ก่อนทะเลสาบเหือดแห้ง - National Geographic Thailand

ก่อนทะเลสาบเหือดแห้ง

ทะเลสาบโปโอโป, โบลิเวีย ภาพถ่ายโดย เมารีซีโอ ลิมา : ก้นทะเลสาบแห้งขอดปกคลุมด้วยชั้นเกลือทอดตัวยาวไกลสุดสายตาในโบลิเวีย เรือเกยตื้น ปลาและนกน้ำหายไปไป ชาวประมงที่พึ่งพาอาศัยทะเลสาบพากันโยกย้ายไปอยู่ที่อื่น เกิดการพลัดถิ่นสืบเนื่องจากภัยแล้ง

ก่อนทะเลสาบเหือดแห้ง

รอยล้อรถยนต์ทอดยาวไปตามพื้นก้นทะเลสาบแบนราบไปจนจดเส้นขอบฟ้า เราขับรถซูซูกิรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อตามรอยนั้นไปเพื่อมองหาเบาะแสว่า  เกิดอะไรขึ้นกับโปโอโป  ซึ่งเคยเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโบลิเวีย แล้วกลับอันตรธานไปในอากาศเบาบางของที่ราบสูงแอนดีส

แม้จะขับกันอยู่บนพื้นก้นทะเลสาบ แต่เราอยู่สูงจากระดับทะเลมากกว่า 3,650 เมตร อากาศฤดูใบไม้ผลิแห้งจนปากแตก หมู่บ้านชาวประมงจำนวนมากที่เคยพึ่งพาทะเลสาบโปโอโปมาตลอดหลายพันปีก็อยู่ในสภาพว่างเปล่าเช่นกัน เราขับผ่านกลุ่มบ้านเรือนก่อด้วยอิฐที่ถูกทิ้งร้าง  ลมบ้าหมูเริงระบำอยู่รายรอบ หมุนวนดูดกระแสลมร้อนเข้ามา ไกลออกไป เรามองเห็นเรืออะลูมิเนียมขนาดเล็กหลายลำที่ดูเหมือนลอยอยู่บนน้ำ  จนเมื่อขับเข้าไปใกล้ภาพลวงตานั้นก็เลือนหายไป และพบว่าเป็นเรือที่ถูกทิ้งเกยตื้นอยู่บนทรายแป้ง  ผมก้าวลงจากรถ  รองเท้าเหยียบพื้นที่คราบเกลือเกาะหนาเป็นชั้นตะปุ่มตะป่ำส่งเสียงดังกรอบแกรบ

มัคคุเทศก์ของผม รามิโร พิลล์กู โซลา เดินย่ำเท้าไปบนแอ่งเกลือ มุ่งหน้าไปยังซากเรือผุพังลำหนึ่งที่จมทรายอยู่ครึ่งลำ ความทรงจำสมัยเป็นเด็กชายที่ออกมาพายเรือในทะเลสาบแห่งนี้ถาโถมเข้ามาในความคิด เนิ่นนานก่อนที่เขาจะทิ้งหมู่บ้านซานเปโดรเดคอนโดไปร่ำเรียนวิชาอุทกวิทยาจนได้รับปริญญาเอกสาขาอุทกวิทยาและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยลุนด์ในประเทศสวีเดน  “เราไม่ได้กำลังพูดถึงเรื่องเล็กๆนะครับ” พิลล์กู โซลาบอกผม “เมื่อสามทศวรรษก่อน ทะเลสาบนี้ปกคลุมพื้นที่ 3,000 ตารางกิโลเมตร การจะกู้ให้ฟื้นกลับมานี่ยากนะครับ”

ทะเลสาบเออร์เมีย, อิหร่าน ภาพถ่ายโดย นูว์ชา ทาวาโกเลียน : อาคารร้างกับเรือที่จอดทิ้งคือสิ่งที่เหลืออยู่ของท่าเรือราห์มันลู เมื่อครั้งทะเลสาบยังมีน้ำเต็ม รถราจะมาต่อแถวกันบนท่าแห่งนี้เพื่อรอลงเรือข้ามฟากซึ่งช่วยประหยัดเวลาการขับรถรอบทะเลสาบจากเมืองตาบรีซไปยังเออร์เมียร์ที่อยู่ฟากตรงข้ามได้หลายชั่วโมง

น้ำซึ่งเคยแผ่กว้างกินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลพอๆ กับประเทศเล็กๆ หายไปแล้ว  รองเท้าบูตยางคู่หนึ่งถูกทิ้งอยู่ข้างๆ เรือลำนั้น กะโหลกปลาตัวหนึ่งที่ถูกแดดกัดจนขาวโพลนสว่างวาบใต้ดวงอาทิตย์แผดจ้า  แล้วอยู่ๆลมก็หยุดพัด  ความเงียบเข้าปกคลุมฉากเหมือนหลังวันสิ้นโลกนั้น  หากน้ำคือชีวิต ที่แห่งนี้ไม่มีทั้งสองอย่าง

ทะเลสาบเออร์เมีย : ในฤดูร้อน นักท่องเที่ยวเดินลุยเล่นน้ำที่กลายเป็นสีแดงเพราะแบคทีเรียและสาหร่ายที่ชื่นชอบเกลือ ทะเลสาบเออร์เมียดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วอิหร่านมาหลายชั่วคน แต่จำนวนผู้มาเยือนลดน้อยลงเมื่อทะเลสาบหดเล็กลงถึงร้อยละ 80 นับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1980 ซึ่งก่อให้เกิดความวิตกว่า นี่อาจเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่จะได้ลงเล่นน้ำที่นี่

หลายภูมิภาคทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ทะเลสาบจำนวนมากร้อนขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่ามหาสมุทรและอากาศ  ความร้อนที่สูงขึ้นนี้เร่งให้น้ำระเหยเร็วขึ้น และเมื่อผนวกกับการจัดการที่ผิดพลาดของมนุษย์ ก็ยิ่งส่งผลให้การขาดแคลนน้ำ มลภาวะ การสูญเสียถิ่นอาศัยของนกและปลา กลายเป็นปัญหารุนแรงขึ้น แต่ในขณะที่ “ลายนิ้วมือ [หรือหลักฐาน] ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง แต่หน้าตาของมันไม่เหมือนกันในแต่ทะเลสาบ” แคเทอรีน โอไรลีย์  กล่าว  เธอเป็นนักนิเวศวิทยาแหล่งน้ำสังกัดมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์สเตต และเป็นผู้นำร่วมของโครงการสำรวจทะเลสาบทั่วโลกโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ 64 คน

ยกตัวอย่างเช่น ที่ทะเลสาบไท่ในภาคตะวันออกของจีน  น้ำผิวดินจากเรือกสวนไร่นาและน้ำเสีย  กระตุ้นให้เกิดการสะพรั่งของไซยาโนแบคทีเรีย ขณะที่น้ำซึ่งอุ่นขึ้นเป็นตัวช่วยเร่งการเจริญเติบโต จุลินทรีย์ชนิดนี้เป็นภัยคุกคามต่อแหล่งน้ำดื่มสำหรับประชาชนร่วมสองล้านคน  ทะเลสาบแทนกันยีกาในแอฟริกาตะวันออกอุ่นขึ้นมากจนปริมาณปลาที่จับได้ซึ่งเลี้ยงชีพคนยากจนหลายล้านคนในสี่ประเทศโดยรอบ  ลดลงถึงขั้นสุ่มเสี่ยง  น้ำหลังเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำกูริอันใหญ่โตของเวเนซุเอลา  มีระดับต่ำมากถึงขั้นวิกฤติในช่วงหลายปีมานี้  จนรัฐบาลต้องสั่งให้หยุดการเรียนการสอนตามโรงเรียน เพื่อแก้ปัญหาโดยการปันส่วนไฟฟ้า แม้แต่คลองปานามาที่เพิ่งผ่านการขยายช่องการจราจรให้กว้างขึ้น และขุดร่องน้ำให้ลึกขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ก็ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสืบเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลกระทบต่อทะเลสาบกาตูนที่มนุษย์ขุดขึ้น  ซึ่งไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงช่องการจราจรของคลองดังกล่าวให้ใช้สัญจรได้เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งน้ำดื่มสำหรับเกือบทั้งประเทศด้วย นอกจากนี้ ระดับน้ำที่ต่ำยังบังคับให้ต้องจำกัดขนาดการกินน้ำลึกของเรือต่างๆ ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เรือเกยตื้นน้ำในทะเลสาบ

ทะเลสาบเออร์เมีย : เรซา มานัฟซาเดห์ ทำงานในสวนผลไม้ซึ่งตั้งอยู่ริมขอบทะเลสาบ พืชผลที่นี่ปลูกด้วยระบบชลประทานแบบใหม่ นั่นคือใช้น้ำรีไซเคิลจากโรงงานที่ขนมาโดยรถบรรทุก “ผมห่วงอนาคตของลูกชายผมมากครับ” เขาบอก “ถ้าน้ำเหือดแห้งไปจากอิหร่าน ลูกหลานของเราจะหมดความสนใจในประเทศตัวเอง”

ในบรรดาปัญหาท้าทายทั้งหมดที่ทะเลสาบต่างๆ เผชิญอยู่ในโลกที่ร้อนขึ้น  ตัวอย่างที่ชัดแจ้งที่สุดพบได้ตามพื้นที่รับน้ำแบบปิดที่ซึ่งน้ำไหลเข้ามาลงทะเลสาบต่างๆ แต่ไม่มีทางให้น้ำไหลออกสู่แม่น้ำหรือทะเล  ในพื้นที่ปลายน้ำหรือลุ่มน้ำในแผ่นดินที่ไม่มีทางระบายน้ำออกสู่ทะเล (endorheic basin) เหล่านี้  ทะเลสาบมักจะตื้น  เค็ม และอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อปัจจัยหรือกิจกรรมรบกวนต่างๆ  การอันตรธานไปของทะเลอารัลในเอเชียกลางคือตัวอย่างขั้นหายนะของปรากฏการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับน่านน้ำในแผ่นดินประเภทนี้  ในกรณีของทะเลอารัล ตัวการหลักได้แก่โครงการชลประทานอันทะเยอทะยานของโซเวียตที่ทำให้ทิศทางการไหลของแม่น้ำหลายสายซึ่งหล่อเลี้ยงทะเลอารัลเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

เหตุการณ์คล้ายคลึงกันนี้กำลังดำเนินอยู่ตามทะเลสาบปลายน้ำในเกือบทุกทวีป ซึ่งก็คือการใช้ประโยชน์มากเกินไป ผนวกกับภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น  ภาพถ่ายดาวเทียมที่นำมาเทียบเคียงกันเผยให้เห็นความสูญเสียที่น่าตกใจยิ่ง ทะเลสาบชาดในแอฟริกาหดเล็กลงจนเหลือเพียงเสี้ยวหนึ่งของผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาลนับจากทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา ส่งผลให้การขาดแคลนปลาและน้ำชลประทานรุนแรงขึ้น  ขณะที่ผู้โยกย้ายถิ่นฐานและผู้อพยพที่ต้องพึ่งพาทะเลสาบดังกล่าวในปัจจุบันยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากร  การขาดแคลนด้านต่างๆ รวมทั้งความตึงเครียดในภูมิภาคซาเฮลอันแห้งแล้งและร้อนระอุ  กำลังก่อให้เกิดความขัดแย้งและการอพยพย้ายถิ่นขนานใหญ่

เรื่อง เคนเน็ท อาร์. ไวส์

ทะเลสาบแทนกันยีกา, แทนซาเนีย ภาพถ่ายโดย ไมเคิล คริสโตเฟอร์ บราวน์ : ปลาที่ลากอวนมาได้เช้านี้ที่หมู่บ้านคีบีริซีคือปลาซาร์ดีน ปริมาณปลาที่จับได้ลดลงเรื่อยๆ เมื่อมีเรือจำนวนมากเกินไปแย่งกันจับปลาที่มีอยู่น้อยเกินไปในทะเลสาบของแอฟริกาแห่งนี้ ซึ่งทอดตัวคร่อมพรมแดนประเทศแทนซาเนีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก บุรุนดี และแซมเบีย
ทะเลสาบแทนกันยีกา : นอกชายฝั่งหมู่บ้านคาซินกา พวกผู้ชายลากอวนจับปลาซาร์ดีน อุณหภูมิน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นแม้เพียงครึ่งหรือหนึ่งองศาเซลเซียส ก็อาจกระทบต่อปริมาณปลาที่จะจับได้ และหมายถึงหายนะสำหรับคนนับล้านที่ต้องพึ่งพาแหล่งโปรตีนเหล่านี้

 

อ่านเพิ่มเติม

ทะเลสาบโบราณของออสเตรเลียเผยประวัติศาสตร์มนุษย์

 

เรื่องแนะนำ

Imagine Maekha โปรเจกต์ฟื้นฟูคลองเชียงใหม่ที่ได้รับกลับมามากกว่าพื้นที่สีเขียว

การฟื้นฟูคลองแม่ข่า ไม่เพียงเพิ่มพื้นที่เชิงนิเวศให้เมืองเชียงใหม่ แต่ยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าทั้งยังเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงผู้คนและสถานที่ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน คลองแม่ข่า มีความสำคัญต่อจังหวัดเชียงใหม่มาตั้งแต่สมัยอดีต เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำเลี้ยงที่ไหลผ่านใกล้กับตัวเมืองมากที่สุด บทบาทของมันคือ การเป็นน้ำใช้ การเป็นน้ำระบบที่แจกจ่ายสู่พื้นที่การเกษตร และการเป็นพื้นที่ป้องกันน้ำท่วม เวลามีน้ำหลากมาจากแม่น้ำปิง คลองแม่ข่าจะเป็นตัวตัดน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปท่วมภายในตัวเมือง ซึ่งบทบาทสุดท้ายยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงในปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึงความเป็นปัจจุบัน สังคมมนุษย์และเทคโนโลยีต่างพัฒนาขึ้น บทบาทของคลองแม่ข่าถูกลดทอนลง ไม่มีการใช้น้ำจากคลองแม่ข่าในการดำรงชีพเหมือนเมื่อก่อน ทางน้ำไม่ได้มีการกระจายตัว สาเหตุเพราะพื้นที่ทางการเกษตรโดยรอบต่างถูกปลูกทับด้วยอาคารบ้านเรือน อีกสิ่งหนึ่งคือการหายไปของพื้นที่หน่วงน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลงตามไปด้วย โครงสร้างระบบท่อระบายน้ำของเมือง เป็นสิ่งที่ถูกปลูกสร้างขึ้น เพื่อช่วยเหลือคลองแม่ข่า แต่ทว่าความช่วยเหลือนั้นกลับนำมาซึ่งผลเสียที่สร้างบาดแผลให้แก่คลองแม่ข่าไม่ใช่น้อย เมื่อโครงสร้างท่อระบายน้ำซึ่งไม่ใช่ระบบสมบูรณ์ เชื่อมกับคลองแม่ข่า ทันทีที่น้ำเสียไหลตามระบบไม่ได้ มันจะล้นลงสู่คลองแม่ข่า ทำให้คลองประวัติศาสตร์แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวมน้ำเสีย จึงเป็นที่มาของโครงการฟื้นฟูคลองแม่ข่า หรือ Imagine Maekha ได้เกิดขึ้นจากการร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคมและประชาชน เพื่อขับเคลื่อนคลองแม่ข่าและพื้นที่ต่อเนื่องคืนสู่ชีวิตอีกครั้ง เราจะไปคุยกับ ทนวินท วิจิตรพร สถาปนิกจากใจบ้านสตูดิโอ หนึ่งในขณะทำงานโครงการ เพื่อทำความเข้าใจอดีต ปัจจุบันและอนาคตของคลองเก่าแก่เส้นนี้แห่งเมืองเชียงใหม่ไปพร้อมกัน 01 โอกาสพัฒนาในปัญหา พื้นที่โดยรอบคลองแม่ข่าเป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ผู้คนไม่ได้เข้าถึงอย่างทั่วไป ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบมีความสมบูรณ์ทางนิเวศสูง เต็มไปด้วยแหล่งต้นไม้ใหญ่ นับเป็นบริเวณที่มีการกระจุกตัวของแหล่งต้นไม้ใหญ่เยอะที่สุดในเขตเมือง […]

วัชรบูล ลี้สุวรรณ การเดินทางถ่ายรูปสัตว์ป่าหายาก จนต่อยอดถึงงานอนุรักษ์ป่าตะวันตกของไทย

บทสนทนากับ โน๊ต วัชรบูล ลี้สุวรรณ ถึงความรักในการถ่ายภาพสัตว์ป่าและการทำงานอนุรักษ์ธรรมชาติร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึงชายหนุ่มชื่อ โน๊ต วัชรบูล ลี้สุวรรณ เรานึกถึงนักแสดงชายที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาเกือบ 20 ปี เราคุ้นหน้าเขาจากละครหลายเรื่อง เพราะฝีมือการแสดงทำให้ใครหลายคนชื่นชอบและจดจำเขาได้ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราเริ่มเห็นการทำงานของโน๊ตผ่านอีกบทบาทหนึ่ง นั่นคือผลงานชุดภาพถ่ายสัตว์ป่าจากผืนป่าของเมืองไทย โดยเฉพาะชุดภาพถ่ายสัตว์ป่าที่ห้วยขาแข้ง สื่อมากมายเอ่ยถึงเขาในมุมมองของการเป็นคนสมัยใหม่ที่รักธรรมชาติและสัตว์ป่า โน๊ตรักการถ่ายภาพสัตว์ป่าเป็นชีวิตจิตใจ เราอยากรู้จักเขามากขึ้น ผ่านบทสนทนาท่ามกลางเสียงฝนในเมืองใหญ่โต๊ะกาแฟเล็กๆ ที่ The Yard Hostel Bangkok อวลไปด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับแพชชั่นของโน๊ต ว่าทำไมเขาถึงรักการถ่ายภาพสัตว์ป่าได้ขนาดนี้ ซึ่งความหลงใหลนี้เองก็ทำให้เขาได้ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในปัจจุบัน  ใครๆ ก็รู้ว่าโน๊ตรักการเข้าป่าไปอยู่กับธรรมชาติมาก ตอนนี้เราเรียกคุณว่าเป็นนักเดินทางได้แล้วยัง เราคือคนธรรมดาๆ คนหนึ่งแหละ ที่ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นนักเดินทาง หรือว่านักผจญภัยอะไร แต่ว่าเรามีแพชชั่นเรื่องสัตว์ป่า ธรรมชาติ อยากใช้ชีวิตเอาท์ดอร์ ซึ่งสนใจมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็ไม่ยอมให้อะไรมาทำให้สิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่อยากทำมันไขว้เขว เป็นคนที่ค่อนข้างโชคดี ได้รับโอกาสดีๆ ในชีวิตเยอะ และด้วยความที่ค่อนข้างมีวินัยกับตัวเองพอสมควร เราเลยชอบเก็บข้อมูล อ่านหนังสือ หาข้อมูลเรื่องพวกนี้อยู่ตลอดจนช่วงเวลาที่มันเหมาะสมก็ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ แสดงว่าชอบเรื่องสัตว์ป่ามานานแล้ว แล้วเริ่มเดินทางจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่  เราชอบของเราเองตั้งแต่เด็ก โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยขัด […]

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม

บนเส้นทางของเต่าทะเล เรื่อง มารีอานา ฟูเอนเตส การยกเต่าทะเลหนักหลายสิบกิโลกรัมขึ้นเรือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่มารีอานา ฟูเอนเตส นักชีววิทยาทางทะเลเชิงอนุรักษ์ทำเพื่อช่วยเหลือสัตว์เลื้อยคลานใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ เต่าทะเลอาศัยอยู่ในน่านนํ้าอุ่นทั่วโลก ตอนนี้ ฟูเอนเตสพุ่งเป้าไปที่ประเทศหมู่เกาะ อย่างบาฮามาส ที่ซึ่งรัฐบาลประกาศกันพื้นที่ในทะเลร้อยละ 20 ของประเทศให้เป็นเขตคุ้มครอง เต่าทะเลไม่ใช่สัตว์ชนิดแรกที่ฟูเอนเตสหลง รัก “ตอนแรกฉันอยากศึกษากระเบนราหูค่ะ” เธอบอกพลางนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่ได้ ใกล้ชิดกับกระเบนราหูตัวหนึ่ง ในขณะเป็น นักศึกษาฝึกงานในบราซิล ฟูเอนเตสเริ่มหันมาสนใจเต่าทะเลซึ่งอาจมีอายุยืนได้กว่าร้อยปี “ความจริงที่ว่าพวกมันคือผู้รอดชีวิต ทำให้ฉันอยากอนุรักษ์พวกมันไว้” ฟูเอนเตสบอก   แผนภูมิจุดบนยักษ์แห่งท้องทะเล เรื่อง แบรด นอร์แมน ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลที่ได้ชื่อว่าลี้ลับที่สุดชนิดหนึ่ง แต่แบรด นอร์แมน นักชีววิทยาทางทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้เวลาเกือบ 25 ปี ค่อยๆ เผยความลับของพวกมันทีละน้อย ลวดลายที่คล้ายกลุ่มดาวบนผิวหนังของฉลามวาฬเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ด้วยสิ่งนี้ นอร์แมนได้ให้ความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญโดยใช้อัลกอริทึมทางดาราศาสตร์ในการพัฒนาเครื่องมือค้นหา เพื่อสแกนและระบุอัตลักษณ์ของฉลามวาฬแต่ละตัว นำไปสู่องค์ความรู้ในการติดตามฝูงฉลามวาฬและการอนุรักษ์ นอร์แมนผู้ได้รับรางวัลโรเล็กซ์เอนเทอร์ไพรส์ (Rolex Awards for Enterprise) มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลักดันให้ฉลามวาฬได้รับการบรรจุเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เขาพูดถึงความพยายามในการคลี่คลายความลับเกี่ยวกับการอพยพของพวกมัน ว่า “เราหวังจะพบกุญแจไขปริศนาข้อใหญ่ที่สุด นั่นคือ […]