รวมภาพความอบอุ่นของ ปู่ย่าตายาย ทั่วโลก - National Geographic Thailand

รวมภาพความอบอุ่นของปู่ย่าตายายทั่วโลก

รวมภาพความอบอุ่นของ ปู่ย่าตายาย ทั่วโลก

ปู่ย่าตายาย ทุกคนมีบทบาทสำคัญในชีวิตของหลานๆ ในฐานะผู้มอบบทเรียนชีวิต, นักเล่าประวัติศาสตร์, ผู้นำขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละบ้าน และที่สำคัญที่สุด พวกเขาคือผู้มอบความรักอันบริสุทธิ์ให้แก่เรา อีกทั้งยังคอยดูแลเลี้ยงดูเราไม่ต่างจากพ่อแม่

Marian McQuade คือผู้มองเห็นบทบาทความสำคัญของผู้สูงอายุทุกคน ในทศวรรษ 1970 เธอเริ่มแคมเปญรณรงค์ให้มีการจัดตั้งวันผู้สูงอายุขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองแด่พวกท่าน และในที่สุดรัฐเวสต์เวอร์จิเนียบ้านเกิดของเธอก็กลายมาเป็นรัฐแรกที่เฉลิมฉลองให้แก่ผู้สูงอายุในปี 1973

ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ แต่หลายประเทศอย่างออสเตรเลีย, โปแลนด์, ฮ่องกง และสิงคโปร์ก็ยึดเอาวันอาทิตย์แรกของเดือนกันยายน เป็นวันผู้สูงอายุสากลเช่นเดียวกัน ในขณะที่ประเทศสหราชอาณาจักร วันผู้สูงอายุสากลจะเป็นวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมแทน ด้านโปแลนด์เองพวกเขายังมีวันเฉลิมฉลองคุณย่า กับวันเฉลิมฉลองคุณปู่แยกกัน คือวันที่ 21 มกราคม และ 22 มกราคม

และเพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ความรักอันแสนอบอุ่นของปู่ย่าตายายทุกคน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกรวมภาพเก่าจากทั่วโลกมาให้ได้ชมกัน

เรื่อง Lauren O’brien

ปู่ย่าตายาย
คุณยายชาวเบลเยียมที่พูดภาษาเฟลมิชกำลังปลอบโยนหลานสาว, 1917
ภาพถ่ายโดย คลังภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก
ปู่ย่าตายาย
หลานสาวชาวอังกฤษเล่นกับคุณปู่ของเธอที่หน้าประตู
ภาพถ่ายโดย A. W. Cutler
ปู่ย่าตายาย
ในเบลเยียม ปี 1914 หลานสาวนั่งเล่นในรถลากจูง ขณะที่คุณตาของเธอกำลังนั่งพัก
ภาพถ่ายโดย คลังภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก
ปู่ย่าตายาย
คุณปู่ยืนยิ้มให้กล้องระหว่างถ่ายภาพกับครอบครัว ในเมืองฮูฮอต มองโกเลียใน ประเทศจีน, 1932
ภาพถ่ายโดย W. Robert Moore
ปู่ย่าตายาย
คุณยายและหลานสาวจากเมือง Bronowice โปแลนด์ ปี 1930
ภาพถ่ายโดย Hans Hildebrand
ปู่ย่าตายาย
หญิงสาวสามรุ่นยืนถ่ายภาพหน้าโบสถ์ ในเมือง Eutingen รัฐ Wurttemberg ประเทศเยอรมนี, 1929
ภาพถ่ายโดย Hans Hildebrand
ปู่ย่าตายาย
แม่ชาวสโลวักกับลูกน้อยในเตียงเด็ก และคุณยายที่ยืนอยู่ด้านหลัง, ราชอาณาจักรโบฮีเมีย, 1917
ภาพถ่ายโดย A. W. Cutler
ปู่ย่าตายาย
คุณยายจากเมือง Lansdowne รัฐมิสซิซิปปี้ กำลังเล่านิทานก่อนนอนให้หลานๆ ฟัง, 1960
ภาพถ่ายโดย Robert Sison
ปู่ย่าตายาย
ในฮอลแลนด์ สมาชิกครอบครัวทั้งสามรุ่นนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน, 1915
ภาพถ่ายโดย คลังภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก
ปู่ย่าตายาย
คุณปู่กับหลานในตุรกี, 1922
ภาพถ่ายโดย Solita Soland
ปู่ย่าตายาย
สมาชิกครอบครัวหลายรุ่นถ่ายภาพร่วมกันนอกบ้านในเมือง Schreiberhau, Lower Silesia, โปแลนด์ ปี 1928
ภาพถ่ายโดย Wilhelm Tobien
ปู่ย่าตายาย
สมาชิกครอบครัวทั้งสามรุ่นช่วยกันจับปลาในทะเลสาบ Kallavesi ประเทศฟินแลนด์, 1968
ภาพถ่ายโดย George F.mobley
ปู่ย่าตายาย
คุณตาเป่าปี่สก็อตบรรเลงเพลงให้หลานเต้นรำ, 1957
ภาพถ่ายโดย Kathleen Revis
ปู่ย่าตายาย
หญิงคนหนึ่งกำลังดูแลหลานสาวของเธอ ในย่าน Avcilar ของตุรกี, 1970
ภาพถ่ายโดย Jonathan Blair
ปู่ย่าตายาย
คุณตาอุ้มหลานลงจากเรือแคนู หรือที่เรียกกันว่า ngātokimatawhaorua ในเมือง Waitangi ประเทศนิวซีแลนด์, 2010
ภาพถ่ายโดย Amy Toensing
ปู่ย่าตายาย
ปี 2015 หญิงคนหนึ่งช่วยหลานๆ เตรียมดินสำหรับธุรกิจขายต้นกัญชาของครอบครัว ในรัฐวอชิงตัน
ภาพถ่ายโดย Lynn Johnson
ปู่ย่าตายาย
คุณยายกำลังหมุนขนสัตว์เตรียมถักเสื้อให้หลานชาวโรมาเนีย
ภาพถ่ายโดย Rena Effendi
ปู่ย่าตายาย
คาวบอยคนหนึ่งในภูมิภาค Patagonia ของชิลีกำลังเล่นกีตาร์ให้หลานชายฟัง, 2014
ภาพถ่ายโดย Tomas Munita
ปู่ย่าตายาย
คุณยายและหลานสาวช่วยกันจับตั๊กแตนในไร่ข้าวโพด รัฐ Oaxaca ประเทศเม็กซิโก, 1998
ภาพถ่ายโดย Melissa Farlow
ปู่ย่าตายาย
คุณตาจูงมือหลานสาวระหว่างเดินไปตามชายฝั่ง Cornwall ประเทศอังกฤษ, 1924
ภาพถ่ายโดย A. W. Cutler

 

อ่านเพิ่มเติม

ฉลองวันพ่อสากลกับคลังภาพเก่าของคุณพ่อทั่วโลก

เรื่องแนะนำ

ทำไมชอบดูนก

ทำไมชอบดูนก “ดูนก ไปทำไม” โดยทั่วไปเมื่อถามคำถามนี้กับบรรดานักดูนก  เรามักได้เหตุผลเบื้องต้นประมาณว่า  เพราะนกน่ารัก… เพราะอยากเป็นนก…  เพราะได้ไปอยู่ในป่า…  ดูนกแล้วมีสมาธิ… ชอบอิริยาบถของนก… เพราะได้ตื่นเช้า… ได้หัดสังเกต… รู้จักเฝ้ารอ… ไม่เอาแต่ใจ… ไม่เร่งรีบ… ดูแล้วมีความสุข… รู้สึกสบายใจ เรื่อยไปจนถึงคำตอบห้วนๆว่า ไม่มีเหตุผลอะไร แค่ชอบ แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงยอมตื่นแต่เช้ามืดไปเดินท่อมๆ เงียบๆ ทนทาก/ยุง/เห็บกัด หรือไม่ก็นั่งรอในบังไพรนานเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ได้เห็นนกสักตัว  คนดูนกมักตอบคนไม่ดูอย่างกำปั้นทุบดินว่า  ต้องลองไปดูนกเอง นกเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำเลิศที่มนุษย์เฝ้ามองมาทุกสมัย  วิวัฒนาการสองขาหน้าของนกได้ชื่อว่าเป็นวิวัฒนาการที่สร้างสรรค์ที่สุด  คนทุกยุคฝันอยากมีปีกบินได้เหมือนนก แต่บรรพบุรุษของนกกลับเป็นสัตว์เลื้อยคลานอย่างไดโนเสาร์  มีทั้งขนาดใหญ่ยักษ์วิ่งได้แต่บินไม่ได้ และขนาดเล็กจิ๋วเท่าแมลงภู่  มีทั้งสีสันฉูดฉาด  แพรวพราว ขาวปลอดและดำปลอด อายุวัต เจียรวัฒนกนก นักวาดภาพธรรมชาติอายุ 27 ปี บอกว่า  ที่ยังชอบดูนกมาถึงทุกวันนี้  เพราะยังมีสิ่งให้ค้นหาอยู่ไม่รู้จบ  “ยิ่งดู ยิ่งรู้สึกอยากเจอตัวนั้น อยากเจอตัวนี้  นกทั่วโลกมีหมื่นกว่าชนิด ในเมืองไทยพันกว่า  พอเราไปดูนก เราก็ไปอยู่ในธรรมชาติ  ช่วงที่ไม่มีนก เราก็ได้ดูอย่างอื่นด้วย ทำให้เราสังเกตต้นไม้ใบหญ้า สัตว์ประเภทอื่นๆ […]

บริการเช่าลุงในญี่ปุ่น เมื่อขาดใครสักคนรับฟัง

ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามสามารถใช้บริการนี้ได้ผ่านการจองออนไลน์ คุณลุงพร้อมให้เช่ามีอายุตั้งแต่ 45 - 55 ปี สนนราคาชั่วโมงละ 1,000 เยน หรือราว 300 บาท โดยมีข้อแม้ว่าห้ามแตะเนื้อต้องตัวกันเป็นอันขาด

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก เมืองไทยในอดีต ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ วิถีสัญจรของบางกอกส่วนใหญ่ฝากไว้กับสายน้ำ ภูมิประเทศแบบที่ลุ่มอุดมไปด้วยลำคลองหนองบึงของกรุงเทพฯ หล่อหลอมให้ชีวิตชาวเมืองผูกผสานกลมกลืนไปกับสายน้ำ เรือสารพัดประเภทสะท้อนภาพความหลากหลายและรสนิยมละเมียดละไมแห่งวิถีชโลธร เช่นเดียวกับพัฒนาการของ “เมืองน้ำ” ซึ่งชาวเมืองส่วนใหญ่ลงหลักปักฐานบนเรือแพสองฝากฝั่ง ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองสาขา เนื่องจากใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวก ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นยังมีการขุดคูคลองขึ้นมากมาย อาทิ คลองคูเมือง (คลองบางลำพูหรือ คลองโอ่งอ่าง ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคลองผดุงกรุงเกษม (ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) อันเป็นผลจากพระบรมราโชบายในการสร้างแนวป้อมปราการป้องกันเมืองและธรรมเนียมการสร้างเมือง คลองหลอดเปรียบเสมือนทางด่วนลัดคลองมหานาคขุดเพื่อเป็นแหล่งบันเทิงยามหน้าน้ำและเชื่อมไปยังปริมณฑล คลองแสนแสบขุดเพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ในการศึก คลองภาษีเจริญขุดเพื่อลำเลียงน้ำตาลจากสมุทรสาครเข้ามา นอกจากนี้ยังมีคลองซอยมากมายที่ใช้สัญจรเสมือนถนนในปัจจุบัน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีถนนที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง (ถนนอมรวิถี ถนนจักรีจรัล และถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์) แต่ยังไม่มีผลต่อการพัฒนาการของเมืองเนื่องจากใช้สัญจรในพระราชวังเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถนนซึ่งสร้างล้อมรอบพระราชวังเพื่อเป็นแนวป้องกันพระราชวังกับบ้านเรือนราษฎรจากเพลิงไหม้และเป็นเครื่องประดับพระราชวังตามคติเดิม (ถนนหน้าพระลาน ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช และถนนสนามไชยในปัจจุบัน) ก็เป็นปฐมบทแห่งวิถีบก และมีราษฎรนิยมมาเดินเล่นจนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องสั่งห้าม แล้วใครต้องการถนนกันเล่า ผลของสนธิสัญญาเบาว์ริงระหว่างสยามกับอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2398 เปรียบได้กับการเปิดประเทศครั้งใหญ่ สถานกงสุลผุดขึ้นทางใต้พระนครมากขึ้นเช่นเดียวกับจำนวนชาวตะวันตกในกรุงเทพฯ พวกเขานำวิทยาการและวัฒนธรรมใหม่เข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นคือรสนิยมชอบขี่ม้าเพื่อหย่อนใจเช่นเดียวกับวิทยาการใหม่อย่าง “รถม้า” ทว่าในสมัยนั้นถนนยังขรุขระและเหมาะสำหรับย่ำด้วยเท้าเปล่า พวกเขาจึงไม่มีถนนสำหรับห้อม้าหรือแล่นรถ บ่อยครั้งที่พวกเขารุกล้ำลานกว้างหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์หรือที่เรียกว่าท้องสนามไชยซึ่งเป็นที่โล่งกว้างสำหรับพระเจ้าลูกยาเธอหัดทรงม้าทรงช้าง สร้างความขุ่นเคืองพระราชหฤทัย จนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องตรัสปลอบประโลมว่า “เขาเป็นชาวต่างชาติไม่รู้ขนบธรรมเนียมกฏหมายไทย” ด้วยเหตุนี้ […]