นามใดกันเก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์? - National Geographic Thailand

นามใดกันเก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์?

ชื่อเก่าแก่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ คือชื่ออะไร?

จารึกที่เก่าแก่ที่สุดย้อนอายุกลับไปได้ถึงเมื่อ 30,000 ปีก่อน มันคือศิลปะบมผนังถ้ำที่นอกเหนือจากรูปวาดแล้ว ยังมีร่องรอยตราประทับมือมากมายปรากฏ และด้วยความที่ในยุคสมัยนั้นการเขียนอักษรยังไม่เกิดขึ้น นักโบราณคดีจึงเชื่อกันว่าการประทับมือนี้อาจเป็นวิธีการบ่งบอกตัวตนของผู้วาดในแบบหนึ่ง ไม่ต่างกับการลงชื่อผลงานของกราฟิตี้ในปัจจุบัน

แน่นอนว่าพวกเขามีเรื่องราวที่จะเล่าผ่านภาพวาดบนผนังถ้ำเหล่านั้น ทว่าเมื่อไม่มีภาษาเขียน จึงไม่อาจตีความได้ว่าร่องรอยต่างๆ นั้นกำลังสื่อสารอะไร และที่สำคัญก็คือเราไม่รู้แม้กระทั่งว่าควรเรียกพวกเขาว่าอะไร “นักล่าสัตว์-เก็บของป่า” “มนุษย์ถ้ำ” “ชนเผ่าแห่งยุคหินใหม่” เหล่านี้คือสิ่งที่เราตั้งให้พวกเขาแทน วันเวลาผ่านไปหลายหมื่นปี เราก็ยังคงไม่ทราบว่าผู้คนโบราณมีชื่อเสียงเรียงนามเรียกแทนตนเองว่าอะไรกัน จนกระทั่งราว 3,200 ปีก่อนคริสต์กาล ในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย เมื่อวัฒนธรรมการเขียนถือกำเนิดขึ้น ผู้คนจึงสามารถบันทึกถ้อยคำและเรื่องราวที่อยากจะเล่าลงไปได้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นถูกเก็บรักษาไว้และส่งต่อมาถึงเรา รวมถึงชื่อของผู้คนด้วยเช่นกัน

มาถึงบรรทัดนี้อยากให้คุณผู้อ่านลองทายในใจดูว่า ชื่อที่เก่าแก่ที่สุดท่าที่เคยมีการค้นพบมาในประวัติศาสตร์คือชื่ออะไร เจ้าของชื่อนี้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย และเขาเป็นใคร?

ฤานามที่เก่าแก่ที่สุดที่ถูกจารึกด้วยอักษรคูนิฟอร์มลงบนแผ่นดินเหนียวจะเป็นชื่อของกษัตริย์? ยอดนักรบ? กวี? หรือพ่อค้า? คำตอบอยู่ในหนังสือ Sapiens: A Brief History of Humankind ที่ขึ้นเขียนโดย Yuval Noah Harari นักประวัติศาสตร์ชาวอิสราเอล ที่จะพาคุณผู้อ่านไปสำรวจยังแผ่นหินอายุ 3,400 – 3,000 ปีก่อนที่พบในอิรัก มันคือบันทึกการค้าขายที่เรียบง่ายโดยนักบัญชีคนหนึ่ง “ข้าวบาร์เลย์จำนวน 29,086 หน่วย นำส่งแล้วในช่วงเวลา 37 เดือน ลงชื่อ คูชิม (Kushim)”

แผ่นหินโบราณที่ได้รับอารยธรรมเมโสโปเตเมีย
แผ่นหินบันทึกจำนวนข้าวบาร์เลย์ที่ได้รับในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย
ภาพถ่ายโดย erenow.com

ใครคือคูชิม? เป็นไปได้ไหมว่านี่คือชื่อของตำแหน่งงาน ไม่ใช่ชื่อบุคคล อย่างไรก็ดีหากนี่คือชื่อจริงๆ ก็นับเป็นความวิเศษอย่างมากที่ได้รับรู้ว่าผู้คนในยุคโบราณเรียกหากันอย่างไร ลองจินตนาการถึงเพื่อนบ้านที่ตะโกนเรียก “คูชิม!” ด้วยเสียงอันดังสนั่นดูสิ

และบันทึกของคูชิมไม่ใช่บันทึกการค้าขายเพียงยันทึกเดียวที่พบในอิรัก ฉะนั้นแล้วจึงมีชื่อเก่าแก่ที่สุดชื่อที่สองและสามตามมา จารึกบนแผ่นหินที่เกิดขึ้นหลังคูชิมประมาณสองชั่วอายุคนมีบันทึกไว้ว่า “ทาสสองคนถูกจัดหาโดย Gal-Sal” ชื่อที่สองคือชื่อของเจ้าของทาสนาม Gal-Sal ส่วนทาสสองคนดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า En-pap X และ Sukkalgir นั่นเท่ากับว่า ณ ตอนนี้เราทราบแล้วว่าชื่อที่เก่าแก่ที่สุด 4 ชื่อคือชื่ออะไรบ้าง

ทั้งนี้ในอารยธรรมของชาวสุเมเรียนที่ดำรงชีวิตด้วยการเป็นเกษตรกรและช่างฝีมือ การลงบันทึกเพื่อติดตามสินค้าและเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด และเป็นเทคโนโลยีเรียบง่ายที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงได้ “น่าทึ่งที่ชื่อเก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ คือชื่อของนักบัญชีธรรมดา ไม่ใช่ผู้พิชิตอันยิ่งใหญ่อะไร” และเนื้อหาส่วนใหญ่ในแผ่นหินที่พบก็มักเกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าทั้งสิ้น

แน่นอนว่าประวัติศาสตร์ในหลายอารยธรรมมักบอกเล่าเรื่องราวของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ บันทึกจะเสกสรรปั้นแต่งเรื่องราวเพิ่มเติมอย่างไรไม่อาจทราบได้ แต่ถ้อยจารึกบันทึกจำนวนของแกะที่มาส่งและค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือเรื่องราวของชาวบ้านที่แท้จริง ซึ่งฉายภาพโลกโบราณในอีกมุมหนึ่ง ตลอดจนวิถีชีวิตประจำวันของพวกเขา

เรื่อง Robert Krulwich

 

อ่านเพิ่มเติม

ฟุตบอลมีถิ่นกำเนิดที่ใด? โบราณคดีมีคำตอบ

เรื่องแนะนำ

ผลตรวจ DNA ชี้โครงกระดูกของนักรบไวกิงผู้โด่งดัง เป็นผู้หญิง

ผลการศึกษา DNA จากโครงกระดูกล่าสุดในสุสานนักรบไวกิงผู้มั่งคั่งออกมายืนยันแล้วว่า เจ้าของร่างที่นอนอยู่ในสุสานนั้นหาใช่บรุษแต่เป็นสตรี

เมืองไทยในอดีต : สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยเรื่องแรกในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยเรื่องแรกที่ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ถ่ายทอดเรื่องราวของพิธีคล้องช้างครั้งสำคัญในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตีพมพ์ในนิตยสารฉบับเดือนธันวาคมปี 1906 (พ.ศ. 2449)

ใครคือฮันนิบาล

แม่ทัพฮันนิบาลเป็นหนึ่งในนักยุทธศาสตร์ที่มีความคิดพลิกแพลงที่สุดในประวัติศาสตร์ ภาพวาดโดย BIBLIOTECA NACIONAL, MADRID, SPAIN/BRIDGEMAN แม่ทัพผู้ให้สัตย์ต่อบิดาของเขาว่าจะเกลียดชังโรมันตลอดไป เป็นผู้วางแผนหนึ่งในการโจมตีที่เป็นตำนานในประวัติศาสตร์การทหารต่อกองทัพโรมันอันทรงพลัง ฮันนิบาล (Hannibal) เป็นแม่ทัพชาวคาร์เธจ (Carthage) ที่เริ่มต้นชีวิตนักรบอันน่าจดจำตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ เมื่อเขามีอายุเพียงหกปี คาร์เธจ อันเป็นอาณาจักรของชาวฟินิเชียและเป็นมหาอำนาจทางการค้าและการทหารในแอฟริกาเหนือพ่ายแพ้แก่โรมันในสงครามพิวนิกครั้งแรกเมื่อ 241 ปีก่อนคริสตกาล บิดาของเขา ฮามิลการ์ บาร์กา (Hamilcar Barca) เป็นแม่ทัพและรัฐบุรุษที่ไม่พึงพอใจในสนธิสัญญาสงบศึกกับโรมัน ซึ่งทำให้คาร์เธจต้องเสียทั้งอาณานิคมซิซิลี และต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามให้โรมัน นักประวัติศาสตร์ชาวโรมันได้บันทึกไว้ว่า ฮามิลการ์สั่งให้ฮันนิบาลในวัยเยาว์สาบานเลือดว่าจะจองเวรกับโรมันตราบชั่วชีวิตของเขา การที่คาร์เธจจะสามารถกลับมาเจริญรุ่งเรือง สร้างกองทัพใหม่ และเตรียมการล้างแค้นโรมได้ อาณาจักรแห่งนี้จำเป็นต้องหากำลังเงินและกำลังคนใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกหาได้ในสเปน ในการยุทธที่ฮันนิบาลเข้าร่วมครั้งนี้ ส่งผลให้บิดาของเขาสามารถยึดครองคาบสมุทรไอบีเรียได้เกือบทั้งหมด และสามารถครอบครองทรัพยากรซึ่งรวมถึงแร่เงินจำนวนมหาศาลไว้ได้ และในสเปนนี้เอง ที่ฮันนิบาลเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นจากการนำทัพของตนเองภายใต้การบังคับบัญชาของฮัสดรูบาล (Hasdrubal) ผู้เป็นพี่เขย เมื่อฮัสดรูบาลถูกลอบสังหารเมื่อ 221 ปีก่อนคริสตกาล ฮันนิบาลในวัยเพียง 26 ปี จึงได้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของคาร์เธจ ฮันนิบาลใช้สเปนเป็นฐานที่มั่นในตอนที่หมายมั่นว่าจะเอาชนะโรม ในสงครามพิวนิกครั้งที่สอง เมื่อ 218 ปีก่อนคริสตกาล แม้ว่าในขณะนั้น คาร์เทจจะไม่มีกองกำลังทางเรือที่ยิ่งใหญ่เหมือนแต่ก่อน แต่ขุมสมบัติซึ่งได้มาจากสเปนนั้นทำให้อาณาจักรแห่งนี้สามารถรวบรวมกำลังทางบกอันแข็งแกร่งได้ […]