ใบหน้าใหม่ ของเคที - National Geographic Thailand

ใบหน้าใหม่ของเคที

ใบหน้าใหม่ ของเคที

เคทีอายุเพียง 18 ปีตอนที่เสียใบหน้าของเธอไป ในการฉายให้เห็นภาพ “ก่อน” และ “หลัง” เหมือนในรายการเปลี่ยนโฉมทางทีวี ทำให้เราเห็นสาวน้อยผู้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มและผิวพรรณหมดจด หญิงสาวผู้อ่อนเยาว์งดงาม

โอลิเวีย แมกเคย์ พี่สาวของเคที บอกฉันว่า เคทีเป็นเด็กร่าเริง “เธอไม่กลัวอะไรทั้งนั้น และเป็นคนเฮฮาร่าเริงเอามากๆ” และยังเป็นคนตลกร้ายเหมือนกับพี่ชายที่ชื่อโรเบิร์ต แต่เมื่อโตขึ้น โอลิเวียเริ่มสังเกตเห็นว่า เคทีชอบกดดันตัวเองให้ประสบความสำเร็จ “เธออยากเป็นคนเก่งที่สุดในเกมกีฬาที่ไม่เคยเล่นมาก่อน เธออยากเรียนเก่งที่สุดค่ะ” โอลิเวียเล่า

เมื่อเคทีเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ครอบครัวก็ย้ายบ้านครั้งใหญ่สองครั้ง ตอนเธอเรียนชั้นปีที่สอง พวกเขาย้ายบ้านจากเมืองเลกแลนด์ รัฐฟลอริดา ที่เธอเติบโตขึ้นมา ไปยังเมืองโอเวนส์โบโร รัฐเคนทักกี เธอเพิ่งจะปรับตัวได้ตอนย้ายบ้านอีกรอบหลังจากนั้นหนึ่งปี ไปยังเมืองออกซฟอร์ด รัฐมิสซิสซิปปี ร็อบบ์ พ่อของเธอ ซึ่งเป็นทั้งศาสนาจารย์และนักการศึกษา กับอลีเซีย แม่ของเธอ ได้ทำงานสอนหนังสือให้โรงเรียนชาวคริสต์เล็กๆ แห่งหนึ่ง เคทีเข้าเรียนเป็นเด็กปีหนึ่งอีกรอบและตกหลุมรักกับเพื่อนร่วมชั้น พวกเขาเริ่มคุยกันถึงเรื่องแต่งงาน โอลิเวียบอกว่า “ฟังดูจริงจังมากสำหรับเด็กอายุแค่นี้ เธอโตขึ้นเร็วมากในปีนั้น” หลังจากย้ายบ้านมาหลายครั้ง “ฉันคิดว่าเธอคงอยากได้ความมั่นคงและลงหลักปักฐานเสียที”

ใบหน้าใหม่
1 ปี 1 วันก่อนการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที เธอกับพ่อแม่ ร็อบบ์และอลีเซีย สตับเบิลฟีลด์ นอนงีบอยู่ในสวนสาธารณะใกล้คลินิกคลีฟแลนด์ในวันแดดจัดของฤดูใบไม้ผลิ ในภาพเคทีมีเครื่องยืดถ่างขยายกระดูกติดอยู่บนใบหน้าเพื่อปรับตำแหน่งของดวงตาทั้งสองข้าง

ในปีสุดท้าย โลกของเคทีค่อยๆ ล่มสลาย ปีก่อนหน้าเธอผ่าตัดไส้ติ่ง และภาวะแทรกซ้อนก็ทำให้เธอต้องผ่าเอาถุงน้ำดีออก ครอบครัวสตับเบิลฟีลด์สบอกฉันว่า สองเดือนต่อมา ครูใหญ่ของโรงเรียนแจ้งพวกเขาว่าจะไม่ต่อสัญญาทำงานและไล่อลีเซียออกกลางคัน เคทีซึ่งเชื่อใจครูใหญ่คนนี้มาก รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง

จากนั้น ในวันที่ 25 มีนาคม ปี 2014 เคทีหยิบโทรศัพท์ของแฟนขึ้นมาดูและเห็นข้อความที่เขาส่งหาผู้หญิงคนอื่น พอเธอเผชิญหน้าเขาในเรื่องนี้ เขาก็ขอเลิกกับเธอ เคทีซึ่งทั้งเจ็บปวดและโกรธขึ้ง ไปบ้านของโรเบิร์ต ผู้เป็นพี่ชาย ในออกซฟอร์ด ที่นั่นเธอกดโทรศัพท์เขียนข้อความอย่างเกรี้ยวกราดและเดินไปมา เธอเข้าไปในห้องน้ำ หยิบปืนไรเฟิลที่ใช้ล่าสัตว์ออกมา จ่อใต้คางและลั่นไก โรเบิร์ตพบน้องสาวนอนจมกองเลือด “ใบหน้าเธอหายไปหมดเลยครับ” เขาเล่า ยังคงรู้สึกขวัญผวากับความทรงจำนั้น

กระสุนก็เหมือนกับโจรร้าย เคทีสูญเสียหน้าผากบางส่วน จมูกและโพรงอากาศ ปาก เหลือแต่มุมปากสองข้าง ขากรรไกรล่างกับขากรรไกรบน กระดูกชิ้นที่ประกอบขึ้นเป็นขากรรไกรและพื้นที่ส่วนหน้าของใบหน้า เธอยังเหลือดวงตา แต่ได้รับความเสียหายอย่างมากและผิดรูปไปแล้ว เคทีมีสภาพเช่นนี้ตอนมาถึงคลินิกคลีฟแลนด์ในเวลากว่าห้าสัปดาห์ต่อมา คลินิกแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ที่ซึ่งเคทีได้รับการผ่าตัดเป็นครั้งแรก แพทย์ที่นั่นรักษาชีวิตเธอไว้ได้แม้มีโอกาสเพียงริบหรี่ แต่ความพยายามของพวกเขาที่จะปิดปากแผลอ้ากว้างโดยการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจากลำตัวกลับไม่เป็นผล

ใบหน้าใหม่
1 ปี 2 วันก่อนการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที ระหว่างที่เคทีพักอยู่ในโรงพยาบาลช่วงหนึ่ง อลีเซียทำความสะอาดและปลอบประโลมลูกสาวหลังมื้ออาหาร เคทีดื่มน้ำจากแก้วหัดดื่มของเด็กเพราะเธอไม่มีริมฝีปาก และแทบไม่สามารถกักน้ำไม่ให้ไหลออกจากปากได้

ไบรอัน แกสต์แมน แพทย์ของคลินิกคลีฟแลนด์คนแรกที่ได้พบเคที อุ้มเธอขึ้นวางบนเตียงเข็นและสงสัยว่าคนไข้จะรอดไหม เธอตัวเล็กมาก หนักแค่ 48 กิโลกรัม และแม้จะรอดตาย เขาก็ไม่มั่นใจว่าเธอจะมีเนื้อเยื่อเพียงพอสำหรับการสร้างใบหน้าขึ้นใหม่หรือไม่ “เธอดูอาการหนักครับ เราเห็นสมองของเธอ เธอมีอาการชักและติดเชื้อ และยังมีปัญหาอื่นๆ อีก” เขาบอก

แกสต์แมนบอกว่า ตลอดช่วง 27 ปีที่ฝึกหัดและทำงานมา นี่คือบาดแผลบนใบหน้าที่สาหัสที่สุดบาดแผลหนึ่ง ซึ่งเขาเคยเห็น นอกเหนือจากบาดแผลบนใบหน้าแล้ว เธอยังได้รับบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรงจากแรงกระแทกกระเทือนของกระสุนที่มีต่อสมองกลีบหน้าผาก ประสาทตา และต่อมใต้สมอง ความเสียหายที่เกิดกับต่อมใต้สมองทำให้ระดับฮอร์โมนและโซเดียมของเธอรวน ซึ่งอาจทำให้ถึงตายได้

ใบหน้าใหม่
ศัลยแพทย์ประจำบ้านประคองศีรษะของเคทีอย่างระมัดระวังเพื่อให้อยู่กับที่ ขณะเธอนอนอยู่ในห้องไอซียูหลังการผ่าตัดนาน 31 ชั่วโมงเสร็จสิ้นลง แพทย์เย็บเปลือกตาเธอไว้เพื่อปกป้องดวงตา เมื่อการปลูกถ่ายใบหน้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว เคทีจะยังคงต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติมและพักฟื้นอีกนานหลายเดือน

ในการผ่าตัดหลายครั้ง แกสต์แมนและทีมผู้เชี่ยวชาญทำให้เคทีมีอาการคงที่และแปะเนื้อเยื่อลงบนใบหน้าของเธอ พวกเขานำกระดูกที่แตกละเอียดออกมาซ่อมแซม ในการสร้างโพรงจมูกขึ้นใหม่และปกป้องสมองของเธอ แกสต์แมนทำจมูกและริมฝีปากบนแบบพื้นฐานขึ้นจากเนื้อเยื่อต้นขาที่ม้วนกลับเอาด้านในออกมา และใช้เอ็นร้อยหวายชิ้นหนึ่งมาทำคางและริมฝีปากล่าง ทีมแพทย์สร้างกระดูกขากรรไกรล่างจากไทเทเนียมและกระดูกน่องที่ยังมีเนื้อติดอยู่ โดยดูแบบจำลองสามมิติที่ได้จากการสแกนขากรรไกรของโอลิเวีย ซึ่งเป็นพี่สาว และในการขยับดวงตาเคทีให้ชิดกันมากขึ้น แพทย์ใช้อุปกรณ์ยืดขยายกระดูกติดเข้ากับกะโหลกศีรษะและปรับแต่งทุกวัน

เคทีไม่เคยเห็นใบหน้านี้มาก่อน แต่เธอรู้จักมันดีด้วยการสัมผัส เธอเรียกใบหน้านี้ซึ่งเป็นใบหน้าที่สองในชีวิตที่ยังเยาว์ของเธอว่า ชเร็ก (Shrek – ยักษ์เขียวในภาพยนตร์การ์ตูนชื่อเดียวกันที่ออกฉายเมื่อปี 2001)

ใบหน้าใหม่
20 วันหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที ระหว่างฝึกเดินประจำวันในโถงทางเดิน เคทีทำมือทำไม้เป็นสัญญาณขณะออกกำลังกายกับนักกายภาพบำบัด เบ็กกี เวโน (ทางซ้าย) และนักเรียนกายภาพบำบัด นิโคล บลิสส์

สามปีต่อมาในวันที่ 4 พฤษภาคม ปี 2017 ศัลยแพทย์ 11 คนมารวมตัวกันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัดครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของคลินิกแห่งนี้ หลังได้รับข่าวเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตที่ญาติยินยอมมอบใบหน้าให้คณะแพทย์ปลูกถ่ายให้แก่เคที แกสต์แมนตรวจสอบรายการที่พิมพ์ออกมาเป็นครั้งสุดท้ายทีละรายการ ทุกๆ สองสัปดาห์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ศัลยแพทย์จะลับฝีมือในห้องปฏิบัติการอาจารย์ใหญ่ของคลินิก โดยทีมหนึ่งจะย้ายใบหน้าออกจาก “ผู้บริจาค” และอีกทีมจะนำไปปลูกถ่ายให้กับ “ผู้รับบริจาค”

เช้าวันนั้น ร่างผู้บริจาคถูกนำไปนอนลงบนโต๊ะผ่าตัด เครื่องช่วยหายใจปล่อยออกซิเจนผ่านหน้ากากเพื่อรักษาอวัยวะต่างๆ ของเธอให้อยู่ในสภาพดีที่สุด เจ้าหน้าที่จากองค์กรจัดหาอวัยวะแจ้งแก่ทีมแพทย์ว่า หลังจากผ่าใบหน้าของผู้บริจาคออกแล้ว ศัลยแพทย์จะมารอรับตับ ไต ปอด หัวใจ และมดลูก เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยต่อไป

ศัลยแพทย์ใบหน้าเป็นคนแรกที่จะทำการผ่าตัด แต่ถ้าหากสภาพของผู้บริจาคเริ่มถดถอย ทีมแพทย์จะต้องวางมือเพื่อเปิดโอกาสให้ศัลยแพทย์อื่นๆ เข้ามารับอวัยวะที่บริจาคไว้ทันที เกือบสี่ชั่วโมงหลังเริ่มผ่าตัดผู้บริจาค พวกเขาก็พร้อมจะผ่าตัดให้เคทีแล้ว เมื่อเคทีถูกวางยาจนสลบไปแล้ว แกสต์แมนก็เริ่มวาดเส้นลงบนใบหน้าเพื่อทำเครื่องหมายและลงมีดครั้งแรกเพื่อเจาะคอ จากนั้นเขากับศัลยแพทย์อีกสองคนเริ่มรื้องานผ่าตัดฟื้นฟูที่แกสต์แมนทำให้เคทีเมื่อสองปีก่อนหน้านี้ หลายชั่วโมงผ่านไป จอภาพกะพริบอย่างต่อเนื่อง ศัลยแพทย์คุยกันเบาๆ ระหว่างทำงาน พยาบาลทำงานตลอดไม่มีหยุด

ใบหน้าใหม่
7 เดือน 16 วันหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที ในการเดินทางไกลครั้งแรกออกจากคลินิกคลีฟแลนด์ เคทีไปเยี่ยมพี่สาว โอลิเวีย แมกเคย์ ที่เมืองพีโอเรีย รัฐอิลลินอยส์ เธออุ้มหลานชื่อลุค ดวงตาของเคทีมักจะแห้งและปวด บางครั้งเธอจึงแปะแผ่นพลาสติกบางๆ เพื่อรักษาความชื้นในดวงตาไว้

ขณะนั้นเป็นเวลา 00.11 น. ของเช้าวันใหม่ เมื่อพาเพย์และทีมเริ่มตัดหลอดเลือดแดงเส้นสุดท้าย และนำออกจากใบหน้าของผู้บริจาค แพทย์วางใบหน้าลงบนหน้าเคที ศัลยแพทย์ลงมือต่อหลอดเลือดเข้าด้วยกันทันที เมื่อทำเสร็จ ใบหน้าทั้งหน้าก็กลายเป็นสีชมพูสวยงาม “ศัลยแพทย์แทบทุกคนแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเลยละครับ” แกสต์แมนเล่า พวกเขาติดใบหน้าตั้งแต่ลำคอขึ้นไป เริ่มจากกระดูกของผู้บริจาค โดยใช้แผ่นและสกรูติดกระดูกเพื่อเชื่อมเข้ากับกระดูกของเคที ตามด้วยการเชื่อมเส้นประสาท ซึ่งเป็นกลุ่มเส้นใยที่ล้อมด้วยปลอก จุลศัลยแพทย์ที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นพิเศษเย็บปลายของปลอกประสาททั้งสองด้านเข้าด้วยกันโดยใช้ไหมเย็บแผลขนาดเท่าเส้นผมเพื่อไม่ให้เส้นใยเล็กละเอียดข้างในเสียหาย

เวลาตีสาม หรือ 31 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดผู้บริจาคเริ่มขึ้น ศัลยแพทย์เย็บผิวหนังชั้นบนสุดเสร็จ และเชื่อมใบหน้าทั้งหมดเข้าด้วยกัน แกสต์แมนแจ้งข่าวครอบครัวว่าการผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดี เมื่อพ่อแม่และพี่ชายของเคทีเข้ามาเยี่ยมเธอที่ห้องไอซียู ทุกคนยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างเตียง พลางจ้องมองใบหน้าใหม่ของเธอ ร็อบบ์ที่เคยเห็นภาพถ่ายของแกสต์แมนมาแล้วไม่รู้สึกตกใจ โรเบิร์ตสังเกตเห็นว่า น้องสาวของเขามีของใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นคือคางบุ๋มเล็กน้อย “เหมือนเคิร์ก ดักลาส เลย” ผู้เป็นพ่อบอก อลีเซียลูบแขนลูกสาวและคิดว่า “หนูมีหน้าหนึ่งจนถึงอายุ 18 ปี แล้วก็มีหน้าใหม่จากอายุ 18 ถึง 21 ตอนนี้หนูมีหน้านี้แล้วนะ”

เรื่อง โจแอนนา คอนเนอร์ส

ภาพถ่าย แมกกี สตีเบอร์ และ ลินน์ จอห์นสัน

ใบหน้าใหม่
8 เดือน 22 วันหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที เมื่อแซนดราได้พบเคทีเป็นครั้งแรก เธอสำรวจดูใบหน้าของหญิงสาวซึ่งเป็นใบหน้าของหลานสาวเธอมาก่อน “หนูสวยมากเลยจ้ะ” แซนดราบอก เคทีดูไม่เหมือนเอเดรีย หลานสาวของเธอเสียทีเดียว ก่อนจะพบกัน เคทีร้องไห้เพราะกังวลใจ แต่หลังจากพบกันแล้ว เธอบอกว่า “ฉันรู้สึกเหมือนเธอเป็นยายของฉันเลยค่ะ รู้สึกได้ว่าเธอรักฉันมาก”

 

อ่านเพิ่มเติม

เทคโนโลยีช่วยผลักดันขีดจำกัดของมนุษย์อย่างไร?

เรื่องแนะนำ

แมลง หายไปไหนกันหมด

มวลหมู่ แมลง กำลังหายไปอย่างรวดเร็วจนน่าตระหนก และนั่นอาจหมายถึงหายนะของเราเองด้วย เหล่าผีเสื้อบินเข้ามาเรื่อยๆ ตอนแรกหลายพันตัว ตามมาด้วยเรือนหมื่นเรือนแสน ปีกด้านล่างของพวกมันสีน้ำตาล ส่วนปีกด้านบนเป็นสีส้มสดใส ตอนที่ แมลง ชนิดนี้บินกรูเข้ามา ภาพที่เห็นช่างน่าอัศจรรย์ ชวนตื่นตะลึง และทำให้สับสนอยู่ไม่น้อย ฉันพบ “ก้อนเมฆ” ผีเสื้อนี้หรือฝูงผีเสื้อกระดองเต่าแคลิฟอร์เนียในวันหนึ่งของฤดูร้อนที่ท้องฟ้าสดใสบนเทือกเขาเซียร์ราเนวาดาฉันกับแมตต์ ฟอริสเตอร์ นักชีววิทยาไปเดินเขาแคเซิลพีก ซึ่งเป็นภูเขาทรงมน ผีเสื้อในแคเซิลพีกเป็นหนึ่งในประชากรแมลงที่มีการเฝ้าสังเกตอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ในฤดูร้อนจะมีการนับจำนวนประชากรผีเสื้อที่นี่ทุกสองสัปดาห์มานานเกือบ 45 ปีแล้วข้อมูลส่วนใหญ่รวบรวมโดยอาจารย์ของฟอริสเตอร์ ที่บันทึกข้อมูลลงบนกระดาษแข็งขนาดสามคูณห้านิ้ว หลังจากฟอริสเตอร์และทีมงานประมวลผลการสำรวจด้วยคอมพิวเตอร์และวิเคราะห์ข้อมูล ก็พบว่าตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมาผีเสื้อในแคเซิลพีกมีจำนวนลดลง  เรากำลังคุยกันว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ตอนที่เราใกล้ถึงยอดเขาซึ่งสูง 2,775 เมตร และถูกกลุ่มเมฆหมอกสีส้มที่ว่าแผ่เข้าปกคลุม “ความคิดที่ว่าเหล่าแมลงกำลังตกที่นั่งลำบากดูเหมือนทำให้ใครๆตกใจครับ ซึ่งผมเข้าใจดี” ฟอริสเตอร์พูดพลางชี้ไปยังผีเสื้อที่พากันบินกรูเข้ามาไม่ขาดสาย “ก็พวกแมลงทำแบบนี้ มันถึงดูแปลกๆ ไงครับ” ว่ากันว่าเราใช้ชีวิตอยู่ในสมัยแอนโทรโปซีน (Anthropocene) หรือสมัยที่ถูกนิยามจากผลกระทบที่มนุษย์มีต่อโลก  กระนั้น เมื่อประเมินด้วยตัวชี้วัดต่างๆ แล้ว แมลงก็ยังถือเป็นสัตว์ที่ครองโลกอยู่ดี  ประเมินกันว่ามีแมลง 10 ล้านล้านล้านตัว ในแง่ของความหลากหลายแมลงก็มีจำนวนชนิดที่น่าทึ่งไม่แพ้กัน  ในบรรดาชนิดพันธุ์สัตว์ทั้งมวล เป็นแมลงคิดเป็นสัดส่วนสูง ถึงราวร้อยละ 80 […]

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

พลัดที่นาคาที่อยู่ สูญสิ้นแม้ความหวัง

“เต้น!” เสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่ทหาร ผู้แกว่งปืนในมือไปยังเด็กหญิงที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม อฟีฟาเพิ่งจะอายุได้ 14 ปี เธอถูกจับกุมอยู่ในนาข้าวรวมกับเด็กหญิงและผู้หญิงคนอื่นๆ อีกหลายสิบคน ทั้งหมดเป็นชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์โรฮิงญา บรรดาทหารที่บุกรุกหมู่บ้านของพวกเธอในเช้าวันหนึ่งของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กล่าวว่า พวกเขากำลังตามหาตัวผู้ก่อการร้ายติดอาวุธที่สังหารเจ้าหน้าที่ชายแดนตายไป 9 ราย เด็กผู้ชายและผู้ชายในหมู่บ้านพากันหวาดกลัว ดังนั้นพวกเขาจึงหนีไปซ่อนตัวในป่า และทหารเหล่านี้จึงหันมาข่มขวัญผู้หญิงและเด็กๆ แทน หลังจากถูกค้นตัว อฟีฟาเห็นทหารลากหญิงสาว 2 คนเข้าไปในทุ่งนาลึก ก่อนที่พวกเขาจะมุ่งความสนใจมาที่เธอ “ถ้าแกไม่เต้น” หนึ่งในนั้นกล่าว แล้วเอานิ้วลากไปที่ลำคอของตัวเอง “เราจะฆ่าเธอ” อฟีฟาร้องไห้น้ำตานองหน้า เธอเริ่มแกว่งตัวไปมา พวกทหารปรบมือเป็นจังหวะ บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ผู้บัญชาการของพวกเขาสอดแขนเข้ามาโอบเอวของเธอ “แบบนี้ดีกว่าใช่ไหม?” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม เหตุการณ์ทำนองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นจากการปราบปรามชาวโรฮิงญาจำนวนกว่า 1.1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา สหประชาชาติออกมากล่าวว่า ชาวโรฮิงญาเหล่านี้เป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกข่มเหงมากที่สุดในโลก พวกเขาเป็นชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในประเทศที่พุทธศาสนาเป็นใหญ่ ชาวโรฮิงญาอ้างว่าพวกเขาเป็นชนพื้นเมืองของรัฐยะไข่ และหลายคนก็สืบเชื้อสายมาจากบรรพบรุษที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 แม้พวกเขาจะมีรากเหง้าที่ยาวนาน แต่กฏหมายตั้งแต่ปี 1982 ไม่ได้ให้สิทธิชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของประเทศ ปัจจุบันพวกเขายังคงมีสถานะเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย และในบังกลาเทศเองก็รองรับชาวโรฮิงญากว่าครึ่งล้านคนที่หลบหนีเข้าไปอาศัยอยู่ การปะทะกันระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิม เมื่อ […]