อารยธรรมลึกลับบนเกาะกรีซ - National Geographic Thailand

อารยธรรมลึกลับบนเกาะกรีซ

อารยธรรมลึกลับบนเกาะกรีซ

ในทะเลอีเจียนสีฟ้าครามสดใส มีเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งที่เก็บซ่อนปริศนาแห่งอารยธรรมโบรารเอาไว้ ย้อนเวลากลับไปเมื่อราว 4,000 ปีก่อน เกาะ Dhaskalio เกาะเล็กๆ ของกรีซนี้เคยเชื่อมต่อกับเกาะ Keros ซึ่งเป็นเกาะใหญ่กว่า โดย Dhaskalio มีลักษณะเป็นแหลมที่ยื่นลงไปในทะเล

จากการสำรวจพบซากปรักหักพังของรูปปั้นที่เชื่อกันว่าใช้สำหรับการเคารพบูชา นอกจากนั้นยังพบกลุ่มอาคารที่มีความซับซ้อนและระเบียงชมวิวซึ่งทำจากหินอ่อนนำเข้ามาจากเกาะอื่น ร่องรอยของรางน้ำที่ใช้ในการส่งน้ำซึ่งได้รับการออกแบบโดยวิศวกรในสมัยนั้น เชื่อกันว่าในช่วงเวลา 3,000 ปี ก่อนคริสต์กาลนั้น เกาะ Keros เป็นดั่งศูนย์กลางของความเจริญแรกในอารยธรรมกรีซ ส่วนรายละเอียดของอารยธรรมย่อยบนเกาะ Dhaskalio นั้นยังคงเป็นปริศนา และยังคงต้องค้นคว้ากันต่อไป

 

อ่านเพิ่มเติม

เผยโฉมใบหน้าวัยรุ่นมนุษย์โบราณ

เรื่องแนะนำ

พบเครื่องมือหินเก่าแก่ที่สุดนอกทวีปแอฟริกา

จากหลักฐานที่พบใหม่ในจีนนี้บ่งชี้ว่าบรรพบุรุษญาติห่างๆ ของมนุษย์เดินเท้าอพยพออกจากทวีปแอฟริกาเร็วกว่าที่คาดคิดกันไว้มาก ทว่าพวกเขาคือใครยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ เปิดประตูเมืองท่องเที่ยวเลิศล้ำ สายหมอกบางเบา…ขาวขุ่น ค่อยๆโปรยตัวเองลงจากแผ่นนภา คลี่ห่มคลุมครอบไปทั่วทั้งหุบเขาตั้งแต่เมื่อดื่นดึก…เมืองทั้งเมือง อยู่ในความสลัวลาง แลเหน็บหนาว ราวกับภาพวาดอันวิจิตรจากปลายพู่กันของจิตรกร มากฝีมือ ถึงเวลาตีนฟ้าเปิด ดวงตะวันสาดแสงทอง สายหมอกก็ยังมิเจือจาง  เสมือนอยากจะโอบกอดเมืองนี้ไว้อย่างทะนุถนอม ด้วยความรักอันเลอค่าดุจนิรันดร์ สายหมอกยัง โลมไล้อยู่บนยอดรวงข้าวสีทองอย่างอ้อยอิ่ง ชีวิตเรียบง่ายในอ้อมกอดของหุบเขาอันพิสุทธิ์ เริ่มต้นวันใหม่ ตามครรลองของสารบาญแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ จนละอองหมอกค่อยๆ เลือนสลาย เมื่อสายแดดใสสกาว ซุ้มประตูเมืองค่อยๆปรากฏ ตัวอักษรเริ่มกระจ่างชัด ในสายตา ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าที่นี่คือ  “เมืองลับแล” ……………………. ดินแดนแห่งนี้คือแผ่นดินอันสงบเงียบ ที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ หมดจดงดงาม วิถีชีวิตชาวบ้านเรียบง่าย  ชุมชนที่มีประเพณี วัฒนธรรมมั่นคงยืนยงยาวนาน วัดวาอารามเก่ากาลตระการตามากมี พรั่งพร้อมด้วยตำรับอาหารโอชารส ผลหมากรากไม้อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี  ผู้เฒ่าผู้แก่ใจอารี ยิ้มแย้มแจ่มใส ลูกหลานรักถิ่นฐานบ้านเกิด ในหัวใจเปี่ยมล้นพุทธศรัทธา ตระหนักในคุณค่าแห่งภูมิปัญญาที่บรรพชนถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ลับแล เป็นที่รู้จักมาเนิ่นนานหลายร้อยปี แต่น้อยคน จะได้มาสัมผัสถึงแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณของแผ่นดิน ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเมืองลับแล ปรากฏมากมายหลากหลายเรื่องราว…ทั้งลี้ลับ ลึกเร้น อัศจรรย์ ถ่ายทอดกันมาแบบปากต่อปาก  แต่วันนี้ “ลับแล”หาเป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว […]

พบซากเรืออับปางที่ลึกที่สุดในโลก เป็นเรือรบจากสงครามโลกครั้งที่ 2

พบซากเรืออับปางที่ลึกที่สุดในโลก เป็นเรือรบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 นักสำรวจ วิคเตอร์ เวสโคโว (Victor Vescovo) ผู้ก่อตั้งคาลันดาโอเชียนิก (Caladan Oceanic) บริษัทเทคโนโลยีสำรวจใต้ทะเลในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบเรือพิฆาตของกองทัพสหรัฐที่ชื่อว่า ‘ยูเอสเอส ซามูเอล บี. โรเบิร์ต (USS Samuel B. Roberts.) จากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งอับปางอยู่ที่ความลึก 6,895 เมตร กลายเป็นการค้นพบเรืออับปางที่ลึกที่สุดในโลก ‘แซมมี่ บี’ ได้ผ่านการรบที่สงครามอ่าวเลย์เตหรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Battle of Samar’ เพื่อปลดปล่อยฟิลิปปินส์ออกจากการครอบครองของกองทัพญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคม ปี 1944 ตามบันทึกรายงาน ‘แซมมี่ บี’ ได้จมเรือรบของศัตรูไปหลายลำก่อนที่จะถูกโจมตีจนจมลง ลูกเรือทั้งหมด 224 คนต้องรออยู่บนแพชูชีพกว่า 50 ชั่วโมงก่อนจะได้รับความช่วยเหลือ มีผู้เสียชีวิต 89 จากบาดแผลและฉลามโจมตี “เรามักจะบอกว่าเหล็กกล้าไม่เคยโกหก และซากเรือเหล่านี้คือพยานคนสุดท้ายในการต่อสู้” เวสโคโวกล่าว “เรือแซมมี่ บี. เข้าปะทะกับเรือลาดตระเวนหนักของญี่ปุ่น […]

พบซากเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่สองหลังจมอยู่ใต้ก้นสมุทรนาน 73 ปี

พบซากเรือลาดตระเวน อินเดียแนโพลิส สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจมอยู่ใต้ก้นสมุทรนาน 73 ปี หลังประสบความล้มเหลวในการค้นหาอยู่นานหลายสิบปี ในที่สุด เราก็พบซากเรือรบในตำนาน อินเดียแนโพลิส นอนสงบนิ่งลึกลงไปใต้ทะเลฟิลิปปินส์ ทีมค้นหาระบุตำแหน่งซากเรือที่ระดับความลึก 5,500 เมตร (18,044 ฟุต) จากผิวน้ำ ตามข้อมูลของพอล แอลเลน มหาเศรษฐีพันล้านผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ ซึ่งเป็นผู้นำทีมค้นหา แอลเลนเขียนในข้อความทวิตเตอร์ว่า “บทสำคัญในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้ข้อสรุปแล้ว ผมหวังว่า ผู้รอดชีวิตและครอบครัวผู้สูญเสียจะคลายความโศกเศร้าและความขับข้องที่เกาะกุมจิตใจมายาวนานลงไปได้บ้าง” เรือลาดตระเวน อินเดียแนโพลิส จมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 1945 หรือเพียง 12 นาทีหลังถูกโจมตีด้วยตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำของญี่ปุ่น จุดจบของเรือ อินเดียแนโพลิส และชะตากรรมของผู้รอดชีวิตที่ลอยคออยู่ในทะเลเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกัน ขณะถูกโจมตี เรือ อินเดียแนโพลิส มีลูกเรือประจำการอยู่  1,200 นาย ในจำนวนนี้ราว 300 คนเสียชีวิตหลังเรือจมลง ขณะที่ผู้รอดชีวิตต้องลอยคออยู่กลางทะเลฟิลิปปินที่เต็มไปด้วยฉลาม การขาดน้ำ อาหาร และภาวะเกลือเป็นพิษ ทำให้อีกหลายร้อยคนต้องจบชีวิตลง เชื่อกันว่า ฉลามครีบขาวหรือฉลามไวต์ทิปและฉลามเสือยังโจมตีผู้รอดชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บด้วย ในที่สุดก็เหลือลูกเรือเพียง 317 คนที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ […]