Environment Archives - Page 4 of 26 - National Geographic Thailand

เครื่องดักจับคาร์บอน โดยเยาวชนไทย เสนอต่ออีลอน มัสก์

อีลอน มัสก์ พร้อมจ่ายเงิน 100 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นรางวัลสำหรับเทคโนโลยี เครื่องดักจับคาร์บอน ที่ดีที่สุด ซึ่งเขาเผยแพร่ข้อความนี้ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว จากจุดนี้ ถึงจะเป็นมหาเศรษฐีของโลกก็ยังให้ความสนใจในเทคโนโลยี เครื่องดักจับคาร์บอน ซึ่งเป็นที่คิดค้นมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 แต่ยังเป็นเรื่องความสนใจเฉพาะกลุ่มผู้ที่สนใจงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การดักจับคาร์บอน การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน หรือ Carbon capture, utilisation and storage (CCUS) เป็นกระบวนการดักจับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งต่างๆ อย่างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ หรือเก็บกักไว้เพื่อไม่ให้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ตามหลักการ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกเก็บไว้ที่ชั้นธรณี ประกอบด้วย แหล่งกักเก็บน้ำมัน ชั้นถ่านหินที่ไม่สามารถทำเหมืองถ่านหินได้ และชั้นน้ำเค็มที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งเป็นโครงสร้างทางธรณีที่เป็นแหล่งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ น้ำเกลือ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในช่วงหลายล้านปี หลังจากเรื่องราวการมอบเงินรางวัลของมัสก์แพร่กระจายไปในสังคมออนไลน์ ได้สร้างความตื่นตัวและความสนใจไปยังผู้คนทั่วโลกจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ แอนโทนี-ปิยชนม์ ภุมวิภาชน์ อายุ 15 ปี นักเรียนเกรด 9 ที่โรงเรียนนานาชาติเกนส์วิลล์ เชียงราย แอนโทนีและครอบครัวได้ตัดต่อคลิปวิดีโอเผยแพร่ลงบนยูทูบ เพื่อเป้าหมายคือ หากอีลอน […]

ทะเลน้ำแข็งฤดูร้อนของอาร์กติกอาจละลายหมดในปี 2035 (ดังช่วงหลังยุคน้ำแข็ง)

ในช่วงเวลาไม่ถึง 20 ปีต่อจากนี้ ทะเลน้ำแข็งของอาร์กติกในซีกโลกเหนืออาจกลายเป็นเพียงอดีต เมื่อเดือนกรกฎาคม 2020 จำนวนน้ำแข็งที่ปกคลุมมหาสมุทรอาร์กติกมีปริมาณน้อยกว่าเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นับตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์เริ่มติดตามน้ำแข็งในปี 1979 อันเป็นก้าวย่างไปสู่การทำล้ายล้างและเปลี่ยนโฉมหน้าโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ ฤดูร้อนที่ไร้แผ่นน้ำแข็งของมหาสมุทรอาร์กติก ในแต่ละปี แผ่นน้ำแข็งทะเลอาร์กติกจะขยายเนื่องจากผิวน้ำจะถูกแช่แข็งในระหว่างฤดูหนาวอันยาวนานและมืดมน ในเดือนมีนาคม ซึ่งมักจะมีจำนวนแผ่นน้ำแข็งสูงสุด แผ่นน้ำแข็งจะมีพื้นที่เท่ากับมหาสมุทรอาร์กติก หรือเกือบ 16 ล้านตารางกิโลเมตร น้ำแข็งจะละลายในช่วงฤดูร้อน จนถึงช่วงเวลาที่มีน้ำแข็งน้อยที่สุดในเดือนกันยายน ในเดือนกรกฎาคมช่วงทศวรรษ 1980 มีแผ่นน้ำแข็งครอบคลุมพื้นที่กว่า 9,800,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเทียบได้กับประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดาเลยทีเดียว แต่ในเดือนกรกฎาคม 2020 ทะเลน้ำแข็งครอบคลุมพื้นที่เพียง 7,200,000 ตารางกิโลเมตร นับตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา ทะเลน้ำแข็งอาร์กติกลดลงเฉลี่ย ราว 70,000 ตารางกิโลเมตรต่อปี และไม่ได้เพิ่มขนาดอีกเลย งานศึกษาที่เผยแพร่ในนิตยสาร Nature Climate Change ได้สนับสนุนการคาดการณ์ว่า ฤดูร้อนในทะเลที่อยู่เหนือสุดของโลกกำลังจะสูญเสียพื้นที่น้ำแข็งทั้งหมดภายในปี 2035 “สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่เรารู้ (พื้นที่น้ำแข็งละลาย) กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขณะนี้เรารู้ว่าเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับมัน [อาจจะเร็วกว่าที่เราคิด]” มาเรีย วิกตอเรีย […]

น้ำประปาเค็ม จากผลกระทบของน้ำทะเลหนุน

ในช่วงนี้ การประปานครหลวงเปิดเผยว่า เกิดสถานการณ์ น้ำประปาเค็ม ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมีค่าความเข้มข้นของคลอไรด์สูงกว่าค่ามาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ ซึ่งกำหนดให้น้ำประปามีปริมาณคลอไรด์ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีช่วงเวลาเกิดน้ำประปาเค็ม 6-12 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหากนำไปบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีอาการบางประการ เช่น โรคไต หรือความดันโลหิตสูง น้ำประปาเค็ม มีสาเหตุมาจากแหล่งน้ำดิบที่นำมาใช้ผลิตน้ำประปาถูกน้ำทะเลรุกล้ำ เนื่องจากภาวะภัยแล้งที่ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำมีไม่เพียงพอในการผลักดันน้ำเค็ม เมื่อน้ำทะเลรุกล้ำขึ้นมาถึงจุดที่มีการผันน้ำเข้าคลองประปา จึงทำให้น้ำดิบที่เข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปามีค่าความเข้มข้นของคลอไรด์สูงกว่าปกติ ซึ่งระบบการผลิตน้ำประปาที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นไม่สามารถกำจัดคลอไรด์ในน้ำได้ จึงทำให้เกิดภาวะ “น้ำประปาเค็ม” น้ำประปาเค็มจะพบได้บ่อยครั้งในช่วงฤดูแล้ง และจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงเวลาประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกแถบเขตศูนย์สูตรมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติตั้งแต่ 0.5 ºC ขึ้นไป ส่งผลให้เกิดพายุฝนที่รุนแรงบริเวณชายฝั่งของทวีปอเมริกาใต้ ในขณะที่ประเทศที่อยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก อาทิ ประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ไทย จะเกิดความแห้งแล้งมากผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ภาวะน้ำประปาเค็มมักพบได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่นี้รับน้ำประปาจากโรงงานผลิตน้ำประปา 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานผลิตน้ำสามเสน โรงงานผลิตน้ำบางเขน และโรงงานผลิตน้ำธนบุรี ภายใต้การดูแลของการประปานครหลวง […]

Net Free Seas ครั้งแรกของการรีไซเคิลซากอวนประมงจากท้องทะเลไทย

Net Free Seas โครงการที่ชวนชุมชนชายฝั่ง สร้างมูลค่าเศษอวนประมง ด้วยการทำงานกับโรงงานรีไซเคิล  เพื่อแก้ปัญหาอวนผีในทะเลไทยอย่างยั่งยืน แดดเช้าส่องผิวน้ำเป็นประกาย เรือเคลื่อนตัวออกจากชายฝั่งมุ่งหน้าสู่อ่าวไทย รอบตัวฉันเต็มไปด้วยนักดำน้ำมืออาชีพ ทุกคนคืออาสาสมัครที่ตั้งใจมาทำภารกิจ Cleanup Dive ดำน้ำเพื่อกู้ซากอวนใต้ทะเลในวันนี้ แต่ละปี ขยะพลาสติกปนเปื้อนมากกว่า 12 ล้านตัน รั่วไหลลงสู่ท้องทะเล ประมาณการณ์ได้ว่าปัจจุบัน ทุก ๆ ตารางไมล์ของพื้นที่มหาสมุทรทั่วโลก มีขยะพลาสติกน้ำหนักมากกว่า 269,000 ตัน ไหลเวียนอยู่ มีการคาดการณ์ว่า หากเรายังไม่เร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างเด็ดขาด อีกไม่กี่ทศวรรษในอนาคต มหาสมุทรจะมีปริมาณขยะมากกว่าสัตว์ทะเล ขยะพลาสติกในมหาสมุทรเหล่านี้ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นขยะที่เกิดจากกิจกรรมบนบกและรั่วไหลลงสู่ท้องทะเล จากการจัดการอย่างไม่ถูกต้อง และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นขยะที่มาจากกิจกรรมทางทะเล โดยเฉพาะการทำประมง หลายปีที่ผ่านมา คนจำนวนมากตื่นตัวเรื่องขยะพลาสติก ภาครัฐเริ่มขยับตัวในการออกมาตรการ บริษัทเอกชนเริ่มตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิต ที่ต้องมีส่วนจัดการขยะจากผลิตภัณฑ์ของตนเอง รวมถึงต้องมองหาวัสดุที่ยั่งยืนขึ้นมาใช้ทดแทนพลาสติก แม้จะยังไม่ใกล้ความสำเร็จในอุดมคติ แต่เราเห็นความพยายามที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในการจัดการขยะจากกิจกรรมบนบก ในขณะเดียวกัน ขยะพลาสติกในมหาสมุทรอีก 20 เปอร์เซ็นต์ มาจากกิจกรรมทางทะเล […]

1 ปี หลังไฟป่าครั้งประวัติศาสตร์ ชาวออสเตรเลียยังคงดิ้นรนเพื่อกอบกู้วิถีชีวิตกลับคืนมา

หนึ่งปีหลังจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เปลวไฟขนาดมหึมาที่โหมลุกไหม้พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ยังคงทิ้งบาดแผลฉกรรจ์อันน่าเศร้า ชาวออสเตรเลียที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ยังคงดิ้นรนเพื่อกอบกู้วิถีชีวิตกลับคืนมา วันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 2019 Ron Corby วัย 88 ปี เข้านอนตามปกติในหมู่บ้านเล็ก ๆ บนชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียที่ชื่อ Cobargo จากนั้นเวลาตี 2 ครึ่ง เขาก็ตื่นขึ้นด้วยเสียงโทรศัพท์ เสียงลูกสาวที่ดังมาตามสาย บอกให้เขาอพยพออกจากบ้านของตัวเองทันที เมื่อ Corby ขนข้าวของออกมา เพื่อเตรียมขึ้นรถลูกสาวที่มารอรับหน้าบ้าน เขาเห็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่ลุกไหม้อยู่ไม่ไกล บ้านของเธอที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ช่วงถนนถูกมันกลืนกินไปแล้วทั้งหลัง Corby อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน Cobargo มานานนับทศวรรษ ดำรงชีพด้วยการทำเกษตรกรรม เขาเผชิญหน้ากับภัยพิบัติและสภาพอากาศอันเลวร้ายของออสเตรเลียมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่วิกฤติความแห้งแล้ง ไปจนถึงน้ำท่วมและไฟป่า แต่ไม่มีครั้งใดรุนแรงเทียบเท่าเปลวไฟมหึมาที่ลุกไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้า รวมถึงบ้านของเขาในครั้งนี้มาก่อน 1 ปีที่แล้ว ไฟไหม้รุนแรงเกิดขึ้นทั่วประเทศออสเตรเลีย คร่าชีวิตคนไป 33 คน ทำลายบ้านเรือนหลายพันหลังและทำให้สัตว์ป่ามากกว่า 1 พันล้านตัว ต้องจบชีวิตลงกับเศษเถ้าธุลี พื้นที่มากกว่า 100 […]

ดอยหลวงเชียงดาว 2 ปี หลังไฟป่าครั้งใหญ่ อัศจรรย์ธรรมชาติในการฟื้นฟูตัวเอง

ดอยหลวงเชียงดาว เกือบ 2 ปี หลังไฟป่าครั้งใหญ่ ติดตามนักอนุรักษ์ไปสำรวจการฟื้นตัว หลังปิดผืนป่าไม่ให้มนุษย์ขึ้นไปรบกวนการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของธรรมชาตินานกว่า 1 ปี เส้นทางคดเคี้ยวทอดยาวไปไกลสุดสายตา เบื้องหน้าคือผืนป่าที่โอบอุ้มด้วยเมฆฝนอันชุ่มชื้น เรากำลังเดินเท้าขึ้นสู่ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เทือกเขาหินปูนที่สูงที่สุดของประเทศไทย และยอดเขาสูงอันดับ 3 รองจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก เมื่อ 2 ปีก่อน เกิดเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ณ ดอยหลวงเชียงดาว สร้างความเสียหายให้ผืนป่าเกือบ 4,000 ไร่ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตหลากชนิดพันธุ์เป็นวงกว้าง และสร้างความหวาดหวั่นให้เหล่านักอนุรักษ์ว่าอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชพรรณอันเปราะบางบางชนิด กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจึงตัดสินใจปิดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวอย่างไม่ลังเล เป็นเวลานานกว่า 1 ปี ไม่ให้มนุษย์ขึ้นไปรบกวนการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของธรรมชาติ และเพื่อเป็นการคุ้มครองแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต โดยการเดินทางสู่ดอยหลวงเชียงดาวของเราในครั้งนี้ เป็นการติดตามเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และทีมภาคีเรารักดอยหลวงเชียงดาว มาสำรวจการฟื้นตัวของธรรมชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว 2 ปี หลังไฟป่าขนาดมโหฬารลุกลามไปทั่วพื้นที่ เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง เราก็ประจักษ์ชัดแก่ใจว่า การเยียวยาและฟื้นฟูตัวเองของธรรมชาติ นั้นมหัศจรรย์กว่าที่มนุษย์คาดคิด 01 บ้านของพืชถิ่นเดียว นัยนา เทศนา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ […]

โซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด โดย กฟผ.

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. กำลังดำเนินโครงการก่อสร้าง โซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด เขื่อนสิรินธรใหญ่ที่สุดในโลก ล่าสุดคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 80 พร้อมเร่งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้ครบ 7 ชุดตามแผน คาดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้กลางปี 2564 เพื่อเสริมความมั่นคงพลังงานสะอาดของประเทศไทย และเตรียมผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี พลังงานหมุนเวียนนับเป็นพลังงานสะอาดจากธรรมชาติที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะการนำพลังงานหมุนเวียนมาผลิตไฟฟ้า เนื่องจากเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ แต่พลังงานเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดในการนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าที่ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศที่มีความผันผวนตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น โซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าได้ก็ต่อเมื่อมีแสงแดด และต้องมีความเข้มแสงที่เหมาะสมเท่านั้น จากข้อจำกัดดังกล่าวจึงส่งผลให้ยังไม่สามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่น ๆ มาเป็นแหล่งพลงงานหลักสำหรับผลิตไฟฟ้าได้เมื่อเทียบกับพลังงานจากฟอสซิล และทำให้เกิดนวัตกรรม โซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด ในวันนี้ ประเทศไทยได้นำโซลาร์เซลล์มาติดตั้งบนผิวน้ำ ซึ่งนอกจากจะมีข้อดีในการลดการใช้พื้นที่บนบกแล้ว ยังนำระบบไฮบริดมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าการติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร หรือ Hydro-floating Solar Hybrid เป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของ กฟผ. ที่นำพลังงานหมุนเวียนสองประเภทจาก “พลังงานแสงอาทิตย์” และ “พลังน้ำ” มาผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน หรือเรียกว่าระบบไฮบริด เพื่อลดข้อจำกัดของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่การผลิตไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ “เมื่อดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ ระบบไฮบริดมีขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ถือเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย […]

Blue Lagoon โรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพที่สร้างเงินมหาศาลให้การท่องเที่ยวไอซ์แลนด์

Blue Lagoon แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์ สร้างจากน้ำพุร้อนใต้พิภพที่ผ่านการนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า โดยไอซ์แลนด์ขับเคลื่อนประเทศด้วยพลังงานหมุนเวียนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีประชากรเพียง 332,000 คน แต่ไอซ์แลนด์ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 1.8 ล้านคนต่อปี มากกว่าจำนวนประชากรถึง 6 เท่า โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมายังเกาะแห่งนี้ เพื่อชื่นชมภูมิประเทศที่ต่างจากพื้นที่อื่นในโลก ผสมผสานกันระหว่างความหนาวเย็นและความร้อนระอุ ไม่ว่าจะเป็นถ้ำน้ำแข็ง ธารน้ำแข็ง ทุ่งน้ำแข็ง ไปจนถึงทุ่งลาวาและน้ำพุร้อนไกเซอร์ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Blue Lagoon ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี และสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้คือทะเลสาบน้ำร้อนแห่งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ของไอซ์แลนด์ แต่เป็นฝีมือการสร้างของมนุษย์ มองข้ามขอบน้ำสีฟ้าสดใสของทะเลสาบไป คุณสามารถมองเห็นอาคารและท่อโลหะที่มีไอน้ำพวยพุ่งอยู่แทบจะตลอดเวลา ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนั่นคือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ Svartsengi ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1976 และน้ำอบอุ่นในทะเลสาบที่คนนับล้านข้ามน้ำข้ามทะเลมาแช่เพื่อผ่อนคลายดื่มด่ำนี้ คือน้ำอุณหภูมิร้อนจัดจากใต้ผิวโลกที่ถูกนำขึ้นมาผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่หล่อเลี้ยงผู้คนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของไอซ์แลนด์ทั้งประเทศ การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่มีขั้นตอนในการสร้างยุ่งยากที่สุด เพราะระหว่างกระบวนการสามารถปล่อยมลพิษออกมาได้ หากโรงไฟฟ้าไม่ได้รับการออกแบบระบบควบคุมแบบปิด ที่ป้องกันการเล็ดรอดของสารพิษอย่างเชี่ยวชาญ ด้วยวิสัยทัศน์ของภาครัฐตั้งแต่เมื่อ 80 ปีก่อน ทำให้ทุกวันนี้ ไอซ์แลนด์ขับเคลื่อนประเทศด้วยพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตภายในประเทศเกือบ […]

ถ้วยอนามัย ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าในการจัดการประจำเดือนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ตลอดชีวิตผู้หญิงหนึ่งคน ใช้ผ้าอนามัยแล้วทิ้งเป็นขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ ต้องอยู่บนโลกไปอีกหลายร้อยปี มากกว่า 5,000 แผ่น ‘ถ้วยอนามัย’ คือทางเลือกยั่งยืนที่สาว ๆ ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนมาใช้จัดการวันนั้นของเดือน ฉันใช้ ‘ถ้วยอนามัย’ หรือ Menstrual Cup มา 6 เดือนแล้ว เริ่มจากการอ่านรีวิวของเพื่อน ๆ หลายคนที่ทยอยเปลี่ยนมาใช้ถ้วยรองประจำเดือนจัดการกับวันนั้นของเดือนแทน ‘ผ้าอนามัย’ และอยากทดลองเองบ้าง ผลลัพธ์คือ ฉันรักเจ้าถ้วยซิลิโคนเล็ก ๆ แต่ประสิทธิภาพเยี่ยมนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง เพื่อนที่เปลี่ยนมาใช้ถ้วยอนามัยส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกแย่ทุกครั้ง เวลาเห็นผ้าอนามัยใช้แล้วของตัวเอง เพราะมันคือขยะปนเปื้อนที่รีไซเคิลไม่ได้ และจะต้องไปนอนรอย่อยสลายในหลุมฝังกลบ ด้วยสภาพเลือดแห้งกรังแบบนั้นไปอีกหลายร้อยปี และนี่คือ 5 เหตุผลที่ทำให้ฉันเปลี่ยนมาใช้ถ้วยรองประจำเดือน และไม่คิดจะกลับไปใช้ผ้าอนามัย (แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง) อีก นอกจากในอนาคตจะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเราจัดการประจำเดือนได้ง่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากกว่านี้ 01 ฉันเพิ่งตระหนักว่า ที่ผ่านมาเป็นเหยื่อการตลาด ฉันไปค้นประวัติการรับมือกับเลือดประจำเดือนของผู้หญิงในประวัติศาสตร์ พบว่าในอดีต ก่อนศตวรรษที่ 20 ผู้หญิงใช้วัสดุหลากหลายที่มีคุณสมบัติดูดซับได้ ตั้งแต่เศษผ้าไปจนถึงแถบเปลือกไม้เนื้ออ่อน แต่มันก็แสนจะไม่สะดวกสบายและน่าอับอายเมื่อต้องนำเลือดที่แข็งตัวไปล้าง “ทัศนคติว่าประจำเดือนเป็นเลือกพิษที่ทั้งสกปรกและน่าอับอาย มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ จนถึงช่วงกลาง […]

Prato เมืองเล็กในอิตาลี ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืนด้วยการรีไซเคิลเสื้อผ้าจากทั่วโลก

Prato เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของอิตาลี ถูกขนานนามว่าเมืองหลวงแห่งการรีไซเคิลเสื้อผ้าจากแฟชั่นเหลือใช้ ด้วยธุรกิจสิ่งทอรีไซเคิลกว่า 3,500 แห่ง สร้างเม็ดเงินกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ ค.ศ. 2000 ถึง ค.ศ. 2015 ในขณะที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นหนึ่งในห้า การผลิตเสื้อผ้าก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตามรายงานของมูลนิธิ Ellen MacArthur โดยเป็นผลจากการเกิดขึ้นของ ‘Fast Fashion’ หรือรูปแบบการผลิตเสื้อผ้าที่เน้นความรวดเร็ว ในราคาต่ำที่สุด เพื่อให้ผู้ซื้อไม่รู้สึกเสียดายเงินที่จะใส่แค่ไม่กี่ครั้ง แล้วทิ้งไปซื้อตัวใหม่ต่อไป ในแต่ละปีมีเสื้อผ้าถูกผลิตขึ้นบนโลกมากกว่า 150,000 ล้านชิ้น กระบวนการผลิตปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงประมาณ 1.2 พันล้านตันในทุก ๆ ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่า Carbon Footprint ของเที่ยวบินระหว่างประเทศและขนส่งทางทะเลรวมกัน นอกจากนี้อุตสาหกรรมสิ่งทอยังเป็นตัวการสร้างน้ำเสียถึง 20 เปอร์เซ็นต์จากอุตสาหกรรมทั้งหมดในโลก ไม่ใช่แค่การผลิตเท่านั้นที่ทำให้เกิดความเสียหาย การทิ้งเสื้อผ้าสิ่งทอก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมมากยิ่งกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอถูกจัดให้เป็นอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก (รองจากอุตสาหกรรมน้ำมัน) ด้วย ‘วัฒนธรรมใส่แล้วทิ้ง’ ของเราที่เพิ่มมากขึ้น แต่ละปีจึงมีเสื้อผ้าสภาพดีจำนวนมหาศาลถูกทิ้งขว้าง ทั้งที่เพิ่งถูกสอยลงจากราวแขวนในห้างสรรพสินค้าได้ไม่นาน ผลพวงจากกระบวนการทิ้งเสื้อผ้ามหาศาลนี้ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3.3 […]

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-Waste)

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-Waste) ซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่าง ๆ ทั้งที่ใกล้หมดอายุการใช้งาน ล้าสมัย ในยุคที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้พัฒนาระบบการสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกทิ้งมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Waste หรือ E-waste) คือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่าง ๆ ทั้งที่ใกล้หมดอายุการใช้งาน ล้าสมัย และไม่เป็นที่ต้องการของเจ้าของอีกต่อไป ซึ่งกลายเป็นขยะถูกทิ้งหรือถูกส่งต่อไปยังสถานีรีไซเคิล ซาเล้ง หรือร้านรับซื้อของเก่า เพื่อนำไปคัดแยกชิ้นส่วนและกำจัดเศษซากของอุปกรณ์ที่เหลือ ในยุคที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้พัฒนาระบบการสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะการเปลี่ยนถ่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งยิ่งกว่าที่เคย ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกทิ้งมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังขาดความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และระบบการบริหารจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ชิ้นส่วนของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีส่วนประกอบของสารอันตรายถูกปล่อยปละละเลยและถูกทิ้งรวมไปกับขยะทั่วไป โดยปราศจากการขัดแยก การจัดการกับชิ้นส่วนต่าง ๆ และการกำจัดที่เหมาะสม จนกลายเป็นภัยต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ขยะอิเล็กทรอนิกส์สามารถจำแนกออกเป็น 10 ประเภท ตามระเบียบ WEEE (Waste from Electronic and Electronic Equipment) ของสหภาพยุโรป ดังนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ภายในครัวเรือน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า […]

ขยะทะเล ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป

ผลกระทบของขยะทะเลเกิดขึ้นอย่างชัดเจนต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ จนสามารถเรียกความสนใจจากประชาคมโลกให้หันกลับมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง หลายๆ ประเทศเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ผู้ผลิต ไปจนถึงปลายน้ำ อย่างผู้บริโภคลำดับสุดท้าย เพราะทุกคนมีส่วนทำให้ปริมาณขยะในทะเลเกิดขึ้น ขยะทะเล คือของเสียที่เกิดจากมนุษย์ที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเลทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งขยะดังกล่าวเป็นขยะพลาสติกมีน้ำหนักเบา และไม่สามารถย่อยสลายได้ในเวลาที่สั้นจึงถูกพัดพาไปในที่ที่ห่างไกลจากแหล่งกำเนิด โดยคลื่น ลม กระแสน้ำ และน้ำขึ้น-น้ำลง ขยะพลาสติกส่วนใหญ่ประกอบด้วยของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ถุงพลาสติก ขวดพลาสติก ภาชนะใส่อาหารประเภทต่างๆ และวัสดุที่ใช้ในการบรรจุหีบห่อ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น สายรัด แผ่นพลาสติก หมวกนิรภัย และ เครี่องมือประมง เช่น แห อวน และลอบ ขยะพลาสติกชิ้นใหญ่จะถูกย่อยสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนถึงขนาดเล็กมากเรียกว่าไมโครพลาสติก ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกที่มีขนาดที่เล็กกว่า 5 มิลลิเมตร นอกจากไมโครพลาสติกส่วนใหญ่มาจากการย่อยสลายของพลาสติกชิ้นใหญ่แล้ว ยังเป็นส่วนผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (cosmetic products) และผลิตภัณฑ์สุขภาพ (health care products) เนื่องจากมีขนาดเล็กมาก ไมโครพลาสติกจึงเล็ดลอดสู่ท้องทะเลเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี รายงานขององค์การสหประชาชาติระบุว่า ทุกประมาณ 2.6 ตารางกิโลเมตรของผืนมหาสมุทรมีเม็ดพลาสติกลอยปะปนอยู่ราวๆ 13,000 เม็ด คุณสมบัติเฉพาะตัวที่ดูดซับสารพิษได้ดียังทำให้ไมโครพลาสติกสามารถสะสมพีซีบี (PCBs) […]

เมื่อไต้หวันเปลี่ยนจักรยานยนต์นับแสนคันเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน

 Gogoro สตาร์ทอัพ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่ทำให้ชาวไต้หวันเปลี่ยนมาใช้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แทนจักรยานยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยการสร้างสถานีสลับแบตเตอรี เกือบ 2,000 แห่งทั่วประเทศ ไต้หวันมีประชากรเพียง 23 ล้านคน ในขณะที่มีจำนวนสกู๊ตเตอร์ทั่วประเทศอยู่ถึง 14 ล้านคัน เท่ากับว่าในประชากร 2 คน หนึ่งคนเป็นเจ้าของสกู๊ตเตอร์ สกู๊ตเตอร์คือมอเตอร์ไซต์ขนาดเบา ที่มีล้อเล็ก ทำให้สามารถใช้งานในเมืองได้สะดวกกว่ามอเตอร์ไซต์ขนาดปกติ แต่อย่างไรก็ตามสกู๊ตเตอร์เหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันปิโตรเลียม เชื้อเพลิงฟอสซิลไม่ต่างกัน ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ระบุออกมานานนับศตวรรษแล้วว่า สภาวะเรือนกระจกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภูมิอากาศโลก ด้วยการเข้าไปปกคลุมชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงโลกขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ความเลวร้ายทางสภาพอากาศล่าสุดที่คนไทยส่วนใหญ่เพิ่งทำความรู้จักและตระหนักเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็มีสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบคมนาคมเช่นกัน ดังนั้นประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าไทยถึง 14 เท่าอย่างไต้หวัน แต่มีจำนวนจักรยานยนต์น้อยกว่าเพียงไม่กี่ล้านคัน (ประเทศไทยมีจำนวนจักรยานประมาณ 20 ล้านคัน) จึงประสบปัญหาภาวะทางอากาศอย่างรุนแรงเช่นกัน มีการคาดการณ์ว่ามลพิษ PM 2.5 ของไต้หวันกว่า 20 เปอร์เซ็นต์มาจากจักรยานยนต์ แม้โดยทั่วไปแล้วพวกมันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารถยนต์และประหยัดน้ำมันมากกว่า แต่ก็ปล่อยไฮโดรคาร์บอนมากกว่าซึ่งจะสร้างหมอกควันไนโตรเจนออกไซด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่นั่นคืออดีต… […]

Farm to Table กับการทำเกษตรอย่างยั่งยืน

“ตั้งแต่จำความได้ ยุ้ยก็ช่วยที่บ้านทำ การเกษตรกรรม ช่วยทุกอย่างที่เด็กในวัยนั้นสามารถช่วยได้ ตื่นตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อมาดูแลพืชผลที่เราปลูก แต่กลับขายได้ในราคาถูกแสนถูก พอเริ่มใช้สารเคมี ยุ้ยเกิดอาการแพ้ แต่ก็ต้องทน สภาพดินเริ่มเสื่อมโทรม ผลผลิตมีปริมาณน้อยลง ฐานะทางบ้านจากที่ไม่ดีอยู่แล้วก็ยิ่งแย่ลงไป สิ่งที่สร้างความทรมานทั้งกายและใจที่ครอบครัวยุ้ยต้องเจอคือ สภาวะความเครียด… แต่ก็ต้องก้มหน้าทำต่อไป” นี่คือคำบอกเล่าของคุณญัฐสุดา จั่นบางยาง หรือยุ้ย เจ้าของร้านปลาวัน Farm to Table ตำบลบางยาง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาที่ครอบครัวของเธอเคยประสบ และปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกษตรกรไทยบางส่วนกำลังประสบเช่นกัน หลายครัวเรือนจึงเลือกหันหลังให้กับ การเกษตรกรรม ซึ่งเห็นได้จากอัตราส่วนภาคเกษตรกรรมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2562 ลดลงถึงร้อยละ 22 ณ ศาลากลางสระบัวของร้านปลาวัน บรรยากาศยามเช้าตรู่มีลมพัดโชยเบาๆ ปะทะกับผิวกาย อากาศเย็นสบาย รายล้อมด้วยดอกบัวสีชมพูสดใส และปลานิลตัวเขื่องที่แหวกว่ายอยู่ในสระบัว เป็นบรรยากาศที่แสนสบายตรงข้ามกับบทสนทนาที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า เราจึงเข้าประเด็นถึงเหตุผลที่ครอบครัวของเธอยังประกอบอาชีพเกษตรกรรม และในปัจจุบันพวกเขามีวิธีการทำเกษตรกรรมอย่างไร จึงส่งผลให้วันนี้ “มีความสุขและความยั่งยืน” ที่ต้องทนทำ การเกษตรกรรม เพราะ… ไม่มีทางเลือกจริงหรือ ตั้งแต่คุณญัฐสุดาจำความได้ สิ่งที่เธอเห็นมาตลอดคือ […]

เมื่อชาว แม่แจ่ม เปลี่ยนเขาหัวโล้นจากไร่ข้าวโพด เป็นผืนป่าและสวนวนเกษตรด้วย ‘ต้นไผ่’

แม่แจ่ม โมเดลพลัส โมเดลแก้ปัญหาป่าไม้และที่ดินบนดอย แม่แจ่ม ที่ตั้งเป้าลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด คืนพื้นที่ป่าและสร้างเศรษฐกิจสีเขียว จากการปลูกพืชทดแทน ซึ่งในระยะแรกจะใช้ ‘ต้นไผ่’ เป็นไม้เบิกนำ ในอดีตพื้นที่อำเภอ แม่แจ่ม คือผืนป่าต้นน้ำขนาดใหญ่ สมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ จากการไหลผ่านของแม่น้ำ แม่แจ่ม จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถึงอย่างนั้น แม่แจ่ม มีพื้นที่ภูเขาอยู่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีเพียงพื้นที่ส่วนบนและล่างเท่านั้นที่มีน้ำอุดม ส่วนบริเวณตอนกลางที่เป็นภูเขา น้ำเข้าไปไม่ถึง ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ดินในผืนป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่มซึ่งโดยพื้นฐานจัดเป็นป่าลุ่มน้ำ ถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปี พ.ศ. 2556 อำเภอแม่แจ่มมีผลผลิตข้าวโพดรวมกว่า 100,000 ตัน กินพื้นที่ปลูกข้าวโพดเกือบ 150,000 ไร่ และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิถือครองที่ดิน ในช่วง 10 ปีเดียวกันนี้เองที่หมอกควันจากการเผาซากไร่ในแม่แจ่ม อำเภอใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงหมอกควันจากไฟป่าในฤดูร้อน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวในเชียงใหม่ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค ลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนจึงพุ่งเป้ามากล่าวโทษชาวไร่บนดอยอย่างไม่ต้องสงสัย ปัญหามีรากลึกกว่าแค่ชาวบ้านปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปัญหาเหล่านั้นคืออะไร และหนทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่หน้าตาเป็นแบบไหน ถ้าพร้อมแล้ว […]

เทรนด์วัสดุทดแทนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กที่ขับเคลื่อนโลกสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

จากเทรนด์วัสดุทดแทน สู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หนทางในการขับเคลื่อนโลกรูปแบบใหม่ที่มนุษยชาติกำลังมุ่งไป ปี 2020 โลกเผชิญภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุด ตั้งแต่การตรวจพบคลื่นความร้อนในทวีปแอนตาร์กติกาพื้นที่ที่ควรจะหนาวเย็นที่สุดในโลก รวมถึงการถล่มลงของธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในกรีนแลนด์ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อระดับน้ำทะเลที่เพิ่มระดับสูงขึ้นทั่วโลก การเพิ่มขึ้นของกองทัพตั๊กแตนที่บุกทำลายพื้นที่เกษตรกรรมในทวีปแอฟริกาตะวันออกและเอเชีย ซึ่งการระบาดครั้งใหญ่ของฝูงตั๊กแตนนี้ ได้นำพามาซึ่งวิกฤตการขาดแคลนอาหารครั้งสำคัญ การมาถึงของพายุไซโคลนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีของอินเดียและบังคลาเทศ ซึ่งมีความเร็วลมสูงถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดถล่มสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนและผู้คนจำนวนมาก มาจนถึงไฟป่าในออสเตรเลียที่เผาผลาญผืนป่าไปกว่า 30 ล้านไร่ และไฟป่าในสหรัฐอเมริกาที่ลุกลามกินพื้นที่ไปกว่า 5 ล้านไร่ สัตว์ป่าหลายล้านตัวต้องสังเวยชีวิตไปในเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อม ๆ กับปัญหาเขม่าควันที่ปกคลุมท้องฟ้าจนเป็นม่านหมอกทึบ และล่าสุดกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ใน 11 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ได้รับผลกระทบหลายแสนคน ซึ่งนับเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ทั้งหมดนี้คือตัวบ่งชี้ว่าโลกของเรามีสุขภาพที่แย่ลงจากการเสียสมดุลของสภาพแวดล้อม ภัยพิบัติที่เล่าไปข้างต้น เกิดขึ้นจากการสะสมต้นตอปัญหามาตลอดหลายศตวรรษ นับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทุก ๆ ปีเราใช้ทรัพยากรบนโลกมากเกินกว่าที่ธรรมชาติจะสร้างทดแทนขึ้นมาใหม่ได้ทัน ไม่ว่าจะเป็นการทำประมงเกินขนาด รวมถึงเปลี่ยนป่าทั่วโลกให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุของการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าที่ระบบนิเวศจะดูดซับไหว ดังนั้นในการขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า เราจะใช้วิธีการแบบเดิม ๆ ที่เป็นมาไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเศรษฐกิจรูปแบบเดิมที่หัวใจหลักมุ่งเน้นไปที่การใช้ทรัพยากรเพื่อผลิตสินค้า แล้วจบลงด้วยการสร้างขยะมหาศาล เห็นได้จากในแต่ละวัน เรามีขยะมูลฝอยมากกว่า 3.5 ล้านตัน […]

โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งบุรีรัมย์ ที่ฟื้นคืนฝูงนกกระเรียนพันธุ์ไทยจากการสูญพันธุ์

โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่การฟื้นคืนฝูง นกกระเรียน พันธุ์ไทยจากการสูญพันธุ์ และทำให้ชาวบ้านหันมาทำนาอินทรีย์กันทั้งชุมชน โลกของเรามี นกกระเรียน 15 ชนิด ตั้งแต่นกกระเรียนพันธุ์ยุโรป นกกระเรียนพันธุ์ไซบีเรีย นกกระเรียนพันธุ์ออสเตรเลีย นกกระเรียนกู่แห่งทวีปอเมริกา มาจนถึงนกกระเรียนพันธุ์ไทย (Eastern Sarus Crane) ที่มีขนาดใหญ่โตที่สุด เมื่อโตเต็มวัย โดยมีความสูงถึง 1.8 เมตร จึงนับเป็นนกบินได้ที่สูงที่สุดในโลก เชื่อว่าทุกคนรู้จักชื่อนกกระเรียน แล้วรู้หรือไม่ว่า นกกระเรียนพันธุ์ไทย เคยสาบสูญไปจากธรรมชาติเมืองไทยนานถึง 50 ปี แต่ตอนนี้พวกมันได้กลับมาแล้ว ซึ่งเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเหล่านักอนุรักษ์ และชาวนาแห่งอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ ใน ‘โครงการการปล่อย นกกระเรียน พันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ’ เมื่อ 50 ปีก่อน บริเวณนี้คือ พื้นที่ชุ่มน้ำ แหล่งอยู่อาศัยตามธรรมชาติอันสมบูรณ์ของเหล่านกกระเรียน มาวันนี้เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปจากหนองน้ำกลายเป็นทุ่งนา ความเป็นอยู่ของชาวบ้านถูกชี้วัดด้วยผลผลิตข้าวจำนวนมหาศาลในแต่ละปี ฉะนั้นการกลับมาของฝูงนกกระเรียนจึงเป็นความท้าทายของทั้งนกและคน ความท้าทายของการเพาะพันธุ์นกกระเรียน เลี้ยงดูให้เติบโตอและเตรียมความพร้อมให้พวกมันออกไปใช้ชีวิตได้ตามธรรมชาติว่ายากแล้ว แต่การทำงานร่วมกับชาวบ้านเจ้าของที่นาในปัจจุบันนั้นยากยิ่งกว่า เพราะความสำเร็จของภารกิจนี้คือ นกต้องอยู่รอดได้ด้วยตัวเองในธรรมชาติ ดังนั้นชาวบ้านในชุมชนจึงต้องเข้าใจและเต็มใจทำมาหากิน ไปพร้อมกับนกกระเรียนที่มาหากินและอยู่อาศัยในพื้นที่นาของตัวเอง จากจุดเริ่มต้นโครงการ ใน พ.ศ. […]

ความฝันแดนอาร์กติก รัตติกาล ขั้วโลก อันยาวนาน ในดินแดนเหนือสุดของรัสเซีย

ชีวิตและตำนานถูกแช่แข็งในกาลเวลา ระหว่างรัตติกาล ขั้วโลก อันยาวนาน ในดินแดนเหนือสุดของรัสเซีย ผู้คนกล่าวกันว่า เมื่อใดที่เราได้ซึมซับอาร์กติกเข้าไปแล้ว ดินแดน ขั้วโลก แห่งนี้จะเรียกหาเราตลอดไป ฉันใช้เวลาในวัยเด็กวิ่งเล่นไปทั่วทุ่งทุนดรา และชื่นชมแสงเหนือขณะเดินไปโรงเรียนในช่วงรัตติกาลขั้วโลก (polar night) ชื่อเสนาะหูที่ใช้เรียกช่วงเวลาสองเดือนแห่งความมืดมิด ซึ่งหาได้เป็นเพียงฤดูหนาวของที่นี่ หากยังเป็นสภาวะหนึ่งของจิตใจด้วย หลายปีก่อน ฉันทิ้งบ้านเกิดที่ติคซี เมืองท่าห่างไกลบนชายฝั่งทะเลแลปทิฟของรัสเซีย  เพื่อไปใช้ชีวิตตามเมืองใหญ่และประเทศต่างๆ แต่ภูมิภาคอาร์กติกพรํ่าเพรียกให้ฉันหวนกลับไปโดยตลอด ฉันโหยหาความเดียวดายกับจังหวะชีวิตที่เนิบช้าในภูมิทัศน์ทางตอนเหนือซึ่งปกคลุมด้วยนํ้าแข็งแห่งนี้จินตนาการของฉันโบยบินดังสายลมที่ไร้อุปสรรคขวางกั้น ฉันเป็นตัวเองอย่างแท้จริงเฉพาะเมื่ออยู่ที่นี่ ผู้คนที่ฉันบันทึกภาพก็ไม่ต่างไปมากนัก บางครั้งฉันคิดว่า เรื่องราวของพวกเขาเป็นเหมือนบทตอนในหนังสือ แต่ละบทเผยถึงความฝันแตกต่างกัน แต่ทุกบทเชื่อมโยงกับความรักต่อแผ่นดินนี้ด้วย แต่ละความฝันมีสีสันและบรรยากาศเฉพาะตัว แต่ละคนต่างมีเหตุผลที่จะอยู่ที่นี่ ความฝันแรกเป็นของเวียเชสลาฟ โครอตกี ผู้รั้งตําแหน่งหัวหน้าอันยาวนานของสถานีอุตุนิยมวิทยาโคโดวารีคาบนคาบสมุทรตัดขาดจากโลกในทะเลแบเร็นตส์ ซึ่งเป็นสันดอนจะงอยแคบยาวกันดารที่โครอตกีบอกว่าให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเรือ เขาเป็นคนที่เรียกกันว่า โปลีอาร์นิค หรือผู้เชี่ยวชาญด้านขั้วโลกเหนือ และทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการทํางานในภูมิภาคอาร์กติก ปัจจุบันเขายังคงช่วยรายงานสภาพอากาศอยู่ ด้านนอกสถานี ฉันได้ยินเสียงนํ้าแข็งกําลังเคลื่อนขยับบดเสียดกัน ลมพัดโบกสายวิทยุส่งเสียงหวีดหวิว ภายในสถานีกลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของโครอตกีกับเสียงประตูดังเอี๊ยดอ๊าดบ่งบอกการเคลื่อนผ่านของกาลเวลา เขาจะออกจากสถานีทุก ๆ สามชั่วโมง แล้วกลับเข้ามาพร้อมกับพึมพําข้อมูลสภาพอากาศกับตัวเอง “ลมหรดีเฉียงใต้ความเร็ว 12 เมตรต่อวินาที ลมกระโชกความเร็วสูงสุด 18 เมตร ทวีกําลังแรงขึ้น ความกดอากาศลดลง […]