แพ ขยะพลาสติก แห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

แพขยะพลาสติกแห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

แพ ขยะพลาสติก แห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

แพขยะแห่งแปซิฟิก คือชื่อของวงขยะขนาดยักษ์ที่ลอยตัวอยู่ ณ ผิวมหาสมุทรบนพื้นที่ระหว่างฮาวายและรัฐแคลิฟอร์เนีย สาเหตุที่มันโด่งดังก็เพราะขนาดอันใหญ่โตมโหฬารของมัน ซึ่งหากจะถามว่าใหญ่ขนาดไหน? ขยะพลาสติก แห่งแปซิฟิกมีขนาดใหญ่กว่ารัฐเท็กซัส ของสหรัฐอเมริกาเสียอีก แต่ยังคงไม่สามารถมองเห็นได้จากอวกาศ

อย่างไรก็ดีแม้จะขาดคุณสมบัติของผืนดิน แต่ก็ใช่ว่าจะหยุดยั้งนักโฆษณาในการสถาปนาแพขยะแห่งนี้ให้เป็นประเทศใหม่ไปได้ ด้วยความกว้างของดินแดนขยะสุดลูกหูลูกตาพวกเขาตั้งชื่อให้มันว่าประเทศ “Trash Isles” และขณะนี้มีพลเมืองอย่างเป็นทางการแล้วหนึ่งคน คือ อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

แพขยะแห่งแปซิฟิกถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี 1977 โดย Charles Moore ผู้ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการขับเรือยอร์ชฝ่าขวดน้ำพลาสติก เพื่อเดินทางกลับบ้านในลอสแอนเจลิส Curtis Ebbesmeyer นักสมุทรศาสตร์ชาวซีแอตเทิลเป็นผู้ตั้งชื่อนี้ให้แก่มัน โดยตัวเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเดินสมุทรและตามรอยสินค้าที่หล่นหายระหว่างการขนส่ง เช่น น้องเป็ดเหลืองของเล่นยอดฮิตในห้องน้ำ หรือรองเท้ากีฬาไนกี้เป็นต้น และ ณ ตอนนี้แพขยะแห่งแปซิฟิกยังกลายมาเป็นเป้าหมายสำคัญของแคมเปญทำความสะอาดมหาสมุทรสุดยิ่งใหญ่มูลค่า 32 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งก่อตั้งโดยวัยรุ่นชาวเนเธอร์แลนด์ Boyan Slat ที่ปัจจุบันตัวเขาอายุ 23 ปีแล้ว และเป็นเจ้าของบริษัท Ocean Cleanup บริษัทที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น

นอกเหนือจากรายละเอียดที่กล่าวมาข้างต้น อันที่จริงเรื่องราวของแพขยะแห่งนี้ นักวิทยาศาสตร์เองก็ใช่ว่าจะทราบกระจ่างชัดมากนัก จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้

 

มีอะไรกันแน่ภายในแพ?

ไมโครพลาสติกคิดเป็นสัดส่วน 94% ของขยะจำนวน 1.8 ล้านล้านชิ้นของแพขยะแห่งแปซิฟิก แต่หากวัดกันที่น้ำหนักแล้ว ไมโครพลาสติกเหล่านี้มีสัดส่วนเพียงแค่ 8% เท่านั้น จากการศึกษานักวิทยาศาสตร์พบว่า ในขยะปริมาณ 79,000 เมตริกตันของแพแห่งนี้ ส่วนใหญ่ของขยะแล้วเป็นอุปกรณ์ประมงทั้งสิ้น ไม่ใช่ขวดพลาสติกหรือบรรจุภัณฑ์หีบห่อแบบที่เรามักคุ้นชินจากภาพข่าว

ผลการศึกษาใหม่โดยทีมนักวิจัยของ Slat นี้ถูกเผยแพร่ลงใน Scientific Reports สรุปได้ว่าเจ้าแพขยะปริมาณ 79,000 ตันนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ 4 – 16 เท่าเลยทีเดียว นอกจากนั้นพวกเขายังพบว่าอวนจับปลาปริมาณมาก โดยคิดเป็นสัดส่วน 46% ของขยะที่เกิดจากอุปกรณ์ประมง โดยนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าในจำนวน 20% ของอุปกรณ์เหล่านี้ถูกพัดพามาจากเหตุสึนามิที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น เมื่อปี 2011

Laurent Lebreton นักสมุทรศาสตร์ของบริษัท Ocean Cleanup ผู้นำการศึกษาครั้งนี้เล่าว่า ทีมวิจัยเองกำลังพยายามประเมินข้อมูลของบรรดาขยะชิ้นใหญ่ภายในแพ “เรารู้กันดีว่ามีอุปกรณ์ประมงจำนวนมากที่กลายเป็นขยะ แต่ 46% เป็นอะไรที่สูงกว่าที่เคยคิดกันไว้” เขากล่าว “ในตอนแรกเราประเมินกันว่าตัวเลขน่าจะอยู่ที่ 20% นั่นคือจำนวนที่ยอมรับได้สำหรับอุปกรณ์ประมงที่กลายมาเป็นขยะในทะเล 20% ในทะเล และ 80% ในแผ่นดิน”

อวนตกปลาที่ถูกทิ้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจนี้กระจัดกระจายไปทั่วผืนมหาสมุทร วาฬ แมวน้ำ หรือเต่าอาจหลงมาติดพันเข้า ซึ่งประมาณกันว่าทุกๆ ปีมีสัตว์น้ำราว 100,000 ตัวที่ได้รับบาดเจ็บจากขยะเหล่านี้

 

เรื่องแนะนำ

จากเชี่ยวหลานถึงแม่วงก์ : การลุกฮือเพื่อปกป้องป่า

“ในความรู้สึกของผม เราไม่ต้องมาเถียงกันหรอกว่า เราจะใช้ป่าไม้อย่างไร เพราะมันเหลือน้อยมากจนไม่ควรใช้ จึงควรจะรักษาส่วนนี้เอาไว้” – สืบ นาคะเสถียร ไม้ใหญ่ยืนต้นตายเป็นหย่อม ๆ ท่ามกลางผืนนํ้าสีดำเวิ้งว้างในหุบเขา คือภาพจำของผมเกี่ยวกับเขื่อนเชี่ยวหลาน (หรือชื่อทางการคือเขื่อนรัชชประภา) ผมมีโอกาสเดินทางไปที่นั่นครั้งแรกในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการของมูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร เมื่อปี พ.ศ. 2539 พร้อมกับวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งในเวลานั้นเป็นบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี โดยควบตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรด้วย ครั้งนั้น เราเดินทางไปมอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เพิ่งถูกยิงเสียชีวิต หลังจากที่มูลนิธิตั้งกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า 10 ปีก่อนหน้านั้น ตอนที่ยังไม่มีเขื่อนกั้นขวางลำนํ้า “เชี่ยวหลาน” เป็นชื่อแก่งกลางนํ้าบริเวณคลองแสงที่มีนํ้าไหลเชี่ยว ตั้งอยู่ระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงและอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นป่าดิบที่ราบตํ่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด พอมีการสร้างเขื่อนและกักเก็บนํ้าเมื่อ พ.ศ. 2529 ป่าสมบูรณ์ผืนนี้จึงจมอยู่ใต้บาดาลตลอดกาล และทิ้งให้สัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 338 ชนิดต้องติดอยู่ตามเกาะแก่งน้อยใหญ่ภายในอ่างเก็บนํ้า ในตอนนั้น สืบ นาคะเสถียร ต้องรับหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าจากโครงการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ครั้งแรกของเมืองไทย พูดได้ว่าการทำงานในคราวนั้นเป็นครั้งแรก ๆ ที่สังคมไทยเห็นสืบ นาคะเสถียร ในฐานะข้าราชการนํ้าดีที่ทำงานแบบถวายชีวิตช่วยเหลือสัตว์ป่า ผ่านทางรายการ ส่องโลก สารคดีโทรทัศน์ของสันติธร […]

ถุงพลาสติกชนิดย่อยสลายได้ทางชีวภาพยังใช้งานได้หลังจากถูกฝังในดินกว่าสามปี

งานวิจัยชิ้นใหม่ตั้งข้อสงสัยว่าถุง พลาสติก ชนิดย่อยสลายทางได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) เป็นวิธีแก้ปัญหามลพิษจากพลาสติกที่มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ริชาร์ด ทอมป์สัน (Richard Thompson) นักชีววิทยาทางทะเลผู้ทุ่มเทศึกษาขยะ พลาสติก สงสัยมานานว่า แท้จริงแล้ว ถุง พลาสติก ที่เสื่อมสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) จะเสื่อมสภาพได้มากเพียงใด เพราะเหตุนี้ เขาและนักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยพลิมัทจึงทดลองว่า ถุงหูหิ้วที่พบได้บ่อยในพลิมัทนั้นจะเสื่อมสภาพได้มากเพียงใด โดยเขาใช้ถุง 5 ประเภทในการทดสอบ ซึ่งรวมถุงชนิดเสื่อมสลายได้ทางชีวภาพอีก 3 ประเภท และทำการทดลองด้วยการฝังถุงไว้ในดิน แช่ในน้ำ และทิ้งไว้นอกอาคาร สิ่งที่เขาค้นพบคือ เมื่อเขาขุดถุงเหล่านั้นเมื่อเวลาผ่านไปสามปี ถุงย่อยสลายได้ทางชีวภาพไม่เพียงแต่คงสภาพเดิม แต่ยังบรรจุสิ่งของเกือบ 2 กิโลกรัมได้อยู่ ไม่มีถุงชนิดใดเลยที่เปลี่ยนสภาพไปจนเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมดีไปกว่าถุงพลาสติกธรรมดา “มันทำให้ผมประหลาดใจที่ถุงพวกนี้ยังใช้บรรจุสิ่งของได้ แม้เวลาจะผ่านไปสามปี” ทอมป์สันให้สัมภาษณ์กับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก “พวกมันไม่ได้ทนทานเหมือนถุงใหม่หรอก แต่ก็ไม่ได้เสื่อมสภาพอย่างชัดเจน” นอกจากเรื่องความทนทานของถุงพลาสติก งานวิจัยที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Science & Technology ยังเน้นย้ำว่าคำว่า “ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable)” ทำให้ผู้บริโภคสับสนและสร้างปัญหาในการทิ้งลงถังขยะสำหรับรีไซเคิล เนื่องจากคำดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคคิดว่าถุงเหล่านี้ย่อยสลายได้อย่างง่ายดายเมื่อถูกทิ้ง […]

ดื่มด่ำไปกับการผลิบานของหมู่มวลดอกไม้ ผ่านวิดีโอไทม์แลปส์

ร่วมเดินทางผ่านสวนดอกไม้อันน่ามหัศจรรย์ไปกับวิดีโอความยาว 4 นาที วิดีโอการผลิบานของดอกไม้นานาชนิดนี้ ถูกรวบรวมจากนักสร้างภาพยนตร์ทั่วโลก คัดเลือกโดยบรรณาธิการของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในฐานะส่วนหนึ่งของการทำงานเพื่อวิทยาศาสตร์, การสำรวจ และเรื่องเล่าที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงโลก พักสายตาจากโลกรอบตัว สูดหายใจให้ลึกขึ้นเพื่อผ่อนคลาย แล้วชมวิดีโอดังกล่าว คุณผู้อ่านจะตกหลุมรักมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : เสี่ยงตายเพื่อความรู้…ภารกิจของนักล่าพายุ, คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

Net Free Seas ครั้งแรกของการรีไซเคิลซากอวนประมงจากท้องทะเลไทย

Net Free Seas โครงการที่ชวนชุมชนชายฝั่ง สร้างมูลค่าเศษอวนประมง ด้วยการทำงานกับโรงงานรีไซเคิล  เพื่อแก้ปัญหาอวนผีในทะเลไทยอย่างยั่งยืน แดดเช้าส่องผิวน้ำเป็นประกาย เรือเคลื่อนตัวออกจากชายฝั่งมุ่งหน้าสู่อ่าวไทย รอบตัวฉันเต็มไปด้วยนักดำน้ำมืออาชีพ ทุกคนคืออาสาสมัครที่ตั้งใจมาทำภารกิจ Cleanup Dive ดำน้ำเพื่อกู้ซากอวนใต้ทะเลในวันนี้ แต่ละปี ขยะพลาสติกปนเปื้อนมากกว่า 12 ล้านตัน รั่วไหลลงสู่ท้องทะเล ประมาณการณ์ได้ว่าปัจจุบัน ทุก ๆ ตารางไมล์ของพื้นที่มหาสมุทรทั่วโลก มีขยะพลาสติกน้ำหนักมากกว่า 269,000 ตัน ไหลเวียนอยู่ มีการคาดการณ์ว่า หากเรายังไม่เร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างเด็ดขาด อีกไม่กี่ทศวรรษในอนาคต มหาสมุทรจะมีปริมาณขยะมากกว่าสัตว์ทะเล ขยะพลาสติกในมหาสมุทรเหล่านี้ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นขยะที่เกิดจากกิจกรรมบนบกและรั่วไหลลงสู่ท้องทะเล จากการจัดการอย่างไม่ถูกต้อง และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นขยะที่มาจากกิจกรรมทางทะเล โดยเฉพาะการทำประมง หลายปีที่ผ่านมา คนจำนวนมากตื่นตัวเรื่องขยะพลาสติก ภาครัฐเริ่มขยับตัวในการออกมาตรการ บริษัทเอกชนเริ่มตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิต ที่ต้องมีส่วนจัดการขยะจากผลิตภัณฑ์ของตนเอง รวมถึงต้องมองหาวัสดุที่ยั่งยืนขึ้นมาใช้ทดแทนพลาสติก แม้จะยังไม่ใกล้ความสำเร็จในอุดมคติ แต่เราเห็นความพยายามที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในการจัดการขยะจากกิจกรรมบนบก ในขณะเดียวกัน ขยะพลาสติกในมหาสมุทรอีก 20 เปอร์เซ็นต์ มาจากกิจกรรมทางทะเล […]