มุมมองเปลี่ยนโลก : คุยกับประธานาธิบดีโคลอมเบีย - National Geographic Thailand

มุมมองเปลี่ยนโลก : คุยกับประธานาธิบดีโคลอมเบีย

สร้างอนาคตมีเขียวและปลอดภัยให้โคลอมเบีย

ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ฮวน มานูเอล ซานโตส วัย 66 ปี ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากความสำเร็จในการยุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนาน 52 ปีของประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ เขายังได้รับการยกย่องจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จากความพยายามในการขยายพื้นที่อนุรักษ์ทั้งบนบกและในทะเลของโคลอมเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

 

ท่านขยายพื้นที่อนุรักษ์หลายพันตารางกิโลเมตรเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยาน เขตคุ้มครองสัตว์ป่า เขตอนุรักษ์ทางทะเล และอื่นๆ ทำไมท่านจึงมุ่งมั่นทำในสิ่งนี้

เราเป็นประเทศที่รุ่มรวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเมื่อพูดถึงความหลากหลายทางชีวภาพ และเรายังเป็นประเทศที่สุ่มเสี่ยงและเปราะบางที่สุดประเทศหนึ่งต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย นั่นหยิบยื่นความรับผิดชอบใหญ่หลวงแก่เราในการเร่งปกป้องดินแดนกว้างใหญ่ที่สุดอันเปรียบได้กับเพชรยอดมงกุฎของชาวโคลอมเบีย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเร่งกระบวนการเพื่อนำไปสู่การปกป้องทรัพยากรลํ้าค่าที่สุดที่เรามี

 

โคลอมเบียเผชิญความท้าทายมากมายในยุคหลังสงคราม ตั้งแต่การชดเชยให้แก่ชาวไร่ชาวนาที่ถูกขับออกจากพื้นที่ทำกิน การให้การศึกษาแก่อดีตนักรบกองโจรราว 7,000 คน การสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้คนนับหมื่นที่หายสาบสูญและคาดว่าน่าจะเสียชีวิต ไปจนถึงการเก็บกู้กับระเบิดที่ฝังอยู่เกลื่อนพื้นที่ในชนบท อะไรคือความเร่งด่วนที่สุด

ทั้งหมดที่คุณกล่าวมาครับ แต่เรื่องสำคัญเร่งด่วนเรื่องหนึ่งคือการเก็บกู้วัตถุระเบิด แต่แน่นอนว่า การคืนที่ดินให้แก่ชาวไร่ชาวนาซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำลัง ทำอยู่ ก็เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเช่นกัน เช่นเดียว กับการพัฒนาพื้นที่ [ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม] อย่างยั่งยืน เพื่อที่ประชาชนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ท่านเคยกล่าวว่า พายุเฮอร์ริเคนหลายลูกของปี 2017 ที่พัดกระหนํ่าประเทศแถบแคริบเบียนและเทกซัส สะท้อนให้เห็นอันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ท่านมีอะไรจะบอกแก่คนที่ยังกังขาในเรื่องนี้ ใครก็ตามที่มองไม่เห็นผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผมคิดว่าคนเหล่านั้นน่าจะสายตาสั้น พวกเขามองไม่เห็นความเป็นจริง [ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า] นี่ไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งหรือหลายประเทศ หากเป็นปัญหาของมนุษยชาติ เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อหยุดยั้งหายนะนี้ ไม่เช่นนั้น อาจไม่มีคำว่าอนาคตสำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป

ภาพถ่าย: มาร์ก ทีสเซน บทสัมภาษณ์ได้รับการเรียบเรียงเพื่อความกระชับและชัดเจน

 

อ่านเพิ่มเติม : คุยกับ ซิลเวีย เอิร์ล “เจ้าหญิงแห่งห้วงลึก”คุยกับซีซาร์ มิลแลน

เรื่องแนะนำ

คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

เพราะเหตุใดการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์แพนด้าจึงยุ่งยากและเต็มไปด้วยความท้าทาย ลองไปฟังจากปากของผู้ชายเจ้าของฉายา “ป๊ะป๋า” แพนด้ากันดีกว่า “ลูกแพนด้าจะทำให้คุณนึกถึงลูกๆของตัวเอง  และทำให้คุณหลงรักพวกมันครับ” เขาผู้นี้คือ “ป๊ะป๋าแพนด้า” (Papa Panda) หรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์ของจีน (China Conservation and Research Center for the Giant Panda) ที่นี่คือศูนย์เพียงแห่งเดียวในโลกที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์แพนด้า แต่ยังรวมถึงการปล่อยพวกมันกลับคืนสู่ธรรมชาติด้วย “การเพาะขยายพันธุ์แพนด้ามีปัญหาหลักๆ 3 ประการ ประการแรก การจะให้แพนด้าจับคู่ผสมพันธุ์เป็นเรื่องยาก ประการที่สอง การจะให้แพนด้าตั้งท้องก็เป็นเรื่องยาก และประการที่สาม การจะเลี้ยงลูกแพนด้าให้รอดก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน แต่ด้วยการวิจัยอย่างต่อเนื่องยาวนาน 20 ปีของเราทำให้เราสามารถแก้ปัญหาทั้งสามประการนี้ได้” ลูกแพนด้าเมื่อแรกเกิดจะตาบอดและไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากความช่วยเหลือ ก่อนหน้าที่เราจะทราบเรื่องนี้ ลูกแพนด้าจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในความดูแลของมนุษย์ตายลงจากอาการท้องผูก ปัจจุบัน อัตราการรอดชีวิตของลูกแพนด้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 90 ผู้ดูแลแพนด้าต้องเลียนแบบการเลียของแม่แพนด้าเพื่อช่วยเหลือลูกแพนด้าให้ขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ ลูกแพนด้าในความดูแลของมนุษย์ไม่สามารถส่งหรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ทันที ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องฝึกสอนพวกมัน กุญแจสู่ความสำเร็จในการปล่อยแพนด้ากลับคืนสู่ธรรมชาติคือการลดหรือขจัดการพึ่งพามนุษย์ของพวกมัน ที่ศูนย์วิจัยบางแห่ง ลูกและแม่แพนด้าอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเกิดความคิดให้เราแต่งตัวด้วยชุดหมีแพนด้า ด้วยวิธีนี้ ลูกแพนด้าจะคุ้นเคยแต่กับ “แพนด้า” ตัวสีขาวดำเหมือนพวกมันเท่านั้น เพื่อช่วยกลบหรือลบกลิ่นมนุษย์  นักวิจัยต้องสเปรย์ฉี่และอุจจาระแพนด้าลงบนชุด […]

ไฟป่า : ภารกิจดิ่งสู่ไฟนรกของเหล่าสโมกจัมเปอร์

ไฟป่า : ภารกิจดิ่งสู่ไฟนรกของเหล่าสโมกจัมเปอร์ ทุกปีเมื่อถึงฤดูร้อน นักผจญเพลิงทางอากาศระดับหัวกะทิที่เรียกกันว่า สโมกจัมเปอร์ (smokejumper) จะเสี่ยงตายกระโดดร่มลงสู่พื้นที่ทุรกันดารของอะแลสกาเพื่อเร่งรุดดับไฟป่า ก่อนจะลุกลามสร้างความเสียหายมหาศาลแก่ผืนป่า ชีวิต และทรัพย์สิน

อัพเดต 7 ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมกับ วราวุธ ศิลปอาชา

คุยเรื่องกบในกาน้ำกับ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนปัจจุบัน ตลอดสองปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติบ่อยครั้ง และเริ่มส่งผลกระทบกับผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และเขตจังหวัดทางภาคเหนือ ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าในหลายพื้นที่ วิกฤตน้ำท่วมและน้ำแล้งที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงปัญหาขยะพลาสติกในธรรมชาติ ที่นำมาสู่โศกนาฏกรรมของสัตว์ป่าและสัตว์ทะเล จนสร้างความสะเทือนใจและความสนใจให้แก่ผู้คนในสังคม หันกลับมาตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จนนำมาสู่การอนุรักษ์ธรรมชาติกันอย่างเข้มข้นและจริงจัง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ วราวุธ ศิลปอาชา เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีคนใหม่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2562 พร้อมกับให้คำมั่นว่า “ตั้งใจเข้ามาทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง” ถึงวันนี้ผ่านมากว่า 17 เดือน เราจึงขอโอกาสมานั่งพูดคุยกับเขา เพื่ออัพเดตความเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นกัน สร้างมิติใหม่ในวิกฤติ การเข้ามารับตำแหน่งในฐานะผู้นำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในช่วงที่สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศกำลังร้อนระอุ และมีหลาย ๆ ประเด็นเป็นกระแสที่ผู้คนในสังคมกำลังให้ความสนใจ ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก สำหรับการเริ่มต้นกับตำแหน่งใหม่ครั้งนี้ “ถ้ามองเรื่องความไม่พร้อม ไม่เคยมีใครพร้อม สำหรับสถานการณ์แบบนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นของขวัญเสียด้วยซ้ำ ที่ผมจะได้รับโอกาสในการแก้ปัญหา สิ่งที่ผมต้องทำคือต้องพยายามเรียนรู้งานและทำความเข้าใจบริบทขององค์กร รวมถึงบุคลิกของแต่ละหน่วยงานให้เร็วที่สุด นับเป็นความโชคดีที่ในกระทรวงแบ่งออกเป็นหลายกรม แต่ละกรมมีหลายหน่วยงานแยกย่อยกันไป ช่วยให้เราสามารถกระจายปัญหาต่าง ๆ มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานลงไปจัดการพร้อม ๆ กันได้ โดยมีผมทำหน้าที่เป็นเหมือนน้ำที่เป็นตัวประสาน ปรับแผนงานไปตามสถานการณ์และวิธีการทำงานของแต่ละคน […]

ถ้วยอนามัย ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าในการจัดการประจำเดือนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ตลอดชีวิตผู้หญิงหนึ่งคน ใช้ผ้าอนามัยแล้วทิ้งเป็นขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ ต้องอยู่บนโลกไปอีกหลายร้อยปี มากกว่า 5,000 แผ่น ‘ถ้วยอนามัย’ คือทางเลือกยั่งยืนที่สาว ๆ ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนมาใช้จัดการวันนั้นของเดือน ฉันใช้ ‘ถ้วยอนามัย’ หรือ Menstrual Cup มา 6 เดือนแล้ว เริ่มจากการอ่านรีวิวของเพื่อน ๆ หลายคนที่ทยอยเปลี่ยนมาใช้ถ้วยรองประจำเดือนจัดการกับวันนั้นของเดือนแทน ‘ผ้าอนามัย’ และอยากทดลองเองบ้าง ผลลัพธ์คือ ฉันรักเจ้าถ้วยซิลิโคนเล็ก ๆ แต่ประสิทธิภาพเยี่ยมนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง เพื่อนที่เปลี่ยนมาใช้ถ้วยอนามัยส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกแย่ทุกครั้ง เวลาเห็นผ้าอนามัยใช้แล้วของตัวเอง เพราะมันคือขยะปนเปื้อนที่รีไซเคิลไม่ได้ และจะต้องไปนอนรอย่อยสลายในหลุมฝังกลบ ด้วยสภาพเลือดแห้งกรังแบบนั้นไปอีกหลายร้อยปี และนี่คือ 5 เหตุผลที่ทำให้ฉันเปลี่ยนมาใช้ถ้วยรองประจำเดือน และไม่คิดจะกลับไปใช้ผ้าอนามัย (แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง) อีก นอกจากในอนาคตจะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเราจัดการประจำเดือนได้ง่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากกว่านี้ 01 ฉันเพิ่งตระหนักว่า ที่ผ่านมาเป็นเหยื่อการตลาด ฉันไปค้นประวัติการรับมือกับเลือดประจำเดือนของผู้หญิงในประวัติศาสตร์ พบว่าในอดีต ก่อนศตวรรษที่ 20 ผู้หญิงใช้วัสดุหลากหลายที่มีคุณสมบัติดูดซับได้ ตั้งแต่เศษผ้าไปจนถึงแถบเปลือกไม้เนื้ออ่อน แต่มันก็แสนจะไม่สะดวกสบายและน่าอับอายเมื่อต้องนำเลือดที่แข็งตัวไปล้าง “ทัศนคติว่าประจำเดือนเป็นเลือกพิษที่ทั้งสกปรกและน่าอับอาย มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ จนถึงช่วงกลาง […]