ใบหน้าใหม่ ของเคที - National Geographic Thailand

ใบหน้าใหม่ของเคที

ใบหน้าใหม่ ของเคที

เคทีอายุเพียง 18 ปีตอนที่เสียใบหน้าของเธอไป ในการฉายให้เห็นภาพ “ก่อน” และ “หลัง” เหมือนในรายการเปลี่ยนโฉมทางทีวี ทำให้เราเห็นสาวน้อยผู้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มและผิวพรรณหมดจด หญิงสาวผู้อ่อนเยาว์งดงาม

โอลิเวีย แมกเคย์ พี่สาวของเคที บอกฉันว่า เคทีเป็นเด็กร่าเริง “เธอไม่กลัวอะไรทั้งนั้น และเป็นคนเฮฮาร่าเริงเอามากๆ” และยังเป็นคนตลกร้ายเหมือนกับพี่ชายที่ชื่อโรเบิร์ต แต่เมื่อโตขึ้น โอลิเวียเริ่มสังเกตเห็นว่า เคทีชอบกดดันตัวเองให้ประสบความสำเร็จ “เธออยากเป็นคนเก่งที่สุดในเกมกีฬาที่ไม่เคยเล่นมาก่อน เธออยากเรียนเก่งที่สุดค่ะ” โอลิเวียเล่า

เมื่อเคทีเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ครอบครัวก็ย้ายบ้านครั้งใหญ่สองครั้ง ตอนเธอเรียนชั้นปีที่สอง พวกเขาย้ายบ้านจากเมืองเลกแลนด์ รัฐฟลอริดา ที่เธอเติบโตขึ้นมา ไปยังเมืองโอเวนส์โบโร รัฐเคนทักกี เธอเพิ่งจะปรับตัวได้ตอนย้ายบ้านอีกรอบหลังจากนั้นหนึ่งปี ไปยังเมืองออกซฟอร์ด รัฐมิสซิสซิปปี ร็อบบ์ พ่อของเธอ ซึ่งเป็นทั้งศาสนาจารย์และนักการศึกษา กับอลีเซีย แม่ของเธอ ได้ทำงานสอนหนังสือให้โรงเรียนชาวคริสต์เล็กๆ แห่งหนึ่ง เคทีเข้าเรียนเป็นเด็กปีหนึ่งอีกรอบและตกหลุมรักกับเพื่อนร่วมชั้น พวกเขาเริ่มคุยกันถึงเรื่องแต่งงาน โอลิเวียบอกว่า “ฟังดูจริงจังมากสำหรับเด็กอายุแค่นี้ เธอโตขึ้นเร็วมากในปีนั้น” หลังจากย้ายบ้านมาหลายครั้ง “ฉันคิดว่าเธอคงอยากได้ความมั่นคงและลงหลักปักฐานเสียที”

ใบหน้าใหม่
1 ปี 1 วันก่อนการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที เธอกับพ่อแม่ ร็อบบ์และอลีเซีย สตับเบิลฟีลด์ นอนงีบอยู่ในสวนสาธารณะใกล้คลินิกคลีฟแลนด์ในวันแดดจัดของฤดูใบไม้ผลิ ในภาพเคทีมีเครื่องยืดถ่างขยายกระดูกติดอยู่บนใบหน้าเพื่อปรับตำแหน่งของดวงตาทั้งสองข้าง

ในปีสุดท้าย โลกของเคทีค่อยๆ ล่มสลาย ปีก่อนหน้าเธอผ่าตัดไส้ติ่ง และภาวะแทรกซ้อนก็ทำให้เธอต้องผ่าเอาถุงน้ำดีออก ครอบครัวสตับเบิลฟีลด์สบอกฉันว่า สองเดือนต่อมา ครูใหญ่ของโรงเรียนแจ้งพวกเขาว่าจะไม่ต่อสัญญาทำงานและไล่อลีเซียออกกลางคัน เคทีซึ่งเชื่อใจครูใหญ่คนนี้มาก รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง

จากนั้น ในวันที่ 25 มีนาคม ปี 2014 เคทีหยิบโทรศัพท์ของแฟนขึ้นมาดูและเห็นข้อความที่เขาส่งหาผู้หญิงคนอื่น พอเธอเผชิญหน้าเขาในเรื่องนี้ เขาก็ขอเลิกกับเธอ เคทีซึ่งทั้งเจ็บปวดและโกรธขึ้ง ไปบ้านของโรเบิร์ต ผู้เป็นพี่ชาย ในออกซฟอร์ด ที่นั่นเธอกดโทรศัพท์เขียนข้อความอย่างเกรี้ยวกราดและเดินไปมา เธอเข้าไปในห้องน้ำ หยิบปืนไรเฟิลที่ใช้ล่าสัตว์ออกมา จ่อใต้คางและลั่นไก โรเบิร์ตพบน้องสาวนอนจมกองเลือด “ใบหน้าเธอหายไปหมดเลยครับ” เขาเล่า ยังคงรู้สึกขวัญผวากับความทรงจำนั้น

กระสุนก็เหมือนกับโจรร้าย เคทีสูญเสียหน้าผากบางส่วน จมูกและโพรงอากาศ ปาก เหลือแต่มุมปากสองข้าง ขากรรไกรล่างกับขากรรไกรบน กระดูกชิ้นที่ประกอบขึ้นเป็นขากรรไกรและพื้นที่ส่วนหน้าของใบหน้า เธอยังเหลือดวงตา แต่ได้รับความเสียหายอย่างมากและผิดรูปไปแล้ว เคทีมีสภาพเช่นนี้ตอนมาถึงคลินิกคลีฟแลนด์ในเวลากว่าห้าสัปดาห์ต่อมา คลินิกแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ที่ซึ่งเคทีได้รับการผ่าตัดเป็นครั้งแรก แพทย์ที่นั่นรักษาชีวิตเธอไว้ได้แม้มีโอกาสเพียงริบหรี่ แต่ความพยายามของพวกเขาที่จะปิดปากแผลอ้ากว้างโดยการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจากลำตัวกลับไม่เป็นผล

ใบหน้าใหม่
1 ปี 2 วันก่อนการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที ระหว่างที่เคทีพักอยู่ในโรงพยาบาลช่วงหนึ่ง อลีเซียทำความสะอาดและปลอบประโลมลูกสาวหลังมื้ออาหาร เคทีดื่มน้ำจากแก้วหัดดื่มของเด็กเพราะเธอไม่มีริมฝีปาก และแทบไม่สามารถกักน้ำไม่ให้ไหลออกจากปากได้

ไบรอัน แกสต์แมน แพทย์ของคลินิกคลีฟแลนด์คนแรกที่ได้พบเคที อุ้มเธอขึ้นวางบนเตียงเข็นและสงสัยว่าคนไข้จะรอดไหม เธอตัวเล็กมาก หนักแค่ 48 กิโลกรัม และแม้จะรอดตาย เขาก็ไม่มั่นใจว่าเธอจะมีเนื้อเยื่อเพียงพอสำหรับการสร้างใบหน้าขึ้นใหม่หรือไม่ “เธอดูอาการหนักครับ เราเห็นสมองของเธอ เธอมีอาการชักและติดเชื้อ และยังมีปัญหาอื่นๆ อีก” เขาบอก

แกสต์แมนบอกว่า ตลอดช่วง 27 ปีที่ฝึกหัดและทำงานมา นี่คือบาดแผลบนใบหน้าที่สาหัสที่สุดบาดแผลหนึ่ง ซึ่งเขาเคยเห็น นอกเหนือจากบาดแผลบนใบหน้าแล้ว เธอยังได้รับบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรงจากแรงกระแทกกระเทือนของกระสุนที่มีต่อสมองกลีบหน้าผาก ประสาทตา และต่อมใต้สมอง ความเสียหายที่เกิดกับต่อมใต้สมองทำให้ระดับฮอร์โมนและโซเดียมของเธอรวน ซึ่งอาจทำให้ถึงตายได้

ใบหน้าใหม่
ศัลยแพทย์ประจำบ้านประคองศีรษะของเคทีอย่างระมัดระวังเพื่อให้อยู่กับที่ ขณะเธอนอนอยู่ในห้องไอซียูหลังการผ่าตัดนาน 31 ชั่วโมงเสร็จสิ้นลง แพทย์เย็บเปลือกตาเธอไว้เพื่อปกป้องดวงตา เมื่อการปลูกถ่ายใบหน้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว เคทีจะยังคงต้องเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติมและพักฟื้นอีกนานหลายเดือน

ในการผ่าตัดหลายครั้ง แกสต์แมนและทีมผู้เชี่ยวชาญทำให้เคทีมีอาการคงที่และแปะเนื้อเยื่อลงบนใบหน้าของเธอ พวกเขานำกระดูกที่แตกละเอียดออกมาซ่อมแซม ในการสร้างโพรงจมูกขึ้นใหม่และปกป้องสมองของเธอ แกสต์แมนทำจมูกและริมฝีปากบนแบบพื้นฐานขึ้นจากเนื้อเยื่อต้นขาที่ม้วนกลับเอาด้านในออกมา และใช้เอ็นร้อยหวายชิ้นหนึ่งมาทำคางและริมฝีปากล่าง ทีมแพทย์สร้างกระดูกขากรรไกรล่างจากไทเทเนียมและกระดูกน่องที่ยังมีเนื้อติดอยู่ โดยดูแบบจำลองสามมิติที่ได้จากการสแกนขากรรไกรของโอลิเวีย ซึ่งเป็นพี่สาว และในการขยับดวงตาเคทีให้ชิดกันมากขึ้น แพทย์ใช้อุปกรณ์ยืดขยายกระดูกติดเข้ากับกะโหลกศีรษะและปรับแต่งทุกวัน

เคทีไม่เคยเห็นใบหน้านี้มาก่อน แต่เธอรู้จักมันดีด้วยการสัมผัส เธอเรียกใบหน้านี้ซึ่งเป็นใบหน้าที่สองในชีวิตที่ยังเยาว์ของเธอว่า ชเร็ก (Shrek – ยักษ์เขียวในภาพยนตร์การ์ตูนชื่อเดียวกันที่ออกฉายเมื่อปี 2001)

ใบหน้าใหม่
20 วันหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที ระหว่างฝึกเดินประจำวันในโถงทางเดิน เคทีทำมือทำไม้เป็นสัญญาณขณะออกกำลังกายกับนักกายภาพบำบัด เบ็กกี เวโน (ทางซ้าย) และนักเรียนกายภาพบำบัด นิโคล บลิสส์

สามปีต่อมาในวันที่ 4 พฤษภาคม ปี 2017 ศัลยแพทย์ 11 คนมารวมตัวกันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัดครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของคลินิกแห่งนี้ หลังได้รับข่าวเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตที่ญาติยินยอมมอบใบหน้าให้คณะแพทย์ปลูกถ่ายให้แก่เคที แกสต์แมนตรวจสอบรายการที่พิมพ์ออกมาเป็นครั้งสุดท้ายทีละรายการ ทุกๆ สองสัปดาห์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ศัลยแพทย์จะลับฝีมือในห้องปฏิบัติการอาจารย์ใหญ่ของคลินิก โดยทีมหนึ่งจะย้ายใบหน้าออกจาก “ผู้บริจาค” และอีกทีมจะนำไปปลูกถ่ายให้กับ “ผู้รับบริจาค”

เช้าวันนั้น ร่างผู้บริจาคถูกนำไปนอนลงบนโต๊ะผ่าตัด เครื่องช่วยหายใจปล่อยออกซิเจนผ่านหน้ากากเพื่อรักษาอวัยวะต่างๆ ของเธอให้อยู่ในสภาพดีที่สุด เจ้าหน้าที่จากองค์กรจัดหาอวัยวะแจ้งแก่ทีมแพทย์ว่า หลังจากผ่าใบหน้าของผู้บริจาคออกแล้ว ศัลยแพทย์จะมารอรับตับ ไต ปอด หัวใจ และมดลูก เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยต่อไป

ศัลยแพทย์ใบหน้าเป็นคนแรกที่จะทำการผ่าตัด แต่ถ้าหากสภาพของผู้บริจาคเริ่มถดถอย ทีมแพทย์จะต้องวางมือเพื่อเปิดโอกาสให้ศัลยแพทย์อื่นๆ เข้ามารับอวัยวะที่บริจาคไว้ทันที เกือบสี่ชั่วโมงหลังเริ่มผ่าตัดผู้บริจาค พวกเขาก็พร้อมจะผ่าตัดให้เคทีแล้ว เมื่อเคทีถูกวางยาจนสลบไปแล้ว แกสต์แมนก็เริ่มวาดเส้นลงบนใบหน้าเพื่อทำเครื่องหมายและลงมีดครั้งแรกเพื่อเจาะคอ จากนั้นเขากับศัลยแพทย์อีกสองคนเริ่มรื้องานผ่าตัดฟื้นฟูที่แกสต์แมนทำให้เคทีเมื่อสองปีก่อนหน้านี้ หลายชั่วโมงผ่านไป จอภาพกะพริบอย่างต่อเนื่อง ศัลยแพทย์คุยกันเบาๆ ระหว่างทำงาน พยาบาลทำงานตลอดไม่มีหยุด

ใบหน้าใหม่
7 เดือน 16 วันหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที ในการเดินทางไกลครั้งแรกออกจากคลินิกคลีฟแลนด์ เคทีไปเยี่ยมพี่สาว โอลิเวีย แมกเคย์ ที่เมืองพีโอเรีย รัฐอิลลินอยส์ เธออุ้มหลานชื่อลุค ดวงตาของเคทีมักจะแห้งและปวด บางครั้งเธอจึงแปะแผ่นพลาสติกบางๆ เพื่อรักษาความชื้นในดวงตาไว้

ขณะนั้นเป็นเวลา 00.11 น. ของเช้าวันใหม่ เมื่อพาเพย์และทีมเริ่มตัดหลอดเลือดแดงเส้นสุดท้าย และนำออกจากใบหน้าของผู้บริจาค แพทย์วางใบหน้าลงบนหน้าเคที ศัลยแพทย์ลงมือต่อหลอดเลือดเข้าด้วยกันทันที เมื่อทำเสร็จ ใบหน้าทั้งหน้าก็กลายเป็นสีชมพูสวยงาม “ศัลยแพทย์แทบทุกคนแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเลยละครับ” แกสต์แมนเล่า พวกเขาติดใบหน้าตั้งแต่ลำคอขึ้นไป เริ่มจากกระดูกของผู้บริจาค โดยใช้แผ่นและสกรูติดกระดูกเพื่อเชื่อมเข้ากับกระดูกของเคที ตามด้วยการเชื่อมเส้นประสาท ซึ่งเป็นกลุ่มเส้นใยที่ล้อมด้วยปลอก จุลศัลยแพทย์ที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นพิเศษเย็บปลายของปลอกประสาททั้งสองด้านเข้าด้วยกันโดยใช้ไหมเย็บแผลขนาดเท่าเส้นผมเพื่อไม่ให้เส้นใยเล็กละเอียดข้างในเสียหาย

เวลาตีสาม หรือ 31 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดผู้บริจาคเริ่มขึ้น ศัลยแพทย์เย็บผิวหนังชั้นบนสุดเสร็จ และเชื่อมใบหน้าทั้งหมดเข้าด้วยกัน แกสต์แมนแจ้งข่าวครอบครัวว่าการผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดี เมื่อพ่อแม่และพี่ชายของเคทีเข้ามาเยี่ยมเธอที่ห้องไอซียู ทุกคนยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างเตียง พลางจ้องมองใบหน้าใหม่ของเธอ ร็อบบ์ที่เคยเห็นภาพถ่ายของแกสต์แมนมาแล้วไม่รู้สึกตกใจ โรเบิร์ตสังเกตเห็นว่า น้องสาวของเขามีของใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นคือคางบุ๋มเล็กน้อย “เหมือนเคิร์ก ดักลาส เลย” ผู้เป็นพ่อบอก อลีเซียลูบแขนลูกสาวและคิดว่า “หนูมีหน้าหนึ่งจนถึงอายุ 18 ปี แล้วก็มีหน้าใหม่จากอายุ 18 ถึง 21 ตอนนี้หนูมีหน้านี้แล้วนะ”

เรื่อง โจแอนนา คอนเนอร์ส

ภาพถ่าย แมกกี สตีเบอร์ และ ลินน์ จอห์นสัน

ใบหน้าใหม่
8 เดือน 22 วันหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าของเคที เมื่อแซนดราได้พบเคทีเป็นครั้งแรก เธอสำรวจดูใบหน้าของหญิงสาวซึ่งเป็นใบหน้าของหลานสาวเธอมาก่อน “หนูสวยมากเลยจ้ะ” แซนดราบอก เคทีดูไม่เหมือนเอเดรีย หลานสาวของเธอเสียทีเดียว ก่อนจะพบกัน เคทีร้องไห้เพราะกังวลใจ แต่หลังจากพบกันแล้ว เธอบอกว่า “ฉันรู้สึกเหมือนเธอเป็นยายของฉันเลยค่ะ รู้สึกได้ว่าเธอรักฉันมาก”

 

อ่านเพิ่มเติม

เทคโนโลยีช่วยผลักดันขีดจำกัดของมนุษย์อย่างไร?

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจากเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ ทุกวันนี้ ผู้คนราว 40,000 คนอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงทั่วรัฐเทกซัส ลุยเซียนา และเทนเนสซี หลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ พัดถล่ม วิลเลียม วิดเมอร์ ช่างภาพ เดินทางไปยังศูนย์การประชุมจอร์จ อาร์. บราวน์ ในเมืองฮิวสตัน เพื่อบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นบางส่วนให้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พายุลูกนี้พัดถล่มเมืองฮิวสตันและภูมิภาคโดยรอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย ตอนนี้นอกจากผู้คนหลายพันคนที่อยู่ในศูนย์พักพิง คนอีกมากยังต้องการความช่วยเหลือในการสร้างที่พักอาศัยขึ้นใหม่ หน่วยงาน Federal Emergency Management Agency กล่าวว่า ผู้คนกว่า 500,000 คนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงการซ่อมแซมและการสูญเสียทรัพย์สิน ตอนที่วิดเมอร์มาถึง น้ำลดลงจากย่านใจกลางเมืองฮิวสตันแล้ว ผู้คนนับหมื่นส่วนใหญ่ซึ่งมาหลบภัยที่ศูนย์การประชุมในช่วงที่ภัยพิบัติรุนแรงที่สุดได้เริ่มย้ายออกไปแล้ว ส่วนคนที่ยังอยู่ล้วนมีความบอบช้ำในระดับต่างๆกัน ภาพถ่ายบุคคลของวิดเมอร์คือบทพิสูจน์ของประสบการณ์แห่งความโศกเศร้า ความสูญเสีย และความอยู่รอด ที่มนุษย์แบ่งปันกัน ภาพถ่าย วิลเลียม วิดเมอร์, National Geographic อ่านเพิ่มเติม : เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี […]

ก่อนทะเลสาบเหือดแห้ง

สภาพภูมิอากาศที่ร้อนขึ้น ภัยแล้ง และการใช้ประโยชน์เกินขีดจำกัด กำลังทำให้ทะเลสาบขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งของโลกแห้งขอดลง คุกคามต่อทั้งถิ่นอาศัยและวัฒนธรรม

อัจฉริยะปีกัสโซ

ขอเชิญพบกับอัจฉริยะรวยเสน่ห์ผู้มีอารมณ์แปรปรวนกวนโทสะ ในขณะเดียวกันก็เป็นคนเอาจริงเอาจัง เหล่านี้คือตัวตนของ "ปีกัสโซ" ศิลปินระดับโลกผู้มากพรสวรรค์

วันที่ท้องฟ้ามืดมิด

เรื่องและภาพถ่าย  เอกรัตน์ ปัญญะธารา “Black Day” เป็นโปรเจ็กต์ถ่ายภาพที่ใช้เวลาตลอดหนึ่งปีของเอกรัตน์ ปัญญะธารา บรรณาธิการภาพและช่างภาพประจำนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559  อันเป็นวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “เป็นช่วงเวลาที่ความเงียบกลับมีเสียงดังก้อง เป็นช่วงเวลาที่คนไทยทั้งประเทศรู้สึกร่วมกันต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ผมจึงเลือกเล่าเรื่องด้วยการบันทึกอารมณ์แทนการบันทึกเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นบันทึกหนึ่งของตัวเองและเป็นบันทึกหนึ่งของเหตุการณ์ซึ่งยาวนานตลอดหนึ่งปีเต็มของการไว้ทุกข์” เอกรัตน์กล่าว “สิ่งที่ยากที่สุดคือการถ่ายสิ่งที่มองไม่เห็นเพราะเป็นอารมณ์  เป็นการถ่ายภาพที่ใช้จินตนาการมากกว่าถ่ายสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า หรือการถ่ายสัญลักษณ์ที่นำไปสู่ความรู้สึกนี้ เป็นสิ่งที่ยากมากและไม่เคยทำมาก่อน” ที่ผ่านมา การถ่ายภาพเพื่อตีพิมพ์ลงใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ใช้วิธีบอกเล่าเรื่องราวที่ร้อยเรียงจากภาพถ่ายชุดหนึ่ง แต่สำหรับ “Black Day” เอกรัตน์ไม่กำหนดกฎเกณฑ์การถ่ายภาพของเขา “แต่มีเกณฑ์ในการเลือกภาพว่า ดูแล้วเกิดความเชื่อมโยงถึงความรู้สึกนั้นไหม ผมถ่ายภาพไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เรื่องที่ดี ทุกขั้นตอนเป็นการทดลอง ตั้งแต่การลงพื้นที่เพื่อถ่ายภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่า ภาพไหนจะใช่หรือไม่ใช่โดยกำหนดโทนสีของภาพให้เป็นโทนสีที่ใกล้เคียงกับอารมณ์ของคนไทยในวันที่ได้ยินข่าวสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9”   อ่านเพิ่มเติม : ๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙, ประพาสต้นบนดอย สี่ทศวรรษโครงการหลวง

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.