เรื่องแนะนำ

65 ปีความสัมพันธ์ : มองพม่าในแผ่นดินไทย

65 ปีความสัมพันธ์ : มองพม่าในแผ่นดินไทย ไทยและพม่ามีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน กล่าวได้คือทุกวันนี้มีชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากมายหลายแสนคน บ้างก็ลักลอบเข้ามาขายแรงงาน บ้างก็หลบหนีภัยสงครามเข้ามาตั้งรกราก บ้างเข้ามาในฐานะของการใช้ศาสนาประจำชาติร่วมกัน ซึ่งเราปฏิเสธได้ยากว่ามีชาวพม่ามากมายในบ้านเมืองเรา หากนับตั้งแต่หลังจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตแล้วนั้น ความสัมพันธ์แค่ 65 ปีที่ผ่านมาอาจจะไม่ใช่ตัวชี้วัดความผูกพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศนี้ที่มีมาอย่างยาวนาน แต่หากมองอย่างความเสมอภาคและความทัดเทียมนั้น ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนพม่ากับคนไทยในบ้านเมืองเรานี้ยังมีอยู่มาก อาจจะเนื่องมาจากประวัติศาสตร์หรือการนำเสนอของสื่อ ถึงอย่างไรก็ตาม สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอแง่มุมบางประการที่สอดคล้องและมีความสัมพันธ์กันเชิงปฏิสัมพันธ์ในฐานะที่อาศัยบนแผ่นดินผืนเดียวกัน และโครงสร้างภาพรวมโดยผ่านทัศนคติของผู้นำเสนอ เรื่องและภาพ อนุชิต เลิมสุ่ม รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม “ไตแลง” ยอดดอยแห่งความหวัง

ท่อง เที่ยวรอบโลก ภายใน 24 ชั่วโมง

สารคดีรูปภาพ เที่ยวรอบโลก จากเหล่านักเดินทางที่ไม่เคยหยุดผจญภัย 05:00 น. ณ ฮาวาย – ไม่ว่าจะเป็นวันที่ดวงอาทิตย์ส่องแสงหรือวันที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับ ภาพถ่ายยามรุ่งอรุณในอุทยานแห่งชาติ Hawai’i Volcanoes เป็นเวลาที่จะมองโลกในมุมใหม่ รุ่งอรุณคือเวลาที่โลกอยู่ในสภาวะที่ดีที่สุด เป็นสถานที่ที่ดีและเป็นส่วนตัว อาหารเช้าและหลังจากนั้นค่อยเอาไว้ที่หลังเถอะ เขียนโดย P.F. Kluge รูปภาพโดย Andrew Richard Hara. 06:00 น. ณ ปารีส – วันนี้เป็นวันที่สดใสในเมืองหลวงของฝรั่งเศส เนื่องจากตลาด Marché Bastille เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังจัดสินค้าก่อนที่จะเปิดตลาดอย่างเป็นทางการเวลา 7.00 น. สองครั้งต่อสัปดาห์ (วันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์) แผงขายอาหารเรียงยาวไปตามถนน Boulevard Richard Lenoir ซึ่งเต็มไปด้วยลังผลไม้และผักตามฤดูกาล ตะกร้าไข่ กองชีส ชามมะกอก โหลโยเกิร์ต และดอกไม้มากมาย เพียงไม่นาน กลิ่นหอมน่ารับประทานก็จะอบอวลไปทั่วตลาด ตั้งแต่เครปอาหารเช้าแสนหวาน ปาเอญ่า (ข้าวผัดสเปน) ไปจนถึงกะหล่ำปลีดองกับไส้กรอกและเนื้อสัตว์เค็ม (Alsatian choucroute […]

ปิดตำนาน ตลาดซึกิจิ 

ปิดตำนานตลาดปลาชื่อดังแห่งมหาครโตเกียว ตลาดซึกิจิ เวลาร่วมร้อยปีที่ตลาดค้าส่งปลา ” ตลาดซึกิจิ ” เปิดให้บริการแก่ผู้บริโภค และต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลก มื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตลาดเก่าแก่แห่งนี้ได้ประกาศหยุดให้บริการ และได้ย้ายที่ทำการไปแห่งใหม่ ตลาดซึกิจิเปิดทำการครั้งแรกในปี 1935 และเคยเป็นตลาดปลาและอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนตลาดปลาแห่งใหม่ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ชื่อว่า ตลาดปลาโทโยสึ และเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา ในช่วงที่เปิดให้บริการ ตลาดซึกิจิมีรายได้หมุนเวียนราวๆ วันละประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังเกิดธุรกิจเกี่ยวกับการประมง และสัตว์น้ำ เกิดขึ้นมากมายรอบๆ พื้นที่ เมื่อเวลาล่วงผ่านไป ตลาดซึกิจิได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเดินทาง ที่มาท่องเที่ยวกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (ชาวญี่ปุ่นใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา) เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลมีแผนจะย้ายตลาดซึกิจิ แต่ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน จนกระทั่งต้นปี 2010 เหตุผลหลักๆ ในการย้ายตลาดไปแห่งใหม่เนื่องมาจากโครงสร้างของตัวอาคารเริ่มทรุดโทรม ซึ่งตัวอาคารก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1935 และตั้งตระหง่านอยู่อย่างนั้น ผ่านวันเวลา และเหตุการณ์สำคัญๆ ของกรุงโตเกียว ตลาดโทโยสุเป็นตลาดปลาแห่งใหม่ที่จะเปิดทำการแทนตลาดซึกิจิ […]

สีกิริยา ป้อมปราการราชสีห์ ท่ามกลางป่าลึกในศรีลังกา

ป่าดงดิบโอบล้อมด้านล่างภูเขาหินแห่ง สีกิริยา ด้านบนคือป้อมปราการที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้ากาชัยภะที่ 1 ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 บริเวณตอนกลางของศรีลังกา ภาพถ่ายโดย PHILIPPE MICHEL/AGE FOTOSTOCK ป้อมปราการ สีกิริยา ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ได้ดึงดูดนักโบราณคดีอังกฤษช่วงทศวรรษที่ 1800 ซึ่งทำให้พวกเขาตกตะลึงไปกับงานแกะสลักหินรูปเหมือนสิงโตและจิตรกรรมบนภูเขาหินที่สวยงาม ป้อมปราการสีกิริยา (Sigiriya) ตั้งอยู่บนภูเขาหินสูงชันซึ่งโผล่ขึ้นมาท่ามกลางป่าดงดิบที่อยู่ล้อมรอบในศรีลังกา ที่แห่งนี้เป็นที่ดึงดูดสายตาอย่างที่เคยเป็นมานับตั้งแต่การสร้างครั้งแรกโดยกษัตริย์ผู้ดุร้ายในช่วงศตวรรษที่ 5 สีกิริยาอันมีความหมายว่า หินของราชสีห์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี 1982 สถานที่แห่งนี้เข้าถึงได้ผ่านทางเดินเท้าที่ตัดไปยังอนุสาวรีย์รูปอุ้งเท้าคู่ของสิงโต หลังจากการสร้าง ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกป่าโดยรอบกลืนกินและเป็นที่คุ้นเคยของชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบเท่านั้น บุคคลภายนอกต้องใช้ข้อมูลที่บันทึกอยู่ในจารึกของพุทธศาสนาเพื่อค้นหาสถานที่แห่งนี้ ในที่สุด นักประวัติศาสตร์อังกฤษได้ค้นพบอาคารและจิตรกรรมบนภูเขาหินอันน่าตื่นตะลึงในช่วงศตวรรษที่ 19 จากราชอาณาจักรสู่อาณานิคม สีกิริยาสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ห้าโดยพระเจ้ากาชัยภะที่ 1 (Kashyapa I) แห่งราชวงศ์โมริยะ ซึ่งเป็นชาวสิงหล เขากำหนดให้ป้อมปราการแห่งนี้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชาวสิงหลจนกระทั่งบัลลังก์ของพระเจ้ากาชัยภะถูกโค่นล้มไปเมื่อ ค.ศ. 495 หลังยุคพระเจ้ากาชัยภะ ราชวงศ์ก็มีทั้งยุครุ่งเรืองและล่มสลาย โชคชะตาของราชวงศ์เป็นไปตามการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจกันเองในราชวงศ์ และความขัดแย้งระหว่างชาวสิงหลพื้นเมืองกับผู้รุกรานภายนอกจากอินเดีย มีหลายเมืองในยุคหลังที่ได้สิทธิครอบครองสีกิริยา เช่น เมืองโปลอนนารุวา (Polonnaruwa) อย่างไรก็ตาม ในช่วงศตวรรษที่สิบสอง การปกครองโดยรวมของศรีลังกาได้อ่อนแอไปทีละน้อย อำนาจของผู้ปกครองชาวสิงหลเริ่มถอยร่นออกจากพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะศรีลังกา […]