ค้นพบ ฟอสซิลสัตว์ โบราณนับ 70,000 ชิ้นในพื้นที่ฝังกลบขยะของสเปน

ค้นพบฟอสซิลโบราณนับเจ็ดหมื่นชิ้นในพื้นที่ฝังกลบขยะของสเปน

เนื่องจากการขยายพื้นที่ฝังกลบขยะในแคว้นกาตาลุญญาของสเปน บรรดานักบรรพชีวินวิทยาได้ค้นพบ ฟอสซิลสัตว์ ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่อาจเป็นบรรพบุรุษของเอป (Apes) และมนุษย์

บาร์เซโลนา, สเปน – คงไม่มีสถานที่ใดบนโลกไม่เป็นที่ต้อนรับไปมากกว่าพื้นที่ทิ้งขยะอันหนาวเหน็บในเวลากลางคืนอีกแล้ว ทว่า นั่นเป็นสถานที่ที่โฆเซป โรเบลส นักบรรพชีวินวิทยา พาตัวเองเข้าไปใช้เวลาในเดือนธันวาคม ปี 2019 เพื่อตามหา ฟอสซิลสัตว์ อันเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของมนุษยชาติ

หลายเดือนก่อนหน้า เขาใช้เวลาหลายคืนไปกับ Abocador de Can Mata พื้นที่ฝังกลบขยะขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน กว่า 7 วันต่อสัปดาห์ และกว่า 24 ชั่วโมงต่อวันที่เครื่องขุดเจาะใช้แขนเหล็กของมันขุดเจาะพื้นดินอย่างเร่งรีบเพื่อสร้างหลุมลึกสำหรับฝังกลบขยะจากเมืองบาร์เซโลนาและพื้นที่ใกล้เคียง โรเบลสเป็นหนึ่งในสามนักบรรพชีวินวิทยาที่ผลัดเวรกันเพื่อเฝ้าจับตาฝุ่นดินหลายตันที่เกิดจากการขุดพื้นที่นี้

ในห้วงเวลานั้น ยามใดก็ตามที่เขาได้พบกับวัตถุที่มีความเป็นไปได้ว่าคือสิ่งที่เขาตามหา เขาจะโบกมือเพื่อหยุดการทำงานของเครื่องขุดและเข้าไปตรวจสอบวัตถุนั้นอย่างใกล้ชิด เก็บวัตถุที่พบเจอนั้นไปเมื่อตอนที่ดวงอาทิตย์ขึ้น และให้สัญญาณว่าการจัดการงานของเขาเสร็จสิ้น ก่อนที่จะกลับออกไปจากพื้นที่ และให้เครื่องมือขุดค้นเริ่มเค้นเสียงคำรามก้องอีกครั้ง

ฟอสซิลสัตว์
ภาพถ่ายทางอากาศของ Abocador de Can Mata ในช่วงการขุดค้นระหว่างปี 2006-2008 – Scientific Figure on ResearchGate. Available from: https://www.researchgate.net/figure/A-Aerial-photograph-of-Abocador-de-Can-Mata-during-2006-kindly-provided-by-Cespa_fig1_237629089 [accessed 4 Mar, 2021]
ผืนดินของ Can Mata เป็นแหล่งเก็บรักษา ฟอสซิลสัตว์ หลากหลายชนิดจากในช่วงเวลาตั้งแต่มากกว่าล้านปีที่แล้วไปจนถึงกลางสมัยไมโอซีน (Miocene) คือในช่วง 12.5 – 11 ล้านปีที่แล้ว นับตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา โรเบลสและนักบรรพชีวินวิทยาคนอื่นๆ จากสถาบันบรรพชีวินวิทยา Miquel Crusafont Catalan (Miquel Crusafont Catalan Institute of Paleontology – ICP) ในบาร์เซโลนาได้พบฟอสซิลกว่า 70,000 ชิ้นจากยุคสมัยไมโอซีน อันเป็นช่วงเวลาที่ภูมิอากาศแบบนีโอทรอปิคอลของภูมิภาคนี้มีความแห้งแล้งมากขึ้น และการก่อตัวขึ้นใหม่ของวิวัฒนาการทางสิ่งแวดล้อมอาจทำให้เราได้รับข้อมูลเจาะลึกการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของทุกวันนี้

การค้นพบครั้งสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้คือฟอสซิลของชนิดพันธุ์ไพรเมทที่ไม่สามารถพบเจอได้จากที่อื่น นั่นคือบรรพบุรุษของสัตว์ที่คล้ายกับมนุษย์ (ancestral Hominoids) ซึ่งเป็นบรรบุรุษของชะนี ชะนีเซียมัง สัตว์จำพวกวงศ์ลิงใหญ่ (Great apes) ซึ่งรวมไปถึง อุรังอุตัง กอริลลา ชิมแปนซี และมนุษย์ ชิ้นส่วนกระดูกเก่าแก่เหล่านี้ช่วยให้เราเติมภาพของยุคสมัยในอดีตของเราที่ยังเป็นปริศนาอยู่ในหลายแง่มุม

กองขยะ, นักบรรพชีวินวิทยา
Abocador de Can Mata เป็นหนึ่งในพื้นที่ฝังกลบขยะที่ใหญ่ที่สุดของสเปน นับตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา ทีมงานนักบรรพชีวินวิทยาจากสถาบันบรรพชีวินวิทยา Miquel Crusafont Catalan ในบาร์เซโลนาค้นพบฟอสซิลกว่า 70,000 ชิ้น ภาพถ่ายโดย PAOLO VERZONE, NATIONAL GEOGRAPHIC

จากพื้นที่ทิ้งขยะสู่แหล่งขุมทอง

ห่างออกไปทางตอนเหนือของเมืองบาร์เซโลนาราว 48 กิโลเมตร พื้นที่ Can Mata ถูกปักหมุดในแผนที่ฟอสซิลในช่วงต้นทศวรรษ 1940 เมื่อ Miquel Crusafont ผู้ที่ชื่อของเขาถูกนำไปตั้งเป็นชื่อของสถาบันบรรพชีวินวิทยา ได้ค้นพบกระดูกขากรรไกรล่างของสัตว์จำพวกวงศ์ลิงใหญ่ในยุคไมโอซีน และการค้นพบในหลายครั้งถัดมาทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ทางบรรพชีวินวิทยา แต่ถึงมีจะมีสถานะเป็นพื้นที่อนุรักษ์ Can Mata ก็ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เพื่อฝังกลบขยะอย่างถูกกฎหมายนับตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา (โดยทางท้องถิ่นได้เริ่มใช้พื้นที่นี้เป็นที่ทิ้งขยะอย่างไม่เป็นทางการนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970)

ช่วงกลางปี 2000 ผู้ดูแลจัดการพื้นที่อย่างบริษัท Cespa Waste Management ต้องการขุดหลุมฝังกลบขยะใหม่ที่มีความลึกอย่างน้อย 46 เมตร  โดยบริษัทต้องดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายมรดกทางประวัติศาสตร์ของสเปนเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมือเครื่องจักรของบริษัทจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อฟอสซิล หรือฝังฟอสซิลเหล่านั้นไปใต้กองขยะ พวกเขาจึงจ้างนักบรรพชีวินวิทยาจาก ICP พื้นควบคุมการขุดดินในพื้นที่นี้ ซึ่งสำหรับมุมมองของนักบรรพชีวินวิทยา พื้นที่ทิ้งขยะนี้มีส่วนในการสร้างองค์ความรู้อย่างใหญ่หลวง

ในปี 2002 นักบรรพชีวินของ ICP อิสอัก คาซาโนวัส-วิลาร์, ฆอร์ดี กาลินโด และ อัลบา ผู้ที่ในขณะนั้นเป็นนักศึกษาปริญญาเอก ได้เริ่มเป็นผู้ควบคุมการขุดดินที่ Can Mata หลังจากทำงานได้ 3 อาทิตย์ พวกเขาขุดค้นพบชิ้นส่วนฟันของสัตว์กลุ่มช้างงาจอบ (วงศ์ Deinotheriidae – ตระกูลของสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายช้างก่อนประวัติศาสตร์ที่อาศัยอยู่ในยุค Cenozoic) “ความรู้สึกตอนนั้นราวกับว่า คุณ คุณต้องมาดูสัตว์ไพรเมทนี้สิ” อัลบาเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ตอนนั้น ซึ่งเขากำลังตกตะลึงราวกับได้สบตากับสัตว์จากยุคโบราณด้วยตัวเอง

ฟอสซิลสัตว์, สเปน, สัตว์มีกระดูกสันหลัง
ภาพซากฟอสซิลของสัตว์มีกระดูกสันหลังบางส่วนที่ถูกขุดค้นพบที่ Abocador de Can Mata Scientific Figure on ResearchGate. Available from: https://www.researchgate.net/figure/Algunos-restos-fosiles-de-vertebrados-del-Abocador-de-Can-Mata-ACM-1-Mandibula-y_fig4_281348778 [accessed 4 Mar, 2021]
ชนิดพันธุ์ที่ได้รับการค้นพบนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า Pierolapithecus catalaunicus หรือ Pau มีชีวิตอยู่เมื่อ 12 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นชิ้นส่วนกระโหลกสัตว์ไพรเมทจากยุคไมโอซีนที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา โดยฟอสซิลนี้ได้เปลี่ยน Can Mata จากพื้นที่ทิ้งขยะให้กลายเป็นดังขุมทอง

ตลอดระยะเวลา 13 ปี ที่นักบรรพชีวินวิทยาจาก ICP ทำงานในพื้นที่ พวกเขาได้ขุดค้นพบฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 75 สายพันธุ์ รวมไปถึงม้า แรด กวาง  ตระกูลสัตว์งวง (Proboscidean) – สัตว์ที่ความเชื่อมโยงกับช้าง บรรพบุรุษของแพนด้าแดง และกระรอกบิน  นอกจากนี้ยังมีสัตว์จำพวกหนู สัตว์จำพวกนก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์เลื้อยคลาน ในที่สุดแล้ว พวกเขาบันทึกว่ามีการค้นพบชิ้นส่วนฟอสซิลกว่า 70,000 ชิ้นในโซนค้นพบกว่า 260 โซน

โดยชิ้นส่วนฟอสซิลที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้คือ Chalicotherium สัตว์ดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่งที่ใช้กีบเท้าเดิน มีลักษณะคล้ายสัตว์ที่ผสมกันระหว่างสลอทยักษ์ หมี ม้า และกอริลลา และแมวฟันดาบปลอม (a false sabre-tooth cat) สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีวงศ์ร่วมกับเสือและสิงโต ซึ่งสูญพันธุ์จากโลกนี้ไปแล้วทั้งคู่

ฟอสซิลเหล่าอยู่ในยุคการเปลี่ยนแปลงยุคครั้งสำคัญจากกลางยุคไมโอซีนถึงปลายยุคไมโอซีน เมื่อป่าฝนในภูมิอากาศแบบซับทรอปิกคอล (Subtropical rainforests) ในภูมิภาคนี้เริ่มแห้งแล้งและเริ่มมีทุ่งหญ้าปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ฟอสซิลเหล่านี้เพื่อสร้างการก่อตัวใหม่ของการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในพื้นที่ Can Mata เมื่อราวมากกว่าล้านปี นั่นเป็นเหตุผลที่ในทุกตะกอนดินพื้นที่แห่งนี้จึงมีฟอสซิลอยู่มากมาย

ฟอสซิลสัตว์, สเปน
ภาพฟอสซิลส่วนต่างๆ ของ Varanus marathonensis สัตว์เลี้อยคลานประเภทหนึ่ง มีวงศ์ร่วมกับตะกวด มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายยุคไมโอซีน ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว – Scientific Figure on ResearchGate. Available from: https://www.researchgate.net/figure/Vertebrae-of-Varanus-marathonensis-Weithofer-1888-from-Abocador-de-Can-Mata-A-B_fig4_329428178 [accessed 4 Mar, 2021]
ค้นหาจุดกำเนิดของเรา

แม้ว่าจะมีข้อถกเถียงในการค้นพบฟอสซิลจากสัตว์หลากหลายชนิดอันน่าสนใจบนพื้นที่แห่งนี้ แต่ฟอสซิลแต่ละชิ้นได้ช่วยให้เราค้นพบปริศนาอันลึกซึ้งเกี่ยวกับความลึกลับของชนิดพันธุ์อย่างมนุษย์เราว่า: เราคือใคร เรามาจากไหน และเราได้เริ่มต้นชีวิตอย่างที่เราเป็นนี้เมื่อไหร่

“การเข้าใจว่าสัตว์จำพวกวงศ์ลิงใหญ่เริ่มต้นชีวิตและมีวิวัฒนาการอย่างไรถือเป็นเรื่องสำคัญในการทำความเข้าใจวิวัฒนาการของเผ่าสัตว์ที่คล้ายมนุษย์ (hominin)” Alba กล่าว โดย Hominin เป็นประเภทสัตว์ที่เกิดขึ้นหลังจากมนุษย์ได้แยกสายพันธุ์จากลิงชิมแปนซีเมื่อ 6-7 ล้านปีก่อน “[Apes] ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไม่มีที่มา ดังนั้นเราต้องรู้ว่าพวกมันวิวัฒนาการมาจากที่ไหน

อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามที่ใหญ่ว่าการขุดค้นยังเป็นไปได้อยู่หรือไม่ในทศวรรษที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากยังมีการประท้วงจากคนในพื้นที่ซึ่งต่อต้านการขุดพื้นที่เพื่อถมขยะ

“นี่คือสิ่งที่มีความหมายสำหรับนักบรรพชีวินวิทยาในอีก 3-4 ชั่วคนข้างหน้า” อัลบากล่าวและเสริมว่า “ผมแน่ใจว่ายังมีฟอสซิลที่น่าสนใจซ่อนอยู่ที่นั่นอีกมาก”

เรื่อง JENNIFER PINKOWSKI


อ่านเพื่มเติม ค้นพบลูกสุนัขป่าอายุกว่า 57,000 ปี ในชั้นดินเยือกแข็งของแคนาดา

เรื่องแนะนำ

ยูเครน และรัสเซีย : ประวัติศาสตร์พันปีแห่งความผูกพันและความขัดแย้ง

ความเปลี่ยนแปลงมากมายหลายศตวรรษทำให้ ยูเครน อยู่ในจุดที่ต้องเลือกระหว่างความเป็น “ยุโรป “และความเป็น “รัสเซีย”  ความตึงเครียดของสถานการณ์ระหว่าง ยูเครน และรัสเซียในปัจจุบัน อาจเป็นโอกาสในการมองย้อนไปถึงประวัติศาสตร์ที่เป็นทั้งความผูกพันและความแตกแยกระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นชนวนเหตุที่นำมาสู่เหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน ยูเครน และรัสเซียมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมานับพันปีตั้งแต่อาณาจักรเคียฟรุส (Kyivan Rus) ซึ่งเป็นรัฐแห่งแรกของชาวสลาฟและเรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของทั้งประเทศยูเครนและรัสเซีย ซึ่งเคียฟ (Kiev) เมืองหลวงของยูเครนในปัจจุบันเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเคียฟรุส ในปี ค.ศ. 988 เจ้าชายวลาดิเมียร์ที่ 1 (Vladimir I) ผู้เป็นเจ้าเหนือชาวรุสทั้งปวงซึ่งรวมถึงแคว้นนอฟโกรอด (Novgorod) หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซียในปัจจุบัน ทรงเข้าพิธีรับศีลล้างบาปและเปลี่ยนชาวรุสให้เป็นคริสตชน ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินกล่าวถึงอาณาจักรเคียฟรุสว่า ”ทั้งชาวรัสเซียและยูเครนต่างเป็นหนึ่งเดียวกัน” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดินแดนใน ยูเครน เป็นที่แย่งชิงของหลากหลายมหาอำนาจในหลายศตวรรษต่อมา อาณาจักรเคียพรุสล่มสลายจากการบุกรุกของกองทัพมองโกลในคริสต์ศตวรรษที่ 13 มีการบุกรุกดินแดนจากทางตะวันตกโดยอาณาจักรโปแลนด์และลิทัวเนียในคริสต์ศตวรรษที่ 16 จนในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีการต่อสู้แย่งดินแดนระหว่างเครือจักรภพโปแลนด์–ลิทัวเนีย (Polish-Lithuanian Commonwealth) และอาณาจักรซาร์รัสเซีย (Tsardom of Russia) อันเป็นจุดสิ้นสุดในการแบ่งแยกดินยูเครนออกเป็นสองฝั่งซึ่งกินเวลานานกว่าร้อยปี โดยฝั่งทิศตะวันตกเป็นของเครือจักรภพและทิศตะวันออกเป็นของอาณาจักรซาร์รัสเซีย มีแม่น้ำนีเปอร์ […]

หลักฐานฟอสซิลเผยปริศนาการทวีชนิดพันธุ์สัตว์ยุคแคมเบรียน

ฟอสซิลเก่าแก่อายุ 570 ล้านปี ช่วยไขปริศนาว่า สรรพชีวิตบนโลกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากจุลชีพแสนเรียบง่าย กลายเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่และสลับซับซ้อนได้อย่างไร

เกาะติดการขุดค้นและเปิดหลุมฝังศพแห่งใหม่ในอียิปต์

โดย คริสตินา นูเนซ รูปสลักผุพังของช่างทองและภรรยา ยืนทักทายผู้มาเยือนที่เพิ่งมีโอกาสมองเข้าไปในหลุมฝังศพอายุ 3,500 ปีใกล้เมืองลักซอร์ในอียิปต์ หลุมฝังศพซึ่งค้นพบที่สุสาน Dra Abul Naga บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์แห่งนี้ ภายในบรรจุรูปสลัก มัมมี่เครื่องปั้นดินเผา และศิลปวัตถุอื่นๆ ตามการเปิดเผยของกระทรวงโบราณคดีของอียิปต์เมื่อเร็วๆนี้ รูปสลักรูปหนึ่งเป็นรูปช่างทองชื่อ Amenemhat นั่งอยู่ข้างภรรยา โดยมีลูกชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลัง นักโบราณคดีชี้ว่า ครอบครัวนี้มีชีวิตอยู่ในสมัยราชวงศ์ที่ 18 ของอียิปต์ ในบริเวณใกล้เคียง นักโบราณคดีพบคูหาฝังศพอีกสองห้อง ห้องหนึ่งมีมัมมี่อยู่จำนวนหนึ่ง โลงศพศิลา และหน้ากากที่ใช้ในพิธีฝังศพทำจากไม้แกะสลัก พร้อมกับรูปสลักอื่นๆ ของสองสามีภรรยา คูหาฝังศพอีกห้องมีโลงศพศิลาจากยุคราชวงศ์ที่ 21 และ 22 Khaled El-Enany รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโบราณคดีของอียิปต์ ให้สัมภาษณ์ว่า แม้หลุมศพจะอยู่ในสภาพไม่ดีนัก ทว่าสิ่งที่อยู่ภายในอาจให้เบาะแสที่นำไปสู่การค้นพบอื่นๆ เป็นต้นว่า ภายในหลุมศพ นักโบราณคดีพบโคนหรือกรวย 50 ชิ้นที่ใช้ในพิธีฝังศพ  ลักษณะคล้ายเครื่องปั้นดินเผาประทับลาย ในจำนวนนี้ 40 ชิ้นให้หลักฐานของหลุมฝังศพอื่นๆ ที่เป็นของข้าราชการในยุคนั้นอีก 4 ราย การสำรวจที่นำไปสู่การขุดค้นหลุมศพแห่งนี้ยังเผยให้เห็นปล่องที่นำไปสู่หลุมฝังศพอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง […]

ค้นพบภาพเขียนถ้ำรูปสัตว์ อายุ 45,500 ปี ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ภาพวาด ผนังถ้ำ รูปหมูภาพนี้ได้ถูกเพิ่มเข้าไปในคอลเล็กชันงานศิลปะผนังถ้ำที่มีอยู่แล้วมากมายในอินโดนีเซีย ในบางช่วงเวลาเมื่อ 45,000 ปีที่แล้ว บนเกาะซูลาเวซีของอินโดนีเซีย มนุษย์ยุคโบราณได้ฝ่าฝันเข้าไปในถ้ำและร่างภาพหมูที่อยู่ในท้องถิ่นรูปร่างอ้วนท้วนที่ปกคลุมไปด้วยขนแข็งและหน้าที่เต็มไปด้วยตุ่มบน ผนังถ้ำ ขณะนี้ นักโบราณคดีเชื่อว่าเจ้าหมูอ้วนตัวนี้เป็นภาพวาดสัตว์อันเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาบนโลก ในงานวิจัยที่เผยแพร่ในนิตยสาร Science Advances เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ภาพวาดนี้แสดงให้เห็นถึงสัตว์สองตัวที่กำลังมองกันแบบค่อนข้างชวนทะเลาะ และมีองค์ประกอบของมือมนุษย์ทั้งสองข้างที่วางใกล้กับสะโพกของหมู และภาพร่องรอยขนแข็งที่อยู่ตรงกลางอาจหมายถึงสัตว์ตัวที่สี่ ภาพวาดที่วาดด้วยดิน ocher (ดินชนิดหนึ่งที่มีสีเหลืองอ่อนถึงสีน้ำตาล) ภายในผนังถ้ำนี้ถูกค้นพบเมื่อเดือนธันวาคม 2017 โดยนักโบราณคดีท้องถิ่น Basran Burhan ซึ่งปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยกริฟฟิธ ประเทศออสเตรเลีย เขานำทีมวิจัยเล็กๆ ไปค้นหาถ้ำภายในเกาะซูลาเวซีใต้เพื่อหาร่องรอยของกิจกรรมมนุษย์โบราณ พวกเขาค้นพบภาพวาดหมูในพื้นที่ที่เรียกว่า Leang Tedongnge ภาพวาดนี้คาดว่า แสดงออกถึงรางวัลจากการล่าหมูของมนุษย์ยุคโบราณ ในขณะที่ภาพเขียนที่ค้นพบใหม่นี้อาจจะเป็นงานศิลปะในลักษณะที่เป็นภาพวาดที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยพบว่า ทว่า มันไม่จำเป็นต้องเป็นงานศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดเสมอไป “มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้คำนิยามของคำว่า ‘งานศิลปะ’ อย่างไรครับ” Maxime Aubert นักโบราณคดีแห่งมหาวิทยาลัยกริฟฟิธและผู้เขียนงานวิจัยร่วม กล่าว โดยนิยามงานศิลปะนี้อาจรวมถึงงานสร้างสรรค์อันโดดเด่นของมนุษย์ยุคโบราณบางชิ้นที่ได้ยืนยันการค้นพบ ซึ่งรวมไปถึงลายเส้นขยุกขยิก (doodle) อายุ 73,000 ปีที่ค้นพบในแอฟริกาใต้ ที่บางคนเชื่อว่าเป็นงานภาพวาดที่เก่าแก่ที่สุด ภาพวาดที่ค้นพบใหม่นี้ได้เสริมในเรื่องของวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของงานศิลปะผนังถ้ำที่ถูกค้นพบทั่วอินโดนีเซีย แค่บนเกาะซูลาเวซีเพียงแห่งเดียว นักวิทยาศาสตร์ได้ระบุภาพวาดในถ้ำกว่า […]