วิทยาศาสตร์จากกาแล็กซีอันไกลโพ้น - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

วิทยาศาสตร์จากกาแล็กซีอันไกลโพ้น

สุขภาพทางกายของชาวกาแล็กซี

นอกจากวิทยาศาสตร์ไซไฟแล้ว สตาร์วอร์สยังอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่เชื่อมโยงเข้ากับการแพทย์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งเรื่องของมิดิคลอเรียน หรือบาดแผลที่เกิดจากกระบี่แสง (Light Saber) โดยเฉพาะอย่างยิ่งตระกูลสกายวอล์คเกอร์ ที่ดูเหมือนจะต้องเสียอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งอยู่ตลอด และตัวอนาคินก็มีแนวโน้มจะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจอีกด้วย

โรแนน เบิร์ก และรอนนี พลอฟซิง  สองอายุรแพทย์ชาวเดเนมาร์กประจำโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนได้นำการพูดรัวเร็ว อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของดาร์ธเวเดอร์มาเป็นกรณีศึกษาสำหรับการวินิจฉัยโรคระบบทางเดินหายใจ ให้กับนักศึกษาแพทย์ พวกเขาบอกว่าดาร์ธเวเดอร์มีครบทุกอาการ

จากการวิเคราะห์ฉากต่อฉาก พวกเขาสันนิษฐานว่าปอดของท่านดาร์ธนั้นได้รับแก๊สร้อนและเถ้าภูเขาไฟบนดาวมุสตาฟาร์ อันเป็นสถานที่ที่เขาปราชัยแก่ โอบีวัน เคโนบิ (ในภาคซิธชำระแค้น) มากเกินไป ซึ่งแก๊สร้อนทำให้ปอดของเขาเหมือนถูกเผาไหม้ตลอดเวลา

จากการสังเกตของเบิร์กพบว่า แม้ชุดสีดำของดาร์ธ เวเดอร์จะไม่เหมาะแก่การสวมใส่ แต่มันทำหน้าที่คล้ายกับห้องปรับบรรยากาศ  หรือ hyperbaric chamber [เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ไว้ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ] และช่วยป้องกันผิวหนังของท่านดาร์ธจากความร้อน แต่ชุดก็ไม่ใช่ตัวเลือกทางการรักษาที่เบิร์กแนะนำอยู่ดี เขากล่าวว่า “ตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผมคือปลูกถ่ายปอดใหม่” ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับผู้รวบรวมจักรวรรดิเอ็มไพร์ “ปอดสุขภาพดีคู่ใหม่คงหาได้ไม่ยาก  ทันทีที่เขาออกคำสั่ง” เบิกร์กเสริม

นอกจากสุขภาพทางกายแล้ว ตัวละครในเรื่องยังได้รับเชิญไปเป็นหัวข้อสนทนาชั้นเยี่ยมในห้องเรียนด้านจิตวิทยาอีกด้วย

“พวกเขาคือต้นแบบสำหรับตัวละครที่คนดูสามารถเข้าถึงได้” ไรอัน ซี. ดับเบิลยู. ฮอล์ล จิตแพทย์แห่งวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซ็นทรัลฟลอริดา กล่าว “พวกเราทุกคนต่างมีช่วงเวลาที่ตกต่ำและหวังว่าจะก้าวข้ามมันไปได้ด้วยดี เหมือนอย่างตัวละครเหล่านี้”

ในด้านจิตวิทยาแล้ว อนาคินคือเป็นชื่อที่ปรากกฎอยู่บนบทความทางวิชาการบ่อยที่สุด บทความทางด้านนี้ส่วนใหญ่ล้วนแต่มุ่งไปที่ สภาพจิตใจและอารมณ์ของเจไดผู้ตกต่ำและพลิกผันเข้าสู่ด้านมืดจนเป็นดาร์ธเวเดอร์ในที่สุด

ในปี 2011 ทีมจิตแพทย์ชาวฝรั่งเศษนำโดย อีริค บุย ได้ร่วมกันเขียนบทความวิจัยลงในวารสารไซไคอาทริ รีเสิร์ช

(Psychiatry Research) อ้างว่า อนาคิน สกายวอล์คเกอร์มีอาการของผู้ป่วยโรคความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง หรือ borderline personality disorder ซึ่งเป็นอาการผิดปกติทางใจ เห็นได้จากปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างที่ไม่ค่อยดี พฤติกรรมหุนหันพลันแล่น และอารมณ์ที่ไม่คงที่

งานวิจัยหลายชิ้นพยายามที่จะศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ เจไดผู้ทะเยอะทะยานก่อนร่วงหล่นอย่างน่าเศร้ากลายเป็นดาร์ธเวเดอร์ การถกเถียงยังคงอยู่บนหัวข้อว่า เขามีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งหรือไม่ เพราะผลลัพธ์จะส่งผลต่อชาวอเมริกันอีกสามล้านคน เพราะจริงๆ แล้ว อนาคิน สกายวอล์กเกอร์ ในชีวิตจริงนั้นมีอยู่กลาดเกลื่อน จากการประเมินของสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติอเมริกาพบว่า ชาวอเมริกันกว่าสามล้านคนมีลักษณะนิสัยแบบอนาคิน

บุยกล่าวว่า “แม้ว่าการวินิจฉัยโรคของตัวละครในภาพยนตร์ให้ถูกต้องจะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ยังคงเป็นไปได้ จุดประสงค์ของงานวิจัยชิ้นนี้ คือการหากรณีตัวอย่างที่อาจเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ในอนาคต”

เหมือนที่โอบิวันว่าไว้ “มีเพียงซิธลอร์ดเท่านั้นที่ (สามารถ) จัดการกับความเด็ดขาดหนึ่งเดียวได้”

ภัยซ่อนเร้น

อนาคินไม่ใช่ตัวร้ายเพียงคนเดียวที่ตกเป็นเป้าถกเถียงเชิงการแพทย์ ก่อนหน้านี้ ฮอล์ลและซูซาน แฮทเทอร์ ฟรีดแมน แห่งมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ได้ตีพิมพ์บทความหนาปึ้กที่วิเคราะห์เกี่ยวกับบรรดาตัวละครในสตาร์วอร์ส ตั้งแต่ตัวเดินเรื่องหลักไปยังตัวละครสมทบมากมาย

ยกตัวอย่างเช่น  แจบบ้า เดอะฮัตต์ ที่ดูคล้ายจะมีอาการทางจิต ( psychopath)  แลนโด คัลลิสเซี่ยน นักพนันตัวยง หรือแม้แต่อาจารย์เจไดผู้สุขุมอย่าง โอบิวัน เคโนบิ ก็แสดงอาการของโรคซึมเศร้าอย่างอ่อน

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังคงมีตัวละครที่สุขภาพจิตดีเยี่ยมเหลือยู่ในบทความบ้าง ฟรีดแมนและฮอล์ลพบว่า จักรพรรดิพัลพาทีน หรือซิธลอร์ด ผู้โหดเหี้ยมและหยาบช้าแห่งจักรวรรดิกาแลคติคนั้นเป็นบุคคลที่มีสุขภาพจิตดีเยี่ยม เห็นได้จากความสามารถในการสร้างความเดือนร้อนและหยิบยื่นความชั่วร้ายไปทั่วทุกแห่งหนโดยตัวเขาเอง

ในกรณีของพัลพาทีนนั้นเป็นอะไรที่แตกต่าง “เพราะโดยปกติแล้ว ผู้คนมักตัดสินว่าเหตุการณ์ที่น่ากลัวนั้นเกิดจากความผิดปกติทางจิต แต่ผู้ป่วยหรือมีปัญหาทางด้านจิตใจนั้นมีแนวโน้มที่จะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงมากกว่าจะเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเอง”

ยังมีอีกตัวอย่างที่ขาดไม่ได้คือ จาร์ จาร์ บิงคส์ ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้นหรือ  attention-deficit hyperactivity disorder ซึ่งแตกต่างจากทฤษฎีของแฟนหนังที่ว่า จาร์ จาร์ บิงคส์ อาจจะกลาย ดาร์ธ จาร์ จาร์ ในภาคเจ็ด เพราะนำพลัง (Force) ไปใช้ในทางที่ผิด เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับจักรพรรดิพัลพาทีน

ฮอล์ลเชื่อว่าจาร์ จาร์ บิงคส์ คงไม่สามารถทำงานแบบนั้นได้ และหากบิงคส์เป็นซิธ อยู่ข้างพัลพาทีนและลูกศิษย์คนอื่น “กฎที่ว่าซิธมีพร้อมกันได้เพียงสองคนเท่านั้นจะถูกแหก”

ตามหาทาทูอิน

สตาร์วอร์ส ภาคแรกนั้นเปิดฉากกมาด้วยภาพลุคท่ามกลางกองขยะและความชั่วร้ายบนดาวทาทูอิน แต่ถึงจะเป็นเป็นดาวท่าอันโดดเดี่ยวห่างไกล ทิวทัศน์ของทาทูอินก็ยังคงดูสวยแปลกตาสำหรับชาวโลก อาจะเพราะพระอาทิตย์ตกดินทั้งสองดวง

ทาทูอินนับเป็นดวงดาวที่มี ดาวฤกษ์คู่ [หรือดาวสองดวงที่โคจรรอบดาวฤกษ์ไปพร้อมกัน เรียกสั้นๆ ว่าดาวคู่] ซึ่งนักดาราศาสตร์ในปัจจุบันก็กำลังตามล่าหาดาวที่มีลักษณะคล้ายกันนี้อยู่ สิ่งที่ทำให้ดาวคู่เป็นที่สนใจของนักดาราศาสตร์คือแรงดึงดูดที่มีสภาพแปรปรวนมาก ซึ่งสภาพนี้ส่งผลให้ทฤษฎีการกำเนิดดวงดาวจากการตัวของผงธุลีระหว่างดวงดาวกลายเป็นเรื่องซับซ้อนขึ้นไปอีก

อ้างอิงจาก แมตทิว มูตแอสเพากห์ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเทนเนสซี   ดาวที่มีระบบดาวฤกษ์คู่นั้นไม่ได้หายาก กว่าครึ่งของดวงดาวที่มองเห็นจากโลกคือพวกมัน  เมื่อกลางปี 2000 แมตทิว มูตแอสเพากห์ และแมทซีจ์ คอนแนสกี จาก Polish Academy of Sciences ได้ทำโครงการตามล่าหาดาวคู่ ที่ใหญ่ที่สุด ด้วยความมีอารมณ์ขัน แมตทิวจึงตั้งชื่อโครงการเป็นภาษาอังกฤษว่า The Attempt To Observe Outer-planets In Non-single-stellar Environments ซึ่งมีตัวย่อเป็น TATOOINE (ทาทูอิน) ผลจากการตั้งชื่อนี้ทำให้จอร์จ ลูคัส เชิญมูตแอสเพากห์ไปเยี่ยมชมสกายวอล์กเกอร์แรนช์ (Skywalker Ranch) หรือศูนย์บัญชาการใหญ่อันเงียบสงบของลูคัสฟิล์ม

คอนแนสกีบอกว่าชื่อย่อของมัน ”น่าประทับใจไม่ต่างกับตัวโครงการเอง” ซึ่งใช้วิธีการแสกนหาการสั่นโคลงในสเปกตรัมแสง อันเป็นจากดาวดวงอื่นที่กำลังโคจรอยู่ แม้ว่าผลการค้นหาในระยะแรกจะยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่นัก แต่กล้องเคปเลอร์ก็ได้คอนเฟิร์มแล้วว่ามีดาวนี้อยู่จริง ส่วนคอนแนสกีเองก็ยังคงสานต่อความฝันในการหาดาวคู่ของเขา ด้วยเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ที่ตั้งอยู่บนพื้นดิน ชื่อว่า “โซลาริส” (Solaris)  ตามนิยายไซไฟคลาสสิกของโปแลนด์

นักดาราศาสตร์สงสัยว่าจักรวาลยังมีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าบ้านเกิดของสกายวอล์กเกอร์ให้เราค้นหา พวกเขารักษาความอยากรู้อยากเห็นนี้ไว้เหมือนกับพวกนักวิทยาศาสตร์ กูรูเรื่องสตาร์วอร์สคนอื่นทั้งก่อนหน้าและนับจากนี้

“จักรวาลนั้นน่าพิศวงกว่าสตาร์วอร์สยังมีหลายสิ่งที่มหัศจรรย์เกินกว่านักสร้างหนังคนไหนจะคิดได้ซ่อนอยู่ในนั้น”

เรื่องแนะนำ

มองโลกจากดวงจันทร์ ผ่านดวงตาของ “คะงุยะ”

ภาพถ่ายโดย JAXA,NHK เรื่อง วิกตอเรีย แจ็กการ์ด ยานสำรวจดวงจันทร์คะงุยะ (Kaguya (Selene) lunar orbiter หรือยานซีลีนี)  ของญี่ปุ่นที่ได้ชื่อจากเจ้าหญิงคะงุยะและขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี 2007 พร้อมกล้องทีวีความชัดสูงสองตัว จับภาพอันงดงามตรึงตราของโลกไว้ได้ แม้ภารกิจนี้จะเสร็จสิ้นลงไปแล้วในปี 2009 แต่เมื่อช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา องค์การอวกาศของญี่ปุ่นได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่ยานคะงุยะถ่ายไว้ได้ ซึ่งบางภาพไม่เคยมีการเผยแพร่สู่สาธารณชนมาก่อน นิทานเรื่องเจ้าหญิงคะงุยะถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่สิบ เป็นเรื่องราวของคนตัดไม้ไผ่ที่พบเด็กหญิงผู้งดงามหมดจดในลำไม้ไผ่และเลี้ยงดูเธอเหมือนลูกในไส้ และต่อมาพบว่าเธอคือพเทพีจันทรา ซึ่งหวนกลับคืนสู่สรวงสวรรค์ไปหาวงศ์วานของเธอในที่สุด ภาพถ่ายจากกล้องของยานที่ได้รับชื่ออันเหมาะสมลำนี้ทำให้เราเห็นภาพอันน่าประทับใจของโลกจากดวงจันทร์ มีภาพที่โลกเราขึ้น ลง และส่องสว่างเป็นเสี้ยวโดยมีฉากหลังสีดำสนิทของอวกาศเป็นพื้นหลัง นอกจากนี้ ยานคะงุยะยังบรรทุกอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษาองค์ประกอบและโครงสร้างของดวงจันทร์ เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ดวงจันทร์ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร และเราต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้างในการสำรวจดวงจันทร์ในอนาคต  

SeaYouTomorrow Camp บทเรียนหน้าบ้าน ของเยาวชนเกาะพีพี และผู้นำสิงห์ เอสเตท

บ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว บ้านที่เป็นพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว และบ้านที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยทัศนียภาพพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติทั้งบนดินและใต้ทะเลที่ตรึงตาตรึงใจนักท่องเที่ยว หากแต่หน้าที่ของการปกปักรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนในพื้นที่หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จำเป็นจะต้องสร้างระบบนิเวศของจิตสำนึกและการตระหนักถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ช่วยถนอมโลกใบนี้ให้มากขึ้น นี่จึงเป็นที่มาที่สิงห์ เอสเตท ตัวแทนเจ้าภาพโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์​ วิลเลจ ได้รวบรวมผู้นำระดับหัวหน้างาน 15 ท่าน พร้อมกับตัวแทนนักเรียนในพื้นที่เกาะพีพี มาปลูกองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ร่วมกันผ่านค่าย “SeaYouTomorrow Camp Fighting Climate Crisis แคมป์ผู้นำ และเยาวชน รวมพลังต้านวิกฤติโลกร้อน”   Change Agent ผู้กำหนดโลก เด็กคือ Change Agent ผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกในวันข้างหน้า และด้วยช่วงวัยที่พร้อมเปิดรับกับการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทำให้ อเล็กซ์ เรนเดล จัดตั้ง EEC THAILAND (Environment Education Centre) ผ่านการทำค่ายที่มอบประสบการณ์การเรียนรู้และการลงมือทำให้กับเด็กมาเกือบ 7 ปีแล้ว ควบตำแหน่งทูตสันถวไมตรีประจำประเทศไทย จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เขาจึงกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในการจัดกิจกรรมแคมป์ในครั้งนี้ แต่จะอาศัยเพียงกำลังของเด็ก เพื่อรอการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเห็นจะไม่เพียงพอ […]

ชีวิตที่ไม่ได้เลือกของคนผิวเผือก

ในบางสังคม มีความเชื่อกันว่าอวัยวะของคนผิวเผือกเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์และโชคลาง นั่นทำให้ชีวิตของผู้มีภาวะผิวเผือกยากลำบากกว่าเดิม เมื่ออวัยวะของพวกเขาเป็นที่ต้องการในตลาดมืด

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ