สรรพสัตว์ใน สวนสัตว์ซีเรีย เอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร

สรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร

สัตว์หลายตัว รวมถึงสุลต่าน เสือตัวนี้ตกอยู่ในสภาพที่หิวโหย, ขาดน้ำ หรือไม่ก็เจ็บป่วย เมื่อพวกมันเดินทางมาถึงยังอุทยานในจอร์แดน

สรรพสัตว์ใน สวนสัตว์ซีเรีย เอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร

อาเมีย คาลิล พร้อมด้วยทีมงานของเขาสอดส่องไปที่เส้นขอบฟ้า เพื่อมองหาขบวนรถที่พวกเขากำลังรอจะได้พบอยู่บริเวณชายแดนตุรกี เหงื่อโซมกายจากอากาศร้อนอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียสในเดือนกรกฎาคม พวกเขาเฝ้ารอจนกว่าเหยื่อผู้ลี้ภัยกลุ่มล่าสุดจากสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในซีเรียมานานกว่า 6 ปี จะเดินทางถึงอย่างปลอดภัย

บรรดาผู้ลี้ภัยที่กำลังเดินทางมานี้มีสี่ขา ประกอบด้วย สิงโตสามตัว, เสือสองตัว, หมีดำเอเชียสองตัว และไฮยีน่าลายจุดสองตัวที่รอดชีวิตจากเมจิก เวิลด์ สวนสนุกธีมพาร์ค นอกเมืองอเลปโป

เมืองแห่งนี้กลายเป็นสนามรบที่เลวร้ายที่สุดหลังสงครามกลางเมืองอุบัติขึ้นในปี 2011 ช่วงเวลาสี่ปีของการขนานนามว่าเป็น “สตาลินกราดแบบซีเรีย”  เมืองอเลปโปถูกโจมตีทางอากาศตลอดจนเผชิญกับการใช้อาวุธเคมี ในปี 2016 ส่งผลให้ทั้งเมืองกลายเป็นซากปรักหักพัง

สวนสัตว์ซีเรีย
ภารกิจอันกล้าหาญในการช่วยชีวิต 13 ตัวสุดท้ายแห่งเมจิก เวิลด์ สวนสัตว์ในเมืองอเลปโปที่กลายเป็นสนามรบตลอดสงครามกลางเมืองในซีเรียนาน 6 ปี โดยกลุ่ม Four Paws

เมจิก เวิลด์ เป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏอัลเคด้านิกายซุนหนี่ ผู้ใช้พื้นที่ขนาด 4 ตารางไมล์เป็นฐานทัพ พวกเขาถูกโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงการโจมตีล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นปี โดยกองกำลังรัสเซีย

คาดกันว่าภายในเมจิก เวิลด์ น่าจะมีสัตว์อยู่ประมาณ 300 ตัวเมื่อเกิดสงครามขึ้น รายงานจาก อัซซาม มาสซาสซาตี้ เจ้าของสวนสัตว์ ผลจากสงครามส่งผลให้สัตว์หลายตัวบาดเจ็บล้มตายจากลูกระเบิดหรือกองเพลิง บ้างก็ป่วยหรืออดตายไป ในขณะที่เหลืออยู่นั้นถูกส่งไปขายต่อยังตลาดมืด

คาลิล ศัลยแพทย์สัตวแพทย์ชาวอียิปต์ผู้พยายามช่วยชีวิตสัตว์ที่ยังหลงเหลืออยูในเมจิก เวิลด์ เป็นเวลา 23 ปีแล้วที่ตัวเขาดำเนินภารกิจความเสี่ยงสูงในการช่วยเหลือสัตว์จากเขตภัยพิบัติหรือเขตสงคราม ภายใต้การทำงานกับกลุ่มองค์กร Four Paws ที่มีศูนย์ในออสเตรีย

กระบวนการช่วยชีวิตสัตว์ต้องใช้เวลาในการวางแผนและการทำงานทางการทูตเป็นเวลาหลายเดือน ทั้งยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากคณะทูต, เจ้าหน้าที่รัฐบาล, องค์กรระหว่างประเทศ, ที่ปรึกษาทางการทหาร, กองกำลังทหาร, บริษัทรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงผู้ให้ความช่วยเหลืออีกมากมายที่ไม่ได้ระบุชื่อในซีเรีย มันเหมือนกับ “ปฏิบัติการทางการทหารเพื่อสัตว์”  ซีเบล ฟ็อกซ์ครอฟ นักอนุรักษ์จากองค์กร Cee4life องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรกล่าวเปรียบเปรย

สงครามแบ่งแยกซีเรียให้ถูกควบคุมโดยหลายกลุ่มหลายองค์กร : กองกำลังรัฐบาลของประธานาธิบดีบาร์ซา อัล-อัสซาด, นักรบชาวเคิร์ดในซีเรีย, กลุ่มต่อต้านจากหลายฝ่ายในอิสลาม, กองกำลังที่เข้ามาแทรกแซงโดยรัสเซีย, อเมริกัน, ตุรกีและเลบานอน ที่ช่วยให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

สำหรับการเคลื่อนย้ายสัตว์ไปตามถนนความยาว 150 กิโลเมตรจากเมืองอเลปโปผ่านเขตสงคราม เพื่อไปยังชายแดน Cobanbey ที่ติดอยู่กับพรมแดนตุรกีอย่างปลอดภัยนั้น พวกเขาจำเป็นต้องเจรจาต่อรองกับกลุ่มนักรบท้องถิ่นและต้องวางแผนสำหรับทางเลือกอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปจากการโจมตีของทหาร

อะไรๆ มักไม่เป็นไปตามคาด ขบวนขนส่งสัตว์มักถูกหยุดหรือต้องหันหลังกลับ เมื่อเผชิญกับเจ้าหน้าที่ที่จุดตรวจ ขบวนรถอาจถูกทิ้งระเบิดได้ทุกเมื่อจากเครื่องบินของซีเรียเอง หรือจากรัสเซีย, อเมริกา หรือตุรกี บนอาคารมีพลซุ่มยิงที่พร้อมจะสาดกระสุน นอกจากนั้นบรรดาเจ้าหน้าที่และสัตว์ในขบวนขนส่งอาจถูกลักพาตัว ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า กลุ่ม Hayat Tahrir Al-sham กลุ่มจีฮัดชาวซีเรียนิกายซุนหนี่เรียกร้องเงินจำนวน 200,000 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับค่าผ่านพรมแดน

สวนสัตว์ซีเรีย
อาเมีย คาลิล ที่ศูนย์ Four Paws สากล ผู้ดำเนินการภารกิจช่วยเหลือสัตว์จากเมจิก เวิลด์ และเขายังเป็นผู้นำสำหรับภารกิจอพยพสัตว์ที่ถูกทิ้งไว้ในฉนวนกาซา จากกลุ่มก่อการร้ายปาเลสไตน์และจากเมืองโมซูล ในอิรักอีกด้วย

แผนของพวกเขาคือการเดินทางจากเมืองอเลปโปไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่เขต Afrin จุดตรวจที่จะนำเข้าสู่เขตควบคุมของชาวเคิร์ด ขบวนสัตว์จะถูกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถเข้าสู่เขตของชาวเคิร์ดได้ จากนั้นมุ่งต่อไปยังทางตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังชายแดนตุรกี หลังเสร็จสิ้นการตรวจเช็คทางการแพทย์แล้ว บรรดาสัตว์ทั้งหมดจะถูกส่งไปยังที่พำนักใหม่ของพวกมันในจอร์แดน

สวนสัตว์ซีเรีย
ซายีดคือสิงโต 1 ใน 5 ตัวที่ได้รับการช่วยเหลือจากเมจิก เวิลด์ สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีสัตว์มากถึง 300 ตัว ภารกิจแรกเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ขนย้ายสิงโต, เสือ, หมี และไฮยีน่า อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาภารกิจที่สองในการขนส่งสิงโตและสุนัขไซบีเรียนฮัสกีอีกอย่างละ 2 ตัวจึงเกิดขึ้น

 

การปลดปล่อย

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เกิดการต่อสู้รุนแรงขึ้นระหว่างกลุ่ม Ahrar al-Sham มุสลิมนิกายซุนหนี่และกลุ่ม Hayat Tahrir Al-sham ในพื้นที่รอบๆ เมจิก เวิลด์ จุดตรวจใหม่ๆ ถูกติดตั้ง และส่งผลให้ภารกิจของพวกเขาต้องล่าช้าออกไปอีก ทางทีมงานติดตามการทิ้งระเบิด การทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทหารผ่านทางออนไลน์ในแบบเรียลไทม์ เพราะ Yavor Gechev หนึ่งในสมาชิกของทีมช่วยเหลือจาก Four Paws กล่าวว่าในสถานการณ์เช่นนั้น “คุณไม่อาจไว้วางใจใครได้”

เมื่อสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น คาลิลจึงเลือกปฏิบัติการในวันต่อมา ซึ่งตรงกับวันศุกร์ ด้วยความคาดหวังว่ามันจะเป็นวันที่สงบ เพราะเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ประจำสัปดาห์ของชาวมุสลิม

โอมาร์ คาลิฟา ผู้ดูแลสวนสัตว์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อีก 4 คนทำงานตลอดทั้งคืน เพื่อขนย้ายสัตว์ทั้งหมดขึ้นไปบนรถพ่วงความยาว 45 ฟุต มันเป็นงานที่อันตรายเมื่อปราศจากยาสลบ ทั้งยังเป็นงานที่หนักเอาการอีกด้วย เมื่อกรงสัตว์นั้นมีน้ำหนักมากถึง 900 ปอนด์

สวนสัตว์ซีเรีย
ต้องใช้ทีมสัตวแพทย์, ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย, เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่อื่นๆ จาก 8 ประเทศในการร่วมกันวางแผนภารกิจขนย้ายนี้ จากภาพที่สนามบินอิสตันบูลทีมงานกำลังขนย้ายกรงสัตว์เหล่านี้ขึ้นไปยังเครื่องบินที่จะมุ่งหน้าไปจอร์แดน

พื้นที่ของกลุ่มกบฏรอบๆ เมจิก เวิลด์นั้นอันตรายที่สุด “อาณาเขต 25 ไมล์นอกเมืองอเลปโป มีความเสี่ยงมาก” คาลิลกล่าว ทีมงานของเขาได้ยินข่าวมาว่า พวกกลุ่มกบฏวางแผนที่จะยึดสัตว์เพื่อใช้สำหรับการโฆษณาชวนเชื่อว่านี่คือสัตว์ที่พวกเขาช่วยเอาไว้ได้จากการลักลอบค้าสัตว์ป่า “ข้อมูลนี้ช่วยให้เราวางแผนสำรอง ตั้งแต่แผนบี แผนซี และแผนดี”  เขากล่าว ด้วยเส้นทางสำรองอีก 2 เส้นทาง เจ้าหน้าที่ประจำจุดอีก 34 คนในสามโซน และขบวนล่อพวกกลุ่มกบฏไปยังอีกเส้นทางหนึ่ง

สำหรับขบวนขนส่งจริงนั้นออกเดินทางตั้งแต่แสงแรกของวันที่ 21 กรกฎาคม นำขบวนด้วยรถคุ้มกันตามมาด้วยรถยนต์ติดอาวุธ เมื่อใกล้ถึง เขต Afrin เจ้าหน้าที่ชาวเคิร์ดปฏิเสธที่จะให้ขบวนรถผ่าน เว้นแต่ว่ารัฐบาลตุรกีจะอนุญาตให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 250 นาย เดินทางเข้าไปในประเทศเพื่อพักรักษาตัว ทีมขนส่งปฏิเสธที่จะเจรจาต่อรอง เนื่องจากว่านี่คือภารกิจช่วยเหลือสัตว์ ในที่สุดพวกเขาก็ยอมอ่อนข้อให้ และอีก 9 ชั่วโมงถัดมาสัตว์ทั้งหมดก็เดินทางมาถึงเขตปลอดทหารที่พรมแดนที่ซึ่งรถบรรทุกจากตุรกีรอรับอยู่

ทีมงานของคาลิลตะโกนกำกับการขนส่งเป็นภาษาอารบิก, อังกฤษ, ตุรกีและเยอรมัน ทหารของกองกำลังปลดปล่อยซีเรียวางอาวุธปืนไรเฟิลของตนเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ตุรกี รัฐบาลตุรกีตกลงที่จะเปิดพรมแดนเพื่อต้อนรับสัตว์จากซีเรีย โดยความดีความชอบนี้ต้องยกให้กับความพยายามของนักเคลื่อนไหวเพื่อสัตว์ที่มีนามว่า Okan Oflaz

“เรามีเวลาเพียง 1 ชั่วโมงในการย้ายกรงสัตว์จากรถบรรทุกหนึ่งไปยังอีกคัน” คาลิลกล่าว ก่อนหน้านี้มีปฏิบัติการกวาดล้างระดับสูงเพื่อเอื้อให้การเปิดพรมแดนเกิดขึ้น เมื่อกรงสัตว์ถูกขนย้ายเรียบร้อย ทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นชาวซีเรียหรือตุรกีโผเข้ากอดกันและโพสต์ท่าถ่ายภาพร่วมกัน

สวนสัตว์ซีเรีย
ที่ชายแดนตุรกี-ซีเรีย คาลิลให้น้ำสัตว์เหล่านี้ ทุกคนพากันเหนื่อยหน่ายหลังการเดินทางระยะทาง 150 กิโลเมตรผ่านเขตสงคราม ระเบิดและพลซุ่มยิงมายังชายแดน

ประตูชายแดนของตุรกีเปิดออก จากนั้นรถบรรทุกที่นำเอาเจ้าหน้าที่ น้ำ อาหารและอุปกรณ์ยาก็เข้ามาสบทบกับขบวนขนส่งสัตว์ และต้องใช้เวลาอีก 24 ชั่วโมงในการขับรถเป็นระยะทาง 1,600 กิโลเมตรเพื่อเดินทางไปยังศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ของรัฐบาล ในเมือง Karacabey ทางตะวันออกเฉียงเหนือของตุรกี ซึ่งนับเป็นวันที่ 3 แล้ว ของภารกิจดังกล่าว ที่บรรดาเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้นอนหลับพักผ่อน

อย่างไรก็ตามยังต้องมีภารกิจที่สองเกิดขึ้นอีก เนื่องจากในภารกิจแรกนั้นพวกเขาขนส่งสัตว์เพียงแค่ 9 กรงเท่านั้น ยังคงเหลือสิงโตอีก 2 ตัว และสุนัขไซบีเรียนฮัสกีอีก 2 ตัว ในเมจิก เวิลด์

 

พวกเขาพากันบอกว่าเป็นไปไม่ได้

หลังมูอัมมาร์ กัดดาฟี ประธานาธิบดีลิเบียเสียชีวิตเมื่อปี 2011 อาเมีย คาลิล เลี้ยงดูสัตว์ที่หิวโหยกว่า 700 ตัวในสวนสัตว์ Tripoli จนกระทั่งรัฐบาลใหม่ขึ้นครองอำนาจ ในปี 2016 ตัวเขาอพยพสัตว์จำนวน 15 ตัวที่รอดชีวิตจากสวนสัตว์ Khan Younis ในฉนวนกาซา ที่ซึ่งสวนสัตว์แห่งนั้นเต็มไปด้วยซากของสัตว์ที่ตายแล้ว  ในเดือนมีนาคม ปี 2017 เขาพาสิงโตและหมีออกมาจากสวนสัตว์ในเมืองโมซูล ของอิรัก ที่ซึ่งในขณะนั้นบางส่วนของเมืองล่มสลายราวกับหนังสยองขวัญ เมื่อกลุ่ม Four Paws ประกาศความช่วยเหลือ คำร้องก็ถูกส่งมาถึงเขาให้เดินทาไปยังเมืองอเลปโป

คาลิลตรวจสอบข้อมูล และพบว่าสถานการณ์ของเมจิก เวิลด์ กำลังใกล้หมดหวัง บรรดาผู้ดูแลสัตว์เข้ามาช่วยเหลือสัตว์เป็นระยะๆ เมื่อสงครามอุบัติขึ้นพวกมันถูกขังให้อยู่แต่ในกรง โดยปราศจากน้ำและอาหาร กรงขังสัตว์จำนวน 50 กรงต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเสียงปืนและลูกระเบิด

สวนสัตว์ซีเรีย
ที่ศูนย์ฟื้นฟูในตุรกี สุลต่านเคยหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันขณะที่สัตวแพทย์กำลังตรวจร่างกายของมัน เคราะห์ดีที่พวกเขากู้ชีพมันกลับมาได้

คาลิลติดต่อไปยังองค์กรรักษาความปลอดภัยระหว่างประเทศเพื่อขอคำปรึกษา พวกเขาบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้น “พวกเขาบอกว่ากลุ่มกบฏยึดครองพื้นที่ระหว่างเมืองอเลปโปจนถึงชายแดนตุรกี จึงไม่มีทางให้ไป” เขากล่าว แต่คาลิลไม่ใช่ชายที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เขากลายสถานะไปเป็นทูต ด้วยความพยายามติดต่อไปยังผู้คนทั่วโลก เพื่อค้นหาใครก็ตามที่จะสามารถช่วยเขาได้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในจอร์แดนสองแห่งติดต่อกลับและเตรียมที่จะสร้างสถานที่ไว้ให้สำหรับบรรดาสัตว์เหล่านี้ จากนั้น อีริค มากอลิส นักหนังสือพิมพ์ผู้ดำเนินงานเกี่ยวกับสงครามมากมายรวมถึงมูลนิธิเพื่อสัตว์อาสาให้เงินสนับสนุน คาลิลเล่าให้ฟังว่า มากอลิสตกใจมากเมื่อรับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “สัตว์ที่น่าสงสารเหล่านี้ต้องติดอยู่ท่ามกลางสงครามอันโหดร้ายในซีเรีย” เขากล่าว

ก่อนที่กลุ่ม Four Paws จะขนย้ายสัตว์ผ่านจุดตรวจ มุฟตี ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับศาสนาประจำท้องถิ่นต้องการหลักฐานพิสูจน์ มาสซาสซิตี้เล่าให้ฟังว่า พวกเขาเรียกร้องวิดีโอเทปจากเจ้าของสวนสัตว์ เพื่อยืนยันว่าเขามอบอำนาจให้กลุ่ม Four Paws ดูแลในการพาสัตว์เหล่านี้ออกไปรักษาตัวยังนอกประเทศ

 

สัตว์ที่หายไป

มาสซาสซิตี้กล่าวด้วยความภาคภูมิใจเมื่อพูดถึงสวนสัตว์ Aalim al-Sahar หรือเมจิก เวิลด์ เขาเป็นคนตั้งชื่อนี้ด้วยต้องการจะสื่อถึงพลังอันลึกลับของธรรมชาติ เพื่อให้คนเกิดคำถามตามมา เนื่องด้วยแนวความคิดเกี่ยวกับพลังเวทมนต์นั้นขัดกับความเชื่อในศาสนาอิสลาม

สถานที่น่าสนใจนี้ใช้เวลาในการสร้าง 8 ปี ภายในประกอบไปด้วย เครื่องเล่น  50 เครื่อง ร้านอาหาร และอควาเรียม ในส่วนของสวนสัตว์นักท่องเที่ยวจะได้ชมจระเข้จากแม่น้ำไนล์จำนวน 50 ตัว, เสืออีก 10 ตัว, ลามา, เสือชีต้าร์, ลิง, กวาง, นก, เต่า, งู, เสือดาว, สิงโต และสัตว์อื่นๆ อีกมากมายหลากหลายสายพันธุ์

ในช่วงต้นปี 2017 สวนสัตว์ที่เคยมีสัตว์จำนวน 300 ตัว มีจำนวนลดลงเหลือประมาณ 50 ตัว เดือนเมษายน คาลิลและฟ็อกซ์ครอฟติดต่อไปยังมาสซาสซิตี้ ผู้ที่ลี้ภัยออกจากซีเรียไปยังสหรัฐอเมริกาแล้วเมื่อปีก่อน พวกเขาเล่าว่าเสือสองตัวกำลังป่วยหนักมาก เสือดาวมีแผลเน่าจนหนอนขึ้น หมีเองก็ป่วย สัตว์ทุกตัวกำลังเผชิญกับภาวะไม่แน่นอน

แต่มาสซาสซิตี้ปฏิเสธที่จะขนย้ายสัตว์เหล่านั้นด้วยเหตุผลที่ไม่อาจทราบได้ เขาเล่าว่า เขาฝากเงินจำนวนหนึ่งให้คาลิฟา ผู้ดูแลสวนสัตว์ ซึ่งเงินก้อนดังกล่าวนั้นมากพอที่จะเลี้ยงดูสัตว์ต่อไปได้อีก 15 ปี แต่คาลิฟากลับนำสิ่งมีค่าทั้งหลายในสวนสัตว์ไปขาย ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ด้วย ในบันทึกที่เขาทราบมีเสือจากัวร์ 2 ตัวถูกขายให้อิรัก เมื่อราว 2 ปีก่อน ส่วนเมื่อต้นปี เสือขาวสายพันธุ์หายากก็เพิ่งถูกขายไปในราคาราว 40,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ให้แก่เพื่อนคนหนึ่งของเขาในเลบานอน ชายคนนั้นโทรหาเขาและกล่าวว่า “ฉันได้รับเสือขาวจากนายแล้ว นายได้เงินจากฉันแล้วหรือยัง?”  ซึ่งมาสซาสซิตี้กล่าวว่าเขาไม่ได้รับอะไรทั้งนั้น

สวนสัตว์ซีเรีย
ในตุรกีสิงโตตัวเมียกำลังได้รับยา ผลการตรวจชี้ว่าสิงโตตัวเมียอีกตัวกำลังตั้งท้อง ไฮยีน่าตัวผู้ตัวหนึ่งตาบอด ในขณะที่ตัวเมียอีกตัวเจ็บป่วยจากโรคไต

คาลิฟาจัดการขายสัตว์เหล่านั้นจริง ทั้งหมดถูกจัดส่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES เพื่อนำเงินมาใช้เลี้ยงดูสัตว์ที่เหลือ

หลายสัปดาห์ผ่านไป และมาสซาสซิตี้ยังคงไม่อนุญาตให้ขนย้ายสัตว์ กลุ่ม Four Paws เรียกหาสัตวแพทย์ท้องถิ่นในเมืองอเลปโปให้เข้ามาตรวจเช็คสัตว์ สัตวแพทย์ผู้ปิดบังชื่อจริงเพื่อความปลอดภัย ส่งภาพถ่ายของหมีที่อิดโรยในกรงขังเสือนอนหมดอาลัยตายอยากบนพื้นเปื้อนฝุ่น และกวางที่หมดเรี่ยวแรงมาให้

เมื่อถึงเดือนมิถุนายน เสือสองตัวที่ไม่สบายและกวางก็ตายลง รายงานจากสัตวแพทย์ยังระบุเพิ่มว่าเสืออีก 2 ตัวและลิงอีกจำนวนหนึ่งได้หายตัวไป

แม้กระทั่งกลุ่มกบฏ Hayat Tahrir al-Sham ยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ด้านคาลิลเองก็พร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นปฏิบัติการขนย้ายสัตว์ ขณะนี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินจของมาสซาสซิตี้ และตอนนี้เหลือสัตว์ที่ยังคงอยู่ในเมจิก เวิลด์เพียง 16 ตัวเท่านั้น

สวนสัตว์ซีเรีย
ซายีดสิงโตจากเมจิก เวิลด์ ดื่มน้ำที่ศูนย์ช่วยเหลือในตุรกี ความร้อนเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของภารกิจนี้
นอกจากเจ้าหน้าที่จะคอยดูแลให้สัตว์ได้รับน้ำและอาหารเพียงพอแล้ว พวกเขายังต้องคลายร้อนพวกมันอีกด้วย

กลางเดือนมิถุนายน คาลิลบินไปยังหลุยส์เซียนาเมื่อพูดคุยกับมาสซาสซิตี้ ให้เขาเข้าใจว่าหากสัตว์ทั้งหมดนี้ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่ม Four Paws พวกมันจะตายไม่ก็ถูกขายต่อให้พวกลักลอบค้าสัตว์ป่า ในที่สุดมาสซาสซิตี้ก็ยอมอ่อนข้อ คาลิลจากสหรัฐมาพร้อมกับเอกสารที่อนุญาตให้ขนย้ายสัตว์ออกจากเมจิก เวิลด์

ต่อมา คาลิฟา ผู้ดูแลสวนสัตว์ พร้อมด้วยทีมงานของเขา ขนย้ายสัตว์ทั้งหมดขึ้นรถบรรทุกไปในวันที่ 21 กรกฎาคม พวกเขาพบว่าเสือดาว 3 ตัวหายไป และในเมจิก เวิลด์เหลือสัตว์เพียงแค่ 13 ตัวเท่านั้น

สวนสัตว์ซีเรีย
ดานา สิงโตที่กำลังตั้งท้อง คืนที่เดินทางมาถึงอุทยาน Ma’wa ในจอร์แดน มันให้กำเนิดลูกน้อยหนึ่งตัว แต่น่าเศร้าที่สัปดาห์ต่อมาลูกสิงโตก็ตายลง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการขาดสารอาหารระหว่างตั้งครรภ์

 

ที่พำนักในตุรกี

การปะทะรุนแรงที่เกิดขึ้นใกล้กับเมจิก เวิลด์ ส่งผลให้ภารกิจที่สองต้องเลื่อนออกไป สำหรับสิงโต 2 ตัวและสุนัขไซบีเรียนฮัสกีอีก 2 ตัวแล้ว นี่เป็นวาระเร่งด่วนที่สุดเท่าที่เคยมีมา เนื่องจากสัตวแพทย์ชาวซีเรียค้นพบว่า ดานา หนึ่งในสิงโตกำลังตั้งท้อง

คาลิฟาและขบวนขนส่งเดินทางออกจากเมืองกลางบ่ายของวันศุกร์ที่ 28 กรกฏาคม ท่ามกลางอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส พวกเขาถูกหยุดที่จุดตรวจ Afrin โดยทหารของชาวเคิร์ด ที่จับกุมตัวคาลิฟา ทำร้ายเขาและฆ่าเขาในเวลาต่อมา โดยอ้างว่าพี่ชายที่ตายไปแล้วของคาลิฟามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลเคด้า

เจ้าหน้าที่จาก Four Paws ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการโต้เถียงกว่าชาวเคิร์ดจะปล่อยขบวนและร่างของคาลิฟาให้เดินทางกลับไปยังเมืองอเลปโป  เมื่อกลางคืนมาถึง ท้องถนนเต็มไปด้วยอันตรายมากยิ่งขึ้น และขบวนยังคงห่างไกลจากชายแดน เมื่อถึงเวลาหนึ่งทุ่มชายแดนกำลังจะปิด คาลิลอ้อนวอนขอให้ตำรวจชายแดนรอต่อไปอีกหน่อย ในที่สุดขบวนรถก็เดินทางมาถึงในเวลา สามทุ่มสิบห้านาที ทีมงานรีบขนย้ายสัตว์ไปยังรถบรรทุกของตุรกี และขบวนรถก็มุ่งหน้าต่อไปยัง Karacabey

เมื่อพวกเขาเดินทางถึง สัตว์ทั้ง 13 ตัวกำลังอิดโรยจากอาการขาดน้ำและสารอาหาร ของเสียจากพวกมันเองเปรอะเปื้อนตามตัวทั้งยังมีรอยแผลเปิด พวกมันได้รับการตรวจเลือด ตรวจดวงตาและสแกนด้วยรังสีอัลตราเพื่อตรวจหาปรสิตและฉีดวัคซีน ผลการสแกนดานาพบว่ามันกำลังตั้งท้องลูกสิงโต 2 ตัว และอาจคลอดได้ทุกเมื่อ

สวนสัตว์ซีเรีย
คาลิลตรวจสุขภาพของลัคกี้ สุนัขไซบีเรียนฮัสกี พวกมันเป็นสัตว์ที่ถูกขนส่งในภารกิจที่สอง ซึ่งทีมงานตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ทิ้งสัตว์ตัวใดไว้ที่นั่น

สุลต่าน เสือโคร่งอายุมากที่ผอมติดกระดูกกำลังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง เมื่อสัตวแพทย์เข้าไปตรวจเช็คอาการ พวกเขาพบว่าหัวใจของมันหยุดเต้นไปแล้ว พวกเขาเปลี่ยนแผนไปเป็นการกู้ชีพ พวกเขาฉีดยาชาและอะดรีนาลีนเข้าไปในหัวใจของมัน กดไปที่ทรวงอกและปั๊มลมเข้าไปในปอด ไม่นานมันก็เริ่มหายใจอีกครั้ง

สำหรับไฮยีน่า ตัวผู้มองเห็นไม่ชัดเจนจากต้อกระจกในตา ส่วนตัวเมียป่วยเป็นโรคไต สิงโตอีก 3 ตัวและเสือตัวอื่นๆ  แม้จะผอมแห้งแต่ถือว่ามีสุขภาพดีภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ส่วนหมีนั้นสภาพฟันของมันย่ำแย่มาก อันเป็นผลมาจากการขาดสารอาหารและการกัดลูกกรงด้วยความกลัวหรือเบื่อหน่าย

ข้อมูลจากคาลิล สัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตสงคราม พวกมันต้องเผชิญกับความเครียดจากเสียงปืนเสียงระเบิด จนส่งผลต่อสุขภาพจิตของมันไม่ต่างจากคน “หมีบางตัวยังเจ็บป่วยทางจิตไปอีกหลายปี แม้อาการบาดเจ็บทางร่างกายจะหายแล้วก็ตาม” เขากล่าว

คาลิลคาดหวังว่าเขาจะได้รับใบรับรองการตรวจสุขภาพและใบอนุญาตจากรัฐบาลตุรกี เพื่อที่จะขนย้ายสัตว์ไปยังจอร์แดนต่อ ไฮยีน่าและสุนัขไซบีเรียนฮัสกีจะถูกพาไปยังศูนย์ New Hope นอกกรุงอัมมาน ที่ถูกก่อตั้งโดยมูลนิธิเจ้าหญิงอิลา สิงโต เสือและหมีจะถูกย้ายไปยังอุทยาน Al Ma’wa ที่ตั้งบนผืนป่าในหุบเขาทางตอนเหนือของจอร์แดน และขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ก่อตั้งโดยกลุ่ม Four Paws ร่วมกับมูลนิธิของเจ้าหญิง ส่วนเสือจะถูกส่งไปยังศูนย์  Felida Big Cat ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านทางการแพทย์โดยเฉพาะ

สวนสัตว์ซีเรีย
สัตว์เหล่านี้กำลังจะเดินทางจากตุรกีไปจอร์แดน แต่กรงบางกรงมีความสูงมากไปทำให้พวกเขาต้องตัดล้อของกรงออกเพื่อให้กรงสามารถเข้าไปในเครื่องบินได้

 

ขนย้ายด้วยเครื่องบิน

สามสัปดาห์ผ่านไป เจ้าหน้าที่ตุรกียังคงไม่ออกใบอนุญาตขนส่งสัตว์เหล่านี้ให้ พวกมันต้องอาศัยอยู่ในกรงแคบๆ  ที่ใช้ในการขนส่งครั้งแรก

ในที่สุดเอกสารก็มาถึง พร้อมด้วยสตีฟ วินเตอร์ ช่างภาพและฉัน พวกเราเดินทางไปยังนครอิสตันบูล เพื่อร่วมส่งสัตว์ไปจอร์แดน บ่ายของวันที่ 10 สิงหาคม อีกวันที่อากาศร้อนจัด เราเดินทางไปพบกับทีมงานที่คลังขนส่งสินค้าในนครอิสตันบูล คาลิลปีนขึ้นไปบนกรงและรินน้ำจากเหยือกขนาดใหญ่เพื่อคลายร้อนให้พวกมัน กรงแต่ละอันถูกโหลดด้วยเครื่องจักรที่รายล้อมไปด้วยผู้คนและเสียงตะโกนรอบๆ

สิงโตคำรามขึ้นมา หมีเดินไปมาในกรงไม่หยุด สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณของผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นจากสงคราม  สุลต่านทรุดลงกับพื้นกรง คาลิลอัดยาคอลติโซนให้แก่มันระหว่างเที่ยวบิน ไฮยีน่าตัวผู้หวาดกลัวจนตัวสั่น มันได้รับคอลติโซลเช่นกันรวมไปถึงน้ำและอาหารเพื่อลดอาการสั่นเทา

สวนสัตว์ซีเรีย
สิงโตออกสำรวจบ้านใหม่ของมันที่อุทยาน Al Ma’wa ในจอร์แดน เช่นเดียวกับมนุษย์ สัตว์ที่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางสงครามเผชิญกับความเจ็บป่วยทางจิตใจไม่ต่างกัน

สัตว์ทั้งหมดออกเดินทางเมื่อเวลาสองทุ่มครึ่ง ด้วยสายการบินรอยัลจอร์แดเนียล พวกเราเดินทางถึงกรุงอัมมานเมื่อเวลาตีสามกรงทั้งหมดถูกเชื่อมต่อกันผ่านด่านศุลกากร คล้ายกับขบวนรถไฟ เพื่อเตรียมที่จะขนย้ายด้วยรถบรรทุก 2 คัน

 

ภารกิจสุดท้าย

เราขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงไปยังศูนย์ New Hope ที่ซึ่งเจ้าหญิงอาลิ บิน ฮุสเซนกำลังรอต้อนรับ  “ในคัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับเก่าก็ระบุไว้ว่าจอร์แดนเป็นประเทศสำหรับคนต่างถิ่นทุกคน สิ่งนี้พิสูจน์ได้จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา” พระองค์ตรัสพร้อมรอยยิ้มแจ่มใส “และดูเหมือนว่าในวันนี้เราจะให้การต้อนรับสปีชีส์อื่นด้วยเช่นกัน”

ชายสิบคนขนย้ายกรงไฮยีน่าไปบนล้อเลื่อนที่พาไปยังที่อยู่ใหม่ของมัน ตัวผู้เดินวนไปวนมาสามรอบ ส่วนตัวเมียมุดเข้าไปในท่อน้ำขนาดใหญ่ สำหรับสุนัขไซบีเรียนฮัสกีนั้น สุนัขเจ้าถิ่นให้การต้อนรับมันอย่างดีผ่านการดมกลิ่น เห่าและกระดิกหางไปมา

สวนสัตว์ซีเรีย
หมีดำเอเชียกับบ้านใหม่ของมัน ฟันของหมีตัวนี้ได้รับความเสียหายจากภาวะขาดสารอาหารและการกัดซี่กรงด้วยความเครียด เมื่อมันเดินทางมาถึง ทีมงานพบว่ามันออกสำรวจที่อยู่ใหม่ทันที

เจ้าหญิงอาลิทรงร่วมเดินทางไปกับเราด้วย ภายใต้การคุ้มกันของตำรวจและทหาร บนเส้นทางที่มุ่งไปยังอุทยาน Al Mawa สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นมะกอกมากมายให้ร่มเงาคลายความร้อนจากแสงแดดอันร้อนแรง

สัตว์แต่ละตัวมีการตอบสนองที่แตกต่างกันไป หมีเดินเข้าไปยังที่อยู่ใหม่อันกว้างขวางคว้าเอาผักและผลไม้มาเคี้ยวกินก่อนที่จะปีนข้นไปบนต้นมะกอก สิงโตตัวผู้ตัวหนึ่งออกสำรวจพื้นที่ใหม่ อีกตัววิ่งวนไปมา ส่วนสิงโตตัวเมียที่คาดว่าน่าจะเป็นคู่ของมันถูกปล่อยตัวบนซีเมนต์เพื่อที่สัตวแพทย์จะได้ตรวจอาการมันได้ เพราะที่ด้านข้างของมันเต็มไปด้วยรอยแผลเปิดน่ากลัว ซึ่งอาจเกิดจากการถูกกระสุน การติดเชื้อ หรือมีปรสิต รายงานจาก ไดอานา เบอร์นาส หัวหน้าอุทยาน Al Ma’wa

สุลต่านนอนนิ่งไม่ไหวติง ทำให้ยากที่จะเคลื่อนย้ายมัน ส่วนดานาสิงโตที่กำลังตั้งท้องเดินเข้าไปในบ้านซีเมนต์ของมัน และซุกตัวลงในกองฟาง ในตอนเย็นสุลต่านเดินสำรวจไปมาก่อนที่จะทิ้งตัวนอนในร่มเงา ส่วนเสือลิงโลดไปกับบ่อน้ำใหม่ของมัน

เมื่อผู้ดูแลเข้ามาตรวจเช็คดานาในเช้าวันต่อมา ก็พบว่ามีลูกเสือตัวสีขาวนอนซุกอยู่ข้างเธอ มันรอจนกว่าทุกอย่างจะเงียบสงบจึงคลอดลูกออกมาเงียบๆ แต่เจ้าหน้าที่เองก็ไม่เคยเห็นลูกตัวที่สองของมัน

สวนสัตว์ซีเรีย
แคสซี ไฮยีน่าตัวเมียเดินทางมาถึงบ้านใหม่ในศูนย์ New Hope ศูนย์ฟื้นฟูในจอร์แดนที่อ้าแขนต้อนรับไฮยีน่าและสุนัขฮัสกี

เมื่อถึงเวลาที่สัตว์ตัวสุดท้ายถูกส่งไปยังอุทยาน คาลิลดูเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก รอยใต้ตาบ่งบอกถึงความเครียดจากการวางแผนมานานเป็นเวลาหลายเดือน ตัวเขาเรียกสัตว์ทั้ง 13 ตัวว่าเป็น “ทูตแห่งสรรพสัตว์” สำหรับพวกมันคาลิลกล่าวว่า “ผู้คนพากันวางอาวุธ กลุ่มคนเล็กๆ เหล่านี้ช่วยกันขนย้ายสัตว์ป่าท่ามกลางสงคราม”

“สัตว์ป่าพวกนี้เป็นดั่งแสงเทียนนำมาซึ่งความหวังเล็กๆ ท่ามกลางความมืดมิด”

เรื่อง ชารอน กายนุพ

 

 

เรื่องแนะนำ

มารู้จักบิลบี้ หรือ ‘กระต่ายอีสเตอร์’ แห่งออสเตรเลีย

บิลบี้ใหญ่ (Greater bilby) กำลังมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ แม้กระทั่งในพื้นที่ต้นกำเนิดของพวกมันเอง ภาพถ่ายโดย ROLAND SEITRE, NATURE PICTURE LIBRARY การวิจัยครั้งใหม่บอกว่า บิลบี้ ใหญ่ หรือ แบนดิคูทหูกระต่ายใหญ่ (Greater bilby) จัดเป็นสัตว์ถูกคุกคาม จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่ม Marsupial ที่มีหูคล้ายกระต่าย นอกจากนี้ พบว่ายังมีสัตว์อีกหลายสิบสายพันธุ์ที่ขุดโพรงสำหรับเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเช่นเดียวกับพวกมัน บิลบี้ใหญ่ หรือที่คนท้องถิ่นเรียก ‘อีสเตอร์บันนี่’ เป็นสัตว์ท้องถิ่นในออสเตรเลียจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มีกระเป๋าหน้าท้อง และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศมากกว่าที่เราคิด บิลบี้ใหญ่ (Greater bilby, Macrotis lagotis) หรือที่รู้จักกันในชื่อ แบนดิคูทหูกระต่ายใหญ่ (rabbit-eared bandicoot) อาศัยอยู่ในพื้นที่แห้งแล้ง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีอยู่ในแผ่นดินของทวีปออสเตรเลียมากถึงร้อยละ 80 ทว่า เนื่องจากภาวะเสื่อมโทรมอันเป็นผลจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่และแหล่งอาหารที่ลดลง ซ้ำยังถูกคุกคามจากแมวป่า จิ้งจอก และสัตว์ต่างถิ่น ปัจจุบันสามารถพบบิลบี้ได้ในเขตทะเลทรายของเขตเวสเทิร์นออสเตรเลีย ควีนแลนด์ และเขตนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ซึ่งทางองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและรัฐบาลออสเตรเลียพิจารณาว่า บิลบี้ เป็นสัตว์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ กลุ่มอนุรักษ์ในออสเตรเลีย เช่น มูลนิธิปลอดกระต่ายในออสเตรเลีย […]

ชมคลิปวิดีโอที่ช่วยไขปริศนาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร

เรื่อง    ซาราห์ กิบเบนส์ ในคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากโดรนเหนือน่านน้ำนอกชายฝั่งดินแดนนูนาวุตของแคนาดา นาร์วาฬตัวหนึ่งใช้งาของมันฟาดปลาค้อดอาร์กติกก่อนจับกินเป็นอาหาร แรงกระแทกอาจทำให้ปลามึนงงและกลายเป็นเหยื่อที่จับได้ง่ายของนาร์วาฬ แท้จริงแล้ว งาของนาร์วาฬคือฟันที่บิดเกลียวยื่นออกมาจากส่วนหัว และสามารถยาวได้เกือบถึงสามเมตร นอกจากนั้นงาของนาร์วาฬยังปกคลุมไปด้วยปลายประสาทนับพันๆ ที่ช่วยให้พวกมันรับรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบตัว นาร์วาฬอาศัยอยู่ในน่านน้ำห่างไกล และเรายังรู้จักพฤติกรรมของพวกมันน้อยมาก ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้แต่คาดเดาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร  พฤติกรรมที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นครั้งแรกนี้จึงช่วยไขปริศนาที่มีมาช้านานได้ แบรนดอน ลาฟอเรสต์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านชนิดพันธุ์และระบบนิเวศแถบอาร์กติกจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ประจำแคนาดา อธิบายว่า เพราะเหตุใดนาร์วาฬจึงเป็นชนิดพันธุ์ที่เรารู้จักน้อยมาก “พวกมันไม่กระโดดทิ้งตัวเหมือนวาฬชนิดอื่นๆ และค่อนข้างขี้อายครับ คลิปวิดีโอนี้จึงให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการใช้งาของมัน” ลาฟอเรสต์บอก ที่ผ่านมา ลาฟอเรสต์ซึ่งทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลแคนาดา ใช้เวลาศึกษานาร์วาฬในถิ่นอาศัยฤดูหนาวของพวกมัน แต่ความที่ถิ่นอาศัยของพวกมันอยู่ห่างไกล การสังเกตพฤติกรรมด้วยสายตาจึงทำได้ค่อนข้างยาก มารีอาน มาร์กู นักวิจัยจากกรมประมงและมหาสมุทรของแคนาดา บอกว่า การใช้โดรนเป็นวิธีใหม่ที่ช่วยให้เราศึกษาสัตว์ผู้ลึกลับเหล่านี้ได้ เธอบอกว่า “โดรนเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก เราสามารถเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน” ที่ผ่านมา การใช้เครื่องบินเล็กให้ภาพได้ไม่ชัดเจน และบ่อยครั้งทำให้สัตว์ที่เป็นเป้าหมายตื่นตกใจ ขณะที่คลิปวิดีโอนี้ช่วยยืนยันทฤษฎีหนึ่งเกี่ยวกับการใช้งาของนาร์วาฬ  พวกมันยังอาจใช้งาเพื่อการอื่นด้วย เช่น เจาะน้ำแข็ง ใช้เป็นอาวุธต่อสู่กัน ช่วยเรื่องการคัดเลือกทางเพศ (sexual selection) หรือเป็นเครื่องมือเกี่ยวข้องกับการใช้เสียงสะท้อน เพื่อนำทางหรือระบุตำแหน่ง (echolocation) คล้ายโซนาร์  […]

รู้ได้อย่างไรว่าลิงตัวไหนอยากกัดคุณ?

เรื่อง ซาร่า กิบเบนส์ ด้วยความที่เป็นญาติใกล้ชิดที่สุดของมนุษย์ ไพรเมตบางชนิดมีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับพวกเรา อย่างไรก็ตามการแปลความหมายที่เกิดขึ้นของสีหน้านั้น อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด และนำมาซึ่งภัยคุกคามต่อทั้งมนุษย์ และลิงได้ ผลการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยลินคอล์นพบว่า ยิ่งมนุษย์พยายามที่จะเดาความหมาย ของท่าทางที่ลิงบาร์บารี หรือลิงกังแสดงออกมามากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งคาดเดาได้ผิดมากเท่านั้น โดย Laëtitia Maréchal หนึ่งในผู้วิจัย เชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะมนุษย์เราตีความท่าทางของสัตว์เอาโดยใช้ลักษณะของมนุษย์เองเป็นหลัก “บรรดานักท่องเที่ยวมักชอบคิดว่าท่าทางที่ลิงกังแสดงออกมานั้น พวกมันกำลังส่งจูบอยู่ และพวกเขาก็ส่งจูบกลับเป็นการตอบสนอง”เธอกล่าว ซึ่งในทางกลับกันท่าทางดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนจากพวกมันไม่ให้มนุษย์เข้ามาใกล้ ในการศึกษาเธอแบ่งผู้เข้าร่วมการทดลองทางออนไลน์ออกเป็น 3 กลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มคนที่เคยทำงานร่วมกับสัตว์มาก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน สองคือกลุ่มคนที่เคยชมภาพถ่ายการแสดงสีหน้าของลิงมาก่อน และสุดท้ายกลุ่มที่ไม่เคยพบเห็นลิงตัวเป็นๆมาก่อนในชีวิต หลังให้พวกเขาชมภาพถ่าย ผลการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมทุกคนนั้นตีความสัญญาณที่ส่งออกมาผิดพลาด กลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญและทำงานร่วมกับสัตว์นั้น มีอัตราความผิดพลาดไม่เกิน 7% ในกลุ่มที่สองที่เคยชมภาพนั้นความผิดพลาดอยู่ที่ 20%และกลุ่มสุดท้ายผิดพลาดสูงถึง 40% นอกจากนั้น Maréchal ยังระบุว่าในการตีความไพรเมตอื่นๆอย่าง อุรังอุตัง และชิมแปนซี มนุษย์ก็มักจะตีความผิดในทำนองเดียวกัน “ถ้าลิงทำสีหน้าที่ดูเหมือนยิ้ม นั้นแปลว่ามันกำลังไม่ไว้วางใจ” เธอกล่าว “คุณอาจจะเคยเห็นภาพของลิงชิมแปนซียิ้มบนการ์ดวันเกิดแต่จริงๆแล้วมันคือสีหน้าของความทุกข์ตรม” ทั้งนี้ทางคณะนักวิจัยคาดหวังว่าการศึกษาครั้งนี้ จะมีประโยชน์สำหรับบรรดานักท่องเที่ยวในสวนสัตว์เปิด เพื่อป้องกันพวกเขาจากความเสี่ยงในการถูกลิงทำร้ายได้ แม้ว่าในตามธรรมชาติแล้วลิงกังจะเป็นสัตว์ที่ไม่ดุร้าย และจะตอบสนองหากถูกทำร้ายก่อนก็ตาม Agustín […]