โบราณวัตถุเปิดเผยถึง “การดำเนินการทูตด้วย เบียร์” ในวันท้ายๆ ของอาณาจักรโบราณ

โบราณวัตถุเปิดเผยถึง “การดำเนินการทูตด้วย เบียร์” ในวันท้ายๆ ของอาณาจักรโบราณ

ชาววารีโบราณดื่มเบียร์ชิชาจากภาชนะที่มีการตกแต่งอย่างประณีต ในงานเลี้ยงพิธีการ ภาพถ่ายโดย KENNETH GARRETT, NAT GEO IMAGE COLLECTION

การวิจัยเกี่ยวกับแก้ว เบียร์ ที่ถูกทำลายหลังงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 1,000 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่าอาณาจักรวารีในเปรูจัดงานฉลองครั้งสำคัญในบริเวณชายขอบของอาณาจักรที่กำลังล่มสลายได้อย่างไร

ในราวคริสต์ศักราชที่ 1050 เหล่าชนชั้นนำที่อาศัยอยู่ใน Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองเพื่อยุติงานฉลองทั้งมวล

Cerro Baúl เป็นเมืองอาณานิคมหน้าด่านซึ่งตั้งอยู่ ณ ชายขอบด้านใต้สุดของอาณาจักรวารี (Wari) ในบริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศเปรู ตำแหน่งที่ตั้งบนที่ราบสูงชันและไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาตินับว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อเมืองนี้เป็นจุดหมายของงานเฉลิมฉลองอย่างสุรุ่ยสุร่าย และการหมัก เบียร์

เป็นเวลากว่าสี่ศตวรรษที่ผู้นำวารีที่อาศัยอยู่ในเมือง Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองร่วมกับทั้งคู่อริของพวกเขาจากอาณาจักร Tiwanaku และผู้นำท้องถิ่นที่อยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรสำคัญทั้งสอง โดยในงานฉลองที่ว่านี้ พวกเขาชื่นชมภาพทิวทัศน์เหนือหุบเขา Moquegua พร้อมกับเอร็ดอร่อยกับอาหารอย่างหนูตะเภา ตัวลามะ และปลา และแน่นอน งานเฉลิมฉลองย่อมต้องมีน้ำเมา พวกเขาดื่มเครื่องดื่มลักษณะคล้ายเบียร์ที่เรียกว่าชิชา (Chicha) กันอย่างหัวราน้ำ ซึ่งเครื่องดื่มดังกล่าวหมักจากข้าวโพดและเม็ดพริกไทย

แต่ในงานเฉลิมฉลองครั้งหนึ่งเมื่อ 950 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรวารีกำลังล่มสลาย เหล่าผู้ร่วมงานได้ปิดการเฉลิมฉลองด้วยการทำลายโรงหมักเบียร์ในสถานที่แห่งนี้

ในครั้งนั้น ชาววารีตัดสินใจอพยพออกจากเมืองหน้าด่านดังกล่าว โดยพวกเขาทำลายวิหารและวังไปก่อนหน้านี้แล้ว และเมื่อทำลายโรงหมักแห่งนี้ พวกเขาได้จุดไฟเผาและโยนภาชนะสำหรับเครื่องดื่มเข้าไปในกองเพลิง ก่อนจะกลบฝังไว้ด้วยทราย เพื่อไม่ให้ผู้ใดสามารถกลับมาใช้งานโรงหมักแห่งนี้ได้อีก แต่เป็นสิ่งนี้เองที่ทำให้มันถูกแช่แข็งด้วยกาลเวลา และกลายมาเป็นแหล่งโบราณคดีหายากสำหรับนักโบราณคดีที่ขุดค้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยวิเคราะห์ภาชนะเซรามิกจากงานฉลองครั้งสุดท้ายที่เมืองแห่งนี้ โดยผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sustainability เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2019 ระบุว่า มีแนวโน้มว่าชาววารีสามารถจัดงานฉลองขนาดใหญ่ได้แม้แต่ในช่วงที่อาณาจักรกำลังล่มสลาย ด้วยการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ในการทำเบียร์และภาชนะเครื่องดื่ม

ซากโรงหมักเบียร์อายุ 950 ปี ณ แหล่งโบราณคดีที่ Cerro Baúl ในเปรู ภาพถ่ายจาก THE FIELD MUSEUM

ดำเนินการทูตด้วยเบียร์

Cerro Baúl เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางการเมืองสำหรับอาณาจักรวารี โดยศูนย์กลางทางการทูตแห่งนี้ที่ต้องใช้เวลาเดินทางทางเท้าประมาณสองถึงสามสัปดาห์จากเมืองหลวง Huari มีวิหารบางแห่งที่สร้างอุทิศให้เทพของอาณาจักรคู่แข่งอย่าง Tiwunaku เพื่อให้พวกเขาพึงพอใจ

“พวกเราทราบว่าชาววารีพยายามหลอมรวมกลุ่มผู้คนที่เดินทางมายังเมืองแห่งนี้ และหนึ่งในวิธีที่พวกเขาอาจใช้คือการจัดเทศกาลที่มีเบียร์ท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบสำคัญ” ไรอัน วิลเลียมส์ (Ryan Williams) หัวหน้าทีมวิจัยและหัวหน้าสาขามานุษยวิทยาของพิพิธภัณฑ์ฟิลด์ (Field Museum) ในชิคาโก กล่าว

วิลเลียมส์และทีมงานประมาณการว่า โรงหมักเบียร์ที่นี่ผลิตเบียร์ได้ครั้งละ 1514 ถึง 1892 ลิตร (400 ถึง 500 แกลลอน) ซึ่งเป็นจำนวนที่มากโขสำหรับการต้มก่อนยุคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเมื่อชิชามักมีอายุการเก็บเพียงประมาณห้าวัน สิ่งนี้หมายความว่า อาจมีผู้นำหลายร้อยคนเข้าร่วมการเฉลิมฉลองในแต่ละครั้ง

งานวิจัยนี้มุ่งทำความเข้าใจวิธีต้มเบียร์และผลิตภาชนะเครื่องดื่มสำหรับงานเลี้ยงดังกล่าว นักวิจัยค้นพบว่า แม้ภาชนะที่ใช้ต้มและดื่มชิชา ซึ่งมีรูปร่างเลียนแบบเทพของวารีนี้ จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับภาชนะที่ค้นพบในเมืองหลวง พวกมันกลับถูกผลิตในพื้นที่ ด้วยดินเหนียวที่พบได้ในบริเวณเดียวกัน

“ผมเคยคิดว่าภาชนะเนื้อละเอียดพวกนี้ส่งมาจากเมืองหลวง แต่ที่จริงแล้ว ชาววารีในต่างจังหวัดสามารถเลียนแบบวิถีชีวิตในเมืองหลวงได้ด้วยตัวเอง” วิลเลียมส์กล่าวและเสริมว่า “สิ่งนี้น่าสนใจมาก เพราะบ่งชี้ว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรจากศูนย์กลาง นั่นทำให้พื้นที่ห่างไกลเหล่านี้มีความยืดหยุ่นกว่ามากในระยะยาว”

หมักเบียร์โบราณขึ้นมาใหม่

เซรามิกโบราณเหล่านี้มีสารเคมีตกค้างของชิชาอยู่ เมื่อนักวิจัยต้องการทราบว่าชาววารีใช้ส่วนผสมอะไรบ้างในการต้มชิชา พวกเขาจึงทำเบียร์ดังกล่าวด้วยความช่วยเหลือจากผู้หญิงในแถบตีนเขาแอนดีสซึ่งอยู่ใกล้กัน โดยหญิงผู้นี้ทราบว่าจะปรุงเครื่องดื่มที่ยังพบเห็นได้ทั่วไปในภูมิภาคนี้ขึ้นมาอย่างไร

“เป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าสารเคมีเหล่านี้คืออะไร หากไม่มีการทดลอง” ดอนนา แนช (Donna Nash) ผู้ร่วมตีพิมพ์งานวิจัย และศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทเเคโรไลนากรีนส์โบโร กล่าว โดยการผลิตชิชาขึ้นใหม่ในแต่ละแบทช์ ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนกว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้น และเพื่อให้กระบวนการดังกล่าวใกล้เคียงกับแบบดั้งเดิมมากที่สุด ทีมงานได้เลือกใช้หม้อเซรามิกเพื่อต้ม (Boil) และหมัก (Ferment) ส่วนผสม และใช้มูลลามะเป็นเชื้อไฟ

นักโบราณคดีจำลองภาชนะเครื่องดื่มตามแบบชาววารีขึ้นใหม่จากวัสดุท้องถิ่นในเปรู เพื่อให้เข้าใจว่าพวกเขาผลิตเบียร์โบราณได้อย่างไร ภาพถ่ายจาก THE FIELD MUSEUM

การทดลองเหล่านี้ยืนยันเป็นครั้งแรกว่า ชิชาที่ผลิตที่ Cerro Baúl ทำจากข้าวโพดและ Molle ซึ่งเป็นเม็ดพริกไทยสีชมพูที่หาได้ทั่วไปในเปรู เม็ดพริกไทยดังกล่าวทำให้เบียร์มีรสชาติที่ประณีตแต่ร้อนแรง นอกจากนี้ พวกมันยังทนต่อภัยแล้ง ทำให้ชาววารีสามารถผลิตเบียร์ได้แม้ในยามขาดแคลนพืชผลที่ต้องพึ่งพาน้ำอย่างข้าวโพด กระนั้น ความละเอียดอ่อนของวัตถุดิบดังกล่าวทำให้การผลิตเบียร์อย่างถูกวิธีเพื่อให้รสชาติของมันไม่เพี้ยนเป็นเรื่องยาก

แพทริก แมคโกเวิร์น (Patrick McGovern) นักวิทยาศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและมานุษยวิทยาของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania Museum of Archaeology and Anthropology) ซึ่งศึกษาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โบราณ กล่าวว่างานวิจัยชิ้นใหม่นี้เป็นตัวอย่างของ “โบราณคดีเชิงชีวโมเลกุล (Biomolecular Archaeology) สมัยใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ด้วยการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนกับหลักฐานทางโบราณคดีเชิงพฤกษศาสตร์ (Archeaobotanic) และเครื่องปั้นดินเผา

แนชกล่าวว่ามีข้อสังเกตว่าชิชาบางแบทช์อาจมีสารหลอนประสาทรวมอยู่ด้วย เนื่องจากมีการวาดภาพพืชที่มีฤทธิ์หลอนประสาทอยู่บนเครื่องปั้นดินเผาบางชิ้น ในการทดลองครั้งต่อๆ ไป เธอต้องการหาว่ามีสารเหล่านี้ตกค้างบนเครื่องปั้นดินเผาจากโรงหมักด้วยหรือไม่ ส่วนวิลเลียมส์กล่าวว่าพวกเขาหวังว่าการวิเคราะห์ทางดีเอ็นเอจะเปิดเผยว่าชาววารีใช้ยีสต์สายพันธุ์ใดในการทำเครื่องดื่ม

ปัจจุบัน นักวิชาการยังคงถกเถียงถึงสาเหตุที่ชาววารีอพยพออกจาก Cerro Baúl และสาเหตุที่อาณาจักรของพวกเขาล่มสลาย อย่างไรก็ตาม วิลเลียมส์คิดว่าเมืองหน้าด่านแห่งนี้ให้บทเรียนสำคัญถึงการพึ่งพาตนเองในท้องถิ่น ซึ่งเป็นบทเรียนที่สามารถนำมาปรับใช้ในปัจจุบันได้

“เรายังต้องหาคำตอบเชิงพื้นที่และเวลาว่าอาณาจักรวารีล่มสลายได้อย่างไร บางคนกล่าวว่าวารีล่มสลายราวคริสต์ศักราช 950 ส่วนการประมาณการล่าสุดของพวกเราคือราวคริสต์ศักราช 1050 ซึ่งในช่วงหนึ่งร้อยปีนั้น อาจมีบางพื้นที่ที่ยังคงรักษาธรรมเนียมของตนไว้ได้ เนื่องจากความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ของอาณาจักรกำลังล่มสลายลง”

วิลเลียมส์ทิ้งท้ายว่า ธรรมเนียมการทำเบียร์ในโลกใหม่ยังค่อนข้างถูกมองข้ามอยู่ แม้จะมีความสนใจใหม่ๆ สำหรับการทำเบียร์แบบโบราณ ท่ามกลางการปฏิวัติคราฟต์เบียร์ อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์ฟิลด์และโรงเบียร์ Off Colour Brewing ซึ่งตั้งอยู่ในชิคาโก ได้เริ่มผลิต “วารีเอล (Wari Ale) ซึ่งมีสูตรตั้งต้นจากงานวิจัยของแนช โดยพิ้งค์เอล (Pink Ale) ที่ผสมเม็ดพริกไทยนี้จะเริ่มจำหน่ายที่ชิคาโกในเดือนมิถุนายน


อ่านเพิ่มเติม ค้นพบสุสานโบราณของกษัตริย์อาณาจักรมายา

เรื่องแนะนำ

ความเป็นมาของพาสปอร์ต: การควบคุมโลกของประเทศตะวันตก

คุณมีอภิสิทธิ์มากแค่ไหน หรือมีความกังวลแค่ไหนเมื่อต้องเดินทาง ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับพาสฟอร์ตของคุณว่ามาจากประเทศใด? ย้อนกลับไปในอดีตผู้คนเดินทางได้อย่างเสรี จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเกิด "หนังสือเดินทาง"

โลกใหม่ในลมหายใจเดียว

โยฮันนา นอร์ดบลาด อาร์ตไดเร็คเตอร์ ชาวฟินแลนด์ที่เกือบเสียขาไปเมื่อประสบอุบัติเหตุระหว่างขี่จักรยาน แต่กลายเป็นเจ้าของสถิติดำน้ำตัวเปล่าลึก 50 เมตรใต้น้ำที่พื้นผิวด้านบนเป็นน้ำแข็ง ตอนที่เธอประสบอุบัติเหตุ กระดูกขาของโยฮันนาแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเนื้อบริเวณนั้นเกือบตาย  แต่เพราะการรักษาด้วยน้ำแข็ง (ice therapy) ที่เธอบอกว่าทรมานมากในตอนแรก กลับทำให้เธอหลงรักการดำน้ำตัวเปล่า—ไม่มีถังออกซิเจน มีเพียงชุดดำน้ำกับหน้ากาก—ในทะเลสาบเขตอาร์คติกที่ผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็งและน้ำเบื้องล่างหนาวเหน็บ เอียน เดอร์รี ผู้กำกับหนังสั้นบอกว่าตอนที่ถ่ายทำ อุณหภูมิ –14 องศาเซลเซียส เย็นจัดจนกล้องเสียไปตัวหนึ่ง  ช่างภาพต้องใส่ชุดให้ความอบอุ่นด้วยไฟฟ้าไว้ข้างใน ก่อนดำลงไปถ่ายภาพของเธอ แต่โยฮันนากลับดำน้ำตัวเปล่า เดอร์รี เล่าว่า “โยฮันนาเป็นผู้หญิงที่น่าเหลือเชื่อ  เธอหายใจสั้นๆ ชุดหนึ่งแล้วหายลงน้ำไป  ผมหมายถึงหายไปเลย  ผมยืนอยู่แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไร จนคิดว่าพอแล้ว พอแล้ว ขึ้นมาได้แล้ว  คุณขึ้นมาได้ไหม  ผมรอต่อไป รอๆๆ  และคิดว่าพอแล้วๆ  คงมีอะไรผิดปกติ  ทันใดนั้นเธอก็โผล่ขึ้นมา  …ผมบอกว่าได้แล้ว เธอบอกไม่ๆ จะลงไปอีกครั้ง  เธอตัวเขียวแล้ว แต่เธอบอกว่าถ่ายอีกที   เธอเป็นคนสมบูรณ์แบบ เป็นมืออาชีพ และเชื่อมันจริงๆ” โยฮันนากล่าวไว้ในหนังสั้น Johanna ว่า “ไม่มีที่ให้ความกลัว ความตื่นตกใจ และความผิดพลาด  […]

เทศกาลบั้งไฟเมืองฝรั่ง

เมื่อมีผู้คนจำนวนน้อยนิดที่ได้เดินทางสู่อวกาศ แล้วคนอื่นๆ ที่มีความฝันแบบเดียวกันจะทำอย่างไร?...ใช่แล้ว พวกเขาเดินทางมารวมตัวกันยังกลางทะเลทรายในรัฐเนวาดา เพื่อปล่อยสิ่งประดิษฐ์ที่พวกเขาสร้างเองด้วยความภาคภูมิใจขึ้นสู่ฟากฟ้าไง