เผยภาพถ่ายสมาชิกราชวงศ์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของ ตุตันคามุน - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

เผยภาพถ่ายสมาชิกราชวงศ์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของ ตุตันคามุน

มัมมี่
พระบิดาของตุตันคามุน: มัมมี่ที่อยู่ในสภาพผุพังนี้ค้นพบเมื่อปี 1907 จารึกที่พบอยู่บนโลงซึ่งภาพสลักต่างๆถูกสกัดออไปสันนิษฐานว่าอาจเป็นอเคนาเตน ฟาโรห์นอกรีตผู้ทรงหันหลังให้ทวยเทพแห่งอาณาจักร แล้วทรงหันไปบูชาเทพเพียงพระองค์เดียว ผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอยืนยันว่า ทรงเป็นพระบิดาของตุตันคามุน
มัมมี่
พระมารดาของตุตันคามุน: ผลการวิเคราห์ดีเอ็นเอชี้ว่า มัมมี่ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “หญิงเล็ก” (Younger Lady) ร่างนี้เป็นทั้งพระกนิษฐา (น้องสาว) มเหสี และพระมารดาของพระโอรสในฟาโรห์อเคนาเตน นั่นคือ ตุตันคามุน
มัมมี่
พระธิดาของตุตันคามุนกระนั้นหรือ: ทารกในครรภ์วัยอย่างน้อย 7 เดือน (ขวา) พบอยู่ในสุสานตุตันคามุน รวมอยู่กับทารกอีกร่างที่มีขนาดเล็กกว่าและบอบบางกว่า หนึ่งในนั้นหรือทั้งสองร่าง อาจเป็นพระธิดาของพระองค์ โลงที่ซ้อนกันอยู่ทางซ้ายมีปอยพระเกศาซึ่งอาจมาจากราชินีไทยี พระอัยยิกาของตุตันคามุน

ภาพถ่ายทุกภาพโดย Kenneth Garrett, National Geographic Creative

 

อ่านเพิ่มเติม

ตุตันคามุน : ย้อนรอยการค้นพบสุสานฟาโรห์ผู้โด่งดัง

เรื่องแนะนำ

ลอนดอนผงาด

ท่ามกลางปัญหาที่มาพร้อมกับการเจริญเติบโตและใกล้เวลาที่สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรป มหานครอันโดดเด่นของโลกแห่งนี้จะยังครองความเป็นหนึ่งต่อไปได้หรือไม่

ตำนานแห่งอะโซโลตล์ผู้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา สถาบันชีววิทยาของ Autonomous Metropolitan University of Xochimilco นับจำนวนประชากรของอะโซโลตล์ในพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตร และพบว่ามีจำนวนเหลืออยู่เพียง 6,000 ตัว จากนั้นจึงนับจำนวนใหม่ทุกๆ 4-5 ปี และพบว่าจำนวนอะโซโลตล์ลดลงอย่างฮวบฮาบ โดยในปี 2014 พบว่าเหลืออะโซโลตล์เพียง 35 ตัวในพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตรเท่านั้น สาเหตุหลักของการลดลงของจำนวนอะโซโลตล์มาจากการปล่อยสัตว์ชนิดพันธุ์คุกคามลงในถิ่นอาศัยของพวกมัน อย่างปลาทิลาเปีย (วงศ์ Tilapia หรือปลาหมอสี) และปลาในวงศ์ปลาดอกหมาก (Mojarra) การมีสารเคมีปนเปื้อนในลำน้ำเมื่อมีการเปลี่ยนเส้นทางน้ำจืดเข้าสู่กรุงเม็กซิโกซิตี เพื่อให้ชาวเมืองมีน้ำกินน้ำใช้ และคลองที่มีอยู่แต่เดิมก็กลายเป็นแหล่งระบายน้ำเสียจากตัวเมือง อีกทั้งการขยายของชุมชนเมืองที่แผ่ตัวมาตามบริเวณรอบทะเลสาบ ภายในอีก 10-20 ปีข้างหน้า จะต้องใช้มาตราการขั้นเด็ดขาดเพื่อช่วยอะโซโลตล์ไม่ให้สูญพันธุ์ไป โดยมีหน่วยงานที่พยายามขยายพันธุ์พวกมันในคอโลนีหนึ่งเพื่อให้มีประชากรหลายพันตัว อะโซโลตล์เป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์ง่าย โดยจะวางไข่ครั้งละ 1,500-2,000 ฟอง อีกทั้งขยายพันธุ์ได้ทั้งในห้องปฏิบัติการ สวนสัตว์ และสถานเพาะเลี้ยง ในช่วงปี 2015-2016 มีการกำหนดพื้นที่หวงห้ามในทะเลสาบเพื่อปกป้องประชากรอะโซโลตล์ ดีโอนีโซ เอสลาวา หัวหน้ากลุ่ม Umbral Axolchiatl บอกว่า หน้าที่ของชาวชุมชนคือหาวิธีพิทักษ์รักษาอะโซโลตล์ไว้ […]

งานวิจัยชิ้นใหม่เปิดเผยว่า ดวงจันทร์อาจมีน้ำมากกว่าที่เคยคิดกันมาก

ดวงจันทร์อาจมีน้ำมากกว่าที่เคยคิดกัน เป็นข้อสรุปที่ได้จากการวิเคราะห์ผลึกแก้วภูเขาไฟขนาดเล็กจิ๋วที่หลงเหลือจากการปะทุของภูเขาไฟครั้งบรรพกาล ผลึกแก้วที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้ถูกรวบรวมไว้ตั้งแต่ภารกิจของยานอะพอลโล 15 และ 17 ในช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งยานทั้งสองลงจอดใกล้เขตที่มีกิจกรรมภูเขาไฟบนดวงจันทร์ ผลึกแก้วนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อแมกมาหรือหินหนืดปะทุขึ้นสู่พื้นผิวและเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วจนน้ำถูกกักไว้ภายใน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ยังไม่มั่นใจว่า ตัวอย่างที่ได้จากภารกิจอะพอลโลมีลักษณะเฉพาะ หรือพบได้จากธารลาวาแห่งอื่นๆ บนพื้นดวงจันทร์ด้วย ในผลการศึกษาชิ้นใหม่ที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience นักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างที่ได้จากภารกิจอะพอลโลซ้ำอีกครั้ง  ร่วมกับการใช้ข้อมูลล่าสุดจากดาวเทียมเพื่อมองหาร่องรอยของแก้วภูเขาไฟที่มีน้ำอยู่ภายในจากบริเวณอื่นๆ ของดวงจันทร์  พวกเขาพบว่า แท้จริงแล้วตะกอนภูเขาไฟกระจายตัวเป็นบริเวณกว้างซึ่งบ่งชี้ว่า ใต้พื้นผิวดวงจันทร์อาจ ชุ่มชื้นมากกว่าที่เคยเชื่อกัน แอนโทนี โคลาพรีต นักวิทยาศาสตร์จากนาซา ผู้วิเคราะห์รายงานชิ้นนี้บอกว่า “ข้อเท็จจริงที่พวกเขาพบลักษณะภูมิประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับแก้วภูเขาไฟบอกเราว่า พื้นผิวชั้นในของดวงจันทร์มีน้ำอยู่พอสมควร ตอนที่เกิดการปะทุของภูเขาไฟเหล่านี้” คำถามหนึ่งที่หลายคนสงสัยคือ เราเคยพบน้ำบนดวงจันทร์ก่อนหน้านี้ไหม? คำตอบคือ ใช่ แต่ก็เพิ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่า ดวงจันทร์ทั้งดวงนั้นแห้งผาก แต่เมื่อปี 2008 นักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างผลึกแก้วภูเขาไฟจากภารกิจอะพอลโล และค้นพบร่องรอยแรกของน้ำ จากจุดนั้นเป็นต้นมา การค้นพบน้ำบนดวงจันทร์ก็พรั่งพรู ในปี 2009 องค์การนาซาส่งจรวดและดาวเทียมขึ้นไปตกกระทบหุบอุกกาบาตแห่งหนึ่งบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยหวังจะพบหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำ การตกกระทบในครั้งนั้นเผยร่องรอยบางอย่างเกี่ยวกับน้ำแข็งและไฮดรอกซิล ซึ่งเป็นโมเลกุลไวต่อปฏิกิริยาและมีความเกี่ยวข้องกับน้ำ และในปี 2010 นักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างหินอื่นๆ ที่ได้จากดวงจันทร์ […]