กลไกการเสพติดของสมอง - National Geographic Thailand

กลไกการเสพติดของสมอง

ไม่นานมานี้ แนวคิดเรื่องการซ่อมแซมจุดเชื่อมต่อในสมองเพื่อต้านทานการเสพติดอาจเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่ความก้าวหน้าด้านประสาทวิทยาศาสตร์พลิกแนวคิดเดิมๆเกี่ยวกับการเสพติดไปอย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ หากเปิดตำราแพทย์เมื่อ 30 ปีก่อน เราคงจะอ่านพบว่า การเสพติดหมายถึงการต้องพึ่งพาสารอย่างหนึ่งโดยที่ความชินยามีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น จนต้องใช้ปริมาณมากขึ้นทุกทีจึงจะรู้สึกถึงผลของยา และหากเลิกใช้ก็จะทรมานจากอาการขาดยา (withdrawal) ข้อความนี้ใช้อธิบายเรื่องแอลกอฮอล์ นิโคติน และเฮโรอีนได้ดี แต่ไม่สามารถอธิบายเรื่องกัญชาและโคเคน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการสั่นเทิ้ม คลื่นไส้ และอาเจียน แบบเดียวกับอาการขาดเฮโรอีน

นอกจากนี้ แนวคิดแบบเดิมยังไม่ได้อธิบายลักษณะที่อาจเรียกได้ว่าตลบตะแลงที่สุดของการเสพติด นั่นคือการกลับ ไปเสพติดอีก (relapse)

รายงานของกรมแพทย์ทหารสหรัฐฯช่วยยืนยันเรื่องที่วงการวิทยาศาสตร์กล่าวมาโดยตลอดหลายปีว่า การเสพติดเป็นโรคอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ความล้มเหลวทางศีลธรรม ลักษณะของการเสพติดนั้นหมายถึงการกระทำกิจกรรมอย่างหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่อาจหักห้ามใจได้ แม้จะส่งผลเสียต่อชีวิต ทรรศนะนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายคนยอมรับความคิดที่แต่ก่อนถือว่านอกรีต นั่นคือการเสพติดไม่จำเป็นต้องมียาเสพติดมาเกี่ยวข้องก็ได้

การปรับปรุง คู่มือวินิจฉัยและสถิติความผิดปกติทางจิต (Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders) ซึ่งเป็นคู่มือด้านจิตเวชศาสตร์ของสหรัฐฯครั้งหลังสุด ให้การยอมรับการเสพติดพฤติกรรม (behaviorial addiction) เป็นครั้งแรก นั่นคือเสพติดการพนัน นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า เราอาจเสพติดสิ่งเย้ายวนใจหลายอย่างในชีวิตสมัยใหม่ได้ เช่น อาหารขยะ การจับจ่ายซื้อของ และการใช้สมาร์ตโฟน เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลอันทรงพลังต่อระบบการให้รางวัลของสมอง ซึ่งเป็นวงจรที่ผลักดันให้เกิดความอยากเสพ

“เราทุกคนเป็นนักล่ารางวัลชั้นเยี่ยม” แอนนา โรส ไชล์เดรสส์ นักประสาทวิทยาศาสตร์คลินิกจากศูนย์ศึกษาการเสพติดของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย กล่าว

แอนนา โรส ไชล์เดรสส์ นักประสาทวิทยาศาสตร์ ใช้การวิเคราะห์ภาพสแกนสมองของผู้ที่ฟื้นตัวจากการเสพติดโคเคน เพื่อศึกษาว่าสิ่งย้ำเตือนถึงยาซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวไปกระตุ้นระบบการให้รางวัลของสมอง และทำให้กลับมาเสพติดอีกได้อย่างไร เมื่อเธอให้ผู้ป่วยดูภาพต่างๆ เช่น ภาพโคเคนบนจอภาพทางซ้ายเพียง 33 มิลลิวินาที วงจรการให้รางวัลในสมองของพวกเขาก็ถูกกระตุ้น

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ไชล์เดรสส์และนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆพยายามไขปริศนาเรื่องการเสพติดด้วยการศึกษาระบบการให้รางวัลของสมอง งานวิจัยส่วนใหญ่ของไชล์เดรสส์อาศัยการสแกนสมองของผู้ติดยาโดยใช้เครื่องสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก หรือเอ็มอาร์ไอ (magnetic resonance imaging: MRI) ซึ่งจะแสดงให้เห็นการไหลเวียนโลหิตในสมอง เพื่อวิเคราะห์กิจกรรมของเซลล์ประสาท ขั้นตอนอันซับซ้อนและการใช้รหัสสีจะแปลงข้อมูลการสแกนสมองออกมาเป็นภาพที่สามารถระบุวงจรต่างๆซึ่งทำงานเมื่อมีความอยากเสพ

ระบบการให้รางวัลเป็นส่วนที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ของสมอง ซึ่งมีอยู่เพื่อรับประกันว่า เราจะเสาะหาสิ่งที่เราต้องการ และทำให้เราตื่นตัวกับภาพ เสียง และกลิ่นที่พาเราไปสู่สิ่งนั้น ระบบนี้ทำงานร่วมกับสัญชาตญาณและกิริยาสนองฉับพลัน (reflex) ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับช่วงเวลาที่การอยู่รอดพึ่งพาความสามารถในการหาอาหารและการสืบพันธุ์ให้ได้ก่อนคู่แข่ง แต่ระบบนี้ก็อาจสร้างความรำคาญให้เราในโลกปัจจุบันที่เราสามารถตอบสนองความปรารถนาต่างๆของตัวเองได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว

ปาตริก เปรอตตี เสพติดโคเคนอย่างหนัก และหลังจากเข้ารับการบำบัดแล้วก็ยังกลับไปเสพอีกหลายครั้ง สุดท้ายจึงหันไป พึ่งการรักษาแบบทดลองที่คลินิกแห่งหนึ่งในเมืองปาโดวา ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นเปลือกสมองกลีบหน้าผากส่วนหน้า การรักษาได้ผล ลุยจิ กัลลิมแบร์ตี จิตแพทย์ ใช้การกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กผ่านกะโหลกศีรษะกับ ผู้ป่วยรายอื่นและประสบความสำเร็จเช่นกัน เขาและเพื่อนร่วมงานวางแผนจะทำการทดลองในระดับใหญ่

ความปรารถนาขึ้นอยู่กับการทำงานอันซับซ้อนหลายอย่างของสมอง แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สิ่งที่กระตุ้นการทำงานอันซับซ้อนนี้น่าจะได้แก่ปริมาณสารส่งผ่านประสาทโดปามีน (dopamine) ที่เพิ่มสูงขึ้น สารเคมีนี้ช่วยนำสัญญาณข้ามจุดประสานประสาท ทั้งยังมีบทบาทหลากหลายประการในสมอง และที่เกี่ยวข้องกับการเสพติดมากที่สุดคือการไหลของโดปามีนช่วยเพิ่มสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า แรงจูงใจจากสิ่งเร้า (salience) ยาเสพติดแต่ละชนิดส่งผลกระทบต่อสารเคมีในสมองแตกต่างกัน แต่ทุกชนิดล้วนทำให้ระดับโดปามีนพุ่งพรวดเกินขีดปกติ

ลองพิจารณาผลข้างเคียงแปลกๆของยาที่เลียนแบบโดปามีนตามธรรมชาติและใช้รักษาโรคพาร์กินสัน โรคนี้ทำลายเซลล์ที่สร้างโดปามีนซึ่งส่งผลสำคัญต่อการเคลื่อนไหวร่างกาย ยาที่ใช้แทนโดปามีนช่วยบรรเทาอาการต่างๆจากโรคได้ แต่ผู้ป่วยพาร์กินสันราวร้อยละ 14 ที่ใช้ยาดังกล่าวจะเกิดการเสพติดการพนัน การจับจ่ายซื้อของ สื่อลามก การกินอาหาร หรือยาที่ใช้รักษาโรคเอง

ที่คลินิกมาร์ชัค ศูนย์บำบัดการติดยาใกล้กรุงมอสโก ยาแอนทาบิวส์ที่ออกฤทธิ์นานหกเดือนถูกฝังไว้ใต้ผิวหนังของผู้ติดสุรา ที่มีอาการดีขึ้นและจะออกจากที่นี่หลังจากอยู่มานาน 30 วัน ยานี้จะทำให้เขาอาเจียนหากดื่มสุรา ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการบำบัดด้วยกลวิธียับยั้ง

ปัจจุบันเมื่อหน่วยงานด้านจิตเวชยอมรับแนวคิดว่าการเสพติดเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้ยาเสพติด นักวิจัยจึงพยายามกำหนดว่า พฤติกรรมแบบใดจัดเป็นการเสพติด กิจกรรมที่ทำให้เพลิดเพลินทุกกิจกรรมมีศักยภาพจะทำให้เราเสพติดได้หรือไม่ หรือเรากำลังมองนิสัยทุกอย่างว่าเป็นความเจ็บป่วยไปเสียหมด ตั้งแต่นิสัยชอบชำเลืองดูอีเมลทุกนาที ไปจนถึงนิสัยชอบกินของหวานตอนบ่ายแก่ๆ

ในสลอตแมชีนจำลอง หนูตัวนี้ถูกดึงดูดโดยแสงไฟกะพริบและเสียงดังเป็นจังหวะแบบที่ทำให้คนหมกมุ่นกับการเล่นพนัน ในกาสิโน ด้วยทางเลือกซึ่งเปิดโอกาสให้ได้รางวัลเป็นน้ำตาลก้อน หนูจะเลือกทางที่ได้รางวัลก้อนใหญ่ที่สุดเสมอทั้งที่มีโอกาสชนะน้อยที่สุด

ในสหรัฐฯ คู่มือวินิจฉัยและสถิติความผิดปกติทางจิต ฉบับปัจจุบันระบุว่า ความผิดปกติในการเล่นเกมทางอินเทอร์เน็ตเป็นสภาพที่ควรได้รับศึกษามากขึ้น เช่นเดียวกับการโศกเศร้าอ่อนเพลียเรื้อรัง และการติดกาเฟอีน ส่วนการติดอินเทอร์เน็ตไม่ติดโผ

แต่อย่างหลังสุดนี้อยู่ในบัญชีรายชื่อการเสพติดของจิตแพทย์ จอน แกรนต์ รวมถึงการย้ำทำในการจับจ่ายซื้อของและเพศสัมพันธ์ การเสพติดอาหาร และโรคชอบหยิบฉวย “อะไรก็ตามที่ให้รางวัลมากเกินไป อะไรที่ทำให้เกิดภาวะเคลิ้มสุขหรือสงบสบายใจ ย่อมเสพติดได้ทั้งนั้นครับ” แกรนต์บอก เขาเป็นผู้บริหารคลินิกความผิดปกติด้านการเสพติด ภาวะย้ำทำ และการถูกกระตุ้น ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก การที่อะไรจะทำให้เราเสพติดนั้นขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละคน ซึ่งได้รับผลกระทบจากพันธุกรรม การบาดเจ็บ และภาวะซึมเศร้า ท่ามกลางปัจจัยอื่นๆ “เราไม่เสพติดกันทุกคนหรอกครับ” เขาว่า

เรื่อง ฟราน สมิท

ภาพถ่าย แมกซ์ อากีเลรา-เฮลล์เวก

 

อ่านเพิ่มเติม : ชายผู้ตามหาละอองดาวบนโลกเช็คกันหน่อยดูรูปภาพนี้แล้วรู้สึกขยะแขยงหรือไม่? ถ้าใช่คุณอาจเป็น “โรคกลัวรู”

เรื่องแนะนำ

ผู้ลี้ภัยเด็กนับพันตกค้างอยู่ที่ชายแดนยุโรป

เด็กๆ ผู้ลี้ภัยจำนวนมากต้องฝันสลายเมื่อชายแดนเข้าสู่หลายประเทศในยูโรปถูกปิด ชีวิตที่ไม่มีเป้าหมายของพวกเขาสร้างความกังวลว่าเด็กๆ เหล่านี้อาจตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์

มหานทีแห่งเอเชียอาคเนย์จะอยู่รอดหรือไม่ (ตอนที่ 2)

เรื่อง สตีเฟน โลฟเกร็น   แหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหานทีสายนี้เป็นแหล่งอาศัยของปลาเกือบ 1,000 ชนิด ซึ่งมีจำนวนมากเป็นอันดับสองรองจากแม่น้ำแอมะซอน นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งที่พบปลาขนาดใหญ่มากกว่าที่อื่นในโลก ตั้งแต่ปลากระเบนน้ำจืดจนถึงปลาคาร์ปหนัก 500 ปอนด์ “แม่น้ำโขงเป็นเหมือนสวรรค์ของนักมีนวิทยาเลยละครับ” โฮแกนกล่าว “มันสุดยอดในทุก ๆ ด้าน แต่มันก็กำลังเผชิญกับความเสี่ยงเช่นกัน” “ประเทศกัมพูชาเป็นแหล่งพักพิงสุดท้ายสำหรับความหลากหลายทางชีวภาพที่สั่นคลอนนี้ และหนึ่งในนั้น สัตว์น้ำประจำถิ่นส่วนใหญ่กำลังเข้าใกล้การสูญพันธุ์” จากเหตุผลข้างต้น สำนักงานของโครงการจึงตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ หากพิจารณาจากประเทศที่ติดต่อกับแม่น้ำโขงทั้งหมด กัมพูชาเป็นประเทศที่มีดินแดนติดต่อกับแม่น้ำโขงมากที่สุด ราวกับได้นั่งอยู่ใจกลางของแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการประมาณการณ์ว่า แม่น้ำโขงมอบผลผลิตทางประมงมากกว่าสามล้านตันต่อปี เป็นจำนวนที่มากถึงหนึ่งในสี่ของผลผลิตจากประมงน้ำจืดทั่วโลก บริเวณที่ราบลุ่มปากแม่น้ำโขงยังเป็นแหล่งเพาปลูกข้าวชั้นดี ประเทศกัมพูชารวมถึงประเทศอื่นๆ ที่อยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำโขงสามารถผลิตข้าวรวมกันได้มากกว่า 100 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 15 จากผลผลิตทั้งหมดของโลก ทุ่งนากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาทางตอนกลางของกัมพูชาเกิดจากการทับถมของดินตะกอนแม่น้ำ ที่แม่น้ำโขงพัดพามาในช่วงฤดูน้ำหลากช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ในความเป็นจริง หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นกับแม่น้ำโขงมันจะส่งผลกระทบไปยังสิ่งอื่นด้วย เหล่าผู้เชี่ยวชาญกำลังหวาดกลัวเกกับการสร้างเขื่อนในประเทศลาวและที่อื่นๆ บริเวณตอนบนของแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาจะทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาอพยพ และสามารถนำไปสู่การสูญพันธุ์ของปลาหลายชนิดที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เช่น ปลาที่ใกล้สูญพันธุ์อย่าง “ปลาเทโพ” ที่มีความยาวได้ถึง 10 ฟุตเมื่อโตเต็มวัย   จากวิทยาศาสตร์แบบองค์รวมถึงเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ในขณะที่เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง […]

ตำนานแห่งอะโซโลตล์ผู้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ตำนานแห่งอะโซโลตล์ผู้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ อะโซโลตล์ (Axolotl หรือแอกโซลอเทิล ภาษาสเปนออกเสียงว่า อะโฮโลตล์) ซึ่งเป็นซาลาแมนเดอร์หรือหมาน้ำชนิดหนึ่ง เป็นสัตว์ที่คนชื่นชอบ เพราะนอกจากหน้าตาที่ดูแปลกและน่ารักแล้ว มันยังงอกอวัยวะส่วนไหนก็ได้ขึ้นมาใหม่ แต่ปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ชนพื้นเมืองและชาวบ้านในเม็กซิโกจึงกำลังพยายามปกป้องพวกมันไว้ให้ได้มากที่สุด ตำนานอัซเต็กเล่าว่า ในครั้งบรรพกาล เหล่าทวยเทพมารวมตัวกันอยู่รอบกองไฟ โดยจะต้องมีผู้ยอมสละชีพเพื่อสร้างดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ขึ้นมาให้กับโลกมนุษย์ เทพหลายองค์กระโดดเข้าสู่กองไฟเพื่อเป็นเชื้อให้เกิดธาตุใหม่ๆขึ้นมา แต่เทพโซโลตล์ (Xolotl) ผู้เป็นฝาแฝดของเทพเควตซัลโคตล์ (Quetzalcoatl – เทพแห่งลมและสติปัญญา มีร่างเป็นมังกร หรือ Feathered Serpent) ไม่ยอมสละชีพ ทำให้เทพเควตซัลโคตล์โกรธา จึงสั่งให้จับแฝดของตนมายัญพลี เทพโซโลตล์แปลงร่างเป็นสัตว์หลากหลายเพื่อหลบหนี และเมื่อไปถึงทะเลสาบโซชีมิลโก (ในกรุงเม็กซิโกซิตี) ก็แปลงกายเป็น “อะโซโลตล์” และกระโจนหนีลงไปในน้ำ เทพเควตซัลโคตล์จึงไว้ชีวิตผู้เป็นแฝด แต่ก็สาปให้เทพโซโลตล์ต้องอยู่ในความมืดไปชั่วนิรันดร์ในฐานะปีศาจน้ำที่มีชื่อว่า อะโซโลตล์ เฟร์นันโด อารานา นักชีววิทยาของ Center of Biological and Aquatic Research of Cuemanco (CIBAC) เล่าว่า Ambystoma mexicanum เป็นสัตว์ประจำถิ่นที่พบได้ในเฉพาะปากแม่น้ำเม็กซิโกเท่านั้น […]