เป็ปซี่บนก้ามกุ้งล็อบสเตอร์สะท้อนปัญหาขยะทะเล - National Geographic Thailand

เป็ปซี่บนก้ามกุ้งล็อบสเตอร์สะท้อนปัญหาขยะทะเล

เป็ปซี่บนก้ามกุ้งล็อบสเตอร์สะท้อนปัญหา ขยะทะเล

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

และเป็นอีกครั้งที่ย้ำเตือนให้เรารับรู้ว่า ขณะนี้มหาสมุทรกำลังเต็มไปด้วยขยะ

กุ้งล็อบสเตอร์ที่ถูกจับได้จากอ่าว New Brunswick ในแคนาดา มีบางสิ่งบางอย่างที่น่าประหลาดใจบนก้ามของมัน…ลวดลายจากกระป๋องเป็ปซี่

สีสันจากกระป๋องน้ำอัดลมยี่ห้อดังปรากฏอยู่บนก้ามของมัน ท่ามกลางความสงสัยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากอะไร

ภาพถ่ายดังกล่าวนี้ถูกเผยแพร่โดยสำนักข่าว CBC ในแคนาดา และกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ในฐานะสัญลักษณ์ที่ย้ำเตือนให้เราพึงระลึกไว้เสมอว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับมหาสมุทรในปัจจุบัน

จากรายงานข่าว กุ้งล็อบสเตอร์ตัวนี้ถูกจับขึ้นมาโดย Karissa Lindstrand ผู้ระบุว่าเธอจดจำยี่ห้อของน้ำอัดลมนี้ได้อย่างแม่นยำ เพราะดื่มทุกวัน และตลอด 4 ปีของการตกปลาในบริเวณนี้ เธอไม่เคยพบกับเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาขยะ เป็นปัญหาใหญ่ในพื้นที่ เพราะที่ New Brunswick สามารถพบขยะได้ตั้งแต่ผิวน้ำไปจนถึงก้นทะเล

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ภาพถ่ายของม้าน้ำตัวหนึ่งที่กำลังเอาหางเกี่ยวไม้ปั่นหูเอาไว้ เพิ่งจะกลายเป็นไวรัลย้ำเตือนถึง ปัญหาขยะทะเล ในปัจจุบัน ข้อมูลจากปี 2015 รายงานมีขยะราว 5.25 ล้านล้านตันล่องลอยอยู่ในมหาสมุทร ขยะเหล่านี้เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์ทะเลเพราะพวกมันเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร

 

อ่านเพิ่มเติม : ความรู้ประจำวัน : การเดินทางของไมโครพลาสติกความรู้ประจำวัน : กรุงไคโร เมืองแห่งขยะ

เรื่องแนะนำ

World Update: ปลูกป่า ไม่คำนึงสิ่งแวดล้อม ส่งผลเสียระบบนิเวศมากกว่าผลดี

ปลูกป่า แบบไม่คำนึงสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลเสียระบบนิเวศมากกว่าผลดี กระทบความหลากหลายทางชีวภาพ การปลูกต้นไม้ ปลูกป่า สามารถนำประโยชน์มาให้ระบบนิเวศทั้งกับภาพรวมและสัตว์ที่อยู่อาศัยได้ แต่มีงานวิจัยที่นำโดย Matthew Fagan ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งภาควิชาภูมิศาสตร์และระบบสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ บัลติมอร์เคาน์ตี (University of Maryland, Baltimore County) สหรัฐอเมริกา เผยว่าต้นไม้ที่ปลูกในเขตร้อนอาจสร้างโทษมากกว่า  ในช่วงปี 2000 – 2012 มีการปลูกต้นไม้ใหม่ร้อยละ 92 ในเขตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และอีกร้อยละ 14 ในพื้นที่แห้งแล้ง โดยต้นไม้ในพื้นที่ได้สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศที่มีอยู่ และการปลูกต้นไม้ได้เบียดเบียนพื้นที่คุ้มครองร้อยละ 9 ในเขตพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้น เช่น อุทยานแห่งชาติ  ถึงแม้ว่าต้นไม้เหล่านี้ช่วยเรื่องการดักจับคาร์บอน และเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ความเสี่ยงเรื่องพืชและสัตว์ที่ได้รับผลกระทบด้านความหลากหลายก็เป็นอีกหนึ่งข้อกังวลที่สร้างผลเสียในระยะยาวได้ ผลกระทบที่ตามมาของการปลูกต้นไม้โดยไม่คำนึงถึงระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมอาจทำลายสภาพดินหรือรบกวนสิ่งมีชีวิตได้ โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ในสายพันธุ์ที่ไม่ได้มีอยู่ในพื้นที่แต่เดิม นอกจากนี้ การปลูกต้นไม้ในเขตทุ่งหญ้าหรือเขตทุ่งหญ้าสะวันนาอาจทำลายสมดุลทางระบบนิเวศจนไม่สามารถคืนสภาพได้ดังเดิม ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีนกำลังพยายามปลูกต้นไม้ที่ริมทะเลทรายโกบี เช่นเดียวกับหลายประเทศในแอฟริกาที่พยายามปลูกต้นไม้ในพื้นที่รอยต่อของทะเลทรายสะฮาราและทุ่งหญ้าซาเฮล เพื่อหยุดการแผ่ขยายของพื้นที่ทะเลทราย แต่ต้นไม้ที่ปลูกนั้นอาจขัดขวางกระบวนการปล่อยคาร์บอนของดิน และดูดซับความชุ่มชื้นมากเกินไปจนให้พืชทั้งหมดต้องตายในที่สุด ซึ่งในกรณีนี้ การปลูกป่ามีแต่เสียกับเสีย  “อย่างในสหรัฐฯ เรามีพื้นที่ที่มีต้นไม้ดูดซับน้ำเยอะเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่เราก็ยังพยายามเทิดทูนการปลูกป่าเป็นการกระทำที่แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ เรายังมีพื้นที่ทุ่งหญ้าและทุ่งหญ้าสะวันนาซึ่งมีคุณค่าเพียงพอ และผมไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะไปปลูกป่าตรงนั้น […]

วัตถุที่มนุษย์สร้างมีน้ำหนักเท่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกแล้ว

น้ำหนักของคอนกรีต ยางมะตอย เหล็ก และพลาสติกบนโลกกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปีนี้อาจจะเป็นจุดที่ วัตถุที่มนุษย์สร้าง กำลังมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งมีชีวิต ในขณะที่มวลของสิ่งชีวิตบนโลกอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านเมตริกตัน และไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่เรียกว่ามวลที่เกิดจากมนุษย์ (anthropogenic mass) หรือ วัตถุที่มนุษย์สร้าง กำลังเติบโตอย่างพุ่งทะยาน มวลที่มนุษย์เป็นผู้สร้าง ไม่ว่าจะเป็นทางเท้าคอนกรีต ตึกสูงที่เต็มไปด้วยเหล็กและกระจก รวมไปถึงขวดพลาสติก เสื้อผ้า คอมพิวเตอร์ ตอนนี้มีจำนวนเท่ากับน้ำหนักของสิ่งมีชีวิตบนโลก และอาจมีน้ำหนักมากกว่าในปีนี้ ตามงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature ผลการสำรวจได้สนับสนุนข้อเสนอที่ว่า โลกได้เข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Anthropocene หรือจุดช่วงเวลาทางธรณีวิทยาที่มนุษย์เป็นฝ่ายสร้างแรงที่ครอบงำการก่อตัวของโลก Ron Milo นักวิจัยอาวุโสผู้เขียนบทความ แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ Weizmann Institute of Science ประเทศอิสราเอล กล่าวว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านทางวัตถุ (material transition) ที่ “ไมเพียงแค่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเรา แต่เป็นในยุคสมัย (era) ของเราเลย” การระเบิดของมวลที่มนุษย์สร้างขึ้น Milo และทีมงานของเขาได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับการเผยแพร่เกี่ยวกับจำนวนของวัสดุสังเคราะห์และสิ่งมีชีวิตว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรนับตั้งแต่ปี 1900 มาจนถึงปัจจุบัน โดยข้อมูลในรอบ […]

ชมรอยแตกของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี กันแบบชัดๆ

รับชมกันอีกครั้งแบบชัดๆ ถึงความกว้างใหญ่ไพศาลและใหญ่โตมโหฬารของพืดน้ำแข็ง (ice sheet)  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C Ice Shelf) ในแอนตาร์กติกาตะวันตก ก่อนหน้าที่มันจะแตกตัวออกและกลายเป็นภูเขาน้ำแข็ง (iceberg) ขนาดใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครเกือบสี่เท่าหรือเกือบ 6,000 ตารางกิโลเมตร วิดีโอนี้ถ่ายไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2017 เผยให้เห็นรอยแยกหลักบนหิ้งน้ำแข็ง ก่อนหน้าที่ภูเขาน้ำแข็งจะแตกตัวออกในสัปดาห์ที่สองของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยภูเขาน้ำแข็งลูกใหม่นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดลูกหนึ่งเท่าที่เคยบันทึกไว้ ปัจจุบันน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยังคงเร่งการละลายของน้ำแข็งทั่วโลก   อ่านเพิ่มเติม : ย้อนอดีตแอนตาร์กติกา: ชมภาพเก่าอายุ 100 ปีของทวีปน้ำแข็งที่คุณไม่เคยเห็น, หิ้งน้ำแข็งกำลังแตกออกจากทวีปแอนตาร์กติกา และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของหายนะ