผลิต ไปจนถึงปลายน้ำ อย่างผู้บริโภคลำดับสุดท้าย เพราะทุกคนมีส่วนทำให้ปริมาณขยะในทะเลเกิดขึ้น

ขยะทะเล คือของเสียที่เกิดจากมนุษย์ที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเลทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งขยะดังกล่าวเป็นขยะพลาสติกมีน้ำหนักเบา และไม่สามารถย่อยสลายได้ในเวลาที่สั้นจึงถูกพัดพาไปในที่ที่ห่างไกลจากแหล่งกำเนิด โดยคลื่น ลม กระแสน้ำ และน้ำขึ้น-น้ำลง

เศษขยะประเภทต่างๆ เป็นปัญหาของชายหาดและท้องทะเลทั่วโลก

ขยะพลาสติกส่วนใหญ่ประกอบด้วยของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ถุงพลาสติก ขวดพลาสติก ภาชนะใส่อาหารประเภทต่างๆ และวัสดุที่ใช้ในการบรรจุหีบห่อ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น สายรัด แผ่นพลาสติก หมวกนิรภัย และ เครี่องมือประมง เช่น แห อวน และลอบ

ขยะพลาสติกชิ้นใหญ่จะถูกย่อยสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนถึงขนาดเล็กมากเรียกว่าไมโครพลาสติก ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกที่มีขนาดที่เล็กกว่า 5 มิลลิเมตร นอกจากไมโครพลาสติกส่วนใหญ่มาจากการย่อยสลายของพลาสติกชิ้นใหญ่แล้ว ยังเป็นส่วนผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (cosmetic products) และผลิตภัณฑ์สุขภาพ (health care products)

เนื่องจากมีขนาดเล็กมาก ไมโครพลาสติกจึงเล็ดลอดสู่ท้องทะเลเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี รายงานขององค์การสหประชาชาติระบุว่า ทุกประมาณ 2.6 ตารางกิโลเมตรของผืนมหาสมุทรมีเม็ดพลาสติกลอยปะปนอยู่ราวๆ 13,000 เม็ด คุณสมบัติเฉพาะตัวที่ดูดซับสารพิษได้ดียังทำให้ไมโครพลาสติกสามารถสะสมพีซีบี (PCBs) หรือดีดีที (DDT) และสารพิษอื่นๆ ที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมไว้ในปริมาณสูง นอกจากนี้ ในปี 2020 รายงานล่าสุดจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ยังพบว่า เส้นใยเสื้อผ้าเป็นแหล่งกำเนิดไมโครพลาสติกประเภทเส้นใย ที่พบได้ทั่วไปตามมหาสมุทรทั่วโลก

ในปี 2561 กรมควบคุมมลพิษรายงานว่า คนไทยสร้างขยะ 1.15 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน คิดเป็น 76,164ตันต่อวัน ขณะที่ขยะมูลฝอยทั่วประเทศรวมกันมากกว่า 27.8 ล้านตันต่อปี ขยะทั้งหมดถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีถูกต้องเพียง 10.88 ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 39ส่วนที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่มีเพียง 9.58 หรือคิดเป็นร้อยละ 34 ขณะที่ มีปริมาณขยะที่กำจัดอย่างไม่ถูกต้องกว่า 7.36 ล้านตัน หรือร้อยละ 27 และยังมีขยะอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีการเก็บรวบรวม

นอกจากนี้ยังพบว่า จากรายงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประเทศไทยติดอันดับท็อป 10 ของโลก ที่สร้างขยะทางทะเลมากที่สุด มากถึง 1 ล้านตันต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องการจัดการขยะอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และปัจจัยสำคัญคือเรื่องความเข้าใจต่อการบริหารจัดการขยะของทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนทางสิ่งแวดล้อมที่ควรหามาตรการร่วมกันเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ผลกระทบของขยะทะเลต่อสัตว์ทะเลและระบบนิเวศ

  1. ผลกระทบต่อสัตว์ทะเล

สัตว์ทะเลหลายชนิดขยะจะกินพลาสติกโดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาหาร ขยะดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งทำให้สัตว์ขาดอาหารและอาจถึงตายในที่สุด นอกจากการกินพลาสติกแล้ว ขยะพลาสติกยังเป็นอันตรายเนื่องจากถูกรัด (entangled) และทำให้บาดเจ็บ

  1. ผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ระบบนิเวศและทรัพยากรเกิดความสูญเสีย เช่น การตายของปะการัง เนื่องจากมีอวนจำนวนมากปกคลุมในแนวปะการัง การติดอวนของสัตว์ทะเลจนตายหรือติดเชื้อ ทั้งนี้ยังทำให้เกิดการแพร่กระจายของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น โดยการติดมากับขยะที่ล่องลอยอยู่ในน้ำจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบตามลำดับห่วงโซ่อาหารจากสัตว์ทะเลขนาดเล็กถึงปลาตัวโตและถึงสัตว์ผู้ล่าที่อยู่ปลายสุด ซึ่งแน่นอนว่า… ในจำนวนนั้นมีมนุษย์รวมอยู่ด้วย

  1. ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม

ขยะทะเลสร้างความเสียหายให้กับการเดินเรือ การประมง และสัตว์ทะเลจำนวนมาก รวมถึงนิเวศบริการทั้งในทะเลและชายฝั่ง ซึ่งส่งผลต่อรายได้ทั้งที่มาจากการประมง และการท่องเที่ยว ส่วนผลกระทบต่อสังคม รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพของคน เช่น การได้รับบาดเจ็บจากขยะบริเวณชายหาดและขยะทะเลพลาสติกขนาดเล็ก ที่สามารถเข้าไปปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหารทั้งมนุษย์และสัตว์ทะเล เป็นต้น

ปัญหาที่เป็นรูปธรรมทำให้ทุกฝ่ายมุ่งความสนใจไปยังเป้าหมายเดียวกัน

จากปัญหาเรื่องทรัพยากรทางทะเลและชายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จนทำให้ทุกคนพอมองเห็นภาพเดียวกันว่า มหาสมุทรและชายฝั่งกำลังได้รับผลกระทบจากปริมาณขยะ ดังนั้น ในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนจึงออกมาทำกิจกรรมอนุรักษ์ และรณรงค์เรื่องนี้กันอย่างจริงจัง รวมไปถึงนักวิชาการด้านมหาสมุทรในประเทศไทยได้ศึกษาวิจัยเรื่องราวของขยะทะเลมากขึ้น

หลายฝ่ายได้เสนอการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single-Use Plastic) ทิ้งขยะในที่ที่จัดเตรียมไว้ แยกขยะเพื่อการนำกลับไปรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ และกิจกรรมของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทุ่มงบประมาณสนับสนุน เพื่อการสร้างองค์ความรู้เรื่องการจัดการขยะทะเลให้กับประชาชน ผู้มีส่วนได้สวนเสียกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ในช่วงไม่กี่ปี่ที่ผ่านมา เราได้เห็นหลายภาคส่วนในประเทศไทยร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องขยะในทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ และการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ได้ เช่น กรณีโครงการ สิงห์อาสา Sea Sand Strong ที่ร่วมมือกับ 12 สถาบันการศึกษาภาคใต้-ตะวันออก เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล และสร้างความตระหนักในการดูแลท้องถิ่นตนเอง

โครงการสิงห์อาสาได้ดำเนินกิจกรรมโดยทำงานกับผู้มีประสบการณ์ คุณสิรณัฐ สก๊อต นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ผู้ก่อตั้งกลุ่ม SEA YOU STRONG นำนักเรียนจาก 13 โรงเรียนในพื้นที่ตำบลตลิ่งชัน และตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ ช่วยกันเก็บขยะที่บริเวณหาดสนหนาและหาดยาว อำเภอเหนือคลอง เป็นการตัดวงจรขยะที่เป็นมลพิษต่อสภาพแวดล้อมในทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกที่ใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะย่อยสลาย เช่น ถุง ขวด ภาชนะใส่อาหาร วัสดุที่ใช้ในการบรรจุหีบห่อ และเครื่องมือประมง โดยขยะที่ได้จะนำไปคัดแยก และรีไซเคิลเป็นวัสดุเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป นอกจากนี้ยังเตรียมขยายสู่ภาคตะวันออกต่อไป

“โครงการซี แซนด์ สตรอง จะจัดกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้แก่ชุมชนของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งอื่นๆ ใน จังหวัดกระบี่ เพื่อให้เห็นความสำคัญของปัญหาขยะ และช่วยกันลดปริมาณขยะ มลพิษทางทะเล อาทิ หาดไร่เลย์ และอ่าวนาง โดยกิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ยังคาดหวังให้เป็นการดูแลสัตว์น้ำและระบบนิเวศน์ในทะเล รวมถึงการสร้างความตระหนักในการดูแลท้องถิ่นตนเองอีกด้วย” คุณสิรณัฐ กล่าว

นอกจากนี้ สิงห์อาสามีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการรณรงค์ อนุรักษ์ และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในด้านอื่นๆ ด้วย เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของสิงห์อาสา ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องก้าวสู่ปีที่ 10 ในการมุ่งมั่นช่วยเหลือสังคม พัฒนาพื้นที่ ดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม

เรื่องแนะนำ

ต้นแบบ หอฟอกอากาศ ระดับเมือง “ฟ้าใส”

ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) โดย บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดตัวต้นแบบ หอฟอกอากาศ ระดับเมือง ชื่อ “ฟ้าใส” นำร่องภาคอสังหาริมทรัพย์รายแรกของประเทศไทย เรื่องปัญหามลพิษทางอากาศเป็นปัญหาระดับมหภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพของชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก หลายฝ่ายเริ่มเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และตระหนักถึงการแก้ปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศในระยะยาว “RISC โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ทำการศึกษาและวิจัยภายใต้หลักการนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ซึ่งพยายามค้นคว้าวิจัยให้บรรลุเป้าหมายทางสุขภาวะและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น รวมทั้งเพื่อการพัฒนาทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ” รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษา ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน กล่าวและเสริมว่า “ด้วยเหตุนี้จึงมุ่งตอกย้ำแนวคิดการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกสรรพสิ่งบนโลก หรือ ‘for all well-being’ และมุ่งมั่นขยายแนวคิดนี้สู่สาธารณชนเป็นวงกว้าง” ต้นแบบ หอฟอกอากาศ ระดับเมือง ภายใต้ชื่อ “ฟ้าใส” มีที่มาจากแนวคิดการฟอกอากาศที่เต็มไปด้วยมลภาวะให้ใสสะอาด ปลอดฝุ่นพิษ PM 2.5 ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง โดย RISC คิดค้นและพัฒนาร่วมกับบริษัท เนสเทค ประเทศไทย […]

ทะเลไทย ในคลื่นยักษ์ของนักท่องเที่ยว

แม้ในปีนี้เราจะได้ยินข่าวดีหลายเรื่องเกี่ยวกับทะเลไทย เช่น การกลับมาของฉลามหูดำแห่งอ่าวมาหยา และล่าสุดคือการร่วมแรงร่วมใจกันเลี้ยงดูมาเรียม พะยูนน้อยที่พลัดหลงกับฝูง กระนั้น สัตว์ทะเลหายากอีกหลายอย่างของทะเลไทย เช่น ฉลามวาฬ พะยูน และเต่ามะเฟือง ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากกิจกรรมการท่องเที่ยว

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]