Environment Archives - Page 3 of 30 - National Geographic Thailand

สำรวจดินแดนสุดอันตราย ในหุบเขาอันห่างไกล และธารน้ำแข็งของปากีสถาน

สำรวจดินแดนสุดอันตราย (แต่สวยงาม) ในหุบเขาอันห่างไกล ที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็งของปากีสถาน ในพื้นที่อันห่างไกลแห่งหนึ่งของปากีสถาน จุดตัดที่สำคัญแห่งหนึ่งในเส้นทางแห่งทวีปเอเชีย มีหุบเขาที่มีทัศนียภาพอันโดดเด่นที่ชื่อว่า Shimshal . Shimshal ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,100 เมตร และเป็นที่ตั้งชุมชนซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาค Hunza ของปากีสถาน และเป็นหมู่บ้านแห่งสุดท้ายก่อนเข้าสู่พื้นที่ชายแดนประเทศจีน . พื้นที่แห่งนี้เข้าถึงได้ผ่านถนนหินอันขรุขระและสูงชันซึ่งมีอยู่เพียงเส้นเดียว และเป็นหนึ่งในถนนที่ได้ชื่อว่า ‘อันตรายที่สุดในโลก’ . หมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของเป็นแหล่งที่อยู่ของเหล่าคนเลี้ยงจามรี Eric Shipton นักสำรวจและนักปีนเขาชาวอังกฤษบรรยายถึงหมู่บ้านแห่งนี้ว่าเป็นภาพแทนแห่งความทรหดอดทนได้ดีเลยทีเดียว . หุบเขาแห่งนี้เป็นแหล่งการปรากฏการณ์ทางสิ่งแวดล้อมในเรื่องของ ‘การเพิ่มขึ้นของธารน้ำแข็ง’ บนภูเขาสูง บรรดานักวิทยาศาสตร์กำลังกังวลว่า พื้นที่ภูเขาส่วนใหญ่ของโลกกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนจนทำให้ทะเลสาบซึ่งเกิดจากธารน้ำแข็งมากขึ้น อันจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำ . Shimshal เองก็เผชิญสถานการณ์อันน่ากังวลนี้เช่นเดียวกัน แต่ในรูปแบบที่ต่างออกไป เนื่องจากธารน้ำแห่งหลายสิบแห่งที่กำลังเพิ่มขึ้น ทำให้วัฏจักรของการเกิดการละลายของธารน้ำแข็งนั้นช้าลงกว่าที่ควรจะเป็น . ดังนั้นในอนาคต หากเกิดปรากฎการณ์การละลายของธารน้ำแข็งเหล่านี้จนมวลน้ำไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำในเวลาอันรวดเร็ว หุบเขาแห่งนี้ซึ่งคับแคบและมีเส้นทางแม่น้ำไหลผ่านจะต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ . ผลกระทบซึ่งเกิดจากความเชื่อมโยงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงไม่มีความชัดเจน อย่างไรก็ตาม การศึกษาการเกิดขึ้นของธารน้ำแข็งในพื้นที่ภูเขาแห่งนี้จึงเป็นความจำเป็นต่อผู้คนที่นี้ ซึ่งกำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามอันใหญ่หลวง . Photograph by Ronald Patrick ติดตามผลงานของช่างภาพได้ที่ www.ronaldpatrick.com […]

ร่วมเฉลิมฉลองวันมหาสมุทรโลก World Oceans Day กับ Blancpain

ภาพจากภารกิจ Gombessa II “The Grouper Mystery” ใน French Polynesia ที่ Blancpain ให้การสนับสนุนเพื่อศึกษาการรวมตัวของปลาเก๋าลายหินอ่อนรวมไปถึงการวางไข่ของพวกมันมีบทบาทในการสร้างสมดุลของระบบนิเวศอย่างไร ดั่งพันธะสัญญาต่อมหาสมุทรของ Blancpain (บลองแปง) ที่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมวันมหาสมุทรโลก หรือ World Oceans Day ในวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของมหาสมุทร และความจำเป็นของมษุษยชาติที่ต้องร่วมมือกันดูแลและปกป้องทรัพยากรทางทะเล ทั้งนี้ Blancpain ได้ประกาศความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อสร้างความตระหนักรู้ ไปจนถึงศึกษา และอนุรักษ์มหาสมุทรผ่านแผนแม่บทที่มีชื่อว่า Blancpain Ocean Commitment หรือ BOC Blancpain แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิสที่เก่าแก่ที่สุดในโลกพร้อมประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 287 ปี ผู้สร้างสรรค์เรือนเวลาด้วยศาสตร์และศิลป์ในการประดิษฐ์ขั้นสูง เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่จุดที่ยังไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน และหนึ่งในนั้นคือผลงานระดับตำนานของ Blancpain ได้แก่ นาฬิกา Fifty Fathoms (ฟิฟตี้ ฟาธอมส์) นาฬิกาดำน้ำโมเดิร์นเรือนแรกของโลก ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์แห่งวงการขึ้นมาตั้งแต่เผยโฉมในปี 1953 […]

สิงห์อาสา ร่วมกับ คณะเกษตรศาสตร์ มข. สร้างแหล่งน้ำชุมชนภาคอีสาน โมเดลบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งยั่งยืน

แม้จะเข้าสู่ปี 2565 แล้ว แต่ประเทศไทยเรายังเผชิญปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด ภาพพื้นดินแตกระแหง เกษตรกรรอคอยฟ้าฝนในการทำนา ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย เพราะแม้ประเทศไทยจะมีการเริ่มพัฒนาระบบชลประทานมาตั้งแต่เกิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2504 แต่การพัฒนาประเทศสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ และการขยายพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อรองรับการผลิตทางการเกษตรเพื่อมุ่งเน้นการบริโภคเชิงพาณิชย์ที่กำลังเติบโต รวมถึงตอบสนองการผลิตจำนวนมากเพื่อส่งออก ทำให้การพัฒนาแหล่งน้ำและระบบการจัดการน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ[1] รวมไปถึงนโยบายการขาดการจัดการน้ำที่ดีอย่างต่อเนื่อง [2]เราจึงเห็นหลายพื้นที่ในประเทศไทยยังต้องทำการเกษตรแบบพึ่งฟ้าพึ่งฝน และได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมเมื่อเกิดภัยแล้งหรืออุทกภัยและยังต้องอาศัยการทำเกษตรอย่างพึ่งพิงธรรมชาติเป็นหลัก สาเหตุภัยแล้งยังเกิดสภาพภูมิอากาศที่มีความเปลี่ยนแปลงผันผวน  อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกรวน (Climate Change) อีกด้วย ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น สภาพอากาศโลกผันผวน[3] จนอาจทำให้เกิดการเกิดลมฟ้าอากาศสุดขั้ว (climate extreme)[4] ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่อาจบรรเทาได้โดยง่าย ซ้ำเติมให้ภัยแล้งในไทยมีโอกาสรุนแรงขึ้นอีก นอกจากนี้ มนุษย์ก็มีส่วนให้เกิดภัยแล้งด้วยเช่นกัน การใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง การขุดน้ำใต้ดิน หรือน้ำมาใช้มากเกินไป การทำอุตสาหกรรมที่ส่งผลต่อแหล่งน้ำ หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศดังที่ได้กล่าวไป รุนแรงขึ้นกว่าเดิม[5] ข้อมูลในปี 2563 รายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 มีปริมาตรน้ำใช้การได้ในเขื่อนทั้งประเทศ 8,509 ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 5,736 ล้านลูกบาศก์เมตร […]

กลยุทธ์-หลักวิทยาศาสตร์เพื่อการ รักษาป่า จากโลกร้อน จะทำวิธีใดได้บ้าง

ทางออกของการ รักษาป่า กลยุทธ์การปลูกที่ดีขึ้นและแรงส่งทางวิทยาศาสตร์อาจช่วยให้ตัวดูดซับคาร์บอนเหล่านี้สู้ภาวะโลกร้อนได้ ทางออก 1 การเคลื่อนย้ายต้นไม้อาจช่วยผืนป่าที่อยู่ในภาวะเครียด รับมือกับความร้อน ขณะที่สภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนไป เรื่อง อะเลฮันดรา โบรุนดา ใบสนสีทองโปรยปรายทั่วพื้นและร่วงลงบนศีรษะของเกร็ก โอนีลล์ ราวกับไฮไลต์ผมสีบลอนด์ ระหว่างที่เขาเดินผ่านป่าสนลาร์ชสูงสง่าในหุบเขาโอคานากันของรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา “เป็นต้นไม้ที่สวยมากนะครับ” เขาว่า “ชนิดพันธุ์ที่สง่าภาคภูมิ ถ้าเจอที่เหมาะๆ มันจะงามสะพรั่งเลย” แต่ “ที่เหมาะๆ” สำหรับต้นไม้จำนวนมาก ทั้งที่นี่และที่อื่นๆ กำลังเปลี่ยนไป เมื่อสภาพภูมิอากาศของโลกอุ่นขึ้น อันที่จริง ต้นสนลาร์ชที่งอกงามเหล่านี้ไม่ได้ถือกำเนิดจากต้นพ่อแม่ในหุบเขานี้ หรือกระทั่งในประเทศนี้ แต่มาจากไอดาโฮซึ่งอยู่ห่างออกไปทางใต้ 457 กิโลเมตร ที่นั่นบรรพบุรุษของมันปรับตัวเข้ากับอากาศที่เป็นปกติของที่นี่ตอนนี้ นั่นคือฤดูร้อน ที่อุ่นขึ้น ฤดูหนาวที่สั้นลงเล็กน้อย และรูปแบบฝนที่เปลี่ยนไป ต้นไม้เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการทดลองที่ออกแบบมาเพื่อตอบคำถามซึ่งเร่งด่วนขึ้นทุกที นั่นคือเราจะช่วยให้ป่าต่างๆปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์ก่อขึ้นได้อย่างไร ในแปลงปลูกแบบเดียวกันนี้จากทางเหนือของแคลิฟอร์เนียไปจนถึงชายแดนยูคอน โอนีลล์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของบริติชโคลัมเบียกับเพื่อนร่วมงานปลูกกล้าลาร์ชและต้นไม้ชนิดอื่นๆที่รวบรวมจากป่าริมชายฝั่งตะวันตก เพื่อทดสอบแนวคิดการย้ายป่าแบบมีส่วนช่วย พวกเขาอยากรู้ว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องย้ายต้นไม้ขึ้นเหนือไปไกลขนาดไหนและเร็วเพียงใดจึงทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อปี 2009 กรมป่าไม้รัฐบริติชโคลัมเบียเริ่มทดลองการย้ายป่าแบบมีส่วนช่วยครั้งใหญ่ที่สุดของโลก ในพื้นที่ 48 แห่ง โอนีลล์กับเพื่อนร่วมงานปลูกกล้าไม้ 15 ชนิดที่รวบรวมจากป่า 47 […]

ความร้อนและภัยแล้งกำลังสังหารป่าทั่วโลก แล้วมนุษย์จะหาทางช่วยป่าได้อย่างไร

ความร้อนและภัยแล้งกำลังสังหารป่าของเรา แต่เราอาจจำกัดความเสียหายได้ ถ้าเรากลับตัวกันตอนนี้ เราสังเกตเห็นสีสันเป็นอย่างแรกในป่าที่มีรอยแผลจากเพลิงผลาญแห่งนี้  ไม่นานก่อนหน้านี้ ผืนดินรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทางใต้ของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนมีแต่สีขาวดำของเถ้าถ่านและหมู่สนที่ถูกเผา แต่ฤดูร้อนที่ผ่านมาเหล่าต้นอ่อนที่สูงถึงแข้งกับหน่อต้นแอสเพนแต่งแต้มพื้นดินด้วยสีเขียวสว่าง ดอกไฟร์วีดสีม่วงและผลโซปแบร์รี สีแดงสดแข่งกันชูช่อรอบขอนไม้สีดำเป็นตอตะโก  ห้าปีหลังไฟป่าแบร์รีที่กลืนกินพื้นที่ 84 ตารางกิโลเมตรในรัฐไวโอมิง เมื่อปี 2016  ป่าไหม้เกรียมผืนนี้ก็ตอบสนองต่อไฟป่าเฉกเช่นที่ป่าทั้งหลายในเทือกเขาร็อกกีปฏิบัติมาตลอดหลายพันปี นั่นคือการเข้าสู่ฤดูแห่งการเกิดใหม่ มอนิกา เทอร์เนอร์ กำลังบันทึกการฟื้นคืนที่ว่านั้นอยู่  วันที่อากาศร้อนอบอ้าววันหนึ่งของเดือนกรกฎาคม เทอร์เนอร์ อาจารย์ด้านนิเวศวิทยา เดินตามสายวัดยาว 50 เมตรที่พาดไปตามพื้นป่า  เธอกับนักศึกษาปริญญาโทอีกคนกำลังนับต้นอ่อนสนลอดจ์โพลทุกต้นในระยะหนึ่งเมตรทั้งสองด้าน  ต้นอ่อนขนาดจิ๋วมากมายขึ้นเบียดเสียดกันแน่นอยู่แทบเท้านักวิจัย จนทั้งคู่ใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการเดินระยะทางที่ปกติคงใช้เวลาไม่กี่วินาที  สุดท้ายพวกเขานับต้นอ่อนได้ 2,286 ต้น ที่ตรงนี้กำลังผลิตต้นสน 172,000 ต้นต่อพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร (6.25 ไร่) “สนลอดจ์โพล    ก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ” เทอร์เนอร์บอก “ฟื้นตัวเก่งสุดๆ” แต่วันก่อนหน้า ในป่าที่ถูกเผาแปลงติดกัน เทอร์เนอร์บันทึกข้อมูลที่ชวนให้กังวลใจ แทนที่จะมีสนต้นอ่อนงอกงามเป็นสายน้ำ ผืนดินกลับเต็มไปด้วยดอกไม้สารพัดชนิด และหญ้าต่างๆ ขึ้นปะปนบนดินแห้งระแหง บนเส้นทางระยะ 50 เมตรช่วงหนึ่ง เทอร์เนอร์นับสนต้นอ่อนได้เพียง 16 ต้น […]

World Update: รู้จัก ‘ไฮเปอร์เรียน’ ต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก

รู้จัก ‘ไฮเปอร์เรียน’ ต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก สูงกว่าเทพีเสรีภาพและตึก 35 ชั้น อายุราว 600-800 ปี ต้นเรดวูดชายฝั่ง (Sequoia sempervirens) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ไฮเปอร์เรียน’ (Hyperion) คือ ต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเรดวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา  ตามรายงานของ Guinness World Records บันทึกไว้ล่าสุดเมื่อปี 2019 ว่ามันมีความสูงจากฐานถึงยอด 116.07 เมตร ซึ่งสูงกว่าอาคาร 35 ชั้นและสูงกว่าเทพีเสรีภาพที่มีความสูง 93 เมตร ต้นไฮเปอร์เรียนนี้ค้นพบครั้งแรกในปี 2006 โดยคริส แอตกินส์ (Chris Atkins) และไมเคิล เทย์เลอร์(Michael Taylor) ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะวิจัยที่ทำการสำรวจป่าแคลิเฟอร์เนีย ในเวลานั้นต้นไม้ไฮเปอร์เรียนสูง 115.5 เมตร ซึ่งสูงน้อยกว่าสถิติปัจจุบันเล็กน้อย และนอกจากสูงแล้วมันยังเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่มีอายุมากที่สุดประมาณ 600 ถึง 800 ปี พวกเขาคาดว่าสถานที่ตั้งของมันคือเคล็ดลับความสำเร็จ “แม้ว่าพวกมันอยู่บนทางลาดชัน […]

ป่าไม้ไทย มีความเปลี่ยนแปลง ดีขึ้นหรือแย่ลงในแง่มุมใดบ้าง

สำรวจ ป่าไม้ไทย ในความเปลี่ยนแปลง ป่าไม้ไทย – ปลาย พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา  ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  สมัยที่ 26  หรือ COP26  ที่เมืองกลาสโกว์  สกอตแลนด์  สหราชอาณาจักร พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย ไม่ลงนามในปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน อันเป็นคำประกาศให้คำมั่นที่จะยุติการตัดไม้ทำลายป่าและฟื้นฟูป่าไม้ ภายในปี 2030 หรือ พ.ศ. 2573 แม้ที่ผ่านมาไทยได้ลงนามและทำความตกลงในการปกป้องรักษา พื้นที่ป่ามาแล้วหลายครั้ง และการไม่ลงนามในการประชุมดังกล่าวเป็นข้อติดขัดด้านขั้นตอนซึ่งต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรีก่อน และอาจมีการลงนามในอนาคตได้อีก แต่ก็ทำให้เกิดข้อกังขาและกระแสการตั้งคำถามถึงสถานการณ์ ป่าไม้ไทย ท่ามกลางวิกฤติต่างๆ ดังที่ปรากฏในสื่อต่าง ๆ ณ ช่วงเวลานั้น ป่าไม้ไทย ผ่านอะไรมาบ้าง ในเว็บไซต์ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กราฟแสดงสถิติพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยระหว่าง พ.ศ. 2504 ถึง 2562 ทำ ให้เห็นได้คร่าวๆ ว่า เมื่อ 60 ปีที่แล้ว  ไทยมีป่าอยู่ราวครึ่งหนึ่งของประเทศ (ร้อยละ 53.22)  […]

เชื้อเพลิงฟอสซิล จะหมดไปจากโลกใบนี้เมื่อไหร่?

นับถอยหลังเวลา ไปพร้อมกับปริมาณของพลังงานฟอสซิลสำรองคงเหลือที่มีแต่น้อยลง คำถามที่ตามมาอันเนื่องมาจากสังคมแห่งการบริโภคพลังงานจาก เชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างหนัก มาสู่ปัจจุบัน ที่การใช้พลังงานทางเลือกกลายเป็นวิถีที่ทุกคนพยายามเดินบนเส้นทางนี้ ความกังวลยังคงเกิดขึ้นในช่วงระหว่างการเปลี่ยนผ่าน ว่าจะยังคงมีเชื้อเพลิงจากฟอสซิลให้เราใช้งานต่อไปอีกไหม? และนวัตกรรมด้านพลังงานที่เกิดขึ้นจะทำงานได้ผลทันท่วงทีหรือไม่? อย่างที่ทราบกันดีว่า เชื้อเพลิงฟอสซิลเกิดจากการทับถมของอินทรียสารใต้ผืนโลกมาเป็นเวลายาวนานหลายพันล้านปี เพราะเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีปริมาณจำกัดและไม่สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้อีก (Non-renewable Resources) ทุกวันนี้ มนุษยชาติจึงเหมือนกำลังนับถอยหลังวันที่สิ้นสุดของแหล่งพลังงานจากฟอสซิล ในขณะที่ความต้องการใช้พลังงานของทั้งโลกยังคงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน   ภาพรวมที่ผ่านมาของการบริโภค จากข้อมูลการบันทึกสถิติการบริโภคเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วทั้งโลกของ Fair Planet พบว่าในช่วงเวลากว่า 200 ปีที่ผ่านมา การบริโภคจากทั่วโลกเติบโตขึ้นมากกว่า 1,300 เท่า โดยมีถ่านหิน คือแหล่งทรัพยากรชนิดแรกที่ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง จนกระทั่งปี 1860 จึงเริ่มมีการใช้น้ำมันดิบเป็นแหล่งพลังงาน ตามมาด้วยการเริ่มต้นใช้งานก๊าซธรรมชาติในช่วงปลาย 1880 ยาวนานถึงปัจจุบันที่ยังคงใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั้ง 3 ประเภทเป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน และความต้องการบริโภคพลังงานจากฟอสซิลทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นปีละมากกว่า 1% ปัจจัยที่ทำให้เชื้อเพลิงฟอสซิลหมดลงเป็นเรื่องของอัตราการใช้งานและแหล่งสำรองที่คงมีอยู่ ซึ่งจากงานวิจัยในแต่ละยุคสมัยพูดถึงเรื่องปริมาณของเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เหลืออยู่แตกต่างกันไปตามนวัตกรรมที่เติบโตขึ้น พร้อมกันกับรูปแบบการสำรองพลังงานที่ทำได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน  ยกตัวอย่างรายงานในปี 1977 โดยงานบริหารสารสนเทศด้านพลังงานกล่าวว่า สหรัฐอเมริกามีน้ำมันสำรองคงเหลือเพียง 32 พันล้านบาร์เรล และก๊าซธรรมชาติสำรองเหลือเพียง 207 ล้านคิวบิกฟุต ในขณะที่ช่วงปี 2010 […]

6 เรื่องที่ผู้คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ เอลนีโญและลานีญา

เมื่อเกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ เช่น อุทกภัย และภัยแล้ง ผู้คนมักยึดโยงสาเหตุไปยังปรากฏการณ์ เอลนีโญและลานีญา เหตุการณ์ทางสภาพภูมิอากาศเพียงหนึ่งปัจจัย ทำให้เกิดภัยธรรมชาติทั้งหมด ได้หรือไม่? เอลนีโญและลานีญา ( (El Niño and La Niña) เป็นปรากฏการณ์สุดขั้วตรงข้ามของวัฏจักรการหมุนเวียนกระแสอากาศและกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก (Eastern Tropical Pacific Ocean) ที่เรียกว่า “El Niño – Southern Oscillation” หรือ “เอนโซ” (ENSO) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างมหาสมุทรกับชั้นบรรยากาศโลก ดังนั้น เมื่อกระแสลมเกิดการเปลี่ยนทิศบวกกับกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเปลี่ยนแปลง จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์สภาวะอากาศแปรปรวนฉับพลันที่เรียกว่า “เอลนีโญ” และ “ลานีญา” นอกเหนือจากความผันแปรตามฤดูกาลปกติ เอนโซยังเป็นหนึ่งในปัจจัยควา.มแปรปรวนของสภาพอากาศในแต่ละปี โดยส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญในหลายภูมิภาคทั่วโลก ในปีปกติ ลมสินค้าผลักกระแสน้ำอุ่น และปริมาณน้ำฝน จากตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังอินโดนีเซีย ในทางกลับกัน ช่วงที่เกิดเอลนีโญ ลมสินค้าจะอ่อนแรงลง และสามารถพัดย้อนกลับทิศทางได้ โดยผลักฝนไปยังทวีปอเมริกาใต้แทน นี่คือเหตุผลที่คนในอินโดนีเซียและออสเตรเลียมักเชื่อมโยงเอลนีโญกับภัยแล้ง ในขณะที่ผู้คนในเปรูเชื่อมโยงเอลนีโญกับน้ำท่วม สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสังคม เช่น ผลผลิตทางการเกษตรลดลง […]

World Update: อเมริกาฯ ทุ่มสามพันล้านผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

อเมริกาลงทุนสามพันล้านดอลลาร์ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า – หวังสกัดการเติบโตแบตฯ จากจีน – เสริมลดคาร์บอน  รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะจัดสรรงบประมาณมากกว่าสามพันล้านดอลลาร์เพื่อเป็นเงินสนับสนุนการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยเงินทุนจะถูกจัดสรรโดยกระทรวงพลังงานจากงบประมาณกว่าล้านล้านดอลลาร์โดยหนึ่งในโครงการนี้จะประมวลแร่เพื่อใช้งานในแบตเตอรี่ความจุสูงและรีไซเคิลแบตเตอรี่เหล่านั้น  ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งเป้าให้ยานพาหนะที่ขายในอเมริกากว่าครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 50 เป็นยานพาหนะไฟฟ้าภายในปี 2030 ซึ่งเล็งผลว่าจะเพิ่มงานผลิตในรัฐที่สำคัญต่อการเลือกตั้ง และหวังสกัดการแข่งขันของจีนในตลาดแบตเตอรรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตเร็ว ที่สำคัญที่สุดคือการลดการปล่อยคาร์บอน นอกจากนี้รัฐบาลได้มีการวางแผนเพื่อรักษาเป็นความเอกเทศด้านพลังงานและลดความกดดันทางพลังงานในระยะยาวจากรัสเซีย ซึ่งเกิดผลกระทบจากการบุกยูเครนตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ภายในประเทศ สร้างงานมากขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ผลิตในอเมริกาแข่งขันในเวทีโลกได้  เงินอีกจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้ซื้อรถบัสไฟฟ้าและติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ EV อย่างไรก็ตาม เงินสนับสนุนตรงนี้ไม่ได้ครอบคลุมการพัฒนาเมืองใหม่ในประเทศเพื่อผลิตลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ และแร่ธาตุอื่นที่มีความต้องการสูงที่จำเป็นในการผลิตแบตเตอรี่ โดยในขณะนี้ สหรัฐอเมริกามีตลาดรถยนต์ไฟฟ้าใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ตามหลังจีนและยุโรป โดยรถยนต์ที่จำหน่ายไปในปีที่แล้วภายในประเทศเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์   ข้อมูลอ้างอิง https://www.reuters.com/business/autos-transportation/us-spend-more-than-3-bln-ev-battery-manufacturing-white-house-2022-05-02/ https://www.channelnewsasia.com/business/us-spend-more-us3-billion-ev-battery-manufacturing-white-house-2660901​ https://www.saurenergy.com/ev-storage/us-federal-government-to-spend-3-billion-to-boost-electric-vehicles-and-battery-production-in-usa#:~:text=The%20administration%20of%20the%20US,powered%20vehicles%20to%20electric%20vehicles. https://www.itworldcanada.com/post/u-s-to-spend-more-than-3-billion-on-ev-battery-manufacturing https://www.carandbike.com/news/u-s-to-spend-more-than-3-billion-on-ev-battery-manufacturing-report-2942788

ชม ปะการังออกไข่ ความสวยงามของท้องทะเลไทยในช่วงเวลาสั้นๆ

เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทีมนักวิจัยก็ดำดิ่งลงไปใต้ทะเลที่มืดมิดเพื่อเฝ้ารอ ปะการังออกไข่ ปะการังออกไข่ ปรากฏการณ์ที่พบดูได้ยากซึ่งเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่ครั้งต่อปี เมื่อปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่นอุณหภูมิ แสงจันทร์ การไหลของกระแสน้ำ เป็นใจและส่งสัญญาณแก่ปะการังให้ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาในมวลน้ำพร้อมๆกันเพื่อผสมพันธุ์และให้กระแสน้ำพัดนำพาตัวอ่อนแพลงค์ตอนเล็กๆลอยออกไป โอกาสรอดชีวิตของแพลงก์ตอนนั้นไม่ได้มีเยอะในธรรมชาติจากสัตว์นักล่าเล็กใหญ่ที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ประจำปี ก้อนเซลล์สืบพันธุ์สีชมพูขนาดจิ๋วนับไม่ถ้วนที่ผุดลอยช้าๆ ตามมวลน้ำบางส่วนจึงถูกเก็บไปใช้ในโครงการวิจัยการเพาะพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศ ที่นำโดย ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ ก่อนที่จะถูกรีบนำส่งมาที่โรงเพาะปะการังบนเกาะแสมสารเพื่อทำการผสมในบ่อเพาะเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อดูแลให้เติบโตและนำคืนสู่ท้องทะเลเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังธรรมชาติเมื่อถึงวัย หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพของงานเพาะพันธุ์ปะการังด้วยการหักกิ่งที่มักออกตามสื่อต่างๆ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือการหักกิ่งเพาะชำที่สามารถสร้างปริมาณชิ้นปะการังได้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมเนื่องจากชิ้นปะการังเหล่านี้ก็ล้วนต่างเหมือนร่างโคลนจากโคโลนี่ที่ถูกนำมาหักกิ่ง แต่การเพาะพันธุ์แบบอาศัยเพศเช่นการออกไข่นี้ จะเสริมสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมของปะการังได้มากกว่าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ของแนวปะการังในธรรมชาติจากภัยคุกคามต่างๆ การเลือกใช้แต่ละเทคนิคก็ควรถูกพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ ภัยคุกคาม และงบประมาณ แต่จากสภาพแวดล้อมของมหาสมุทรภายใต้สภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่สภาวะท้องทะเลเป็นกรด การระบาดของโรคปะการัง และความถี่ของการฟอกขาวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเสริมสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวก็เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ระบบนิเวศที่สำคัญแต่เปราะบางของท้องทะเลอย่างแนวปะการังสามารถปรับตัวอยู่รอดต่อไปได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปของยุคปัจจุบัน เรื่องและภาพ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ติดตามผลงานเพิ่มเติมของศิรชัยที่ https://www.instagram.com/shinalodon/ Curated by เอกรัตน์ ปัญญะธารา อ่านเพิ่มเติม ชมหิมะใต้ท้องทะเล เมื่อปะการังผสมพันธุ์

ไนเจอร์ ดินแดนต้นไม้ 200 ล้านต้น การปลูกความหวังสีเขียวกลางดินแดนสะฮารา

ไนเจอร์ ผืนดินแห้งแล้งทางตอนใต้ของทะเลทรายสะฮารา การฟื้นฟูป่าไม้ตามวิถีธรรมชาติเกิดขึ้นจากคนละไม้คนละมือของเกษตรกร ไนเจอร์ – เป็นเวลาหลายศตวรรษแล้ว ที่ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ปกคลุมไปทั่วผืนแผ่นดินทางตอนใต้ของทะเลทรายสะฮาราที่อาบด้วยฝุ่นละอองและแสงแดดจ้า เหล่าต้นโลคัสต์บีน ไม้พุ่มต้นเล็ก รวมทั้งพุ่มไม้หนามและมะขามกระจัดกระจายเป็นกลุ่ม เทียบจากตอนนั้น สมัยที่ Ali Neino ยังเป็นเด็กชายในช่วง 1980 มีเพียงต้นไม้ยืนต้นโดดเดี่ยวบนผืนแผ่นดินของครอบครัว ที่ซึ่งเขามองเห็นท้องฟ้าได้ถ้วนทั่วถึงเส้นขอบฟ้า “ตอนนั้นไม่มีพืชพรรณอะไรเลยอยู่แถวหมู่บ้านและทุ่งนา” Neino ในวัย 45 ปีเล่า “ไม่มีต้นไม้ ไม่มีพุ่มไม้ ไม่มีอะไรเลย” หลายทศวรรษแห่งความแห้งแล้ง การถางหน้าดิน และความต้องการฟืน ทำให้ไนเจอร์แทบไม่มีต้นไม้เลย การทำฟาร์มแบบเร่งรัดเพื่อเลี้ยงปากท้องในประเทศที่ประชากรเพิ่มจำนวนรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลกทำให้ต้นไม้ใหม่แทบจะไม่ได้หยั่งรากลงดินเลย มีความพยายามของรัฐบาลในการปลูกป่าในช่วง 1970 แต่ก็ล้มเหลว ต้นไม้กว่า 60 ล้านต้นถูกปลูกลงผืนดิน แต่ไม่ถึง 20% เท่านั้นที่รอดชีวิต Neino ชี้ให้เห็นถึงต้นไม้ที่เติบโตขึ้นทุกที่ขณะออกเดินเล่นในที่ดินของครอบครัวนอกเขต Dan Saga ลำต้นอาเคเชียอาบแดดที่โผล่พ้นผืนดิน กิ่งก้านและใบไม้ร่วงเกลื่อนฝุ่นดินสีเหลือง มีต้นอาเคเชีย 5 ชนิดเติบโต มีไม้ผลและไม้พุ่มที่เรียกว่า ดูกิ ในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ร้องขอให้นานาประเทศจริงจังกับการฟื้นฟูป่า […]

World Update: นักวิจัยสร้างเอนไซม์ที่ ย่อยสลายพลาสติก ได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน

นักวิจัยสร้างเอนไซม์ที่ย่อยสลายพลาสติกได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน ความหวังใหม่ในการแก้ไขปัญญาวิกฤตพลาสติกทั่วโลก วิศวกรเคมี ฮาล อัลเปอร์ (Hal Alper) จากมหาวิทยาลัยเท็สซัสในเมืองออสติน ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาเอนไซม์แบบใหม่ที่ย่อยสลายขยะพลาสติกได้ภายในไม่กี่สัปดาห์และบางกรณีไม่ถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งออกแบบโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นความหวังใหม่ในการแก้ไขปัญญาวิกฤตมลพิษพลาสติกทั่วโลก “มีความเป็นไปได้มากที่อุตสาหกรรมต่างๆ จะใช้ประโยชน์จากกระบวนการรีไซเคิลวิธีนี้” อัลเปอร์กล่าวถึงในรายงานพร้อมเสริมว่า “นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการจัดการขยะที่แน่นอนแล้ว สิ่งนี้ยังเปิดโอกาสให้องค์กรจากทุกภาคส่วนสามารถรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ของตนได้ ด้วยแนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้นเหล่านี้ จะทำให้เราสร้างเศรษฐกิจพลาสติกหมุนเวียนได้อย่างแท้จริง”  ความพยายามครั้งที่ผ่านๆ มาในการใช้เอนไซม์จัดการพลาสติกนั้นมักมีข้อจำกัดหลายประการ มีทั้งความ ‘อ่อนแอ’ ของตัวเอนไซม์เองไปจนถึงอุณหภูมิและช่วง pH ที่ทำงานได้ และอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่ช้า แต่เอนไซม์ตัวใหม่นี้สามารถย่อยสลายได้แม้แต่ในที่ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส พวกเขาเรียกเอนไซม์ใหม่นี้ว่า “FAST-PETase” ทีมงานระบุคุณสมบัติของมันว่า “เสถียรและทนทาน” มันสามารถย่อยสลายพลาสติกประเภท PET ซึ่งเป็นพลาสติกที่ถูกใช้มากที่สุดชนิดหนึ่ง ตั้งแต่สิ่งทอไปจนถึงขวดน้ำ คิดเป็นร้อยละ 12 ของขยะพลาสติกทั้งหมดบนโลก  “เมื่อพิจารณาถึงการใช้งานเพื่อทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม คุณต้องมีเอนไซม์ที่สามารถทำงานในที่ที่มีอุณหภูมิหลากลาย” อัลเปอร์กล่าว “คุณสมบัตินี้เป็นจุดที่เทคโนโลยีของเรามีข้อได้เปรียบอย่างมากในอนาคต” ในขณะที่แอนดรูว์ เอลลิงตัน ศาสตราจารย์ประจำศูนย์ระบบชีววิทยาสังเคราะห์หนึ่งในทีมวิจัยเสริมว่า “งานนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของการรวบรวมความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ ตั้งแต่ชีววิทยาสังเคราะห์ วิศวกรรมเคมี […]

World Update: ความโลภของมนุษย์ทำ ดินเสื่อมโทรม ร้อยละ 40

รายงานยูเอ็นเผย มนุษย์ทำให้ ดินเสื่อมโทรม ลงอย่างที่สุดถึงร้อยละ 40 ทั่วโลกเนื่องจาก ‘ความโลภที่ไม่รู้จักพอ’  ตามรายงาน Global Land Outlook ฉบับที่ 2 จากอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (UNCCD) ระบุว่าผืนดินทั่วโลกมีคุณค่าลดลงกว่าร้อยละ 40 นั่นหมายความว่าแผ่น ดินเสื่อมโทรม ลง มีความอุดมสมบูรณ์ลดลง เก็บคาร์บอนได้น้อยลง สุขภาพโดยรวมลดลง และรองรับการเพาะปลูกหรือสิ่งมีชีวิตได้น้อยลง คณะทำงานใช้เวลากว่า 5 ปีในการสำรวจภูมิประเทศต่างๆ โดยรายงานระบุว่าการเพาะปลูกเป็นสาเหตุใหญ่และใช้พื้นที่มากที่สุดของปัจจัยทั้งหมด ผืนดินกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่เกษตรกรรมของโลกถูกควบคุมโดย ’ธุรกิจ’ ทำฟาร์มเพียงร้อยละ 1 ในขณะที่ฟาร์มกว่าร้อยละ 80 ที่เหลือ ถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่เพียง 0.02 ตารางกิโลเมตร  การผลิตอาหารบนผืน ดินเสื่อมโทรม ลงจะยากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากดินจะหมดสภาพอย่างรวดเร็วและจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพไม่ว่าจะพืชหรือสัตว์ และทำให้วิกฤตสภาพอากาศรุนแรงขึ้นเนื่องจากโลกถูกลดการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนลง หากปราศจากการแก้ไข ภายในปี 2050 พื้นที่รวมขนาด 16 ล้านตารางกิโลเมตรหรือมีขนาดเท่าทวีปอเมริกาใต้จะกลายเป็นผืนดินที่เสื่อมโทรม นอกจากนี้การบริโภคอื่นๆ เช่นเสื้อผ้าก็มีส่วนในการสร้างความเสื่อมโทรมเช่นกันเพราะผืนดินถูกใช้ไปกับการปลูกพืชเพื่อเอาเส้นใยไปทอผ้าเป็นแฟชั่นที่ใส่ครู่เดียวแล้วโยนทิ้ง ความต้องการที่ไม่เคยถูกเติมเต็มทำให้โลกยากจะแบกรับไหว ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน […]

สิงห์อาสา ร่วมกับเครือข่ายฯ ชวนชาวบ้านแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันภาคเหนือ และภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน

ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือและภาคตะวันออกถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติซึ่งสร้างมลภาวะที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน สิงห์อาสาได้เล็งเห็นและลงมือแก้ปัญหานี้โดยการร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีอย่างยั่งยืน เป็นระยะเวลาอันยาวนานที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอุทกภัย ภัยแล้ง ไฟป่า และภัยหนาว ที่เราอาจกล่าวได้ว่าเกิดขึ้นอยู่ทุกปี โดยภัยธรรมชาติเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้โดยสิ้นเชิง เมื่อเกิดขึ้นแต่ละครั้งก็ย่อมสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน และหน่วยงานห้างร้านต่างๆ เป็นจำนวนมาก ภัยธรรมชาติเหล่านี้อาจเกิดจากธรรมชาติ หรือมนุษย์มีส่วนทำให้เกิดขึ้นก็ได้ และเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย สำหรับประเทศไทย พบภัยพิบัติต่างๆ ได้แก่ พายุหมุนเขตร้อน (Tropical cyclones) , อุทกภัย (Floods) , พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorms) , คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surges) , แผ่นดินถล่ม (Land Slides) , แผ่นดินไหว (Earthquake) . คลื่นสึนามิ (Tsunami) , ภัยแล้ง (Droughts)  และ ไฟป่า (Forest Fire) ภัยธรรมชาติเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากที่สุดคือเรื่องของอุทกภัย เพราะประเทศไทยซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน จึงต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน และลมมรสุมประจำฤดูกาล […]

วิกฤต ขยะพลาสติก ล้นแม่น้ำคงคา

คงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งในอินเดีย และเป็นแหล่งที่มาของ ขยะพลาสติก ที่ไหลลงสู่มหาสมุทร ในทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อโลกตระหนักว่า ขยะพลาสติก ที่สะสมอยู่ในมหาสมุทรต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความพยายามแก้วิกฤติที่ทบทวีนี้มีทั้งดาษดื่น ฝันเฟื่อง และไม่เพียงพอ  คาดการณ์กันว่าเมื่อถึงปี 2040 ปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงทะเลต่อปีจะเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า หรือสูงถึง 29 ล้านตันต่อปี คือมีขยะพลาสติกเฉลี่ย 50 กิโลกรัม ทุกๆ หนึ่งเมตรตลอดแนวชายฝั่งทั่วโลก สารจากนักวิทยาศาสตร์ก็คือ ยังไม่สายเกินไปที่จะแก้ไข แต่เลยเวลาสำหรับการลงมือทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่เป็นชิ้นเป็นอันแล้ว ขยะพลาสติก ในมหาสมุทรเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตในธรรมชาติอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่แพลงก์ตอน ไปจนถึงปลา เต่า และวาฬ แต่เรายังรู้น้อยมากเกี่ยวกับกระบวนการที่ขยะเดินทางสู่มหาสมุทร กระนั้นก็เห็นได้ชัดว่า แม่น้ำสายต่างๆ โดยเฉพาะในแถบเอเชียคือเส้นทางหลักๆ ของขยะพลาสติกเหล่านั้น เมื่อปี 2019 สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สนับสนุนการวิจัยเชิงสำรวจในแม่น้ำคงคา ซึ่งไหลผ่านตอนเหนือของอินเดียและบังกลาเทศ ผ่านลุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คณะสำรวจ ซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และฝ่ายสนับสนุน 40 คนจากอินเดีย บังกลาเทศ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร […]

World Update: ประเทศไทยเร่งผลักดันใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า

ประเทศไทยเร่งผลักดันใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า กระเตื้องภาคอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม สรุปนโบายผลักดันเพื่อการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย ที่ออกมาในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ขยายสิทธิพิเศษเพื่อรณรงค์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าโดยตั้งเป้าหมายว่าจะรักษาสถานะฐานการผลิตรายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  สถานีชาร์จไฟฟ้าขนาดเล็กมีสิทธิ์ได้รับการละเว้นภาษีสามปี ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษเพิ่มจากการละเว้นภาษีองค์กรห้าปีเพื่อการลงทุนในสถานีชาร์จไฟที่มีหัวชาร์จอย่างน้อย 40 แห่งและการออกมาตรฐาน ISO ถูกเพิกถอนเพื่อความสะดวกที่มากขึ้นและเป็นการจูงใจ มาตรการที่ปรับใหม่มีขึ้นเพื่อทำให้สิทธิพิเศษตามทันสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทางด้านภาครัฐสนับสนุนให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าว่าการผลิตรถยนต์ร้อยละ 30% จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2030  โดยช่วงไตรมาสแรก การลงทุนทั้งหมดของไทยและต่างชาติซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์มีมูลค่าประมาณ 110 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6% จากปีก่อนเนื่องจากความท้าทายด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก  อย่างไรก็ตาม การยื่นลงทุนของทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 เป็นมูลค่า 77.3 ล้านบาท ช่วงไตรมาสแรก โดยมีสามประเทศที่มีอันดับลงทุนสูงสุดคือไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์ ข้อมูลอ้างอิง https://www.channelnewsasia.com/business/thailand-approves-enhanced-incentives-boost-ev-use-2613706 https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thailand-approves-enhanced-incentives-boost-ev-use-2022-04-07/ https://www.onlineev.com/thailand-approves-enhanced-incentives-to-boost-ev-use/ https://auto.economictimes.indiatimes.com/news/passenger-vehicle/cars/thailand-approves-enhanced-incentives-to-boost-ev-use/90717735 อ่านเพิ่มเติม รถยนต์ไฟฟ้า – รวมคำถามที่ต้องสนใจก่อนตัดสินใจใช้งาน

วันคุ้มครองโลก ครั้งแรก ปูทางสู่การเคลื่อนไหวเพื่อความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

กระแสความไม่พอใจ เหตุจากการรั่วไหลของน้ำมันในแคลิฟอร์เนีย กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่เปลี่ยนให้การเฉลิมฉลองของชาวสหรัฐฯ ในวันที่ 22 เมษายน กลายเป็นวันแห่งการปกปักรักษาสิ่งแวดล้อมในระดับโลก หรือ วันคุ้มครองโลก วันที่ 22 เมษายนของทุกปี ผู้คนทั่วโลกจะมารวมตัวกันเพื่อเป็นเกียรติและแสดงออกถึงพลังแห่งการอนุรักษ์ ‘โลก’ บ้านหลังนี้ที่พวกเราอาศัยอยู่ร่วมกัน หรือที่เรียกว่า วันคุ้มครองโลก (Earth Day) วันนี้เริ่มต้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1970 จากการเป็นวันที่ทางวิทยาลัยต่างๆ จะจัดเล็กเชอร์หรืออภิปรายในหัวเรื่องความสนใจต่อหน้าสาธารณชน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงพัฒนาไปสู่การเฉลิมฉลองความสำเร็จของการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก พร้อมกับเป็นเครื่องเตือนใจว่า พวกเรายังมีหลายอย่างที่จะต้องทำ ความกังวลต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการก่อตั้งวันคุ้มครองโลกมานานแล้ว ช่วงระหว่างศตวรรษที่ 14-16 ผู้คนกังวลว่ามลพิษและความสกปรกอาจมีส่วนก่อให้เกิดโรคระบาด ในขณะที่วิธีการอนุรักษ์ดินสามารถสืบย้อนหลังไปได้ถึง 2,000 ปีก่อนในจีน อินเดีย และเปรู กระแสของกิจกรรมการเคลื่อนไหวแบบเดียวกันนี้ที่นำไปสู่การก่อกำเนิดวันคุ้มครองโลก ได้พาสังคมเข้าสู่ยุคใหม่ของการตรากฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม เห็นได้จากพระราชบัญญัติอากาศสะอาดและน้ำสะอาด รวมถึงการก่อตั้งสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เหล่านี้จะบอกเล่าว่า วันคุ้มครองโลกกลายมาเป็นวันสำคัญได้อย่างไร และเหตุใดนักเคลื่อนไหวจึงหวังว่าวันคุ้มครองโลกนี้จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนกว่า วันคุ้มครองโลกเริ่มต้นได้อย่างไร? ช่วง 1960 เป็นทศวรรษแห่งการตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้างไปทั่วสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันส่วนใหญ่รู้จักกับผลกระทบของมลพิษทางอากาศในปี 1960 เมื่อ Rachel Carson นักธรรมชาติวิทยาและอดีตนักชีววิทยาทางทะเลได้ทำการตีพิมพ์ Silent Spring […]