ทำความรู้จักกับ อิกทิโอซอรัส - National Geographic Thailand

ทำความรู้จักกับอิกทิโอซอรัส

ทำความรู้จักกับ อิกทิโอซอรัส

ในโลกดึกดำบรรพ์ทั่วแผ่นดินถูกไดโนเสาร์ยึดครอง ในขณะที่ท้องฟ้าก็เป็นของเทอโรซอร์ แล้วผืนน้ำล่ะ? ใครกันที่เป็นเจ้าของ

มันคือ “อิกทิโอซอรัส” สัตว์เลื้อยคลานในยุคไดโนเสาร์ ซึ่งอันที่จริงมันดำรงอยู่มาก่อนไดโนเสาร์เสียอีก อิกทิโอซอรัสเริ่มปรากฏขึ้นบนโลกเมื่อราว 251 ล้านปีก่อน ในช่วงต้นของยุคไทรแอสซิก หรือราว 20 ล้านปีก่อนที่โลกจะมีไดโนเสาร์

ชื่ออันน่าจดจำของมันมาจากภาษากรีก โดยคำว่า อิกทิโอ แปลว่าปลา ส่วนคำว่าซอรัส หมายถึงกิ้งก่า ย้อนกลับไปดูบนเส้นทางวิวัฒนาการของมันจะเห็นว่าร่างกายของอิกทิโอซอรัสนั้นคล้ายกับกิ้งก่ามาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 100 ล้านปี รูปร่างของมันก็คล้ายปลามากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันมีกะโหลกศีรษะยาว และดวงตาขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็น ช่วยให้มันสามารถล่าเหยื่อในโลกใต้ทะเลที่มีแสงสว่างไม่มากนัก นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีดวงตาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 10 นิ้ว (วาฬสีน้ำเงินสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันมีเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 6 นิ้ว)

ในขณะเดียวกันอิกทิโอซอรัสก็เป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายมาก พวกมันมีขนาดตัวตั้งแต่ 2 ฟุต ไปจนถึง 85 ฟุต หรือราว 26 เมตร และด้วยวิวัฒนาการหลายล้านปีที่ปรับเปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นนักล่าอันน่าหวาดหวั่นแห่งท้องทะเลโดยเฉพาะ พวกมันทำความเร็วได้ถึง 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นทำให้พวกมันอยู่ ณ จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร และเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ทว่าราว 25 ล้านปีก่อนอุกกาบาตตกที่คร่าชีวิตไดโนเสาร์ไปทั่วโลก อิกทิโอซอรัสก็สูญพันธุ์ไปอย่างปริศนา นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่วนเหตุผลที่แท้จริงนั้นยังคงเป็นปริศนา

 

อ่านเพิ่มเติม

อิกทิโอซอรัสอาจเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก

เรื่องแนะนำ

World Update: งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้

งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์กับแมวมากมายที่ได้แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงที่ดูเอาแต่ใจตัวเองและทำท่าทางไม่สนใจอะไรรอบตัวนี้ กลับมีความผูกพันลึกซึ้งต่อมนุษย์และอยากที่จะสื่อสารกับเราเช่นกัน เช่นเดียวกับในงานวิจัยล่าสุดที่ระบุว่าเจ้าเหมียวนั้นจำชื่อแมวตัวอื่นๆ ในบ้านได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน “สิ่งที่เราค้นพบนั้นน่าอัศจรรย์” ซาโฮ ทาคางิ (Saho Takagi) นักวิจัยด้านสัตวศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอาซาบุ (Azabu University) ประเทศญี่ปุ่นกล่าวและเสริมว่า “ผมอยากให้ทุกคนรู้ความจริงว่า แม้แมวจะดูเหมือนไม่สนใจและไม่ฟังการสนทนาของผู้คน แต่จริง ๆ แล้วพวกมันรู้” ต่างจากสุนัขที่เราทราบดีแล้วว่าพวกมันจำชื่อได้และแทบจะสนใจทุกอย่างที่มนุษย์ทำ ในการทดลอง ทาคางิและเพื่อนนักวิจัยได้ศึกษาแมวบ้านที่อาศัยอยู่กับแมวหลายตัวเปรียบเทียบกับแมวที่อาศัยอยู่ใน ‘คาเฟแมว’ แล้วนำเสนอใบหน้าแมวตัวอื่นๆ (ที่อาศัยอยู่ในที่เดียวกัน) ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับเรียกชื่อที่เป็นทั้งของแมวตัวนั้นและชื่อที่เป็นของแมวตัวอื่น สิ่งที่พวกเขาพบคือ แมวบ้านใช้เวลาในการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานขึ้นเมื่อชื่อที่เรียกนั้นไม่ตรงกับใบหน้าแมวที่ปรากฎ ทีมวิจัยเชื่อว่าแมวมีอาการสับสนหรืองุนงงเนื่องจากชื่อและใบหน้าแมวตัวอื่นไม่ตรงกัน ในขณะที่แมวจาก ‘คาเฟแมว’ ไม่ได้แสดงความล่าช้าแบบเดียวกัน พวกเขาคาดว่าเป็นเพราะแมวอาศัยอยู่ในที่ที่มีแมวอื่น ๆ มากมายและไม่ได้สนิทคุ้นเคยกับทุกตัว จึงไม่ได้สนใจชื่อของแมวตัวอื่น สิ่งนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกับการฉายใบหน้าของมนุษย์พร้อมกับเรียกชื่อของคนนั้น แมวที่อยู่ในบ้านได้แสดงอาการงุนงงเช่นเดิม ในขณะที่แมวใน ‘คาเฟแมว’ ก็ไม่มีอาการล่าช้าแบบเดิม “เฉพาะแมวในบ้านเท่านั้นที่ถูกกระตุ้นและคาดว่าจะมีใบหน้าแมวที่เฉพาะเจาะจงเมื่อได้ยินชื่อแมวที่จะบ่งบอกว่าชื่อและหน้าตรงกัน” ทาคางิกล่าว “เป็นหลักฐานแรกที่แสดงให้เห็นว่าแมวบ้านเชื่อมโยงคำพูดของมนุษย์และการอ้างอิงทางสังคมของพวกมันผ่านประสบการณ์ทุกวัน” และยิ่งแมวบ้านที่อยู่กับครอบครัวนานเท่าไหร่ การเชื่อมโยงนี้ก็จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ทีมงานยอมรับว่าการวิจัยนี้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างเล็ก นั่นคือแมว […]

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก?

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก? กิจกรรมเวิร์คช็อปถ่ายภาพสัตว์ป่าภายใต้ชื่อ Untamed นี้ได้ทดลองวางกระจกบานใหญ่เอาไว้ ด้วยความคาดหวังที่จะเข้าใจในสติปัญญาของบรรดาแมวใหญ่ที่อาศัยอยู่ภายในผืนป่าอเมซอนให้ดียิ่งขึ้น ผลการทดลองทั้งแมวใหญ่และสัตว์อื่นๆ มีปฏิกิริยาต่อเงาสะท้อนของตนเองที่หลากหลายต่างกันไป บางตัวหวาดกลัว บางตัวเกิดความสงสัย เป็นเรื่องยากที่จะให้สัตว์แยกแยะ หรือจดจำภาพของตนเองในกระจก ในโลกนี้มีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่ทำได้ ส่วนในมนุษย์ก็ต้องรอให้ทารกนั้นๆ มีอายุราว 18 ถึง 24 เดือน ถึงจะสามารถเข้าใจได้ว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นในกระจกคืออะไร สำหรับในโลกของสัตว์ โลมา ช้าง และลิงบางสายพันธุ์สามารถรู้ได้ว่าพวกมันกำลังมองตัวเองอยู่ ส่วนสัตว์บางชนิดทำได้แค่ยืนงุนงงอยู่หน้ากระจกเท่านั้น (ชมวิดีโอ จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก? ได้ที่นี่)   อ่านเพิ่มเติม ทำไมอัณฑะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดอยู่ในร่างกาย?

ซ่อมแซมโพรงรังหวังเพิ่มประชากรนกเงือก

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนุนซ่อมโพรงรังหวังเพิ่มประชากร นกเงือก ในเดือนมีนาคมถึงเมษายนของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาที่ นกเงือก เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ โดยนกเงือกเริ่มจับคู่และเสาะหาโพรงรังที่เหมาะสมเพื่อให้ตัวเมียวางไข่และฟักไข่ แม้ในป่าฮาลา–บาลา ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มาก สัตว์โบราณอย่างนกเงือกยังต้องเผชิญภาวะ ‘การขาดแคลนโพรงรัง’ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้จำนวนประชากรนกเงือกลดลง สุเนตร การพันธ์ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ–ป่าฮาลา บาลา กล่าวว่า นกเงือกมีพฤติกรรมโดดเด่นเฉพาะตัวอย่างมากในเรื่องการสร้างโพรงรัง เมื่อนกเงือกหาโพรงรังที่เหมาะสมได้แล้ว นกเงือกตัวเมียจะปิดปากโพรงให้แคบลง โดยใช้มูล เศษไม้ และเศษดิน ค่อยๆ ปิดจนเหลือเพียงช่องแคบๆ เพื่อให้ตัวผู้ส่งอาหารให้เท่านั้น ตลอดช่วงระยะเวลาที่นกเงือกตัวเมียทำรัง นกเงือกตัวผู้มีหน้าที่หาอาหารมาป้อนให้ตัวเมีย เมื่อถึงช่วงลูกนกฟักออกจากไข่ นกเงือกตัวผู้ยังคอยหาอาหารมาให้ทั้งนกเงือกตัวเมียและลูกนก โดยช่วงเวลาการอยู่ในโพรงของแม่นกและลูกนกของนกเงือกแต่ละชนิดไม่เท่ากัน แต่เฉลี่ยแล้วประมาณ 4 – 6 เดือน ซึ่งเมื่อลูกนกออกจากรัง พ่อและแม่นกจะคอยเลี้ยงลูกนกต่อไปอีกระยะหนึ่ง โพรงรังที่มีสภาพเหมาะสมคือปัจจัยสำคัญต่อการขยายพันธุ์ของนกเงือกตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันโพรงรังของนกเงือกเริ่มขาดแคลน ปัญหาคือนกเงือกไม่สามารถเจาะโพรงสร้างรังเองได้เช่นเดียวกับนกทั่วไป ต้องหาโพรงรังที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น โพรงไม้ที่เกิดจากการเจาะของนกหัวขวาน รอยแผลบนต้นไม้ที่เกิดจากหมีล้วงเอาน้ำผึ้ง หรือรอยจากการที่กิ่งไม้หักจนทำให้เกิดแผลและมีขนาดกว้างพอที่นกเงือกจะเข้าไปอยู่อาศัยได้ อีกทั้งโพรงที่จะใช้ทำรังได้ต้องมีสภาพที่เหมาะสม คือไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป ถ้ามีขนาดใหญ่จนเกินไป เวลาปิดปากโพรงจะปิดได้ยาก หรือปิดไม่ได้ แต่ถ้าแคบเกินไปนกเงือกก็อยู่อาศัยไม่ได้ ที่สำคัญคือระดับพื้นในโพรงยังต้องมีความสูงพอดีที่นกเงือกนั่งแล้วจะสามารถยื่นปากออกมาจากโพรงเพื่อรับลูกไม้จากตัวผู้ได้ […]