ศิลปะ "เกาหลี" เหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ

ศิลปะเกาหลีเหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ

ศิลปะ เกาหลีเหนือ ที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ

สิ่งเล็กน้อยที่คาดไม่ถึงเมื่อพบว่าคุณกำลังจ้องมองงานโฆษณาชวนเชื่อของ เกาหลีเหนือ ในวอชิงตัน ดีซี และมากกว่าความคาดไม่ถึงที่พบวิจิตรศิลป์ของงานที่น่าตกตะลึง

งานแสดงภาพวาดรางวัลแนวสัจสังคมนิยมที่มหาวิทยาลัยอเมริกา ขนาดของภาพที่กว้างมากกว่า 10 ฟุต ทำให้เกิดความรู้สึกท้วมท้นเมื่อได้เข้าใกล้ตัวงาน จากนั้นความสับสนก็ตามมาเมื่อได้มองภาพเหตุการณ์ซึ่งทุกคนที่อยู่ข้างนอกเกาหลีเหนือมองว่าดูประโลมโลกเกินจริง หรือ ดูเป็นไปไม่ได้แน่ๆ ภาพของแรงงานที่ยิ้มแย้มขณะที่พวกเขากั้นน้ำจากเขื่อน ทหารบนหลังม้ากระโดดข้ามสะพานทางรถไฟที่กำลังลุกไหม้ ชายบนเรือพร้อมที่จะยิงกระสุนใส่ศัตรู สิ่งเหล่านี้มาจากประเทศซึ่ง UN เรียกพวกเขาว่า ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเลวร้าย

เกาหลีเหนือ
ผู้ส่งสาร เช่นเดียวกับรูปอื่นๆ รูปวาดปี 1970 นี้ใช้หมึกและกระดาษสา

แต่ความรู้สึกประหลาดใจและไม่อาจลบเลือนได้ เมื่อตระหนักได้ว่าภาพเหล่านี้ เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ

“ผมลุ่มหลงในงานเหล่านี้” ศิลปินและภัณฑารักษ์ BG Muhn กล่าว  “ผมคิดว่า มีบางอย่างที่ผมไม่เคยรู้” Muhn ใช้เวลา 5 ปี นำมันมาแสดงโชว์รวมกัน โดยการเก็บสะสมงานจากพิพิธภัณฑ์เกาหลีเหนือ และ นักสะสมนอกประเทศ เป้าหมายของเขาคือการแสดงทักษะที่อยู่เบื้องหลังการเมือง “มันไปไกลกว่าจินตนาการของพวกเรา” Muhn  กล่าว “[เกาหลีเหนือ] ไม่เพียงแต่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ พวกเขายังชื่นชมงานศิลปะ”

เกาหลีเหนือ
หลังกองกำลังป้องกัน เสื้อเชิ้ตสีขาว เสื้อกั๊กสีดำ และกระบอกปืน ชายผู้อยู่ในน้ำดูคล้ายกับ Han Solo แต่มันเป็นเพียงเหตุบังเอิญ เพราะภาพนี้ถูกวาดในปี 1968 เก้าปีก่อนจะมีหนังเรื่องสตาร์วอร์

ผ่านสตูดิโอศิลปะ เกาหลีเหนือผลิตงานทั้งสำหรับประทศอื่นและสำหรับแสดงในที่สาธารณะและพิพิธภัณฑ์ ผลงานในดิสเพลย์ในวอชิงตัน และในแกลอรี่อื่นๆ ถูกวาดในช่วงระหว่างปลายปี 1960 จนถึงปัจจุบัน โดยศิลปินหลากหลายคน และ หลายๆงานผ่านการคัดลอกแปรงต่อแปรง

พวกเขาทั้งหมดเป็นตัวอย่างของเทคนิคที่เรียกว่า Chosonhwa ซึ่งหมายถึงการใช้หมึกและกระดาษสาแทนที่จะใช้สีน้ำมันและผืนผ้าใบ ข้อจำกัดนี้นำไปสู่การคิดค้นเทคนิค ตัวอย่างเช่น การวาดเสือรวมโดยมีพื้นที่ว่างมากมายแทนการวาดหิมะ สิ่งเหล่านี้นำไปสู่สัมผัสที่ละเอียดอ่อนของภาพวาด เมื่อมองใกล้ๆ สารทางการเมืองมากมายถูกส่งออกมาอย่างมีพลัง

เกาหลีเหนือ
ภาพวาดปี 2005 นี้เป็นตัวอย่างของ สัจสังคมนิยมสมัยใหม่ ซึ่งเกาหลีเหนือเริ่มที่จะผลิตออกมา ศิลปินบางคนถูกส่งออกไปประเทศอื่นเพื่อดูสไตล์งาน

เมื่อดูจากตัวงานแล้วจะพบว่ามีวิวัฒนาการมากกว่าทศวรรษ นักวาดหน้าใหม่กว่าแสดงเทคนิคฝีแปรงที่ทันสมัยและแสดงหัวข้อนั้นๆออกมาในเชิงนามธรรมมากกว่า แต่แม้ว่าในศิลปินที่แก่กว่า เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขาได้รับอิทธิพลจากตัวตกและมีความเชี่ยวชาญทางเทคนิค งานชิ้นหนึ่งพรรณนาถึงการช่วยเหลือในทะเล และการจัดวางองค์ประกอบของฉากที่อึดอัดอย่างน่าประหลาด ในเส้นของแขนที่กำลังโยนเชือกไปนั้นตัดกับเส้นโค้งของคลื่น

ถึงแม้ว่างานของพวกเขาจะซับซ้อนมากเพียงใด แน่นอนว่าภาพหลายๆภาพเป็นการโฆษณาชวนเชื่ออย่างชัดเจน ธีมไม่ได้เปลี่ยน ชิ้นงานในแกลอรี่อาจจะไม่ได้ชวนเชื่ออย่างรุนแรง อย่างการชกเครื่องบินรบอเมริกา  แต่รูปภาพนั้นชื่นชมความกล้าหาญ ความองอาจ ความอุดมสมบูรณ์ ในประเทศซึ่งเกิดภาวะอดอยากอยู่บ่อยครั้ง

เกาหลีเหนือ
หญิงสาวที่เป็นจุดศูนย์กลางของภาพที่วาดขึ้นในปี 2016 โดย Kim In Sok ถูกสเก็ตซ้ำมากกว่า 2 ปี ในช่วงงาน ภาพแสดงถึงความสุขของผู้คนในเปียงยาง

หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะมหาวิทยาลัยอเมริกา Jack Rasmussen ไม่คิดว่า ความหมายเหล่านั้นไม่สามารถมองเป็นศิลปะได้ “ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกส่วนใหญ่มักจะโฆษณาชวนเชื่อโบสถ์” เขากล่าว ซึ่งไม่ได้มีความคล้ายคลึงกับงานวาดอเมริกาในช่วงทศวรรษ 1940 “ระดับของความประสบความสำเร็จที่งานศิลปะทุกงานควรไปถึง”

มีประเด็นที่คล้ายกัน นักเขียน Upton Sinclair โต้แย้งในปี 1925 “งานศิลปะทุกชิ้น คือโฆษณาชวนเชื่อ” ข้อโต้แย้งการวิพากษ์วิจารณ์ของนักสงคมนิยมของ Sinclair กล่าวว่า มีความแตกต่างเพียงน้อยนิด เพราะศิลปะเป็นตัวแทนของความจริงผ่านลักษณะส่วนตัวที่ศิลปินสร้างขึ้น “จุดประสงค์ของการดัดแปลงลักษณะเฉพาะตัวของผู้อื่น คือการกระตุ้นพวกเขาให้เปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึก ความเชื่อ และการกระทำ ”

เกาหลีเหนือ
ฉากประโลมโลก ที่มักจะมีปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในภาพวาด ผลงานชิ้นนี้วาดขึ้นในปี 1977

อาจจะไม่ใช่ทุกงานศิลปะที่เป็นโฆษณาชวนเชื่อเช่นนี้ และอาจจะมีศิลปะอันงดงามซึ่งมีความดำมืดน้อยกว่าสังคม แต่ธีสิสของ Sinclair ยังคงเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึง (ในตอนหลังถูกนำมาเป็นชื่องานเขียนของ George Orwell)

นอกเหนือจากบริบทของพวกมัน ภาพวาดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผู้ชมแยกจากคุกเกาหลีเหนือ และการคุกคามของนิวเคลียร์ที่มีประสิทธิภาพ แต่มันซับซ้อนเมื่อบางครั้งมันกลายเป็นมิติหนึ่งของมุมมองของประเทศ เมื่อถามว่าถ้าแสดงภาพเหล่านี้ในอเมริกาอาจจะให้ความรู้สึกที่อ่อนลงกับประเทศ Rasmussen ยิ้ม

“ผมไม่คิดว่าคนมากมายจะย้ายไปเกาหลีเหนือหลังจากเห็นรูปเหล่านี้” เขากล่าว

เรื่อง เกบ บูลลาด

 

อ่านเพิ่มเติม

บินทะยานไปกับแอร์โครยอ สายการบินเกาหลีเหนือ

เรื่องแนะนำ

สเก็ตบอร์ด: กีฬาเหินหาว

การเล่น สเก็ตบอร์ด ที่ถือกำเนิดในเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียยกระดับจากกีฬาชายขอบ ขึ้นมามีอิทธิพลต่อภูมิทัศน์เมืองและวัฒนธรรมทั่วโลกได้อย่างไร บ่ายวันจันทร์แดดสดใสที่เวนิสบีชในแคลิฟอร์เนีย หนุ่มร่างสูงสวมเสื้อยืด กางเกงทรงหลวม กระโดดข้ามราวของสนามสเก็ตแล้วปล่อย สเก็ตบอร์ด ของเขาตกกระทบผิวคอนกรีต  ก่อนใช้เท้าซ้ายเหยียบขึ้นแผ่นกระดานไม้ที่ว่าแล้วไถไปตามขอบนอกของสนามพร้อมเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เขารูดลงไปในโบวล์ลาดลึกหนึ่งในสองแอ่งของสนามแล้วพุ่งกลับขึ้นไปยังขอบอีกฟากเมื่อใกล้จะถึงแพลตฟอร์มเขากระโดดลอยตัวขึ้นไปใช้ส้นเท้าข้างที่วางด้านหลังหมุนบอร์ด 360 องศา ก่อนจะลงถึงพื้นแพลตฟอร์มเป็นท่าพลิกแพลงที่เขาทำซ้ำอีกครั้ง ตอนเหินจากปลายแพลตฟอร์มฝั่งนั้นลงมาบนทางเท้า เขาชื่อชอน เดวิส และตั้งแต่อายุแปดขวบ เขาคิดว่าตัวเองเป็นนักสเก็ตบอร์ดเหนือสิ่งอื่นใด จากเนเพอร์วิลล์ รัฐอิลลินอยส์ เขาย้ายมาอยู่ลอสแอนเจลิสเมื่อปีที่แล้ว อาศัยนอนตามโซฟาบ้านคนรู้จัก บางช่วงนอนในรถตัวเอง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะได้มาอยู่ที่นี่ในเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ถิ่นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้ จากกิจกรรมอดิเรกในย่านท้องถิ่นกลายมาเป็นกีฬาที่ได้แรงส่งขึ้นมาท่ามกลางภาพโต้คลื่นของแคลิฟอร์เนียในทศวรรษ 1950 ปัจจุบัน การเล่นสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬากระแสหลักและแพร่หลายไปทั่วโลกคติที่ว่าใครๆ ก็เล่นกีฬาชนิดนี้ได้ทำให้มันได้รับความนิยมล้นหลาม ในเซี่ยงไฮ้ไปจนถึงเซาเปาลูและเฮลซิงกิ หรือแม้แต่กรุงคาบูล กีฬาสเก็ตบอร์ดมีภาษาของตัวเองไว้ใช้เรียกท่าต่างๆ (เฟกกี, เวิร์ต, คิกฟลิป, ออลลี) มีเหล่าบิดาผู้ก่อตั้ง (ซึ่งรวมถึงโทนี อัลวา, สตีฟ คาแบลเลโร และโทนี ฮอว์ก) มีวารสารบันทึกสถิติ (Thrasher ซึ่งตั้งอยู่ในแซนแฟรนซิสโก) มีภาพยนตร์ประวัติความเป็นมาฉบับสมบูรณ์ที่สุด (สารคดีปี 2001 เรื่อง Dogtown and […]

แรงงานเก็บใบชาอินเดียเหล่านี้กำลังเผชิญความยากจนและอันตรายจากสัตว์ป่า

แรงงานหญิงในไร่ใบ ชาอินเดีย ที่ทำงานตรากตรำในรัฐเบงกอลเบงกอลตะวันตก ต้องตื่นตัวกับภยันตรายอันหลากหลายจากสัตว์ป่า ทั้งเสือดาว ช้าง และงูเห่า เราเดินไปยังไร่ชาลุกซัน รัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ราวกับเดินเข้าไปในสวนกวาง พุ่มใบชาแผ่กิ่งก้านราวกับได้รับการตัดแต่งเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร พืชซึ่งมีความทนทานนี้ถูกปลูกขึ้นตามแนวดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เรียกว่า เมลัส (Melas) คือการปลูกต้นไม้ ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่กระจายตัว อินเดียคือผู้ผลิตชารายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน โดยมีชาขึ้นชื่อคือชาอัสสัม (Assam Tea) และชาดาร์จีลิ่ง (Darjeeling Tea) แรงงานเก็บใบชานับพันคนทำงานตรากตรำในพื้นที่ปลูกชาอันห่างไกล หลายคนเป็นหญิงชาวอทิวาสี (Adivasi) ชนพื้นเมืองซึ่งเป็นลูกหลานของแรงงานที่ย้ายเข้ามาที่ภูมิภาคนี้จากภูมิภาคอื่นๆ ในอินเดียมากกว่าร้อยปีที่แล้ว โดยชาวอาณานิคมอังกฤษ เจ้าของไร่ชามัก เลือกจ้างผู้หญิงเพราะความน่าเชื่อถือ และสามารถใช้ “ความรู้สึก” ในการเก็บใบชาได้ดี ผู้หญิงเหล่านี้เดินลุยพุ่มใบชาที่มีความสูงเท่าเอว สวมผ้าคาดและถุงมือเพื่อป้องกันกิ่งก้านแข็งอันแหลมคม พวกเขาอยู่อาศัยเป็นครอบครัวในกระท่อมที่ไม่มีน้ำประปา โรงพยาบาลคุณภาพปานกลางที่ใกล้ที่สุด อยู่ห่างออกไปราว 4 ชั่วโมง โดยการโดยสารรถประจำทาง พวกเธอได้รับค่าจ้างในอัตราค่าแรงขั้นต่ำ (ราว 2.44 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 75 บาท) ต่อวัน “เราได้ค่าจ้างที่ต่ำ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ” ลลิตา […]