ชม ปะการังออกไข่ ความสวยงามของท้องทะเลไทยในช่วงเวลาสั้นๆ

ชม ปะการังออกไข่ ความสวยงามของท้องทะเลไทยในช่วงเวลาสั้นๆ

เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทีมนักวิจัยก็ดำดิ่งลงไปใต้ทะเลที่มืดมิดเพื่อเฝ้ารอ ปะการังออกไข่

ปะการังออกไข่ ปรากฏการณ์ที่พบดูได้ยากซึ่งเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่ครั้งต่อปี เมื่อปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่นอุณหภูมิ แสงจันทร์ การไหลของกระแสน้ำ เป็นใจและส่งสัญญาณแก่ปะการังให้ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาในมวลน้ำพร้อมๆกันเพื่อผสมพันธุ์และให้กระแสน้ำพัดนำพาตัวอ่อนแพลงค์ตอนเล็กๆลอยออกไป

โอกาสรอดชีวิตของแพลงก์ตอนนั้นไม่ได้มีเยอะในธรรมชาติจากสัตว์นักล่าเล็กใหญ่ที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ประจำปี ก้อนเซลล์สืบพันธุ์สีชมพูขนาดจิ๋วนับไม่ถ้วนที่ผุดลอยช้าๆ ตามมวลน้ำบางส่วนจึงถูกเก็บไปใช้ในโครงการวิจัยการเพาะพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศ ที่นำโดย ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ

ก่อนที่จะถูกรีบนำส่งมาที่โรงเพาะปะการังบนเกาะแสมสารเพื่อทำการผสมในบ่อเพาะเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อดูแลให้เติบโตและนำคืนสู่ท้องทะเลเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังธรรมชาติเมื่อถึงวัย

หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพของงานเพาะพันธุ์ปะการังด้วยการหักกิ่งที่มักออกตามสื่อต่างๆ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือการหักกิ่งเพาะชำที่สามารถสร้างปริมาณชิ้นปะการังได้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมเนื่องจากชิ้นปะการังเหล่านี้ก็ล้วนต่างเหมือนร่างโคลนจากโคโลนี่ที่ถูกนำมาหักกิ่ง

แต่การเพาะพันธุ์แบบอาศัยเพศเช่นการออกไข่นี้ จะเสริมสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมของปะการังได้มากกว่าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ของแนวปะการังในธรรมชาติจากภัยคุกคามต่างๆ

การเลือกใช้แต่ละเทคนิคก็ควรถูกพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ ภัยคุกคาม และงบประมาณ แต่จากสภาพแวดล้อมของมหาสมุทรภายใต้สภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่สภาวะท้องทะเลเป็นกรด การระบาดของโรคปะการัง และความถี่ของการฟอกขาวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

การเสริมสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวก็เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ระบบนิเวศที่สำคัญแต่เปราะบางของท้องทะเลอย่างแนวปะการังสามารถปรับตัวอยู่รอดต่อไปได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปของยุคปัจจุบัน

เรื่องและภาพ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

ติดตามผลงานเพิ่มเติมของศิรชัยที่ https://www.instagram.com/shinalodon/

Curated by เอกรัตน์ ปัญญะธารา

ปะการังออกไข่
ก้อนเซลล์สืบพันธุ์สีชมพูนับหมื่นนับแสนของปะการังเขากวางถูกปล่อยออกมาให้ล่องลอยไปในกระแสน้ำ ซึ่งเกิดขึ้นในระยะเวลาราว 10 นาทีตั้งแต่เริ่มจนจบ และเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวต่อปีเท่านั้นต่อปะการังหนึ่งโคโลนีในอ่าวแสมสาร
เซลล์ปะการัง, เซลล์,
ขวดบรรจุก้อนเซลล์สืบพันธุ์ของปะการังถูกนำขึ้นสู่ผิวน้ำจากใต้ทะเลก่อนที่จะถูกรีบนำส่งเข้าไปที่โรงเพาะพันธุ์ปะการังบนเกาะแสมสาร เพื่อให้ทันช่วงเวลาที่ไข่สามารถทำการปฏิสนธิกับสเปิร์มหลังจากแตกตัวได้
ทีมวิจัยเดินทางด้วยเรือยางขนาดเล็กออกจากฐานของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือในช่วงดวงอาทิตย์ตก โครงการวิจัยปะการังในอ่าวแสมสารของภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับการร่วมมือจากกองทัพเรือในการทำงาน
แพลงก์ตอน, ปะการังออกไข่
นักวิจัยติดตั้งตาข่ายจับแพลงก์ตอนและขวดเก็บก้อนเซลล์สืบพันธุลงบนโคโลนีปะการังเขากวางที่มีลักษณะบ่งชี้ว่าจะทำการปล่อยไข่ในตอนกลางคืน
โคโลนีปะการัง, ดำน้ำ
ภายใต้แสงสลัวใต้ทะเลในยามโพล้เพล้ ทีมวิจัยออกตรวจเช็คโคโลนีปะการังที่คาดการณ์ว่าจะทำการปล่อยไข่ออกมาในคืนนั้นจากข้อมูลการติดตามที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายปี
ปะการังออกไข่
ก้อนเซลล์สืบพันธุ์ที่ผุดออกมาจากโพลิปซึ่งคือตัวของปะการังหนึ่งตัวที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นโคโลนี ก้อนเซลล์สืบพันธุ์เหล่านี้มีทั้งไข่และเสปิร์มบรรจุอยู่และลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยไขมันก่อนที่จะแตกตัวเพื่อการปฏิสนธิบนผิวน้ำและถูกกระแสน้ำพัดออกไปเติบโตในพื้นที่ห่างไกล
ปะการังออกไข่
ก้อนเซลล์สืบพันธุ์จำนวนมากติดอยู่ภายในตาข่ายดักจับแพลงค์ตอนที่ถูกติดตั้งเพื่อใช้สำหรับงานวิจัยและการเพาะพันธุ์ ก้อนเซลล์สืบพันธุ์ของปะการังเขากวางที่ถูกปล่อยในคืนนี้ Acropora humilis มีขนาดอยู่ที่ประมาณ 2 มิลลิเมตร เท่านั้น
ปะการังออกไข่
ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ ทำการผสมไข่และเสปิร์มจากปะการังหลายๆโคโลนี่รวมกันในถังเพาะที่โรงเพาะพันธุ์ปะการังบนเกาะแสมสาร
เซลล์สืบพันธุ์ปะการัง, ปะการัง, ปะการังออกไข่
ก้อนเซลล์สืบพันธุ์ของปะการังเขากวางถูกบรรจุอยู่ในขวดระหว่างการนำขึ้นจากใต้ทะเลของอ่าวแสมสารโดยนักวิจัยจากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ตัวอย่างชิ้นปะการังที่มีอายุราว 3 ปีของโครงการเพาะพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศ ซึ่งชิ้นปะการังจะถูกนำกลับคืนลงสู่ทะเลต่อไปเมื่อได้ขนาดเพื่อการฟื้นฟูแนวปะการังของพื้นที่แสมสาร

อ่านเพิ่มเติม ชมหิมะใต้ท้องทะเล เมื่อปะการังผสมพันธุ์

ที่แนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ในออสเตรเลีย สเปิร์มและไข่นับล้านใบถูกปลดปล่อยออกมา

เรื่องแนะนำ

สัตว์มหัศจรรย์เหล่านี้สูญพันธุ์เพราะมนุษย์

รายนามต่อไปนี้คือชีวิตมหัศจรรย์ที่ "ไม่มีตัวตน" สถานะของมันช่างคล้ายคลึงกับสัตว์ในโลกเวทมนต์ของภาพยนตร์ Fantastic Beasts จะต่างกันก็ตรงที่เมื่อครั้งหนึ่งโลกเคยมีพวกมัน

สร้างบ้านปลาแล้วดีไหม หาคำตอบไปกับทริป Seiko Save The Ocean

หลังจากปิดการท่องเที่ยวไปนาน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพีก็เปิดรับนักท่องเที่ยวเมื่อปลายปีที่แล้ว ภายใต้การควบคุมดูแล ไม่เพียงด้านสาธารณสุข แต่รวมถึงการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและอนุรักษ์ธรรมชาติ พวกเราร่วมทริปมากับโครงการ Seiko Save The Ocean โครงการเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ท้องทะเลไทย ซึ่งเป็นโครงการที่ทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยบริษัท ไซโก (ประเทศไทย) โดยเราได้รับเชิญเพื่อเดินทางสู่ทะเลอันดามัน ปักหมุดที่จังหวัดภูเก็ต เรียนรู้การทำบ้านปลากับหมู่บ้านประมงแถบชุมชนแหลมตุ๊กแก ก่อนล่องเรือไปยังอ่าวเปลวในหมู่เกาะพีพี เพื่อร่วมปล่อยปะการังเทียม ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการอนุรักษ์แบบยั่งยืนให้กับทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม มากกว่ากองน้อยใหญ่ใต้น้ำ คือแหล่งพักพิงของฝูงปลา  เพราะใต้น้ำคือแหล่งทำมาหากินของชาวประมง เมื่อก่อนเพียงแค่วางลอบวางไซตามแนวหิน หรือดักทางน้ำ ก็ได้ปลามาไม่น้อย แต่ในระยะหลัง ชาวบ้านจับปลาได้น้อยลง แม้จะมีเพียงลอบเปล่าๆ ก็ต้องกู้ขึ้นมา ชาวประมงจึงเรียนรู้ที่จะอยู่คู่กับธรรมชาติ พวกเขาเปลี่ยนลอบให้กลายเป็นบ้านปลา เพื่อปกป้องปลาเล็กปลาน้อยให้เติบโตหล่อเลี้ยงชีวิตและระบบนิเวศ การเพิ่มทรัพยากรทางทะเลทำกันหลายวิธี วิธีที่ใกล้ตัวของชาวประมงในพื้นที่บ้านแหลมตุ๊กแก จ.ภูเก็ต ก็คือการสร้างบ้านปลา ซึ่งทำกันมาแต่ไหนแต่ไร ชาวประมงรู้ว่าปลาจะมาว่ายวนอาศัยอยู่กับกองอะไรก็ตามใต้ท้องทะเล ธรรมชาติมีก้อนหินและปะการังมาให้ หรือซากใดๆ ที่จมลงใต้สมุทร ที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นบ้านปลา ถึงขั้นเป็นอาณาจักรหากมีกว้างใหญ่มากพอ พี่แตน – ศรีสุดา ทิพย์จิตรดี ผู้นำชุมชนบ้านแหลมตุ๊กแก จังหวัดภูเก็ต บอกว่า “เมื่อก่อนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ […]

เรากำลังถูกพลาสติกคุกคามจริงหรือ?

พลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยเป็นภัยต่อสัตว์ทะเลรวมถึงปลาและสัตว์มีเปลือกที่เรากินเป็นอาหาร แล้วพลาสติกทำร้ายมนุษย์ได้หรือไม่ นักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งค้นหาคำตอบนี้

จากเชี่ยวหลานถึงแม่วงก์ : การลุกฮือเพื่อปกป้องป่า

“ในความรู้สึกของผม เราไม่ต้องมาเถียงกันหรอกว่า เราจะใช้ป่าไม้อย่างไร เพราะมันเหลือน้อยมากจนไม่ควรใช้ จึงควรจะรักษาส่วนนี้เอาไว้” – สืบ นาคะเสถียร ไม้ใหญ่ยืนต้นตายเป็นหย่อม ๆ ท่ามกลางผืนนํ้าสีดำเวิ้งว้างในหุบเขา คือภาพจำของผมเกี่ยวกับเขื่อนเชี่ยวหลาน (หรือชื่อทางการคือเขื่อนรัชชประภา) ผมมีโอกาสเดินทางไปที่นั่นครั้งแรกในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการของมูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร เมื่อปี พ.ศ. 2539 พร้อมกับวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งในเวลานั้นเป็นบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี โดยควบตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรด้วย ครั้งนั้น เราเดินทางไปมอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เพิ่งถูกยิงเสียชีวิต หลังจากที่มูลนิธิตั้งกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า 10 ปีก่อนหน้านั้น ตอนที่ยังไม่มีเขื่อนกั้นขวางลำนํ้า “เชี่ยวหลาน” เป็นชื่อแก่งกลางนํ้าบริเวณคลองแสงที่มีนํ้าไหลเชี่ยว ตั้งอยู่ระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงและอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นป่าดิบที่ราบตํ่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด พอมีการสร้างเขื่อนและกักเก็บนํ้าเมื่อ พ.ศ. 2529 ป่าสมบูรณ์ผืนนี้จึงจมอยู่ใต้บาดาลตลอดกาล และทิ้งให้สัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 338 ชนิดต้องติดอยู่ตามเกาะแก่งน้อยใหญ่ภายในอ่างเก็บนํ้า ในตอนนั้น สืบ นาคะเสถียร ต้องรับหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าจากโครงการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ครั้งแรกของเมืองไทย พูดได้ว่าการทำงานในคราวนั้นเป็นครั้งแรก ๆ ที่สังคมไทยเห็นสืบ นาคะเสถียร ในฐานะข้าราชการนํ้าดีที่ทำงานแบบถวายชีวิตช่วยเหลือสัตว์ป่า ผ่านทางรายการ ส่องโลก สารคดีโทรทัศน์ของสันติธร […]