พบ ฟอสซิลลูกนก จากยุคไดโนเสาร์อยู่ในอำพัน - National Geographic Thailand

พบฟอสซิลลูกนกจากยุคไดโนเสาร์อยู่ในอำพัน

พบ ฟอสซิลลูกนก จากยุคไดโนเสาร์อยู่ในอำพัน

ลูกนกตัวนี้อยู่ในกลุ่มอีแนนทีออร์นีทีส (Enantiornithes) ซึ่งสูญพันธุ์ไปพร้อมๆกับไดโนเสาร์ในช่วงสิ้นสุดยุคครีเทเชียส เมื่อราว 65 ล้านปีก่อน การสำรวจครั้งนี้ที่ได้รับเงินสนับสนุนส่วนหนึ่งจากคณะกรรมการเพื่อการเดินทางสำรวจของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้ให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญเกี่ยวกับนกที่มีฟันในยุคโบราณชนิดนี้ และความแตกต่างระหว่างพวกมันกับนกในปัจจุบัน

ลูกนกตัวนี้ยังเป็นฟอสซิลสภาพสมบูรณ์ที่สุดที่ค้นพบในอำพันจากพม่าด้วย ซึ่งขุดได้จากเหมืองในหุบเขา Hukawng ทางตอนเหนือของพม่า

จากรูปแบบการผลัดขนของมัน นักวิจัยระบุได้ว่า ลูกนกตัวนี้มีอายุเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ตอนที่มันถูกห่อหุ้มด้วยยางไม้เหนียวๆและแช่แข็งอยู่ในกาลเวลา ร่างของมันเกือบครึ่งหนึ่งได้รับการรักษาสภาพไว้ในตัวอย่างขนาด 7.5 เซนติเมตร รวมถึงส่วนหัว ปีก ผิวหนัง ขน และเท้าที่มีกรงเล็บซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า ขนของมันมีหลายสีตั้งแต่สีขาวและน้ำตาลไปจนถึงเทาเข้ม

การค้นพบครั้งนี้รายงานโดยนักวิจัยกลุ่มเดียวกับที่ค้นพบหางของไดโนเสาร์เทอโรพอดที่มีขนซึ่งคงสภาพอยู่ในอำพันเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โครงสร้างของขนไดโนเสาร์บ่งชี้ว่ามันน่าจะบินไม่ได้ ในทางกลับกัน การค้นพบปีกของอีแนนทีออร์นีทีสในอำพันก่อนหน้านี้เผยให้เห็นโครงสร้างของขนที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่งกับขนของนกที่บินได้ในปัจจุบัน

ในตัวอย่างชิ้นนี้ นักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นว่า ขณะที่ลูกนกอีแนนทีออร์นีทีสมีขนสำหรับบินขึ้นเต็มที่บนปีกแล้ว ขนส่วนที่เหลือกลับหร็อมแหร็ม และเหมือนกับขนของไดโนเสาร์เทอโรพอดซึ่งไม่มีก้านขน (rachis) มากกว่า

ฟอสซิลลูกนก
การรักษาสภาพอันน่าทึ่ง: คนงานเหมืองอำพันที่ค้นพบตัวอย่างนี้คิดว่าพวกเขาพบกรงเล็บกิ้งก่า “แปลกประหลาด” จนกระทั่งนักวิจัยตระหนักว่า เท้านี้เป็นของนกจากยุคไดโนเสาร์
Photograph by Ming Bai, Chinese Academy of Sciences

การที่นกวัยเยาว์เช่นนี้มีขนสำหรับบินช่วยสนับสนุนแนวคิดที่ว่า นกอีแนนทีออร์นีทีสฟักออกจากไข่พร้อมกับความสามารถในการบิน ซึ่งทำให้มันพึ่งพาการดูแลจากพ่อแม่น้อยกว่านกในปัจจุบันส่วนใหญ่

กระนั้น การไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ก็มีต้นทุนที่ต้องจ่าย นักวิจัยชี้ว่า อัตราการเติบโตที่ช้าทำให้นกโบราณเหล่านี้สุ่มเสี่ยงมากขึ้นเป็นเวลานานขึ้น ตามหลักฐานที่พบนกอีแนนทีออร์นีทีสวัยเยาว์จำนวนมากในอำพัน

(ซ้าย) นกยุคแรก : ขนที่ได้รับการรักษาสภาพไว้แสดงให้เห็นว่า ลูกนกตัวนี้ตายในระหว่างการผลัดขนครั้งแรก ซึ่งชี้ว่ามันถูกฝังอยู่ในอำพันในช่วงวันแรกๆหรือสัปดาห์แรกๆของชีวิต (ขวา) มองกลับไปในอดีต : กระดูก ผิวหนัง และเนื้อเยื่ออ่อน ทั้งหมดนี้ล้วนถูกห่อหุ้มอยู่ในอำพัน ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับไดโนเสาร์โบราณกลุ่มหนึ่งซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว
Photograph by Ming Bai, Chinese Academy of Sciences
ละทิ้งรัง : ขนจากปีกของลูกนกแสดงว่า มันสามารถบินได้ทันทีหลังฟักออกจากไข่ ผิดกับนกในปัจจุบันส่วนใหญ่
Photograph by Ming Bai, Chinese Academy of Sciences
นกตัวนี้อยู่ในกลุ่มนกโบราณที่มีฟันชื่อว่า อีแนนทีออร์นีทีส ซึ่งสูญพันธุ์ไปพร้อมๆกับไดโนเสาร์ การจำลองขึ้นมาใหม่นี้จับท่าทางของลูกนกตามที่ได้รับการรักษาสภาพไว้ในอำพัน
Illustration by Chung-Tat Cheung

เรื่อง คริสติน โรมีย์

 

อ่านเพิ่มเติม : กลายร่างเป็นหินเผยโฉมฟอสซิลไดโนเสาร์สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ

เรื่องแนะนำ

สลอธถึงจะช้าแต่ไม่ได้โง่

ความเชื่องช้าไม่ได้หมายถึงสติปัญญาน้อยเสมอไป Becky Cliffe ผู้เขียนหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับสลอธ จะมาเล่าให้ฟังว่าแท้จริงแล้วสัตว์ชนิดนี้เอาตัวรอดเก่งแค่ไหน

ทำความรู้จักกับฮีโร่ผู้ปกป้องแรดขาวเหนือ

ทำความรู้จักกับฮีโร่ผู้ปกป้องแรดขาวเหนือ แม้แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายบนโลกจะจากไปแล้ว แต่เรื่องราวของมันจะยังคงอยู่ตลอดกาลและคอยย้ำเตือนให้มนุษย์ตระหนักถึงผลกระทบจากการล่าสัตว์ป่า เมื่อหนึ่งในสายพันธุ์สัตว์ที่ดำรงอยู่มานานหลายล้านปี กลับต้องสูญสิ้นไปในยุคสมัยของเรา ชวนชมสารคดีสั้นที่ผลิตโดย United for Wildlife ร่วมกับ Black Bean Productions ถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกของกลุ่มนักอนุรักษ์ผู้ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองแรดขาวเหนือกลุ่มสุดท้าย เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ในทุกวัน ภายในศูนย์อนุรักษ์โอล เพเยตาของเคนยา พวกเขาต้องใช้ความกล้าหาญแค่ไหนในการต่อสู้กับบรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่า และพวกเขาได้เรียนรู้อะไรจากงานคุ้มครองสัตว์พิเศษเหล่านี้บ้าง? ปล. สารคดีเรื่องนี้เป็นสารคดีเก่าที่เคยเผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ในช่วงที่ “ซูดาน” แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายยังคงมีชีวิตอยู่   อ่านเพิ่มเติม แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ?

แม่สิงโตภูเขาเลี้ยงดูลูกน้อยอย่างไร?

แม่สิงโตภูเขาเลี้ยงดูลูกน้อยอย่างไร? ร่วมสำรวจไปยังมุมลับๆ ของสิงโตภูเขา หรือที่เรียกกันว่า เสือพูม่า เพื่อหาคำตอบว่าพวกมันมีวิธีการเลี้ยงดูลูกอ่อนอย่างไร ฟุตเทจที่หายากเหล่านี้ถูกบันทึกโดยองค์กร Panthera พวกเขาใช้อุปกรณ์ติดตามและกล้องดักถ่ายสัตว์ กับประชากรสิงโตภูเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของรัฐไวโอมิง จากการสำรวจทีมอนุรักษ์พบว่า หลังให้กำเนิดลูก แม่สิงโตภูเขาจะคอยดูแลลูกอยู่ไม่ห่างเป็นเวลา 2 – 3 วัน ก่อนที่มันจะออกไปหาอาหาร ซึ่งใช้เวลาเกือบทั้งวัน และบางครั้งพวกมันก็พาลูกๆ ย้ายไปยังแหล่งที่อยู่ใหม่ เพื่อให้ลูกรอดพ้นจากผู้ล่าหรือปรสิตอื่นๆ เมื่อเวลาผ่านไปราว 6 สัปดาห์ ลูกสิงโตภูเขาจะเริ่มติดตามแม่ของมันออกไปล่าเหยื่อด้วย และจะติดอยู่กับแม่จนกว่าอายุได้ 18 เดือน ระหว่างนี้พวกมันต้องเรียนรู้ทักษะการล่าเหยื่อและเอาตัวรอดด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่พบก็คือ ลูกสิงโตภูเขาเหล่านี้มีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก หากพวกมันสูญเสียแม่ไป กฎหมายของรัฐไวโอมิงระบุว่าห้ามฆ่าสิงโตภูเขาที่มีลูกอ่อน อย่างไรก็ดีมันยากที่จะดูออกว่าตัวเมียนั้นๆ กำลังมีลูกหรือไม่ และทุกๆ ปี ประมาณกันว่ามีลูกสิงโตภูเขาราว 70 ตัวที่ต้องกลายเป็นกำพร้า ทั้งนี้พฤติกรรมการเลี้ยงดูลูกของมันอาจช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์ประชากรสิงโตภูเขาได้   อ่านเพิ่มเติม พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้