แผนที่เก่าการเดินทางของพายุ เฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

แผนที่เก่าของเฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

แผนที่เก่าของเฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

เรื่องราวการเขียนแผนที่ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เริ่มต้นจากพายุ มันคือพายุที่มีชื่อว่า “the Great White Hurricane” ที่ส่งผลกระทบให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งแอตแลนติกต้องปราศจากไฟฟ้าใช้ไป 4 วันเต็ม ในฤดูใบไม้ผลิ ของปี 1888 และในปีนั้นเองที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเผยแพร่ภาพ แผนที่เก่าการเดินทางของพายุตั้งแต่มหานครนิวยอร์ก ไปยังเบอร์มิวดา ก่อนที่จะขึ้นเหนือไปยังแคนาดา จัดทำโดย Edward Everett Hayden นักอุตุนิยมวิทยา ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

สองปีต่อมา Hayden เขียนนิตยสาร “The Law of Storms” บอกเล่าเรื่องราววิทยาศาสตร์ของพายุ และแนวทางการเดินเรือที่ปลอดภัยให้แก่บรรดาลูกเรือในมหาสมุทร แผนที่พายุแรกของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกถูกรวมอยู่ในเส้นทางของพายุที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตลอดสองปีที่ผ่านมาด้วย เส้นสายโค้งเข้าสู่จุดศูนย์กลางดูเผินๆ ช่างคล้ายกับรอยนิ้วมือ ทว่าทุกเส้นถูกเขียนด้วยความตั้งใจและมาจากประสบการณ์สังเกตพายุนานหลายปี

ต่อมาการทำแผนที่พายุได้ให้ข้อมูลที่ซับซ้อนและน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมีส่วนเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ ทุกวันนี้นักอุตุนิยมวิทยาใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในการพยากรณ์อากาศ และคำนวณเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุ ข้อมูลเหล่านี้อัพเดทได้ในรายชั่วโมง ในขณะที่แผนที่เหล่านี้กลายเป็นประวัติศาสตร์เก่าไป

มาชมลวดลายของพายุเฮอร์ริเคนในสมัยที่ยังคงถูกเขียนด้วยมือจากคลังภาพเก่าของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกัน

เรื่อง Nina Strochlic

แผนที่การเดินทางของพายุเฮอร์ริเคน
เส้นทางพายุในแอตแลนติกที่เกิดขึ้นตลอดสองปี ในช่วงทศวรรษ 1890
แผนที่การเดินทางของพายุเฮอร์ริเคน
Edward Everett Hayden คาดหวังว่าแผนที่ของเขาจะช่วยให้นักเดินเรือเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดเฮอร์ริเคนได้ดียิ่งขึ้น
แผนที่การเดินทางของพายุเฮอร์ริเคน
แผนที่แสดงพายุที่เกิดในภาคตะวันออกของสหรัฐฯ ในทศวรรษ 1890
แผนที่การเดินทางของพายุเฮอร์ริเคน
เส้นทางของเฮอร์ริเคนที่เดินทางผ่านทะเลแคริบเบียน
แผนที่การเดินทางของพายุเฮอร์ริเคน
แผนที่แสดงการพยากรณ์พายุเฮอร์ริเคนที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า
แผนที่การเดินทางของพายุเฮอร์ริเคน
แผนที่แสดงเส้นทางของพายุเฮอร์ริเคนที่เข้าพัดถล่มเมือง Galveston ในปี 1900 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6,000 – 12,000 คน ติดอันดับหนึ่งในพายุที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา
แผนที่การเดินทางของพายุเฮอร์ริเคน
ลูกศรแสดงทิศทางของพายุที่เคลื่อนไปทางตะวันออก ผ่านสหรัฐฯ ในปี 1905
แผนที่การเดินทางของพายุเฮอร์ริเคน
มุมมองด้านบนแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของพายุในซีกโลกเหนือ
แผนที่การเดินทางของพายุเฮอร์ริเคน
ความแรงของลมดูได้จากขนาดของลูกศร จากแผนที่คือเฮอร์ริเคนนิวอิงแลนด์ ที่เข้าพัดถล่มในปี 1939

 

อ่านเพิ่มเติม

ความงามอันพรั่นพรึงเมื่อสายฟ้าฟาด

เรื่องแนะนำ

รู้หรือไม่ มนุษย์กินพลาสติกเข้าไปทีละนิดโดยไม่รู้ตัว

แม้ พลาสติก จะมีมากมายในแหล่งน้ำ อากาศ หรือแม้แต่อาหารทั่วๆ ไป แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ามันจะส่งผลต่อสุขภาพของเราหรือไม่ พลาสติก ชิ้นเล็ก ซึ่งบรรดานักวิทยาศาสตร์เรียกว่าไมโครพลาสติกนั้นมีอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ใต้มหาสมุทร ผสมปนเปไปกับทรายบนชายหาด หรือปลิวไปกับสายลม ก็สามารถเข้ามาอยู่ในตัวเราได้ทั้งนั้น เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการพบไมโครพลาสติกในตัวอย่างอุจจาระคนอาสาสมัคร 8 คน ที่เข้าร่วมในการทดลองนำร่องที่ค้นคว้าว่ามนุษย์บริโภคพลาสติกโดยไม่ได้ตั้งใจมากขนาดไหน ในขณะนี้ มีงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Environmental Science and Technology กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่ามนุษย์อาจบริโภคอนุภาคไมโครพลาสติกที่มีอยู่ทุกที่ตั้งแต่ 39,000 – 52,000 อนุภาคต่อปี นอกจากนี้ ยังมีไมโครพลาสติกที่เราหายใจเข้าไป ซึ่งเป็นจำนวนราว 74,000 อนุภาค วิธีการวัดจำนวนพลาสติก อนุภาคไมโครพลาสติกคือชิ้นส่วนของพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มีขนาดเล็กจนต้องมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ งานศึกษาชิ้นนี้เป็นการตรวจสอบจำนวนไมโครพลาสติกที่ปรากฏอยู่ในเบียร์ เกลือ อาหารทะเล น้ำตาล แอลกอฮอล์ และน้ำผึ้ง ซึ่งว่าพบไมโครพลาสติกในอาหารมีเพียงร้อยละ 15 ของปริมาณแคลอรี่ที่แนะนำต่อวัน ต่อคน นักวิจัยยังศึกษาถึงจำนวนไมโครพลาสติกที่ปะปนอยู่ในน้ำดื่มและอากาศ พบว่า คนที่ได้รับแนะนำว่าให้ดื่มน้ำประปาพบว่าได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายถึง 4,000 อนุภาคต่อปี ในขณะที่คนที่ดื่มเฉพาะน้ำบรรจุขวด […]

ยางพารา : พืชเศรษฐกิจหรือหายนะระบบนิเวศ

ยางพารา : พืชเศรษฐกิจหรือหายนะระบบนิเวศ อากาศวันนั้นแจ่มใส ภาคเหนือของประเทศไทยดูมีชีวิตชีวาอยู่กลางแสงอาทิตย์เดือนพฤษภาคม ชายหนุ่มจึงขับรถปิกอัปคันใหม่เอี่ยมลุยลงไปในลำธารที่ไหลผ่านหมู่บ้านทุ่งนาน้อยของเขา ฝูงวัวกับชาวบ้านเดินผ่านไปขณะที่เขายืนอยู่ในน้ำ หนุ่มวัย 21 ปีกับรถคันโก้ที่เขาล้างและขัดสีฉวีวรรณจนเงาวับ ก่อนหน้านี้ไม่นาน โอกาสที่ใครสักคนอย่างปิยวุฒิ อนุรักษ์บรรพต หรือที่เพื่อนๆเรียกว่า “ชิน” จะมีรถปิกอัปคันงามในวัยหนุ่มเช่นนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ ชาวบ้านในหมู่บ้านห่างไกลอย่างทุ่งนาน้อยนั้นยากจน แต่ไม่นานมานี้ครอบครัวอย่างบ้านของชินร่ำรวยขึ้นมาก  เหตุผลเห็นได้จากเนินเขาด้านหลังของเขา ย้อนหลังไปเพียงสิบปีก่อน เนินเหล่านี้ปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้นรกชัฏ  มีพืชพรรณพื้นเมืองขึ้นรกเรื้อแน่นขนัด ทว่าปัจจุบัน ลาดเขาส่วนใหญ่ถูกแผ้วถางจนเตียนโล่งแล้วปลูกพืชชนิดเดียวคือยางพารา  คืนแล้วคืนเล่าที่ครอบครัวของชินกับอีกหลายหมื่นครอบครัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสวนไปกรีดและรองน้ำยางในลักษณะเดียวกับการรองน้ำหวานจากต้นเมเปิล น้ำยางข้นสีขาวที่หยดลงสู่ถ้วยรองจะผ่านการทำให้แข็งตัว  รีดเป็นแผ่น แล้วขนส่งไปยังโรงงาน เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นแหวนยางรูปวงกลม สายพาน แผ่นปะเก็น ฉนวน และยางรถยนต์จำนวนมหาศาล น้ำยางที่รวบรวมได้ราวสามในสี่ของโลกใช้ผลิตยางสำหรับรถยนต์ รถบรรทุก และเครื่องบินรวมแล้วปีละเกือบสองพันล้านเส้น ยางมีบทบาทสำคัญอย่างเงียบๆในประวัติศาสตร์การเมืองและสิ่งแวดล้อมของโลกมากว่า 150 ปีแล้ว ถ้าคุณอยากให้มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมก็ต้องมีวัตถุดิบสามชนิด ได้แก่เหล็กเพื่อทำส่วนที่เป็นเหล็กกล้าของเครื่องจักร เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อให้พลังงานขับเคลื่อนเครื่องจักรเหล่านั้น และยางเพื่อเชื่อมต่อและปกป้องชิ้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหว เมื่อนึกถึงยาง คนส่วนใหญ่มักนึกภาพผลิตภัณฑ์จากสารเคมีสังเคราะห์ ความจริงแล้ว ยางในโลกกว่าร้อยละ 40 มาจากต้นไม้ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นต้นยางพารา ทุกวันนี้ ยางพาราแทบจะปลูกกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงแห่งเดียว เนื่องจากภูมิภาคนี้มีทั้งสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยและโครงสร้างพื้นฐานประกอบกันซึ่งไม่ปรากฏในภูมิภาคอื่นๆ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่ความต้องการยางรถยนต์ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดสภาพคล้ายกระแสตื่นทองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ […]

ชีวิตคนเดนมาร์กใช้พลาสติกน้อยมาก พวกเขาทำได้อย่างไร?

ในเดนมาร์กผู้คนใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ย 4 ใบต่อปีเท่านั้น เทียบกับชาวอเมริกันที่ใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ย 1 ใบในแต่ละวัน ทว่าชาวเดนมาร์กยังไม่พอใจ พวกเขาตั้งใจว่าจะลดการใช้พลาสติกลงอีก!