Environment Archives - Page 6 of 18 - National Geographic Thailand

รายการอาหารแห่งอนาคต

แมลง วัชพืช และเบอเกอร์มังสวิรัติน้ำเนื้อฉ่ำเยิ้ม เหล่านี้คือหน้าตาโฉมใหม่ของอาหารในอนาคต เมื่อประชากรโลกสูงเกินเก้าพันล้านคน

แอนตาร์กติกา โลกที่อาจไม่มีวันหวนคืน

เมื่อภูมิภาคแอนตาร์กติกร้อนขึ้น กฎเกณฑ์ของชีวิตก็ถูกทำลายลง นักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจว่าความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะส่งผลอย่างไรต่ออนาคต

ลมหนาวมาแล้ว! ว่าแต่ทำไมต้องมาจากจีนด้วย?

“ขณะนี้มวลอากาศเย็นจากจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว” ทำไมต้องจีน และลมหนาวในจีนมาจากไหน? มาทำความเข้าใจการเดินทางของสายลมให้ลึกซึ้งมากขึ้นกัน

เหตุใด งูน้ำในโตนเลสาบ จึงมีจำนวนลดลง

งูน้ำในโตนเลสาบ กำลังลดจำนวนลงจนน่าใจหาย ประชากรของ งูน้ำในโตนเลสาบ รวมถึงสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิด ถูกคุกคามอย่างหนักจากธุรกิจการทำประมงน้ำจืดในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โตนเลสาบ เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ในประเทศกัมพูชา และมีความหลากหลายทางชีวภาพของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เซบ โฮแกน นักชีววิทยาและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กำลังศึกษาผลกระทบจากการทำประมงในโตนเลสาบต่อชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาจำนวนปลาในทะเลสาบลดลงอย่างน่าใจหาย กิจกรรมประมงเพื่อการค้าในทะเลสาบ มีการควบคุมโดยตรงจากรัฐบาล แต่ก็ยังไม่สัมฤทธิ์ผล มีชาวประมงกว่าร้อยคนที่เป็นผู้ค้ารายใหญ่คอยจัดการธุรกิจประมงในทะเลาสาบ สัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างปลาบึกถูกคุกคามอย่างหนักจากการประมงเกินขนาดจนกลายเป็นสัตว์หายาก ชาวประมงจึงหันไปจับปลาที่มีขนาดตัวเล็กลง (อ่านเพิ่มเติม: Rare Giant Catfish Signals Hope for Species) จากการสำรวจเมื่อปี 2000 พบว่า งูน้ำในโตนเลสาบ กว่าเจ็ดล้านตัวถูกจับเพราะการประมงในทะเลสาบทุกๆ ปี จำนวนประชากรของงูน้ำ ซึ่งบางชนิดเป็นชนิดพันธุ์ที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์ ลดจำนวนลงเรื่อยมาตั้งแต่ปี 1990 งูน้ำที่ไม่มีพิษจะถูกนำไปปรุงเป็นอาหาร หรือใช้หนังเพื่อทำเป็นสินค้า รวมถึงใช้ทำยารักษาโรค งูน้ำเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในทะเลสาบ พวกมันเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหาร คอยกินปลาและกบ และเป็นอาหารของนก การศึกษาผลกระทบจากการลดจำนวนลงของจำนวนประชากรงูน้ำและสัตว์น้ำอื่นๆ ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจน   อ่านสารคดีไทยเกี่ยวกับ โตนเลสาบ เพิ่มได้ที่ โตนเลสาบ ชีวิตลอยน้ำที่กำลังสูญสิ้น

ไขปริศนาเบื้องหลังภูเขาน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าน่าอัศจรรย์

คงไม่มีใครนึกภาพภูเขาน้ำแข็งเช่นนี้เป็นแน่ แต่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าภาพที่เห็นไม่เพียงเป็นเรื่องจริง แต่ยังมีคำอธิบายที่ไม่ซับซ้อนอะไร

10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

คลื่นสึนามิรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่เคยมีการบันทึกมานั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีนี้เอง และประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน

แผนที่ช่วยปกป้องดินแดนของชนพื้นเมืองได้อย่างไร?

ด้วยความช่วยเหลือจากนักทำแผนที่ เส้นสายเรียบง่ายกำหนดดินแดนของชนพื้นเมืองเหล่านี้กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นแผนที่สมัยใหม่ เพื่อใช้ต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มุ่งหวังใช้ทรัพยากรบนพื้นที่ของพวกเขา

เบื้องหลังสึนามิเหนือความคาดหมายจากแผ่นดินไหวอินโดนีเซีย

ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า ความรุนแรงของคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย อาจเป็นผลมาจากแผ่นดินถล่มใต้ทะเล ประกอบกับลักษณะของภูมิประเทศอ่าวเมืองปาลูที่แคบ ยิ่งส่งผลให้คลื่นทวีความรุนแรงขึ้น

ปรับปรุงจามจุรียักษ์เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

โครงการปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ของจังหวัดกาญจนบุรี มีแผนแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม ทว่าภาพถ่ายเพียงไม่กี่ภาพระหว่างการปรับปรุงช่วงต้นก่อให้เกิดความเข้าใจผิด แท้จริงแล้วรายละเอียดเป็นอย่างไร? ลองชมแผนด้านใน

สาหร่ายปริศนากำลังเปลี่ยนกรีนแลนด์ให้เป็นสีชมพู

จุลชีพขนาดเล็กอย่างแบคทีเรียและสาหร่ายที่อาศัยอยู่ในผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และความอุดมสมบูรณ์ของพวกมันส่งผลให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น

โลกร้อนทำให้เฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ทวีความรุนแรง

พายุบางลูกเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ในขณะที่บางลูกเกิดขึ้นตามฤดูกาล แต่ที่แน่ๆ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้น กำลังทวีความรุนแรงของพายุที่เกิดให้มากขึ้นตาม

แผนที่เก่าของเฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

แผนที่เก่าของเฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เรื่องราวการเขียนแผนที่ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เริ่มต้นจากพายุ มันคือพายุที่มีชื่อว่า “the Great White Hurricane” ที่ส่งผลกระทบให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งแอตแลนติกต้องปราศจากไฟฟ้าใช้ไป 4 วันเต็ม ในฤดูใบไม้ผลิ ของปี 1888 และในปีนั้นเองที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเผยแพร่ภาพ แผนที่เก่าการเดินทางของพายุตั้งแต่มหานครนิวยอร์ก ไปยังเบอร์มิวดา ก่อนที่จะขึ้นเหนือไปยังแคนาดา จัดทำโดย Edward Everett Hayden นักอุตุนิยมวิทยา ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สองปีต่อมา Hayden เขียนนิตยสาร “The Law of Storms” บอกเล่าเรื่องราววิทยาศาสตร์ของพายุ และแนวทางการเดินเรือที่ปลอดภัยให้แก่บรรดาลูกเรือในมหาสมุทร แผนที่พายุแรกของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกถูกรวมอยู่ในเส้นทางของพายุที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตลอดสองปีที่ผ่านมาด้วย เส้นสายโค้งเข้าสู่จุดศูนย์กลางดูเผินๆ ช่างคล้ายกับรอยนิ้วมือ ทว่าทุกเส้นถูกเขียนด้วยความตั้งใจและมาจากประสบการณ์สังเกตพายุนานหลายปี ต่อมาการทำแผนที่พายุได้ให้ข้อมูลที่ซับซ้อนและน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมีส่วนเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ ทุกวันนี้นักอุตุนิยมวิทยาใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในการพยากรณ์อากาศ และคำนวณเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุ ข้อมูลเหล่านี้อัพเดทได้ในรายชั่วโมง ในขณะที่แผนที่เหล่านี้กลายเป็นประวัติศาสตร์เก่าไป มาชมลวดลายของพายุเฮอร์ริเคนในสมัยที่ยังคงถูกเขียนด้วยมือจากคลังภาพเก่าของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกัน เรื่อง Nina Strochlic […]

10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเฮอร์ริเคน

ทราบหรือไม่ว่าทั้งไต้ฝุ่นและเฮอร์ริเคนคือชื่อเรียกของ "พายุหมุนเขตร้อน" เหมือนกัน ทั้งยังมีชื่อเรียกอื่นอีก มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวของพายุหมุนเขตร้อนนี้ให้มากขึ้นกัน

ต้นไม้สื่อสารกันได้

ต้นไม้สื่อสารกันได้ ต้นไม้พูดได้! แต่ไม่ใช่เปล่งคำพูดออกมาให้เราฟังเช่นในภาพยนตร์ การสื่อสารของต้นไม้เกิดขึ้นที่ใต้ผืนดิน ณ เครือข่ายรากของพวกมันต่างหาก ซูซาน ซิมาร์ด นักนิเวศวิทยาป่าไม้ ติดตามสารเคมีจำเพาะบางอย่าง และพบว่าต้นไม้ในป่าสนดักลาสของแคนาดากำลังพูดคุยกันใต้ดิน ด้วยการสร้างความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันที่เรียกว่า “ไมคอร์ไรซา” (mycorrhiza) ร่วมกับราเพื่อส่งสัญญาณต่างๆ และแบ่งปันทรัพยากรระหว่างกัน เริ่มต้นด้วย “ต้นแม่” ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สูงที่สุด และได้รับแสงแดดในการผลิตอาหารมากกว่าที่มันต้องการ กลุ่มราหรือไมซีเลียมที่ห่อหุ้มปลายรากของต้นแม่จะส่งธาตุอาหารจากดินให้แลกกับน้ำตาลที่ต้นไม้ผลิตได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ราขาดแคลน จากนั้นราจะส่งน้ำตาลให้กับต้นไม้เล็กกว่าที่อ่อนแอ และอยู่ในร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ด้วยวิธีการนี้ช่วยให้ต้นไม้ใหญ่สามารถแบ่งปันสารอาหารไปยังต้นไม้อื่นๆ ได้ โดยผ่านเครือข่ายของราที่อาศัยอยู่บริเวณราก นอกจากนั้นหากต้นไม้เผชิญกับความเครียดหรือภัยคุกคามก็ยังสามารถส่งสัญญาณเคมีเตือนต้นไม้ต้นอื่นได้ด้วยเช่นกัน ด้านนักวิจัยพบว่าป่าที่มีการเชื่อมโยงเครือข่ายกันในลักษณะนี้จะช่วยให้ต้นไม้อยู่รอดได้ดีกว่า และหากต้นแม่ถูกโค่นลง ต้นไม้เล็กๆ ก็จะตายตามอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังคงเติบโตอยู่