เคปทาวน์เผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำครั้งใหญ่ - National Geographic Thailand

เคปทาวน์เผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำครั้งใหญ่

เคปทาวน์เผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำครั้งใหญ่

“คนเราอยู่ไม่ได้ถ้าขาดน้ำ” คุณจะตระหนักถึงความจริงข้อนี้อย่างลึกซึ้งเมื่อไม่มีน้ำใช้ และนี่คือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับพลเมืองในเคปทาวน์ ของแอฟริกาใต้ เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา

ผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำส่งผลทั่วถึงไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน แม้แต่นักท่องเที่ยวเองก็เช่นกัน แท้จริงแล้ววิกฤติทำนองนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้วนานกว่าสามปี โดยเชื่อกันว่ามีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่ส่งผลให้น้ำจืดในเขื่อนแห้งเหือด รวมไปถึงระบบชลประทานที่ออกแบบให้ผู้คนในเมืองนี้ต้องพึ่งพาน้ำจากฝนและเขื่อนมากเกินไป

ในสารคดีสั้นที่จัดทำโดย Tadzio Müller จาก Rosa-Luxemburg-Stiftung จะพาคุณผู้อ่านไปสำรวจว่าชาวเมืองเคปทาวน์ใช้ชีวิตกันอย่างไร เมื่อรัฐบาลออกมาตราการควบคุมน้ำอย่างเข้มงวด ให้เหลือใช้เพียงแค่คนละไม่เกิน 50 ลิตร ต่อวันเท่านั้น (คิดเป็น 13.2 แกลอน) ไปจนถึงแนวทางในอนาคตที่จะป้องกันไม่ให้วิกฤติขาดแคลนน้ำแบบนี้เกิดขึ้นอีก

 

อ่านเพิ่มเติม

สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

เรื่องแนะนำ

เทรนด์วัสดุทดแทนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กที่ขับเคลื่อนโลกสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

จากเทรนด์วัสดุทดแทน สู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หนทางในการขับเคลื่อนโลกรูปแบบใหม่ที่มนุษยชาติกำลังมุ่งไป ปี 2020 โลกเผชิญภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุด ตั้งแต่การตรวจพบคลื่นความร้อนในทวีปแอนตาร์กติกาพื้นที่ที่ควรจะหนาวเย็นที่สุดในโลก รวมถึงการถล่มลงของธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในกรีนแลนด์ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อระดับน้ำทะเลที่เพิ่มระดับสูงขึ้นทั่วโลก การเพิ่มขึ้นของกองทัพตั๊กแตนที่บุกทำลายพื้นที่เกษตรกรรมในทวีปแอฟริกาตะวันออกและเอเชีย ซึ่งการระบาดครั้งใหญ่ของฝูงตั๊กแตนนี้ ได้นำพามาซึ่งวิกฤตการขาดแคลนอาหารครั้งสำคัญ การมาถึงของพายุไซโคลนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีของอินเดียและบังคลาเทศ ซึ่งมีความเร็วลมสูงถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดถล่มสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนและผู้คนจำนวนมาก มาจนถึงไฟป่าในออสเตรเลียที่เผาผลาญผืนป่าไปกว่า 30 ล้านไร่ และไฟป่าในสหรัฐอเมริกาที่ลุกลามกินพื้นที่ไปกว่า 5 ล้านไร่ สัตว์ป่าหลายล้านตัวต้องสังเวยชีวิตไปในเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อม ๆ กับปัญหาเขม่าควันที่ปกคลุมท้องฟ้าจนเป็นม่านหมอกทึบ และล่าสุดกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ใน 11 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ได้รับผลกระทบหลายแสนคน ซึ่งนับเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ทั้งหมดนี้คือตัวบ่งชี้ว่าโลกของเรามีสุขภาพที่แย่ลงจากการเสียสมดุลของสภาพแวดล้อม ภัยพิบัติที่เล่าไปข้างต้น เกิดขึ้นจากการสะสมต้นตอปัญหามาตลอดหลายศตวรรษ นับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทุก ๆ ปีเราใช้ทรัพยากรบนโลกมากเกินกว่าที่ธรรมชาติจะสร้างทดแทนขึ้นมาใหม่ได้ทัน ไม่ว่าจะเป็นการทำประมงเกินขนาด รวมถึงเปลี่ยนป่าทั่วโลกให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุของการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าที่ระบบนิเวศจะดูดซับไหว ดังนั้นในการขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า เราจะใช้วิธีการแบบเดิม ๆ ที่เป็นมาไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเศรษฐกิจรูปแบบเดิมที่หัวใจหลักมุ่งเน้นไปที่การใช้ทรัพยากรเพื่อผลิตสินค้า แล้วจบลงด้วยการสร้างขยะมหาศาล เห็นได้จากในแต่ละวัน เรามีขยะมูลฝอยมากกว่า 3.5 ล้านตัน […]

สุนทรพจน์โลกร้อนอันน่ากังวลของเกรียตา กับท่าทีอันแตกต่างจากบรรดาผู้นำประเทศ

พวกคุณกล้าดียังไง เป็นคำพูดส่วนหนึ่งในสุนทรพจน์สะเทือนโลกที่ เกรตา ทูนแบร์ก เยาวชนนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ที่ปลุกให้คนทั้งโลกกลับมาคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง แต่บรรดาผู้นำประเทศจะคิดเช่นนั้นด้วยหรือไม่ เกรตา ทูนแบร์ก เด็กสาวชาวสวีเดน วัย 16 ปี นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดังระดับโลก ที่มีชื่อเสียงมาจากการหยุดเรียนทุกวันศุกร์เพื่อประท้วงให้รัฐบาลบ้านเกิดแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนอย่างจริงจัง และกระตุ้นให้คนหนุ่มสาวทั่วโลก (รวมทั้งประเทศไทย) เดินขบวนเรียกร้องในเรื่องเดียวกันนี้เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา (อ่านเรื่องราวจุดเริ่มต้นการต่อสู้เรียกร้องของเธอได้ที่นี่) กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีการประชุมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ UN Climate Action Summit 2019 ณ นครนิวยอร์ก ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ และเนื้อหาที่พูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คนรุ่นเธอ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลก กำลังวิตกกังวลและรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน และพุ่งเป้าไปที่บรรดาผู้นำโลกอย่างจริงจัง ฉันไม่ควรไม่อยู่ที่นี่ ฉันควรกลับไปเรียนหนังสือในโรงเรียนที่อีกฝั่งของมหาสมุทร แต่พวกคุณยังให้ความหวังกับเยาวชนอยู่ พวกคุณกล้าดียังไง! พวกคุณขโมยความฝันและช่วงเวลาวัยเด็กของฉันด้วยคำพูดกลวงๆ แต่อย่างน้อยฉันเป็นหนึ่งในคนที่โชคดี ยังมีคนอีกมากที่ต้องทรมาน พวกเขากำลังจะตาย ระบบนิเวศกำลังพังทลาย พวกเรากำลังเริ่มการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ พวกคุณเอาแต่พูดเรื่องเงินทอง เล่าเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจอันเป็นนิรันดร์ คุณกล้าดียังไง! นอกจากนี้ เกรตายังพูดถึงการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาว่าได้พิสูจน์เห็นแจ้งเรื่องภาวะผลกระทบต่างๆ จากการกระทำของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติแล้ว แต่บรรดานักการเมืองกลับมองไม่เห็นทางแก้ปัญหา จนเธอไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะแก้ปัญหาได้จริง และมองว่า ผู้ใหญ่เหล่านี้ […]

สารเคมีจากพลาสติกและเครื่องสำอางปนเปื้อนในโลมา

พบสารพทาเลท องค์ประกอบที่ใช้ในการผลิตพลาสติก และข้าวของอื่นๆ อีกมากมายปนเปื้อนในร่างกายของโลมาจำนวน 71% ที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวซาราโซตา ด้านผลกระทบต่อสุขภาพยังคงไม่ชัดเจน

คุยกับ ซิลเวีย เอิร์ล “เจ้าหญิงแห่งห้วงลึก”

นักสมุทรศาสตร์ ซิลเวีย เอิร์ล ได้สมญาว่า “เจ้าหญิงแห่งห้วงลึก” หรือ “Her Deepness” จากการอุทิศตนเพื่อการสำรวจและการอนุรักษ์มหาสมุทรของเธอ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ แบบสบายๆ (และไม่ต้องเปียกน้ำ) เมื่อไม่นานมานี้ NG: ซิลเวีย เราได้ยินข่าวลือว่าจริงๆ แล้วคุณเกิดใต้นํ้า และคุณยังมีเหงือกเหมือนปลา ที่ผ่านมาคุณเสแสร้งมาตลอดว่าเป็นมนุษย์ ที่เห็นเดินดินอยู่นี่เป็นภาพลวงตาใช่ไหม ซิลเวีย: เป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิ!   NG: เกิดอะไรขึ้นกับคุณตอนเป็นเด็ก ทำไมจู่ๆ การใช้ชีวิตอยู่บนบกถึงกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญรองลงไปสำหรับคุณ ซิลเวีย: สมัยเด็กๆ ที่ชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์ มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันถูกคลื่นซัดจมนํ้า ฉันหายใจ ไม่ออก จนกระทั่งนิ้วเท้าสัมผัสพื้น ถึงทะลึ่งพรวดขึ้นมาได้ ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกว่า มันทั้งสนุกและเจ๋งสุดๆ หลังจากนั้น พอครอบครัวย้ายไปอยู่ฟลอริดาตอนฉันอายุ 12 หลังบ้าน เราคืออ่าวเม็กซิโก คุณก็รู้นี่นาว่า เด็กๆ คือ นักสำรวจโดยธรรมชาติ พวกเขาเป็นนัก วิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ต้น ชอบถามคำถามไม่หยุดหย่อน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่และน่าทึ่งไปเสียหมด   NG: ถ้าเป็นเด็กๆ […]