โตนเลสาบ ชีวิตลอยน้ำที่กำลังสูญสิ้น - National Geographic Thailand

โตนเลสาบ ชีวิตลอยน้ำที่กำลังสูญสิ้น

โตนเลสาบ ชีวิตลอยน้ำที่กำลังสูญสิ้น

เช้าแล้ว แต่ฟ้ากลับสลัวขึ้นทุกทีและฝนก็ยังตกลงมาปรอยๆ ไม่ขาดสาย แม่หญิงชุนนัม วัย 50 ปียังไม่ยอมวางมือจากการดึง “มอง” หรือตาข่ายจับปลาขึ้นมา เรือพายของเธอไม่ได้ลอยอยู่ในแม่น้ำ หากเป็นผืนป่าที่ถูกน้ำเอ่อท่วมตามฤดูกาล “โตนเลสาบ”

ทุกปีเมื่อถึงฤดูฝนแม่น้ำน้อยใหญ่หลายสายรอบโตนเลสาบ (Tonle Sap) หรือทะเลสาบเขมร และน้ำจากแม่น้ำโขงจะไหลบ่าเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์นกเพร็กโตล (PrekToal Bird Sanctuary) จังหวัดเสียมเรียบแห่งนี้จะถูกน้ำท่วมตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทำให้ “ตัว” ของโตนเลสาบขยายจนมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ยามน้ำลดในฤดูแล้งถึงห้าเท่าตัว  สังคมพืชในป่าน้ำท่วมแห่งนี้ต้องปรับตัวให้อยู่กับน้ำที่เอ่อท่วมและขังนองอยู่นานถึงครึ่งปีให้ได้  ระบบนิเวศและพืชพันธุ์ของที่นี่จึงมีลักษณะพิเศษที่หาไม่ได้ในพื้นที่อื่นๆ ของโลก เช่นเดียวกับมนุษย์หลากหลายเชื้อชาติทั้งชาวกัมพูชา  ชาวจาม และชาวเวียดนาม ที่ตั้งรกรากและฝากชีวิตไว้กับวัฏจักรตามธรรมชาติของโตนเลสาบ

ขณะที่ชุนนัมยังง่วนอยู่กับการเก็บมองตามป่าน้ำท่วมไปเรื่อยๆ ผมก็สังเกตเห็นสัตว์ลำตัวลายๆ ยาวๆ นับร้อยตัวที่ติดขึ้นมากับมองด้วย ทีแรกผมคิดว่าเป็นปลาไหล แต่ไม่ใช่พวกมันคืองูต่างหาก  โชคดีที่ส่วนใหญ่เป็นงูน้ำไม่มีพิษในโตนเลสาบ เราพบงูน้ำ 7 ชนิดพันธุ์หลักๆ จากที่มีอยู่นับสิบชนิดรวมทั้งงูกึ่งบกกึ่งน้ำ ชุนนัมบอกผมว่าบางครั้งมีพวก งูพิษติดขึ้นมาด้วย นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของงูและปลานานาชนิดแล้ว เขตอนุรักษ์นกแห่งนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งวางไข่และสร้างรวงรังที่สำคัญของนกน้ำและนกอพยพต่างๆ ที่พากันย้ายถิ่นมาในฤดูหนาว เพราะเหตุนี้การทำมาหากินของชาวบ้านและชาวประมงในพื้นที่จึงถูกจำกัดและเข้มงวดเป็นพิเศษ

ตกสายราวแปดโมงเช้า แต่ฟ้ายังมืดสนิท ฝนฟ้าคะนองไม่ยอมหยุด ชุนนัมดูจะพอใจกับผลงานของวันนี้ เธอจึงพายเรือกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสามกิโลเมตร พอถึงบ้าน เฉพาะงูที่ติดมองมาก็ชั่งน้ำหนักรวมกันได้ราว 10 กิโลกรัม  ชุนนัมบอกว่าเมื่อก่อนเคยหาได้มากกว่านี้  เดี๋ยวนี้ทั้งงูทั้งปลาลดลงมาก

โตนเลสาบ
เรือขนาดเล็กของชาวจามรวมตัวกันจับปลาที่อพยพจากโตนเลสาบสู่แม่น้ำโตนเล ก่อนจะไหลไปรวมกับแม่น้ำโขงที่พนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา

ข้อมูลขององค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ระบุว่างูน้ำเหล่านี้มีสถานะถูกคุกคาม (threatened) เนื่องจากถูกจับเกินขนาดส่วนใหญ่ ถูกนำไปขายเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงจระเข้ในฟาร์มต่างๆ ทั้งของนายทุนและชาวบ้านรายย่อยรอบโตนเลสาบ  ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Society)ระบุว่า ในปีหนึ่งๆ งูน้ำเหล่านี้ถูกจับมากถึง 6.9 ล้านตัว

โตนเลสาบมีป่าน้ำท่วมอยู่รอบๆ ว่ากันว่าป่าน้ำท่วมของที่นี่มีพันธุ์พืชมากถึง 200 ชนิด หลายชนิดเป็นพืชเฉพาะถิ่น  แต่ต้นไม้ที่มีลักษณะเด่นและถือเป็นไม้หลักของที่นี่คือไม้ “เรง” ในภาษาเขมร หรือจิกน้ำ (Barringtonia acutangula) ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูงได้ถึง 20 เมตร เจริญงอกงามอยู่ในน้ำขังได้นานถึง 9 เดือน นอกจากเป็นไม้หลักในป่าน้ำท่วมแล้ว ไม้ชนิดนี้ยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เป็นที่ทำรังของนกน้ำ และมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น ป้องกันการกัดเซาะและช่วยป้องกันลม

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือป่าน้ำท่วมและต้นไม้เหล่านี้กำลังถูกคุกคามจากการบุกรุกทำลายอย่างจงใจเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำกินหรือกิจกรรมอื่นๆ ทั้งยังต้องเผชิญกับไฟป่าที่เกิดจากความแห้งแล้งในฤดูแล้ง อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และที่สำคัญคือการเผาป่าทั้งด้วยความตั้งใจและเผอเรอ

โตนเลสาบ
ภาพถ่ายทางอากาศของชุมชนกำปงหลวง จังหวัดโพธิสัตว์ เมืองน้ำแห่งนี้มีผู้อาศัยกว่า 1,200 ครัวเรือน ชาวประมงจะนำปลาที่จับได้มาขายที่นี่ ก่อนจับจ่ายซื้อของใช้ที่จำเป็นกลับไป

ในหน้าแล้งเมื่อโตนเลสาบหดตัวและแคบลงกลายเป็นแม่น้ำก็ยังเป็นโอกาสให้ชาวประมงคอยดักปลาที่อพยพกลับสู่แม่น้ำโขง โดยเฉพาะในฤดูทำปลาร้าหรือที่เรียกว่า “ปลาหก” ในภาษาเขมร  เมื่อฝูงปลาเล็กปลาน้อยอย่างปลาสร้อยอพยพออกจากโตนเลสาบ  ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ชาวประมงจะใช้เครื่องมือจับปลาทุกชนิดที่หาได้ดักปลาเหล่านี้ นี่คือเทศกาลจับปลาขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม เรือเอี้ยมจุ๊นหรือเครื่องมือประมงพื้นบ้านชนิดไหนๆ ก็ไม่อาจสู้ “หย่าย” (Dài) ของชาวเวียดนาม ซึ่งเป็นอวนขนาดใหญ่มีความยาวถึงสองกิโลเมตรผูกติดกับแพสองลำที่ลอยอยู่ในน้ำ ช่วงที่ปลาชุกชุมมากๆ หย่ายแต่ละอันอาจจับปลาได้ชั่วโมงละมากกว่าห้าตัน  เรือแต่ละลำขนปลาเพียบแปล้จนเกือบล่มเลยก็มี  ลำที่ได้ปลามากถึงขนาดขนไม่ไหว ก็โยนปลาทิ้งเสียเปล่าไปมากมาย พ่อค้าคนกลางจำนวนมากจะมาที่แพหย่ายเหล่านี้เพื่อหาซื้อปลาไปขายต่อ ส่วนบนฝั่งแม่น้ำก็มีการเปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อทำปลาร้ากันตรงนั้นเลยทีเดียว

ไกลออกไปในโตนเลสาบมีเครื่องมือหาปลาขนาดใหญ่อีกชนิดหนึ่งวางเรียงรายอยู่ทั่วไป แต่ละอันดูคล้ายลูกศรยักษ์ที่ใช้ตาข่ายขึงยาวเป็นร้อยเมตร หรือขนาด 400-500 เมตรก็มีให้เห็น ตาข่ายยักษ์เหล่านี้ทำหน้าที่ตะล่อมปลาให้ว่ายเข้าสู่ปลายลูกศรที่มีลอบขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่  เครื่องมือลูกศรยักษ์ชนิดนี้จับปลาได้คราวละมากมายและหลากหลายขนาด  ปัจจุบันเครื่องมือชนิดนี้ถูกห้ามใช้ในฤดูน้ำหลากตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป แต่ก็ยังมีการลักลอบใช้และติดสินบนเจ้าหน้าที่กันอยู่เนืองๆ

ทั้งชาวบ้านและชาวประมงที่โตนเลสาบต่างพูดตรงกันว่าปลาเริ่มลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมา และกำลังลดลงเรื่อยๆ  ที่น่าสนใจคือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่เขื่อนในน้ำโขงตอนบนซึ่งอยู่ในประเทศจีนสร้างเสร็จไปแล้วหลายแห่ง ทั้งยังเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เขื่อนไซยะบุรีในลาวเริ่มก่อสร้างด้วย

โตนเลสาบ
เด็กๆ กำลังเดินกลับบ้านหลังเลิกเรียนบนถนนใจกลางหมู่บ้านกำปงพลุก อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก เด็กนักเรียนเหล่านี้ต้องเปลี่ยนไปใช้เรือเป็นพาหนะเดินทางระหว่างบ้านกับโรงเรียน

“สำหรับชาวกัมพูชาที่ยากจนเหล่านี้แล้ว อยู่ได้โดยไม่มีไฟฟ้าใช้” เซ็งลอง รองผู้อำนวยการเครือข่ายปฏิบัติงานเพื่อชาวประมง กัมพูชา (Fisheries Action Coalition Team-FACT) กล่าว “แต่ถ้าไม่มีปลากิน อยู่ไม่ได้” องค์กรอย่าง FACT จึงพยายามให้ความรู้เรื่องเขื่อนที่กำลังก่อสร้างโดยเฉพาะเขื่อนในกัมพูชากับลาว ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนไซยะบุรี เขื่อนดอนสะโฮงของลาว หรือเขื่อนซำบอในกัมพูชา ถึงอย่างนั้น แต่ชาวบ้านในโตนเลสาบก็รู้เรื่องเขื่อนเหล่านี้น้อยมากจะมีบ้างก็เป็นแกนนำหมู่บ้านไม่กี่คนที่พูดว่าการที่จำนวนประชากรปลาลดลงมีสาเหตุหลักมาจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่เช่นเขื่อนต่างๆ สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง การจับปลาที่ผิดกฎหมายและจับปลาเกินขนาด

เพียงหนึ่งปีหลังจากที่ผมเจอชุนนัมคราวนั้น เธอไม่ได้ออกไปหาปลาอย่างเคย

เธอบอกว่าการออกไปหาปลาไม่พอเลี้ยงครอบครัวเหมือนเมื่อก่อน ลูกๆ สามคนที่โตแล้วจึงออกไปทำงานในเมืองแล้วส่งเงินมาเลี้ยงครอบครัว แม้จะไม่มากแต่ก็พออยู่ได้ ไม่มีภาพที่เธอออกไปอยู่ท่ามกลางสายฝนคอยสาวตาข่ายมองที่มีงูตัวลายๆ ติดขึ้นมาอีกต่อไป เช่นเดียวกับที่งูน้ำเหล่านั้นค่อยๆหายไป ภาพของชุนนัมที่ถูกห้อมล้อมด้วยหลานๆ ภายในบ้าน แทนที่จะอยู่ท่ามกลางสายน้ำ ง่วนกับการจับปลาและงูน้ำที่เคยมีอยู่อย่างชุกชุม เป็นภาพน่าเศร้าที่บ่งบอกว่าทั้งวิถีดั้งเดิมและธรรมชาติกำลังสูญหายไปพร้อมๆ กัน

เรื่อง เทพ การุณย์

ภาพถ่าย สุเทพ กฤษณาวารินทร์

 

อ่านเพิ่มเติม

วิถีชีวิตของชนเผ่าที่เปลี่ยนไปเพราะเขื่อน

เรื่องแนะนำ

ฤาตำนานน้ำท่วมโลกจะมาจากน้ำท่วมใหญ่ในยุคน้ำแข็ง

เป็นไปได้ว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจากธารน้ำแข็งละลายเมื่อหมื่นปีก่อน คือจุดเริ่มต้นของตำนานน้ำท่วมโลกที่คล้ายคลึงกันในหลายวัฒนธรรม

นี่เห็ดหรือไข่เอเลี่ยนฟักเป็นตัวกันแน่

“เห็ดนิ้วมือปีศาจ”  (Devil’s Fingers Fungus) จะตามหลอกหลอนคุณ…เพราะนี่คือเห็ดหน้าตาพิลึกพิลั่นที่สุดเท่าที่รู้จักกัน ใครจะไปรู้ว่า บางทีสัตว์ประหลาดหน้าตาขยะแขยงที่เห็นในภาพยนตร์สยองขวัญอาจได้แรงบันดาลใจมาจากโลกธรรมชาตินี่เอง ลองนึกภาพว่า คุณกำลังมะงุมมะงาหราคลำทางอยู่กลางป่ามืดๆ แล้วจู่ๆก็พบก้อนอะไรสักอย่างโผล่ขึ้นมาจากพื้นป่าบ้างมีหนวดคล้ายหมึกยักษ์โผล่ออกมาพร้อมกลิ่นเหม็นๆ และเมือกลื่นๆ นี่คือเห็ดที่มีชื่อคล้ายหมึกยักษ์ว่า Octopus Stinkhorn หรืออีกชื่อหนึ่งคือ นิ้วมือปีศาจ (devil’s fingers) แคที ฮอดจ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดราจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ อธิบายว่า “เห็ดเหล่านี้จะแทงหนวดสีแดงสดปกคลุมด้วยเมือกสีเขียวอมดำเป็นหย่อมๆ ออกมาเปลือกบางๆ ของฐานรูปทรงคล้ายไข่ พวกมันน่าดูมาก” เห็ดเหล่านี้ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน อาศัยกินเศษไม้ เมื่อถึงเวลาขยายพันธุ์ พวกมันจะเติบโตขึ้นจนมีลักษณะคล้ายนิ้วมือ หรือหนวดหมึกยักษ์ พร้อมกับเริ่มปล่อยเมือกเหนียวๆ ที่มีกลิ่นคล้ายปลาเน่าออกมา เมือกนี้เต็มไปด้วยสปอร์ของเห็ด ฮอดจ์บอกว่า “พวกมันไม่ได้ตั้งใจหรือพยายามจะมีหน้าตาเหมือนนิ้วมือเราหรอกค่ะ พวกมันหวังให้มีแมลงวันบินผ่านมาและถ้าให้ดีก็มาเกาะบนเมือกเหล่านี้ ก่อนบินจากไปพร้อมสปอร์” ถ้าลูกๆของพวกมันโชคดีพอ แมลงวันเหล่านั้นอาจจะไป เกาะบนไม้สักท่อนซึ่งจะกลายเป็นอาหารให้เห็ดหน้าตาประหลาดรุ่นต่อไป   อ่านเพิ่มเติม : ดื่มด่ำไปกับการผลิบานของหมู่มวลดอกไม้ ผ่านวิดีโอไทม์แลปส์, หลบหนีความวุ่นวายไปกับภาพความมหัศจรรย์แห่งแอนตาร์กติกา

ชมวงจรขยะพลาสติกผ่านอนิเมชั่น

ชม วงจรขยะพลาสติก ผ่านอนิเมชั่น เมื่อต้นเดือนเมษายน 2018 ผลการผ่าพิสูจน์ซากของวาฬสเปิร์มที่ขึ้นมาเกยหาดเผยให้เห็นว่าในท้องของมันเต็มไปด้วยขยะพลาสติกถึง 29 กิโลกรัม และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บรรดาสัตว์ต้องมารับกรรมที่ไม่ได้ก่อ เมื่อท้องทะเลทุกวันนี้กำลังเต็มไปด้วยขยะพลาสติกจากน้ำมือมนุษย์ อนิเมชั่นเรื่องนี้จะพาคุณผู้อ่านไปชมวงจรของขยะพลาสติกที่สุดท้ายแล้วสิ่งที่มนุษย์กำลังก่อไว้กำลังวนกลับมายังบนจานอาหารของเราเอง นักวิทยาศาสตร์ประมาณขยะพลาสติกที่ล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรทุกวันนี้ว่าเมื่อรวมกันแล้วจะมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับทวีปยุโรป ดูเหมือนที่เคยคาดการณ์กันว่าในปี 2050 นี้ มหาสมุทรจะมีขยะพลาสติกมากกว่าจำนวนปลา จะไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด   อ่านเพิ่มเติม แพขยะพลาสติกแห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

กลไกเบื้องหลัง ตั๊กแตน ระบาด

สำนักข่าวในประเทศลาวรายงานการระบาดของฝูง ตั๊กแตน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยในเนื้อหารายงาน ความเสียของพืชผลทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ช่วงก่อนหน้านั้น สื่อหลายแห่งรายงานข่าวการระบาดของแมลงในประเทศอินเดียเช่นกัน หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า จากอินเดียแมลงบินข้ามพรมแดนไประบาดในประเทศลาวได้อย่างไร จากกรณีดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญพบว่า “ตั๊กแตน ที่ระบาดในประเทศลาวและอินเดียเป็นคนละชนิดพันธุ์” ศรุต สุทธิอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวและอธิบายว่า “ตั๊กแตนที่ระบาดในประเทศลาวคือตั๊กแตนไผ่ (Yellow-spined bamboo locust ชื่อวิทยาศาสตร์ Ceracris kiangsu) ส่วนที่พบระบาดในอินเดียคือ ตั๊กแตนทะเลทราย (Desert locust ชื่อวิทยาศาสตร์ Schistocerca gregaria)” สำหรับวงจรชีวิตของของตั๊กแตนไผ่จะแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะวางไข่ใต้ผิวดินในช่วงเดือน มกราคม-เมษายน ระยะตัวอ่อน (46 – 69 วัน) ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ระยะตัวเต็มวัย (40 วัน) ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน และระยะไข่ในช่วงเดือน ตุลาคม – ธันวาคม ซึ่งมีรายงานพบว่า ตั๊กแตนชนิดนี้วางไข่บริเวณใต้ผิวดินจำนวนมาก โดยไข่จะฟักในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง […]