โลกร้อน : น้ำแข็งผืนสุดท้ายในอาร์กติก - National Geographic Thailand

โลกร้อน : น้ำแข็งผืนสุดท้ายในอาร์กติก

โลกร้อน
ยามเช้าในเดือนสิงหาคมที่เกือบปลอดน้ำแข็ง เหล่าวอลรัสกระโจนขึ้นฝั่งบนเกาะเดวอนทางเหนือของเกาะแบฟฟิน วอลรัสดำน้ำลงไปลึกเกือบ 100 เมตรเพื่อกินหอยกาบและสัตว์หน้าดินอื่นๆ ในช่วงระหว่างการดำน้ำ พวกมันจะพักผ่อนอยู่บนน้ำแข็งทะเลเป็นส่วนใหญ่ ผืนดินแห้งเป็นที่พักทดแทนได้ แต่สะดวกสบายน้อยกว่า

แบบจำลองภูมิอากาศบ่งชี้ว่า เมื่อถึงทศวรรษ 2050 น้ำแข็งทะเลที่คงอยู่ตลอดปีจะเหลือไม่ถึง 520,000 ตารางกิโลเมตร กระนั้นข่าวดีก็ยังมีอยู่ว่า น้ำแข็งถาวรที่ยังเหลืออยู่นี้จะเคลื่อนไปรวมกันในพื้นที่ขนาดกะทัดรัด ซึ่งไม่ใช่ตรงนี้ แต่ไกลขึ้นไปทางเหนือ เลยกรีนแลนด์และเกาะเอลสเมียร์ของแคนาดาขึ้นไป ฐานที่มั่นซึ่งหดเล็กลงดังกล่าวจะเป็นถิ่นอาศัยแห่งสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติหลายชนิดของอาร์กติก

“พวกสัตว์ที่ต้องพึ่งพาชายฝั่งน้ำแข็งทะเลเพื่ออยู่รอดจะไปชุมนุมกันที่นั่นในฤดูร้อน” เอนริก ซาลา นักนิเวศวิทยาทางทะเล หัวหน้าโครงการทะเลพิสุทธิ์ (Pristine Seas) ของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก อธิบาย “มันจะเป็นเหมือนแอ่งน้ำในแอฟริกาที่ส่ำสัตว์มารวมตัวกันเลยครับ”

ซาลามาที่เกาะแบฟฟินพร้อมทีมนักดำน้ำและนักสร้างภาพยนตร์เพื่อบันทึกเรื่องราวของโลกน้ำแข็งที่นี่ก่อนจะมลายหายไปเพราะภาวะโลกร้อน และเพื่อใช้เป็นกรณีตัวอย่างเพื่อเรียกร้องให้คุ้มครอง “น้ำแข็งผืนสุดท้าย” ทางเหนือขึ้นไป ตั้งแต่เขาเริ่มโครงการทะเลพิสุทธิ์เมื่อสิบปีก่อน  จนถึงวันนี้โครงการได้ช่วยปกป้องน่านน้ำในมหาสมุทรไว้ได้แล้วราวแปดล้านตารางกิโลเมตร แต่การจะอนุรักษ์ผืนน้ำแข็งอาร์กติกที่ยังเหลืออยู่เอาไว้ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งกรีนแลนด์และแคนาดา จะเป็นภารกิจที่ท้าทายมากที่สุด

นอกจากนี้ยังเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดด้วย “ภูมิภาคอาร์กติกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่อื่นใด” ซาลากล่าว และภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งละลายหายไป การขนส่งทางเรือ การประมง การพัฒนาก๊าซและน้ำมันก็อาจรุกล้ำเข้าไป ถ้าจะให้น้ำแข็งทะเลและประชากรของมันได้รับการปกป้อง สิ่งนี้ก็ต้องเกิดขึ้นก่อนที่การแสวงประโยชน์จากทรัพยากรในอาร์กติกจะกลายเป็นปัญหาที่ไม่อาจหยุดยั้งได้

เรื่อง ทิม โฟลเกอร์

โลกร้อน
กางเกงหนังหมีขั้วโลกบ่งบอกให้รู้ว่า ไนมันงิตซ็อก คริสเตียนเซน ชายชาวอินูอิตจากเมืองคานาคทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ เป็นพรานมือฉมัง น้ำแข็งที่บางลงเรื่อยๆ ทุกปี ทำให้การเดินทางโดยเลื่อนลากด้วยสุนัขของเขายิ่งเสี่ยงอันตรายมากขึ้น

 

อ่านเพิ่มเติม

น้ำเดือดกลายเป็นน้ำแข็งทันที

เรื่องแนะนำ

ปะการังกินขยะพลาสติก แทนอาหารตามธรรมชาติ

การศึกษาล่าสุดพบว่า อนุภาคเล็กๆ ของพลาสติกอาจเป็นตัวการนำเชื้อก่อโรคที่ส่งผลให้ปะการังป่วยหรือตายได้ นักวิทยาศาสตร์พบว่า ปะการังกินขยะพลาสติก ชิ้นเล็กๆ เข้าไป และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ดูเหมือนว่าพวกมันเลือกกินขยะพลาสติกชิ้นเล็กๆ หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “ไมโครพลาสติก” มากกว่าอาหารตามธรรมชาติ แม้ว่าพลาสติกเหล่านี้มีแบคทีเรียที่อาจคร่าชีวิตได้ก็ตาม การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences รายงานการสำรวจปะการังที่อยู่แถบชายฝั่งโรดไอแลนด์ พบว่า ที่ผ่านมา ปะการังในทะเลเขตร้อนเริ่มคุ้นเคยกับการกินไมโครพลาสติกมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อพวกมันเอง ผลการสำรวจล่าสุดพบว่า ไมโครพลาสติกเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ยอดภูเขาสูงไปจนถึงส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตหลายชนิด ตั้งแต่ปลาไปจนถึงนกต่างกินไมโครพลาสติกเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ที่กินไมโครพลาสติกผ่านการปนเปื้อนในแหล่งน้ำและอาหาร แรนดี โรตชัน นักชีววิทยาแนวปะการัง มหาวิทยาลัยบอสตัน หัวหน้าทีมวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า ในช่วงแรกที่ทำวิจัยเรื่องระบบนิเวศทางทะเล เธอไม่คาดหวังการวิจัยที่เกี่ยวกับผลกระทบจากพลาสติก แต่พลาสติกเหล่านี้ปรากฏในการวิจัยอยู่เนืองๆ จนไม่สามารถเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้ เมื่อคุณศึกษาระบบนิเวศหรือสิ่งมีชีวิตในทะเล คุณมักพบกับไมโครพลาสติกอยู่เสมอ ร้ายยิ่งกว่าอาหารขยะ โรตชันและทีมวิจัยเก็บตัวอย่างปะการังชนิด Astrangia poculata จากสี่โคโลนีที่อยู่นอกชายฝั่งแอตแลนติก จากแมสซาชูเซตส์ไปจนถึงอ่าวเม็กซิโก พวกเขาเลือกบริเวณนอกชายฝั่งของโรดไอแลนด์เป็นพื้นที่ศึกษา เพราะใกล้กับเมือง ซึ่งคาดว่าเป็นแหล่งที่ได้รับผลกระทบจากพลาสติกผ่านมลพิษทางน้ำ เมื่อกลับมายังห้องปฏิบัติการ […]

10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเฮอร์ริเคน

ทราบหรือไม่ว่าทั้งไต้ฝุ่นและเฮอร์ริเคนคือชื่อเรียกของ "พายุหมุนเขตร้อน" เหมือนกัน ทั้งยังมีชื่อเรียกอื่นอีก มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวของพายุหมุนเขตร้อนนี้ให้มากขึ้นกัน

10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

คลื่นสึนามิรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่เคยมีการบันทึกมานั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีนี้เอง และประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน

ดื่มด่ำไปกับการผลิบานของหมู่มวลดอกไม้ ผ่านวิดีโอไทม์แลปส์

ร่วมเดินทางผ่านสวนดอกไม้อันน่ามหัศจรรย์ไปกับวิดีโอความยาว 4 นาที วิดีโอการผลิบานของดอกไม้นานาชนิดนี้ ถูกรวบรวมจากนักสร้างภาพยนตร์ทั่วโลก คัดเลือกโดยบรรณาธิการของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในฐานะส่วนหนึ่งของการทำงานเพื่อวิทยาศาสตร์, การสำรวจ และเรื่องเล่าที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงโลก พักสายตาจากโลกรอบตัว สูดหายใจให้ลึกขึ้นเพื่อผ่อนคลาย แล้วชมวิดีโอดังกล่าว คุณผู้อ่านจะตกหลุมรักมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : เสี่ยงตายเพื่อความรู้…ภารกิจของนักล่าพายุ, คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้