เปิดคฤหาสน์หลังงามใต้ทะเล!

เปิดคฤหาสน์หลังงามใต้ทะเล!

คงสงสัยกันแล้วใช่มั้ยครับ ว่ามีใครไปบุกรุกพื้นที่ทางทะเลรึเปล่า? ขอบอกให้อุ่นใจไว้ก่อนว่าไม่ใช่แบบนั้นครับ ไม่ได้มีใครบุกรุก แต่วันนี้ผมจะพาทุกคนลงสู่โลกใต้ทะเล…อีกโลกที่อยู่กับพวกเราตั้งแต่เกิดสิ่งมีชีวิตรุ่นแรก ๆ ขึ้นมา เป็นสิ่งที่อยากจะพาทุกคนไปสัมผัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงใต้ผืนน้ำสีฟ้าของทะเลอ่าวไทย และแน่นอนว่าสิ่งที่จะได้เห็นกันต่อจากนี้ไม่ใช่ภาพที่เราจะเห็นกันได้บ่อย ๆ ครับ แล้วชีวิตใต้ทะเลจะมีเรื่องราวอะไรให้เราได้ตื่นเต้นกันบ้าง ถ้าพร้อมกันแล้วไปติดตามกันต่อได้เลย!

ภาพที่เห็นคือคฤหาสน์หลังงามที่ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทย โดยถูกเรียกกันว่า “บ้านปลา” จากชื่อก็ชัดเจนในหน้าที่ของมันครับ ว่าเป็น “บ้าน” ของปลา รวมถึงสัตว์น้ำต่าง ๆ ด้วยความเป็น “บ้าน” นอกจากไว้อยู่อาศัยก็ยังเป็นสถานที่ที่รวมทุกประสบการณ์ให้กับพวกเราและครอบครัว พวกสัตว์ทะลเก็เช่นกันครับ “บ้านปลา” ก็เป็นทั้งที่อยู่อาศัย เป็นที่สำหรับสร้างครอบครัว เป็นแหล่งหาอาหาร รวมถึงเป็นแหล่งหลบภัยจากผู้ล่า

ก่อนจะกลายเป็นบ้านปลาที่อบอุ่นเต็มไปด้วยเพื่อนสมาชิกแบบนี้ แต่เดิมพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลนี้มีแต่ความว่างเปล่าว่างเปล่า ไม่มีโขดหินหรือปะการังที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นบ้านปลาธรรมชาติ เหล่ามีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กมากมายที่แหวกว่ายอยู่ในทะเลจึงเคลื่อนที่ผ่านไปไร้ที่พักพิง แต่เมื่อมีบ้านปลาเข้ามา เหล่าสิ่งมีชีวิตจึงเข้ามาลงเกาะบนบ้านปลาทีละนิดจนเคลือบทั่วทั้งพื้นผิวของบ้านปลา และสร้างชั้นฟิลม์บางๆ ที่เรียกว่าไบโอฟิลม์ มีลักษณะคล้ายเมือกใส ให้กลายเป็นแหล่งดึงดูดเหล่าสัตว์เกาะติดกลุ่มอื่นๆ เช่น เพรียง หอยสองฝา ที่ต่างพรั่งพรูกันมาแอบอิงบนท่อบ้านปลาอย่างหนาแน่น และยิ่งเป็นการชักชวนให้เพื่อนสมาชิกกลุ่มอื่นๆ ตามกันเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นหอยแมลงภู่ หอยนางรม ฟองน้ำ และสาหร่าย หลังจากนั้นเองเหล่าปลาต่าง ๆ ก็จะเข้ามากินพวกสัตว์เกาะติด ซึ่งก็จะดึงดูดให้ปลาผู้ล่าเข้ามาบริเวณบ้านปลาอีกทีนึง ซึ่งนี่เองก็คือชีวิตใต้ทะเลที่เกิดขึ้นรอบบ้านหลังใหญ่ใต้ทะเลแห่งนี้ แล้วสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาพักอาศัยจะหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง…ไปดูกันเลย

เริ่มจากเจ้าปลากะพงแถบน้ำตาล (Lutjanus vitta) ที่ได้ชื่อเป็นสำคัญกับพวกเราครับ เพราะเจ้าตัวนี้เป็นปลาเศรษฐกิจ ซึ่งได้มีการเข้ามาอยู่อาศัยที่บริเวณบ้านปลาและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ โดยปกติแล้วปลาชนิดนี้ จะถูกพบในทะเลเขตร้อนและเขตอบอุ่นตั้งแต่มหาสมุทรแอตแลนติก, มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ปลากะพงเป็นปลาที่บอกได้ถึงความสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง เนื่องจากอาหารของมันคือพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และปลาที่มีขนาดเล็กกว่าตัวมันเอง ดังนั้นแนวปะการังที่ยังพบเห็นปลากะพงจำนวนมากนั่งแสดงถึงความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตของแนวปะการังที่ยังคงสมบูรณ์อยู่

ต่อด้วยปลากะรังลายเส้นฟ้า (Cephalopholis Formosa) ปลากะรัง หรือปลาเก๋า เป็นปลากระดูกแข็งทะเล สามารถเปลี่ยนสีของลำตัวเพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่อาศัยได้ นอกจากนี้สีและลวดลายบนตัวปลาอาจเปลี่ยนแปลงไปตามวัยได้อีกด้วย และที่มาของชื่อ “กะรัง” ก็มาจากปลาตระกูลนี้ชอบอาศัยอยู่ตามแนวปะการังหรือกะรังนั่นเอง รวมถึงปูทะเล (Scylla Serrata) อีกสัตว์เศรษฐกิจสำคัญที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่บริเวณ “บ้านปลาเอสซีจี” ปูทะเลในแต่ละที่จะมีสีสันที่แตกต่างกันออกไป ทั้ง สีเขียวหม่น, สีฟ้า, สีขาวอ่อน ๆ หรือสีเหลือง สำหรับตัวผู้จะมีก้ามขนาดใหญ่แข็งแรงกว่าตัวเมียอย่างเห็นได้ชัด มีการเจริญเติบโตด้วยวิธีการลอกคราบ

นอกจากปลาเศรษฐกิจที่เราพบแล้ว ยังมีประเภทปลาสวยงามด้วยนะครับที่ได้เข้ามาอยู่บริเวณบ้านปลา ในภาพที่ได้ถ่ายติดมาได้คือ ปลาปักเป้ากล่อง (Ostracion cubicus) ปักเป้าชนิดนี้จะตัวเล็กกว่าชนิดอื่น แต่มีสีสันลวดลายสวยงาม เกล็ดเรียงกันเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมเรียงตัวต่อกัน นอกจากความสวยงามแล้ว ความพิเศษของเจ้าตัวนี้อีกอย่างนึงก็คือ พิษของมันจะเป็นอันตรายกับปลาด้วยกันเท่านั้น!

ดาวทะเล หรือ ปลาดาว เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลังที่พบอยู่ในทะเลทั่วโลก ทั้ง มหาสมุทรแปซิฟิก, แอตแลนติก, มหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งในเขตขั้วโลกด้วยอย่าง มหาสมุทรอาร์กติก และแอนตาร์กติกา

นอกจากเหล่าปลาที่พูดถึงไป ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาด้วย เช่น กัลปังหา เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลัง ประโยชน์ของเจ้าตัวนี้คือเป็นแหล่งที่อยู่ให้กับสัตว์ทะเลขนาดเล็ก โดยสัตว์เหล่านี้จะเกาะตามกิ่งก้าน

และสิ่งมีชีวิตสุดท้ายที่วันนี้จะพูดถึงคือ ปลิงหนามสีชมพู (Pentacta Anceps) เป็นสัตว์ทะเลที่ไร้กระดูกสันหลังชนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะไม่ได้น่ารักเท่าสัตว์สวยงามชนิดอื่น แต่ก็เป็นกำลังสำคัญใต้ท้องทะเลที่จะช่วยกำจัดเศษอาหาร เศษของเสียต่างๆ บนหน้าทรายได้มากเลยทีเดียว

“บ้านปลา” เป็นอีกโครงการเพื่อช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลจาก SCG ได้พัฒนาและทำให้เกิดขึ้นจริงมาเป็นเวลากว่า 6 ปี นอกจากบ้านปลาจะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับท้องทะเลไทยยังช่วยสร้างสมดุลสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืนด้วย ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือ “ 2 มือ ” ของเราทุกคน หากเราช่วยกันรักษาความสมดุลทางระบบนิเวศในท้องทะเลเอาไว้ เราก็จะมีทรัพยากรทางทะเลไว้ชื่นชมอีกนานเท่านาน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการบ้านปลาเอสซีจี  https://www.scgchemicals.com/fishhome/
เรื่อง นภัทรดนัย สุขบดินทร์

เรื่องแนะนำ

กรีนพีซเปิดเผยผลการตรวจสอบขยะพลาสติกจากแบรนด์สินค้าในประเทศไทย

กรีนพีซเปิดเผยผลการตรวจสอบขยะพลาสติกจากแบรนด์สินค้าในประเทศไทย กรุงเทพฯ, 10 ตุลาคม 2561– กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปิดเผยรายงานการตรวจสอบแบรนด์สินค้าจากขยะพลาสติก(Brand Audit) ที่เก็บได้จากบริเวณชายหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา (1) ระบุโคคาโคล่า, เป๊ปซี่โค, ยาคูลท์, ยูนิลีเวอร์, และเนสท์เล่ คือผู้ผลิตแบรนด์ข้ามชาติ 5 อันดับแรก และดัชมิลล์, ซีพี กรุ๊ป,โอสถสภา, บริษัท เสริมสุข จำกัด และเครือสหพัฒน์คือผู้ผลิตแบรนด์ในประเทศ 5 อันดับแรก ที่พบจำนวนขยะพลาสติกมากที่สุด การตรวจสอบแบรนด์ (Brand Audit) ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทำความสะอาดพื้นที่ (Clean up) โดยแนวร่วม Break Free From Plastic (2) ที่เกิดขึ้นใน 239 จุด ใน 42 ประเทศ โดยครอบคลุมทั้ง 6 ทวีป มีอาสาสมัครราว 10,000 […]

GISTDA ชวนร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ 2020

GISTDA ชวนเปิดมุมมอง “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ในมหกรรมวิทย์ 2020 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา และขณะนี้ยังอยู่ในการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลให้มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติที่จัดขึ้นประจำทุกปีในเดือนสิงหาคมถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนพฤศจิกายน ในปีนี้ GISTDA ก็ไม่พลาดที่จะมาเชิญน้องๆ ร่วมเปิดมุมมองกับแนวคิดหลัก Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ ที่จะทำให้น้องๆ รู้สึกเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ด้านอวกาศในมิติต่างๆภายใน GISTDA Space Gateway กับอวกาศล้ำๆ ที่จะทำให้น้องๆ เกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาด้านอวกาศกันมากยิ่งขึ้น ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ปีนี้ GISTDA มาในตีม “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ซึ่งการออกแบบเนื้อหาและการตกแต่งจะมีความแตกต่างออกไปจากปีก่อนๆ โดยปีนี้ จัดนิทรรศการภายใต้แนวคิดล้ำสมัยเหมือนยก Space Gateway มาไว้ที่นี่กันเลยทีเดียว ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เยาวชนไทยเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ เพื่อจะนำไปสู่จินตนาการต่างๆ ได้อย่างเข้าใจ สามารถเห็นภาพการปฏิบัติภารกิจจริงๆ รวมถึงร่วมพูดคุยซักถามกับนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านอวกาศแบบเป็นกันเอง ภายใน GISTDA […]

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบออดิชั่น

กลุ่มคนที่มีความสนใจด้านการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้มารวมกันในรายการ Win Win WAR Season 2 เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดธุรกิจแบ่งปัน และเงินรางวัล 2 ล้านบาท ที่จะนำไปต่อยอดหรือสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง สัปดาห์นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น จะนำเสนอแผนธุรกิจและตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความเท่าเทียมในสังคม ทีมที่ 1 Heartist – วริศรุตา ไม้สังข์ ธุรกิจที่นำผ้าทอจากกลุ่มบุคคลพิเศษมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งกระเป๋าถือ รองเท้า ผ้าพันคอ และเสื้อผ้า โดยผ้าทอที่นำมาผลิตสินค้าเกิดจากกิจกรรมทอผ้าเพื่อบำบัดบุคคลพิเศษ ปัจจุบัน สังคมไทยมีผู้เป็นบุคคลพิเศษที่ต้องได้รับการบำบัดอยู่จำนวนมาก แต่ยังขาดกิจกรรมที่เหมาะสม และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง คุณวริศรุตาจึงอยากทำให้เกิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และจัดกิจกรรมบำบัดขึ้นเพื่อกลุ่มคนพิเศษเหล่านี้ โดยนำกิจกรรมการทอผ้ามาเป็นหนึ่งในเครื่องมือการบำบัด เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และยังเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มคนพิเศษด้วย รวมถึงเป็นกิจกรรมที่สร้างการรับรู้ให้คนในสังคมเห็นว่า กลุ่มคนพิเศษสามารถประกอบอาชีพได้ แผนงานที่หวังไว้ คุณวริศรุตากล่าวว่า อยากนำงบประมาณส่วนนี้ไปสร้างพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้สนใจ และกลุ่มคนพิเศษ รวมถึงเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้า และทำให้เกิดการจ้างงานที่ขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น ทีมที่ 2 […]

“แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราณบ้านเชียงอายุ 3500 ปี ได้อย่างแม่นยำ

“แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราณบ้านเชียงอายุ 3500 ปี ได้อย่างแม่นยำ นักวิจัยไทยใช้เทคโนโลยี “แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราน เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงอายุกว่า 3500 ปี เป็นของปลอมหรือจริงได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เทคนิคการเรืองรังสีเอ็กซ์ร่วมกับเทคนิคการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของเนื้อดินและสี นำไปสู่วิธีการแยกแยะเครื่องปั้นดินเผาของแท้หรือเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการวิจัยของไทยมีความก้าวหน้าอย่างมาก และเทคโนโลยีเหล่านั้น ก็ได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ในวงการวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่รวมถึงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเผยแพร่ข้อมูลการตรวจวิเคราะห์วัตถุโบราณในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เพื่อแยกแยะเครื่องปั้นดินเผาของแท้ กับเครื่องปั้นดินเผาเลียนแบบ “ปัจจุบัน ได้มีการนำแสงซินโครตรอนมาใช้ในการวิจัยด้านโบราณคดีอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบยุโรป เนื่องจาก เทคนิคการตรวจวิเคราะห์โดยใช้แสงซินโครตรอน สามารถบอกได้ถึงองค์ประกอบและโครงสร้างของวัตถุ โดยชิ้นตัวอย่างไม่ได้รับความเสียหายจากขั้นตอนการเตรียมตัวอย่าง” ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าว เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงมีความงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการยอมรับให้เป็น “แหล่งมรดกโลก” จึงนำไปสู่การทำเครื่องปั้นดินเผาเลียนแบบ เพื่อจูงใจนักสะสมทั้งหลาย การทำเลียนแบบเหล่านี้พัฒนาเทคนิคจนสามารถทำให้ดูเหมือนของแท้ รวมไปถึงการทำให้ดูเก่าด้วย ซึ่งการพิสูจน์ความเป็นของแท้นั้นทำได้ยาก และต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น กรมศิลปากรจึงร่วมมือกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ทั้งการวิเคราะห์ทั้งเนื้อดิน องค์ประกอบทางเคมี และสีที่เขียนเป็นลวดลาย โดยใช้เทคนนิคการเรืองรังสีเอ็กซ์ และการการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ […]